เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TQF:บทที่ 17  ปัญหา

TQF:บทที่ 17  ปัญหา

TQF:บทที่ 17  ปัญหา


TQF:บทที่ 17  ปัญหา

ชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจและถามขึ้นว่า

“ผู้หญิงชาวสวนแบบไหน?เจ้ารู้ไหมว่านางมาจากที่ไหน?”

“นายท่าน ข้าไม่รู้ข้อมูลมากนัก นางมีลูก 4 คนและพวกเขาอยู่ในรถลาก ข้าคิดว่าอาหารที่พวกเขานำมาขายนั้นมีคุณภาพสูงข้าจึงซื้อมัน!”เจ้าของโรงเตี๊ยมตอบอย่างจนใจ

“โอ้..”ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย และหยิบตะเกียบขึ้นเพื่อที่จะรับประทานอาหารอีกครั้ง

“เจ้าจ่ายให้นางไปเท่าไหร่”

“นายท่านข้าจ่ายไป 3 ตำลึงและ 30 เหวิน สำหรับไก่ 20 ตัว,กระต่าย 30 ตัว,ข้าว 80 จิน และกะหล่ำปลี 15 จิน!”

“อะไรนะ!”ชายหนุ่มผู้กำลังนำอาหารเข้าปากต้องหยุดชะงักและหันมาจ้องมองเถ้าแก่โรงเตี๊ยมทันที หลังจากที่เขาสังเกตแน่ใจว่าเจ้าของโรงเตี๊ยมไม่ได้พูดโกหก คิ้วของเขากระตุกเล็กน้อยและพูดเบาๆว่า

“ท่านนั้นได้กำไรอย่างมหาศาลแม้ว่าท่านจะจ่ายให้เธอถึง 30 ตำลึง!”

“โอ้!!!” เถ้าแก่โรงเตี๊ยมคิดว่าเขาได้ยินผิดจึงอุทานเบาๆ มุมปากของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อยและพูดด้วยน้ำเสียงลึก

“สิ่งของที่เจ้าซื้อมาจากนางนั้นให้ส่งไปมณฑลจิ้งทันที อย่าให้ใครรับรู้ ส่วนในอนาคตหากเจ้าได้รับผลผลิตเช่นนี้อีกให้ส่งไปที่มณฑลจิ้งเข้าใจหรือไม่”

“นายท่าน..นี่….”เถ้าแก่โรงเตี๊ยมรู้สึกสับสนเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว  ข้าแค่สั่งเจ้าและครั้งต่อไปอย่าเอาเปรียบพวกเธออีกจ่ายเงินให้พวกเธอมากกว่านี้ และบอกพวกเธอว่าเราจะซื้อทุกอย่างที่พวกเธอมี!”

“เอ่อ..”เถ้าแก่โรงเตี๊ยมมองดูอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยท่าทีซับซ้อน

ชายหนุ่มอ่านใจของเขาและพูดเบาๆว่า

“เจ้าน่าจะได้ชิมก่อนนำมันมาเสิร์ฟให้กับข้า แต่เจ้าไม่ได้สังเกตเห็นหรือว่าผลผลิตเหล่านี้มีคุณสมบัติทางจิตวิญญาณอยู่!”

“จิตวิญญาณ!”เถ้าแก่โรงเตี๊ยมตะโกน “สัตว์วิญญาณ!”

“อืม...ตอนนี้เจ้าคิดว่าสิ่งของเหล่านี้คุ้มค่ากับเงิน 30 ตำลึงหรือไม่?ระวังอย่าให้ใครรู้ว่าผลผลิตของเธอนั้นมีคุณสมบัติทางจิตวิญญาณ เจ้าต้องจ่ายเงินให้กับนางมากขึ้นในอนาคต และดูว่าหญิงสาวคนนั้นปลูกและเลี้ยงผลผลิตเหล่านี้ได้อย่างไร…”

