- หน้าแรก
- ถึงระบบจะร้าย แต่ผมก็จะจีบ
- บทที่ 7: การช่วยเหลือ
บทที่ 7: การช่วยเหลือ
บทที่ 7: การช่วยเหลือ
บทที่ 7: การช่วยเหลือ
เสียงตะโกนล้งเล้งของกัวหมิงหัวดึงดูดความสนใจของเพื่อนร่วมชั้นหลายคนไปก่อนหน้านี้แล้ว
และเมื่อเหอจวิ้นเอ่ยประโยคนั้นออกมา สายตาของทุกคนบนรถบัสก็หันขวับมามองเป็นตาเดียว
ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงของทุกคน กำปั้นขนาดใหญ่ก็ซัดเปรี้ยงเข้าที่ใบหน้าของกัวหมิงหัวอย่างจัง
เสียง "กร๊อบ" ดังลั่น ไม่อาจแยกแยะได้ว่าเป็นเสียงแว่นตาหรือกระดูกดั้งจมูกที่แตกหักกันแน่
ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ทั้งรถบัสพลันตกอยู่ในความเงียบงัน เหลือเพียงเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของกัวหมิงหัวที่ดังก้องไปทั่วรถอย่างต่อเนื่อง
"อ๊ากกก! เย่ฝาน แกแม่งบ้าไปแล้วหรือไงวะ!"
กัวหมิงหัวกุมจมูกตัวเองพลางสบถด่าชื่อเพื่อนร่วมชั้นที่เพิ่งปล่อยหมัดใส่เขาเมื่อครู่
นักเรียนชายที่มีรูปร่างหน้าตาดูดีใช้ได้คนหนึ่ง
ตามความทรงจำของเหอจวิ้น ปกติแล้วหมอนี่เป็นคนจืดจางไร้ตัวตน วันๆ เอาแต่นั่งอยู่แถวหลังสุดริมหน้าต่างในห้องเรียน และไม่ยอมสุงสิงกับใคร
ไม่ใช่ว่าไม่มีใครอยากคบหาด้วย แต่เป็นเพราะเขามักจะทำท่าทีเย่อหยิ่งและมองเหยียดเพื่อนร่วมชั้นอยู่เสมอ
นานวันเข้า จึงไม่มีใครอยากเฉียดกรายเข้าไปพูดคุยกับเขาอีก
ทว่าการระเบิดอารมณ์กะทันหันจนถึงขั้นซัดหน้ากัวหมิงหัวจนเลือดตกยางออกเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนจริงๆ
คนที่มีท่าทีเย็นชาไม่แยแสโลกอย่างเย่ฝาน จะทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร?
"หึ! ปล่อยข่าวลือพล่อยๆ ปลุกปั่นเพื่อนร่วมชั้น—ต่อให้ข้าฆ่าแกทิ้งก็ยังไม่นับว่าเกินไปหรอก!"
น้ำเสียงของเย่ฝานเย็นเยียบ สายตาของเขาตวัดมองลงมาที่กัวหมิงหัว
มันให้ความรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับมีมีดแหลมคมมาจ่ออยู่ที่คอหอย
"นี่ เจ้าโรคจิต ระวังหมอนี่ให้ดีล่ะ เขามีจิตสังหารจริงๆ นะ"
เสียงของระบบดังขึ้น
อันที่จริง ต่อให้ระบบไม่เตือน เหอจวิ้นก็พอมองออก
สายตานั้นมันน่ากลัวเกินไปแล้ว
"เย่ฝาน อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ แกมันก็แค่ไอ้เด็กที่เกิดมาแต่ไม่มีแม่คอยสั่งสอน!"
"พ่อแกก็ทิ้งแกไป วันๆ แกคลุกอยู่แต่ในบ้านกับน้องสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน แกทำอะไรอยู่บ้าง คิดว่าฉันไม่รู้หรือไง!"
"แกรู้ไหมว่าทำไมถึงไม่มีใครในห้องพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเลย?"
"ก็เพราะฉันไม่ได้มีความแค้นอะไรกับแก และฉันก็ขยะแขยงที่จะเอาเรื่องพวกนี้ไปป่าวประกาศไงล่ะ!"
เลือดจากจมูกของกัวหมิงหัวยังคงไหลทะลัก มีเพื่อนร่วมชั้นผู้หวังดียื่นกระดาษทิชชูให้ แต่เขากลับปัดทิ้งไม่ยอมรับมัน
"พูดอีกทีซิ!"
"พูดแล้วจะทำไม? แกกับน้องสาวแกมันก็แค่ไอ้ลูกอีตั—"
"อาจารย์มาแล้ว!"
