- หน้าแรก
- ข้าบอกให้ไปฝึกตน ไม่ใช่ให้ฝึกจนเพี้ยน
- บทที่ 4 ผู้เล่นกลุ่มแรก
บทที่ 4 ผู้เล่นกลุ่มแรก
บทที่ 4 ผู้เล่นกลุ่มแรก
บทที่ 4 ผู้เล่นกลุ่มแรก
"เกมนี้ให้ความสำคัญกับความสมดุลของผู้เล่นเป็นหลัก ดังนั้นจึงไม่มีช่องทางให้เติมเงิน ทุกสิ่งทุกอย่างต้องได้มาด้วยความพยายามของตัวเองเท่านั้น"
"บ้าเอ๊ย นี่มันเกมห่วยแตกอะไรกันเนี่ย? มีเงินแต่ไม่ให้เติม"
ฉินเจิ้นหัวรู้สึกหงุดหงิดจนแทบกระอักเลือด นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้สัมผัสกับความอึดอัดใจของการมีเงินแต่ไม่มีที่ให้ใช้
"ฉันว่าแบบนี้ก็ดีออกนะ แฟร์ดี ฉันชอบ ฉันชอบ" เจียงเสี่ยวเสี่ยวชูหมัดขึ้นฟ้าด้วยความกระตือรือร้น
"เมื่อกี้ฉันเพิ่งดูรายการของในร้านค้ามา ที่นั่นสามารถเอาแต้มไปแลกหินวิญญาณได้ด้วยนะ หินวิญญาณพวกนี้เอามาใช้ช่วยบ่มเพาะพลังได้ด้วย ไม่คุยแล้ว ฉันจะไปหาแต้มผลงานก่อนล่ะ!"
"เฮ้ย แล้วแต้มผลงานมันหาได้จากไหนล่ะ?"
"เจ้าเด็กเมิ่งจงเหรินนั่นวิ่งไปตัดต้นไม้แล้ว ใช่ ต้องรีบไปตัดต้นไม้!"
"ทำไมต้องตัดต้นไม้ด้วยล่ะ?"
"นายโง่หรือเปล่าเนี่ย? ไม้เอาไปสร้างบ้านได้ไง แล้วพอบ้านเสร็จ ความเจริญของสำนักก็จะเพิ่มขึ้นไม่ใช่หรือไง?"
"แต่เมื่อกี้พี่ชายเซียนเพิ่งบอกเองนะว่าเราจะได้แต้มผลงานจากการทำภารกิจของสำนักเท่านั้น"
พูดจบ เจียงเสี่ยวเสี่ยวก็หันไปมองฉู่ฮ่วยอัน
"ข้าเพิ่งจะปล่อยภารกิจไปสองสามอย่าง มันอยู่ในหน้าต่างภารกิจสำนัก พวกเจ้าลองเปิดดูสิ" ฉู่ฮ่วยอันตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
จ้าวซื่อเจี๋ยเป็นคนแรกที่เปิดดูหน้าต่างภารกิจ เขาแอบฉวยขวานเพียงเล่มเดียวที่มีอยู่ในลานบ้านแล้ววิ่งแจ้นออกไปทันที
ทำเอาอีกสี่คนที่เหลือถึงกับร้องโวยวาย
"ภารกิจสำนักที่หนึ่ง: ตัดไม้ 20 ท่อน ได้รับแต้มผลงาน 5 แต้ม"
"ภารกิจสำนักที่สอง: สร้างบ้าน 5 หลัง (ภารกิจกลุ่ม) ผู้เข้าร่วมแต่ละคนจะได้รับแต้มผลงาน 2 แต้ม"
"ภารกิจสำนักที่สาม: พรวนดินในแปลงสมุนไพร ได้รับแต้มผลงาน 5 แต้ม"
"ภารกิจสำนักที่สี่: หาบน้ำมารดแปลงสมุนไพร ได้รับแต้มผลงาน 2 แต้ม"
"ภารกิจสำนักที่ห้า: ถางวัชพืชบริเวณรอบๆ เพื่อขยายพื้นที่ลานบ้าน ได้รับแต้มผลงาน 3 แต้ม"
"ภารกิจสำนักที่หก: ซักเสื้อผ้าและทำอาหาร ได้รับแต้มผลงาน 2 แต้ม"
รายการภารกิจที่เรียงรายอยู่ตรงหน้าทำเอาทั้งสี่คนถึงกับตาลาย ภารกิจแรกถูกจ้าวซื่อเจี๋ยชิงตัดหน้าไปแล้ว ส่วนภารกิจที่เหลือก็ถูกทั้งสี่คนแบ่งปันกันไปทำ
ฉู่ฮ่วยอันนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ไม้ มองดูผู้เล่นวิ่งวุ่นไปมาอย่างสบายอารมณ์ พลางถอนหายใจออกมา "ช่างเป็นผู้เล่นที่น่ารักเสียจริง"
ไม่ต้องคอยคุม ไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง แถมยังทำงานหนักกันแบบสุดๆ เกิดมาเพื่อเป็นทาสแรงงานโดยแท้
"เฮ้ย ทุกคน ฉันเจอเรื่องสุดยอดเข้าแล้ว! การตัดต้นไม้มันช่วยเพิ่มค่าประสบการณ์บ่มเพาะพลังได้ด้วยว่ะ!"