นางเฉิงและพวกเด็กๆกลับมาถึงบ้านในขณะที่โดยสารรถลากมาเรื่อยๆ หลังจากที่ขนย้ายสิ่งของที่พวกเขาซื้อมาเข้าไปในบ้านนางเฉิงบอกกับลูกสาวของเธอว่า

“เสี่ยวเสี่ยว เจ้าจงนำเกวียนไปคืนให้กับผู้เฒ่าในหมู่บ้านต้นไม้ได้ไหม”

“แน่นอน ข้าจะทำให้ดีที่สุด!” เฉิงเสี่ยวเสี่ยว เห็นว่าแม่ของเธอนั้นเหนื่อยดังนั้นเธอจึงรับหน้าที่นี้แทน

นางเฉิงพยักหน้าและพูดเสริมว่า

“นำขนมปังนึ่งไปให้หลานของเขาสัก 2-3 ลูก เราควรตอบแทนพวกเขาเมื่อเรายืมเกวียนของพวกเขามา”

“เข้าใจแล้วท่านแม่!”เธอหยิบขนมปังนึ่งไป 8 ชิ้นจาก 20 ชิ้นที่ซื้อมาเพื่อนำไปใช้เป็นของขวัญในการยืมเกวียน

เจิ้งหยวน ผู้ซึ่งนั่งกินขนมปังนึ่งอยู่พูดว่า “พี่ใหญ่ข้าจะไปกับท่าน!”

“พี่ใหญ่ข้าจะไปด้วยเช่นกัน!”

“พี่ใหญ่ข้าจะไปด้วยเหมือนกัน!”

เด็กๆตะโกนขึ้น  เฉิงเสี่ยวเสี่ยว มองไปที่พวกเขาและขมวดคิ้วก่อนจะพูดว่า

“เจิ้งหยวน, เจิ้งปิน  เจ้าทั้งสองคนอยู่บ้านเพื่อช่วยท่านแม่ทำอาหารเย็น!”

“ตกลง”

พวกเขาทั้งสองคนเชื่อฟังพี่สาวของเขามากดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะปฏิบัติตาม  หลานหลาน ยิ้มและเดินไปหา เฉิงเสี่ยวเสี่ยว

“พี่ใหญ่ข้าไปกับท่านได้ใช่ไหม!”

“ตกลงข้าจะพาเจ้าไปด้วย!”เมื่อมองไปเที่ยวรอยยิ้มที่ไร้เดียงสาบนใบหน้าของน้องสาว  เฉิงเสี่ยวเสี่ยว ยากที่จะปฏิเสธ

พวกเธอทั้งสองคนออกจากบ้านไปพร้อมขนมปังนึ่ง  เฉิงเสี่ยวเสี่ยว พาน้องสาวของเธอไปที่เกวียนและมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านต้นไม้ อีก 1 ชั่วโมงต่อมา เฉิงเสี่ยวเสี่ยว ก็ถึงหมู่บ้านต้นไม้พร้อมกับเกวียน การมาถึงของเธอดึงดูดความสนใจจำนวนมากของชาวบ้าน พวกเขาต่างทักทายเธอด้วยความกระตือรือร้น แม้ว่าเธอไม่มีความทรงจำเดิมแต่เธอก็ยังพูดคุยกับพวกเขาอย่างสุภาพ เธอไม่รู้ว่าบ้านของผู้เฒ่าอยู่ที่ไหนแต่โชคดีที่เธอพาน้องสาวมาด้วยน้องสาวของเธอสามารถพาเธอไปยังบ้านของผู้เฒ่าได้  เมื่อเธอมาถึงประตูบ้านผู้เฒ่าเองก็ได้ยินการมาถึงของพวกเธอเช่นกันเขาออกมาทักทาย เฉิงเสี่ยวเสี่ยว เห็นผู้เฒ่าอายุประมาณ 60 รอยยิ้มของเขาเหมือนดอกเบญจมาศ

“ดูสิใครมา พวกเธอคือลูกสาวทั้งสองคนของบ้านเฉิง!”