ใครบางคนตะโกนขึ้นมา ทำเอาทุกคนชะงักงันไปตามสัญชาตญาณ
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นพวกเขาก็นึกขึ้นได้ว่า บรรดาอาจารย์ล้วนแต่นั่งรถบัสแยกไปอีกคันต่างหาก
"จวิ้นจื่อ นายทำอะไรน่ะ?"
หลิวเผิงหันมองเหอจวิ้นที่อยู่ข้างๆ แล้วเอ่ยถามด้วยความงุนงง
เสียงตะโกนที่ว่า "อาจารย์มาแล้ว!" เมื่อครู่นี้เป็นผลงานของเขานั่นเอง
"ไร้สาระน่า ถ้าพวกเราไม่เข้าไปห้ามปราบตอนนี้ เกิดเรื่องบานปลายจนคุมไม่อยู่ขึ้นมาจะทำยังไง!"
ทิ้งท้ายประโยคนั้นเสร็จ เหอจวิ้นก็เดินแทรกเข้าไปขวางระหว่างคนทั้งสอง
เขาไม่อยากจะแส่หาเรื่องหรอกนะ แต่ดูจากสถานการณ์ตรงหน้าแล้ว หากปล่อยให้เรื่องราวลุกลามใหญ่โต มันจะต้องกลายเป็นปัญหาใหญ่แน่ๆ
ปกติกัวหมิงหัวอาจจะเป็นคนปากหมาไปสักหน่อย แต่เขาก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายหรือจิตใจอำมหิตอะไร
"พวกเราล้วนเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันทั้งนั้น มีอะไรค่อยพูดค่อยจากันสิ จะมาสู้กันให้ตายไปข้างทำไม?"
แม้จะรู้สึกลังเลใจอยู่บ้าง แต่เหอจวิ้นก็ยังกัดฟันก้าวออกไปขวางหน้า
เย่ฝานตัวสูงมาก สูงกว่าเขาตั้งครึ่งศีรษะ แถมยังมีกล้ามเนื้อที่อัดแน่น
แค่ยืนอยู่ตรงนั้น เขาก็แผ่กลิ่นอายคุกคามอันรุนแรงออกมาแล้ว
เขาเองก็ไม่ค่อยชอบหน้ากัวหมิงหัวสักเท่าไหร่นัก แต่พวกเขาไม่เคยโกรธเกลียดกันถึงขั้นลงไม้ลงมือมาก่อน
อย่างน้อย กัวหมิงหัวก็ไม่เคยหยิบยกเรื่องที่เหอจวิ้นเป็นเด็กกำพร้ามาพูดจาถากถาง
วันนี้มีเลือดตกยางออก นั่นคงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้ปากคอเราะรายแบบไม่ยั้งคิดเช่นนี้
"หมาที่ดีต้องไม่ขวางทาง มันกล้าพูดจาดูหมิ่นพ่อแม่ข้า แถมยังใส่ร้ายป้ายสีน้องสาวข้า มันต้องตาย!"
เย่ฝานแสดงออกชัดเจนว่าไม่คิดจะไว้หน้าเพื่อนร่วมชั้นที่แทบจะไม่เคยพูดคุยกันอย่างเหอจวิ้นเลยสักนิด เขายังคงดึงดันที่จะทำตามอำเภอใจต่อไป
"เวรเอ๊ย เหอจวิ้น หลบไป! ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าไอ้สารเลวนี่มันจะกล้าแตะต้องฉันอีกไหม!"
"เจ๊ เอ๊ย ลูกพี่ นี่มันเวลาไหนแล้ว เลิกเติมเชื้อเพลิงลงกองไฟสักทีได้ไหม!"
เหอจวิ้นแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะระบบกระซิบเตือนว่าเย่ฝานมีจิตสังหารจริงๆ ล่ะก็ เขาคงไม่เอาตัวเข้ามาสอดไส้ตรงกลางแบบนี้หรอก
แต่ประเด็นก็คือ ไม่มีใครหน้าไหนกล้าก้าวออกมาระงับเหตุการณ์เลยสักคน
"เจ้าอ้วน เลิกยืนดูได้แล้ว มาช่วยกันแยกพวกเขาหน่อย! แล้วก็พวกนายด้วย เลือดตกยางออกกันขนาดนี้ ทำไมถึงยังไม่มาช่วยกันดึงตัวไว้อีก!"
คำพูดของเหอจวิ้นทำให้บรรดาเพื่อนร่วมชั้นบนรถบัสราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ พวกเขาพากันลุกพรวดขึ้นจากที่นั่ง
จะไปโทษพวกเขาก็ไม่ได้หรอก
ทุกคนเคยเห็นคนชกต่อยกันก็จริง แต่หมัดของเย่ฝานเมื่อครู่นี้มันชวนให้รู้สึกหวาดผวาเกินไปจริงๆ