จู่ๆ เสียงหัวเราะลั่นของจ้าวซื่อเจี๋ยก็ดังแว่วมาจากในป่าทึบ ดึงดูดความสนใจของทั้งสี่คนได้ในทันที
"ยังไงวะ? ยังไง?" เย่หวูหยาที่กำลังแบกถังไม้รีบวิ่งหน้าตั้งไปหาจ้าวซื่อเจี๋ยด้วยความตื่นเต้น
"มันเพิ่มขึ้นเท่าไหร่อะ?" ฉินเจิ้นหัวตาเป็นประกาย เอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้กัน
"ฉันเพิ่งตัดไปต้นเดียว ได้ค่าประสบการณ์มา 1 แต้มว่ะ"
"งั้นถ้าแกตัดสักร้อยต้น แกก็เลเวลอัปเลยดิ?"
หลินเย่เบิกตากว้าง จ้องมองจ้าวซื่อเจี๋ยสลับกับขวานในมือของอีกฝ่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อ
เขาชักอยากจะแย่งขวานนั่นมาซะแล้วสิ ทำไงดี?
"ต้นเบ้อเริ่มเลย นายเก่งจัง" เจียงเสี่ยวเสี่ยวจ้องมองจ้าวซื่อเจี๋ยด้วยสายตาชื่นชม
แม้ว่าการโค่นต้นไม้หนึ่งต้นจะได้ค่าประสบการณ์หนึ่งแต้ม แต่ต้นไม้ต้นนี้ใหญ่ขนาดที่คนคนเดียวโอบไม่มิด การจะโค่นมันลงได้คงต้องใช้แรงกายและแรงใจมหาศาล
เจียงเสี่ยวเสี่ยวยอมรับเลยว่าเธอไม่มีแรงมากขนาดนั้น คงต้องกลับไปก้มหน้าก้มตาพรวนดินในแปลงสมุนไพรอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวต่อไป
แต่ฉินเจิ้นหัวกลับโอดครวญขึ้นมา "น้องชาย เรามาแลกภารกิจกันดีไหม? ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวพอล็อกเอาท์ออกไป พี่จะโอนเงินให้หมื่นนึงเป็นค่าตอบแทน"
"ไม่แลกเว้ย!" จ้าวซื่อเจี๋ยปฏิเสธเสียงแข็ง
ตลกน่า! ในชีวิตจริงเขาป่วยใกล้จะตายอยู่แล้ว เงินทองมันจะมีประโยชน์อะไร?
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังหวงแหนประสบการณ์ในการเล่นเกมนี้มากกว่าใครๆ เสียอีก
"พี่ชาย งั้นแลกกับผมไหมล่ะ? ภารกิจของผมได้แต้มผลงานตั้ง 3 แต้มแน่ะ" หลินเย่หน้าด้านเข้าไปกระซิบข้างหูฉินเจิ้นหัว
"เอาสิ งั้นนายไปซักเสื้อผ้ากับทำอาหารก็แล้วกัน" ฉินเจิ้นหัวตอบตกลงโดยไม่ต้องคิด
เหตุผลหลักๆ ก็คือเขาทำอาหารกับซักผ้าไม่เป็นนั่นแหละ
"ผมขอไม่มากหรอก แค่สองพันก็พอ" หลินเย่บีบนิ้วตัวเองอย่างเก้ๆ กังๆ
แต่ฉินเจิ้นหัวกลับไม่ใส่ใจ เขาโบกมือปัด "พวกเราพี่น้องกันทั้งนั้น เดี๋ยวพี่ให้ห้าพันเลย ถ้าวันหลังมีภารกิจดีๆ ก็มาหาพี่ได้ตลอดนะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของหลินเย่ก็เผยให้เห็นถึงความประหลาดใจระคนยินดี "ได้เลยพี่ชาย ขอบคุณมากครับลูกพี่!"