“ท่านปู่หลิวข้าเอาเกวียนมาคืน ขอบคุณที่ให้เรายืมมันไป!”

เฉิงเสี่ยวเสี่ยว คำนับและมอบขนมปังนึ่งที่เธอนำมาด้วยให้กับเขา

“ท่านปู่หลิวนี่คือขนมปังนึ่งที่เราซื้อมาจากตลาด ข้านำมาฝากเด็กๆโปรดรับไว้ด้วย มันเป็นการตอบแทนน้ำใจของท่าน!”

“โอ้แม่นางเฉิงเจ้าสุภาพเกินไปแล้วไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้! เจ้าควรที่จะให้มันแก่น้องชายและน้องสาวของเจ้า!”ผู้เฒ่าหลิวรับช่วงเกวียนต่อไปและโบกมือปฏิเสธขนมปังนึ่ง

หลานหลาน ที่ยังอยู่ในเกวียนยืนขึ้นและพูดเสียงดังว่า

“ท่านปู่หลิวพวกเราซื้อขนมปังนึ่งมามากมาย!แม่บอกว่าให้มอบสิ่งนี้ให้กับพี่ชายและพี่สาวของบ้านหลิว!”

“โอ้ หลานหลาน ตัวน้อยช่างเป็นเด็กที่น่ารัก!” ผู้เฒ่าหลิวยิ้ม

ในขณะนั้นเองมีผู้หญิงอายุประมาณ 40 ปีเดินออกมาจากบ้าน  เธอเป็นลูกสะใภ้ของผู้เฒ่าหลิว เธอมีชื่อว่า โจวหยูเหนียง เมื่อเธอเห็นคนอยู่หน้าบ้านเธอยิ้มและพูดว่า

“ เสี่ยวเสี่ยว และ หลานหลาน ทำไมไม่เข้ามาข้างในก่อนล่ะ”

“ไม่เป็นไรท่านน้าโจว พวกเราต้องรีบกลับบ้านเพื่อช่วยท่านแม่ทำอาหารเย็น” เฉิงเสี่ยวเสี่ยว กล่าวพร้อมกับคำนับ

เมื่อมองเห็นหญิงสาวที่สง่างามต่อหน้าเธอ โจวหยูเหนียง อดพูดไม่ได้ว่า

“สาวน้อยเฉิงนั้นได้รับการศึกษามาอย่างดี ผู้ชายคนใดได้นางเป็นภรรยาช่างโชคดี!”

“ข้าคิดว่าหลิวดันหวางนั้นเหมาะกับนาง หยูเหนียงทำไมเจ้าไม่จับคู่ทั้งสองคนล่ะ บางทีแม่ของหลิวดันหวางอาจซื้อหัวหมูเพื่อเป็นการขอบคุณเจ้า!”

บุคคลที่พูดขึ้นมานั้นเธอเป็นผู้หญิงวัยกลางคนอยู่ในชุดลายดอกไม้ เธอเองก็เป็นชาวบ้านของหมู่บ้านต้นไม้เช่นกันชื่อของเธอคือเสี่ยวหง คนส่วนใหญ่เรียกเธอว่าหงเหนียง

เมื่อ โจวหยูเหนียง ได้ยินดังนั้นเธอได้แต่เพียงยิ้มและพูดว่า

“ดูเหมือนว่ามีคนต้องการที่จะจับคู่ให้กับหลานชายของข้า ดูเหมือนว่าเจ้าชอบจับคู่ให้กับบ้านเฉิง?”

เสี่ยวเสี่ยว รู้สึกอึดอัดเมื่อผู้หญิงสองคนที่อยู่ตรงหน้าเธอกำลังพูดเกี่ยวกับเธอ ถ้าเธอรู้เธอคงไม่มา เธอพยายามกล่าวอำลาพวกเขา และเมื่อนำ หลานหลาน ลงจากเกวียน หลานหลานก็ตะโกนว่า

“ไร้สาระ!  พี่ใหญ่ของข้าจะไม่แต่งงานกับเด็กกะโปโล นางเป็นผู้หญิงที่มีเกียรติ ข้าจะไม่ยอมให้พวกท่านพูดถึงพี่สาวข้าเช่นนี้!”

สาววัยกลางคนทั้งสองคนกำลังสนทนากันอยู่และพวกเธอไม่คาดคิดว่า  หลานหลาน จะพูดเช่นนี้ โจวหยูเหนียง ไม่ได้พูดคำใดออกมาแต่ หงเหนียง จ้องมองอย่างโมโห  เธอเหลือบมอง เฉิงเสี่ยวเสี่ยว และพูดเหยียดหยาม

“โอ้ ดูเหมือนว่า หลานหลาน นั้นสำคัญตัวเจ้าไว้สูง แต่ตัดสินจากสถานการณ์ปัจจุบันของครอบครัวเจ้า ข้าเองก็ไม่คิดว่าเจ้าจะมีปัญญาแต่งงานกับครอบครัวที่ร่ำรวยได้ เว้นเสียแต่ว่าไปเป็น ภรรยาน้อย!”

“ไร้สาระเจ้าสิเป็นภรรยาน้อย ชิงชิง(ลูกสาวหงเหนียง)จะเป็นภรรยาน้อย!” หลานหลาน ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ

ถึงแม้ว่า หลานหลาน จะเป็นเด็กแต่เธอรู้ว่าการเป็นภรรยาน้อยเป็นสิ่งที่ไม่ดี นั่นคือสาเหตุที่เธอตอบสนองเหมือนลูกแมวที่คำรามกางกรงเล็บไปมา

น่าเสียดายเสียงของ หลานหลาน นั้นดังเกินไปจึงดึงดูดความสนใจของคนรอบข้าง ชาวบ้าน 7-8 คนเริ่มมามุงดูพวกเขา  เฉิงเสี่ยวเสี่ยว ที่ยืนอยู่ข้างๆแทบอยากจะขุดหลุมฝังตัวเอง

------------------------------- ชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจและถามขึ้นว่า

“ผู้หญิงชาวสวนแบบไหน?เจ้ารู้ไหมว่านางมาจากที่ไหน?”

“นายท่าน ข้าไม่รู้ข้อมูลมากนัก นางมีลูก 4 คนและพวกเขาอยู่ในรถลาก ข้าคิดว่าอาหารที่พวกเขานำมาขายนั้นมีคุณภาพสูงข้าจึงซื้อมัน!”เจ้าของโรงเตี๊ยมตอบอย่างจนใจ

“โอ้..”ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย และหยิบตะเกียบขึ้นเพื่อที่จะรับประทานอาหารอีกครั้ง

“เจ้าจ่ายให้นางไปเท่าไหร่”

“นายท่านข้าจ่ายไป 3 ตำลึงและ 30 เหวิน สำหรับไก่ 20 ตัว,กระต่าย 30 ตัว,ข้าว 80 จิน และกะหล่ำปลี 15 จิน!”

“อะไรนะ!”ชายหนุ่มผู้กำลังนำอาหารเข้าปากต้องหยุดชะงักและหันมาจ้องมองเถ้าแก่โรงเตี๊ยมทันที หลังจากที่เขาสังเกตแน่ใจว่าเจ้าของโรงเตี๊ยมไม่ได้พูดโกหก คิ้วของเขากระตุกเล็กน้อยและพูดเบาๆว่า

“ท่านนั้นได้กำไรอย่างมหาศาลแม้ว่าท่านจะจ่ายให้เธอถึง 30 ตำลึง!”