อันที่จริง หลินเย่เองก็ไม่ได้อยากจะแลกภารกิจเท่าไหร่นัก เกมนี้มันสมจริงเกินไป และทุกคนต่างก็อยากจะอัปเลเวลกันไวๆ ทั้งนั้น
เพียงแต่ในชีวิตจริง เขาแทบจะไม่มีเงินซื้อข้าวกินอยู่แล้ว แถมยังติดค่าเช่าห้องมาตั้งเดือนนึง
การที่จู่ๆ ก็ได้เงินมาห้าพันหยวนอย่างไม่คาดคิด มันช่วยแก้ปัญหาหนักอกของหลินเย่ไปได้เปราะใหญ่ ทำให้เขารู้สึกเบาหวิวราวกับขนนก
ตลอดทั้งวัน ทั้งห้าคนต่างง่วนอยู่กับการบ่มเพาะพลัง และยอมหยุดพักก็ต่อเมื่อดวงอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าแล้วเท่านั้น
"เกมนี้มันสมจริง 100% จริงๆ ด้วย ฉันหิวจนหน้ามืดไปหมดแล้วเนี่ย"
"เยว่เซี่ยกวนเหนี่ยว กับข้าวเสร็จหรือยัง?"
"เสร็จตั้งนานแล้ว รอพวกนายกลับมากินพร้อมกันนี่แหละ"
"อ้าว? แล้วเจ้าเด็กเมิ่งจงเหรินล่ะ? หมอนั่นยังตัดต้นไม้อยู่อีกเหรอ?"
"บ้าชะมัด พรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเขาก็ดีกว่าคนอื่นอยู่แล้ว ยังจะขยันฟาร์มขนาดนี้อีก กะจะไม่ให้คนอื่นมีที่ยืนเลยหรือไงวะ?!"
"นั่นดิๆ เล่นเกมทั้งที ยังจะเอาชนะกันขนาดนี้อีก"
"ช่างเขาก่อนเถอะ รีบไปตามพี่ชายเซียนมากินข้าวได้แล้ว"
ไม่ต้องรอให้ใครไปตาม ฉู่ฮ่วยอันก็เดินออกจากบ้านมาเอง เพราะทนกลิ่นหอมยั่วน้ำลายของอาหารไม่ไหว
"ว่าแต่ NPC ก็ต้องกินข้าวด้วยเหรอ?" หลินเย่จ้องมองฉู่ฮ่วยอันด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ก็เพราะแบบนี้ไงเขาถึงบอกว่ามันสมจริง 100% ฉันว่าเผลอๆ อาจจะแต่งงานมีลูกในเกมได้เลยด้วยซ้ำ" เย่หวูหยาพูดขึ้นลอยๆ ขณะกำลังเช็ดมือที่เพิ่งล้างเสร็จ
โบราณว่าไว้ ผู้พูดไม่คิด แต่ผู้ฟังดันเก็บไปคิดจริงจัง
ร่างกายของฉินเจิ้นหัวแข็งทื่อ ดวงตาของเขาเบิกกว้างเป็นประกาย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "พวกนายคิดว่าการทำ 'เรื่องอย่างว่า' ในเกมมันจะรู้สึกยังไงวะ?"
สิ้นคำพูดของเขา ทุกคนก็หันขวับไปมองหน้าเจียงเสี่ยวเสี่ยวโดยไม่ได้นัดหมาย
เจียงเสี่ยวเสี่ยวที่กำลังยัดข้าวเข้าปากอย่างเอาเป็นเอาตายถึงกับชะงัก ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ดูไม่ได้ยิ่งกว่าตอนร้องไห้ "พ... พี่ชาย พ... พวกพี่คิดจะทำอะไรฉันเนี่ย?"