“โอ้!!!” เถ้าแก่โรงเตี๊ยมคิดว่าเขาได้ยินผิดจึงอุทานเบาๆ มุมปากของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อยและพูดด้วยน้ำเสียงลึก

“สิ่งของที่เจ้าซื้อมาจากนางนั้นให้ส่งไปมณฑลจิ้งทันที อย่าให้ใครรับรู้ ส่วนในอนาคตหากเจ้าได้รับผลผลิตเช่นนี้อีกให้ส่งไปที่มณฑลจิ้งเข้าใจหรือไม่”

“นายท่าน..นี่….”เถ้าแก่โรงเตี๊ยมรู้สึกสับสนเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว  ข้าแค่สั่งเจ้าและครั้งต่อไปอย่าเอาเปรียบพวกเธออีกจ่ายเงินให้พวกเธอมากกว่านี้ และบอกพวกเธอว่าเราจะซื้อทุกอย่างที่พวกเธอมี!”

“เอ่อ..”เถ้าแก่โรงเตี๊ยมมองดูอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยท่าทีซับซ้อน

ชายหนุ่มอ่านใจของเขาและพูดเบาๆว่า

“เจ้าน่าจะได้ชิมก่อนนำมันมาเสิร์ฟให้กับข้า แต่เจ้าไม่ได้สังเกตเห็นหรือว่าผลผลิตเหล่านี้มีคุณสมบัติทางจิตวิญญาณอยู่!”

“จิตวิญญาณ!”เถ้าแก่โรงเตี๊ยมตะโกน “สัตว์วิญญาณ!”

“อืม...ตอนนี้เจ้าคิดว่าสิ่งของเหล่านี้คุ้มค่ากับเงิน 30 ตำลึงหรือไม่?ระวังอย่าให้ใครรู้ว่าผลผลิตของเธอนั้นมีคุณสมบัติทางจิตวิญญาณ เจ้าต้องจ่ายเงินให้กับนางมากขึ้นในอนาคต และดูว่าหญิงสาวคนนั้นปลูกและเลี้ยงผลผลิตเหล่านี้ได้อย่างไร…”

นางเฉิงและพวกเด็กๆกลับมาถึงบ้านในขณะที่โดยสารรถลากมาเรื่อยๆ หลังจากที่ขนย้ายสิ่งของที่พวกเขาซื้อมาเข้าไปในบ้านนางเฉิงบอกกับลูกสาวของเธอว่า

“เสี่ยวเสี่ยว เจ้าจงนำเกวียนไปคืนให้กับผู้เฒ่าในหมู่บ้านต้นไม้ได้ไหม”

“แน่นอน ข้าจะทำให้ดีที่สุด!” เฉิงเสี่ยวเสี่ยว เห็นว่าแม่ของเธอนั้นเหนื่อยดังนั้นเธอจึงรับหน้าที่นี้แทน

นางเฉิงพยักหน้าและพูดเสริมว่า

“นำขนมปังนึ่งไปให้หลานของเขาสัก 2-3 ลูก เราควรตอบแทนพวกเขาเมื่อเรายืมเกวียนของพวกเขามา”

“เข้าใจแล้วท่านแม่!”เธอหยิบขนมปังนึ่งไป 8 ชิ้นจาก 20 ชิ้นที่ซื้อมาเพื่อนำไปใช้เป็นของขวัญในการยืมเกวียน

เจิ้งหยวน ผู้ซึ่งนั่งกินขนมปังนึ่งอยู่พูดว่า “พี่ใหญ่ข้าจะไปกับท่าน!”

“พี่ใหญ่ข้าจะไปด้วยเช่นกัน!”

“พี่ใหญ่ข้าจะไปด้วยเหมือนกัน!”

เด็กๆตะโกนขึ้น  เฉิงเสี่ยวเสี่ยว มองไปที่พวกเขาและขมวดคิ้วก่อนจะพูดว่า

“เจิ้งหยวน, เจิ้งปิน  เจ้าทั้งสองคนอยู่บ้านเพื่อช่วยท่านแม่ทำอาหารเย็น!”

“ตกลง”

พวกเขาทั้งสองคนเชื่อฟังพี่สาวของเขามากดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะปฏิบัติตาม  หลานหลาน ยิ้มและเดินไปหา เฉิงเสี่ยวเสี่ยว

“พี่ใหญ่ข้าไปกับท่านได้ใช่ไหม!”

“ตกลงข้าจะพาเจ้าไปด้วย!”เมื่อมองไปเที่ยวรอยยิ้มที่ไร้เดียงสาบนใบหน้าของน้องสาว  เฉิงเสี่ยวเสี่ยว ยากที่จะปฏิเสธ

พวกเธอทั้งสองคนออกจากบ้านไปพร้อมขนมปังนึ่ง  เฉิงเสี่ยวเสี่ยว พาน้องสาวของเธอไปที่เกวียนและมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านต้นไม้ อีก 1 ชั่วโมงต่อมา เฉิงเสี่ยวเสี่ยว ก็ถึงหมู่บ้านต้นไม้พร้อมกับเกวียน การมาถึงของเธอดึงดูดความสนใจจำนวนมากของชาวบ้าน พวกเขาต่างทักทายเธอด้วยความกระตือรือร้น แม้ว่าเธอไม่มีความทรงจำเดิมแต่เธอก็ยังพูดคุยกับพวกเขาอย่างสุภาพ เธอไม่รู้ว่าบ้านของผู้เฒ่าอยู่ที่ไหนแต่โชคดีที่เธอพาน้องสาวมาด้วยน้องสาวของเธอสามารถพาเธอไปยังบ้านของผู้เฒ่าได้  เมื่อเธอมาถึงประตูบ้านผู้เฒ่าเองก็ได้ยินการมาถึงของพวกเธอเช่นกันเขาออกมาทักทาย เฉิงเสี่ยวเสี่ยว เห็นผู้เฒ่าอายุประมาณ 60 รอยยิ้มของเขาเหมือนดอกเบญจมาศ

“ดูสิใครมา พวกเธอคือลูกสาวทั้งสองคนของบ้านเฉิง!”

“ท่านปู่หลิวข้าเอาเกวียนมาคืน ขอบคุณที่ให้เรายืมมันไป!”

เฉิงเสี่ยวเสี่ยว คำนับและมอบขนมปังนึ่งที่เธอนำมาด้วยให้กับเขา

“ท่านปู่หลิวนี่คือขนมปังนึ่งที่เราซื้อมาจากตลาด ข้านำมาฝากเด็กๆโปรดรับไว้ด้วย มันเป็นการตอบแทนน้ำใจของท่าน!”

“โอ้แม่นางเฉิงเจ้าสุภาพเกินไปแล้วไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้! เจ้าควรที่จะให้มันแก่น้องชายและน้องสาวของเจ้า!”ผู้เฒ่าหลิวรับช่วงเกวียนต่อไปและโบกมือปฏิเสธขนมปังนึ่ง

หลานหลาน ที่ยังอยู่ในเกวียนยืนขึ้นและพูดเสียงดังว่า

“ท่านปู่หลิวพวกเราซื้อขนมปังนึ่งมามากมาย!แม่บอกว่าให้มอบสิ่งนี้ให้กับพี่ชายและพี่สาวของบ้านหลิว!”

“โอ้ หลานหลาน ตัวน้อยช่างเป็นเด็กที่น่ารัก!” ผู้เฒ่าหลิวยิ้ม

ในขณะนั้นเองมีผู้หญิงอายุประมาณ 40 ปีเดินออกมาจากบ้าน  เธอเป็นลูกสะใภ้ของผู้เฒ่าหลิว เธอมีชื่อว่า โจวหยูเหนียง เมื่อเธอเห็นคนอยู่หน้าบ้านเธอยิ้มและพูดว่า

“ เสี่ยวเสี่ยว และ หลานหลาน ทำไมไม่เข้ามาข้างในก่อนล่ะ”

“ไม่เป็นไรท่านน้าโจว พวกเราต้องรีบกลับบ้านเพื่อช่วยท่านแม่ทำอาหารเย็น” เฉิงเสี่ยวเสี่ยว กล่าวพร้อมกับคำนับ

เมื่อมองเห็นหญิงสาวที่สง่างามต่อหน้าเธอ โจวหยูเหนียง อดพูดไม่ได้ว่า

“สาวน้อยเฉิงนั้นได้รับการศึกษามาอย่างดี ผู้ชายคนใดได้นางเป็นภรรยาช่างโชคดี!”