"ฉันคงป่วยแน่ๆ ที่ดันมองว่ายัยเด็กติดเน็ตนี่ก็น่ารักดีเหมือนกัน" ฉินเจิ้นหัวส่ายหัว หยิบชามข้าวขึ้นมาแล้วพุ้ยข้าวเข้าปากคำโต
เจียงเสี่ยวเสี่ยวได้ยินแบบนั้นก็ไม่สบอารมณ์อย่างแรง แต่ความโกรธของเธอก็อยู่ได้แค่แป๊บเดียวเท่านั้น
ขณะที่ยัดข้าวเข้าปาก เธอก็พยายามใช้สายตาอาฆาตฟาดฟันฉินเจิ้นหัว จินตนาการภาพตัวเองกำลังซัดเขาจนหมอบกระแตไปกองกับพื้น
"อาหารนี่มันจะอร่อยเกินไปแล้วมั้ง? แถมกับข้าวพวกนี้ก็สุดยอดไปเลย! เยว่เซี่ยกวนเหนี่ยว ฝีมือทำอาหารของนายเทพขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?"
ตอนแรกเย่หวูหยารู้สึกตะหงิดๆ ใจตอนที่เห็นผัดผักสีเขียวๆ สองจานวางอยู่บนโต๊ะ แต่พอลองตักเข้าปากไปคำเดียว ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความทึ่ง
"อร่อยจริงๆ ด้วย อร่อยกว่าอาหารในภัตตาคารห้าดาวซะอีก" ฉินเจิ้นหัวที่นั่งอยู่ข้างๆ พยักหน้าเห็นด้วย
หลินเย่ยิ้มเจื่อนๆ พลางถ่อมตัว "ถึงฉันจะทำอาหารเป็น แต่มันก็ไม่ได้อร่อยเทพขนาดที่พวกนายพูดหรอกมั้ง ที่มันอร่อยก็น่าจะเป็นเพราะวัตถุดิบพวกนี้มากกว่า"
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็หันไปจับจ้องที่ฉู่ฮ่วยอันเป็นตาเดียว
ฉู่ฮ่วยอันวางตะเกียบลงแล้วยิ้มบางๆ "ผักพวกนี้ข้าใช้แต่น้ำพุวิญญาณรดน่ะ พวกเจ้ากินเข้าไปเยอะๆ ล่ะ มันจะช่วยเรื่องการบ่มเพาะพลังของพวกเจ้าได้"
ตอนที่ยังไม่พูดอะไรก็ไม่เท่าไหร่ แต่พอเขาพูดจบปุ๊บ ทั้งสี่คนก็กลายร่างเป็นแร้งลงทันที พวกเขาแย่งกันคีบผัดผักสองจานนั้นอย่างบ้าคลั่ง
โชคดีที่ฉู่ฮ่วยอันเตรียมตัวมาดี เขาชิงคีบผัดผักมาใส่ชามตัวเองไว้ก่อนแล้ว
จังหวะพอดีกับที่จ้าวซื่อเจี๋ยเดินถอดเสื้อแบกท่อนไม้ขนาดใหญ่กลับมา
"พวกนายแอบกินข้าวไม่เรียกฉันเลยนะ ไอ้นิสัยไม่ดี!"
จ้าวซื่อเจี๋ยร้องโวยวาย ทิ้งท่อนไม้ในมือลงพื้นทันที แล้วแทรกตัวเข้ามานั่งร่วมโต๊ะอย่างเอาแต่ใจ
แต่บนโต๊ะกลับไม่เหลือกับข้าวอะไรเลย มันถูกกวาดเรียบจนเกลี้ยงจาน แทบจะไม่เหลือแม้แต่คราบน้ำมัน
จ้าวซื่อเจี๋ยแทบจะร้องไห้และเตรียมจะด่ากราด แต่แล้วเขาก็เห็นชามข้าวใบหนึ่งยื่นส่งมาตรงหน้า "ข้าเก็บไว้ให้เจ้าน่ะ รีบกินซะสิ"
"ขอบคุณครับพี่ชายเซียน รักที่สุดเลย"
จ้าวซื่อเจี๋ยดีใจจนเนื้อเต้น เขาทำมือเป็นรูปหัวใจส่งให้ฉู่ฮ่วยอัน ก่อนจะก้มหน้าก้มตาสวาปามข้าวในชามอย่างตะกละตะกลาม
หลังจากกินอิ่มกันถ้วนหน้า พวกเขาก็พากันไปนั่งเล่นรับลมเย็นๆ ที่ริมหน้าผา ดื่มด่ำกับแสงสุดท้ายของดวงตะวันที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า
ก่อนหน้าที่พวกเขาจะมาถึง ฉู่ฮ่วยอันมักจะมานั่งเหม่อลอยอยู่ที่นี่เพียงลำพัง แต่ตอนนี้ เมื่อมีสหายทั้งห้าคนมานั่งเคียงข้าง จิตใจของเขาก็พลันเบิกบานและสวยงามขึ้นมาอย่างน่าประหลาด