“ข้าคิดว่าหลิวดันหวางนั้นเหมาะกับนาง หยูเหนียงทำไมเจ้าไม่จับคู่ทั้งสองคนล่ะ บางทีแม่ของหลิวดันหวางอาจซื้อหัวหมูเพื่อเป็นการขอบคุณเจ้า!”

บุคคลที่พูดขึ้นมานั้นเธอเป็นผู้หญิงวัยกลางคนอยู่ในชุดลายดอกไม้ เธอเองก็เป็นชาวบ้านของหมู่บ้านต้นไม้เช่นกันชื่อของเธอคือเสี่ยวหง คนส่วนใหญ่เรียกเธอว่าหงเหนียง

เมื่อ โจวหยูเหนียง ได้ยินดังนั้นเธอได้แต่เพียงยิ้มและพูดว่า

“ดูเหมือนว่ามีคนต้องการที่จะจับคู่ให้กับหลานชายของข้า ดูเหมือนว่าเจ้าชอบจับคู่ให้กับบ้านเฉิง?”

เสี่ยวเสี่ยว รู้สึกอึดอัดเมื่อผู้หญิงสองคนที่อยู่ตรงหน้าเธอกำลังพูดเกี่ยวกับเธอ ถ้าเธอรู้เธอคงไม่มา เธอพยายามกล่าวอำลาพวกเขา และเมื่อนำ หลานหลาน ลงจากเกวียน หลานหลานก็ตะโกนว่า

“ไร้สาระ!  พี่ใหญ่ของข้าจะไม่แต่งงานกับเด็กกะโปโล นางเป็นผู้หญิงที่มีเกียรติ ข้าจะไม่ยอมให้พวกท่านพูดถึงพี่สาวข้าเช่นนี้!”

สาววัยกลางคนทั้งสองคนกำลังสนทนากันอยู่และพวกเธอไม่คาดคิดว่า  หลานหลาน จะพูดเช่นนี้ โจวหยูเหนียง ไม่ได้พูดคำใดออกมาแต่ หงเหนียง จ้องมองอย่างโมโห  เธอเหลือบมอง เฉิงเสี่ยวเสี่ยว และพูดเหยียดหยาม

“โอ้ ดูเหมือนว่า หลานหลาน นั้นสำคัญตัวเจ้าไว้สูง แต่ตัดสินจากสถานการณ์ปัจจุบันของครอบครัวเจ้า ข้าเองก็ไม่คิดว่าเจ้าจะมีปัญญาแต่งงานกับครอบครัวที่ร่ำรวยได้ เว้นเสียแต่ว่าไปเป็น ภรรยาน้อย!”

“ไร้สาระเจ้าสิเป็นภรรยาน้อย ชิงชิง(ลูกสาวหงเหนียง)จะเป็นภรรยาน้อย!” หลานหลาน ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ

ถึงแม้ว่า หลานหลาน จะเป็นเด็กแต่เธอรู้ว่าการเป็นภรรยาน้อยเป็นสิ่งที่ไม่ดี นั่นคือสาเหตุที่เธอตอบสนองเหมือนลูกแมวที่คำรามกางกรงเล็บไปมา

น่าเสียดายเสียงของ หลานหลาน นั้นดังเกินไปจึงดึงดูดความสนใจของคนรอบข้าง ชาวบ้าน 7-8 คนเริ่มมามุงดูพวกเขา  เฉิงเสี่ยวเสี่ยว ที่ยืนอยู่ข้างๆแทบอยากจะขุดหลุมฝังตัวเอง

-------------------------------

จบบทที่ TQF:บทที่ 17  ปัญหา

คัดลอกลิงก์แล้ว