- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งทีพี่ขอฮาเร็ม
- ตอนที่ 18 - ยอดเยี่ยมเกินคาด
ตอนที่ 18 - ยอดเยี่ยมเกินคาด
ตอนที่ 18 - ยอดเยี่ยมเกินคาด
18 - ยอดเยี่ยมเกินคาด
ชุดนี้ทำให้หนิวอี้เฉินดูหล่อเหลาก็จริง แต่มันเป็นชุดบัณฑิต แถมการแต่งหน้ายังดูสำอางเกินไป ไม่เข้ากับบุคลิกจิ่วเจี้ยนเซียนเลยสักนิด
"เอาล่ะ เสร็จแล้ว!"
หนิวอี้เฉินดึงผ้าพันคอออกมาผูกเป็นสายคาดเอวแทน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเข้าสู่บทบาททันที จากบัณฑิตหนุ่มเมื่อครู่ กลับกลายเป็นคนที่มีรังสีนักฆ่าขึ้นมา
"เซ่อเซ่อ! ไปพบอาจารย์ผู้กำกับกับผมหน่อยสิ!"
'อาจารย์' ที่ว่าก็คือผู้กำกับหลี่กั๋วรุ่ยนี่แหละ
"ค่ะ!" เซ่อเซ่อพยักหน้าอย่างตื่นเต้น
ช่างแต่งหน้าชายหน้าเสีย แม้จะเป็นแค่ท่าทางไม่กี่อย่าง แต่หนิวอี้เฉินกลับแสดงท่าทางของจอมยุทธ์ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ
เมื่อหลี่กั๋วรุ่ยเห็นหนิวอี้เฉิน เขาก็ตาเป็นประกายทันที แล้วพูดว่า "แต่งตัวซะสว่างจ้าเป็นหลอดไฟเลยนะ!"
คำพูดนี้ไม่ใช่คำชมหรือคำด่า แต่มันเป็นการอธิบายว่าการแต่งหน้านี้เด่นเกินไปหรือเปล่า
ในความเป็นจริง การแสดงต้องมีแกนกลาง ต้องชูตัวเอกให้เด่น
ชุดของหนิวอี้เฉินถ้าไปยืนข้างหลี่เซียวเหยาถือเป็นการแย่งซีน ผู้กำกับต้องให้ไปแต่งใหม่ให้ดูแย่ลงแน่ๆ แต่ตอนนี้เป็นฉากที่มีแค่จิ่วเจี้ยนเซียนกับชิงเอ๋อ จะแต่งยังไงก็ได้
"ต้องขอบคุณช่างแต่งหน้าคนใหม่ของผมครับ!" หนิวอี้เฉินมองไปที่เซ่อเซ่อแล้วขยิบตาให้
เซ่อเซ่อดีใจจนตาปิด
"แต่งเสร็จแล้วก็มาซ้อมบทกันก่อน!" หลี่กั๋วรุ่ยโบกมือ ทีมงานก็ส่งบทฉากที่จะถ่ายให้หนิวอี้เฉิน
หนิวอี้เฉินรับมาระมัดระวังเป็นพิเศษ กองถ่ายก็เหมือนสังคมจำลอง ต้องระวังตัวไว้ก่อน เขาเริ่มแสดงตั้งแอายุ 12 เลยเข้าใจเรื่องนี้ดี
เมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาและดูตำแหน่งกล้องแล้ว หนิวอี้เฉินก็ได้เจอซุนอี้ซู่
ซุนอี้ซู่ก็ไม่ได้รับแจ้งเรื่องเลื่อนเวลาเหมือนกัน แถมยังติดธุระอยู่ที่ห้องไช่เสี่ยวปิงเลยมาสายกว่าใคร แต่ไม่มีใครกล้าว่าอะไรเธอ
ทั้งคู่ทักทายกันเล็กน้อย ซ้อมตำแหน่งกล้องหนึ่งรอบแล้วแจ้งผู้กำกับว่าพร้อมแล้ว
หลี่กั๋วรุ่ยส่งสัญญาณเริ่มการถ่ายทำอย่างเป็นทางการ
ฉากที่ถ่ายคือฉากในคุก
เนื้อเรื่องคือ: ฮ่องเต้หนานจ้าวถูกไป๋เยว่ข่มขู่ จึงขังชิงเอ๋อ จิ่วเจี้ยนเซียน และหลี่เซียวเหยาไว้ จิ่วเจี้ยนเซียนกับชิงเอ๋อกำลังเถียงกันเรื่องจะหนีออกไปดีไหม
คนที่จะแสดงคือชิงเอ๋อและจิ่วเจี้ยนเซียน ส่วนหลี่เซียวเหยาเป็นแค่ตัวประกอบอยู่ข้างหลัง ไม่มีบทพูดเลยสักคำ
หนิวอี้เฉินส่งสัญญาณให้ซุนอี้ซู่ แล้วเริ่มการแสดง
ตามบทปกติเขาต้องถีบกรงขังสองสามที แล้วชิงเอ๋อจะพูดว่า "อย่าทำแบบนี้เลย เราหนีไปไม่ได้หรอก!" แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคุกที่เหิงเตี้ยนทำออกมาไม่ดีหรือยังไง พอหนิวอี้เฉินถีบออกไปทีเดียว เสาไม้ขนาดเท่าปากขันก็หักดังเปรี้ยง
เสียงหักนั้นทำเอาผู้กำกับและทีมงานตกใจมองเขากันหมด แม้แต่หนิวอี้เฉินเองก็หยุดไปพักหนึ่ง
แต่เขาได้สติเร็วมาก จึงข้ามบทพูดบางช่วงไป แล้วชี้ไปที่ช่องโหว่บอกชิงเอ๋อว่า "ด้วยวรยุทธ์ของข้า และอาคมของเจ้า ในโลกนี้จะมีอะไรมาขวางเราได้ เราอย่าไปสนเรื่องพวกนี้เลย หนีไปพร้อมกันเถอะ!"
ชิงเอ๋อมองดูรอยโหว่ที่ถูกถีบจนพัง แล้วพูดอย่างเศร้าสร้อยว่า "ตอนนี้เจ้ายังมีความคิดแบบคนธรรมดาอยู่ เลยไม่เข้าใจว่าเราหนีไปไหนไม่ได้หรอก! นี่คือ..."
ชิงเอ๋อยังพูดไม่จบ จิ่วเจี้ยนเซียนก็ขัดขึ้นมา "อย่ามาพูดเรื่อง 'เต๋า' อะไรให้ข้าฟังอีกเลย! ข้าไม่เข้าใจ และข้ายินดีจะเป็นคนธรรมดาแบบนั้น!"
พอพูดจบ เหมือนเขารู้ตัวว่าใช้อารมณ์เกินไป จิ่วเจี้ยนเซียนจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วพูดอย่างจริงจังว่า "ข้าแค่อยากพาคนที่ข้ารักที่สุดหนีไปจากหายนะ! เรื่องอื่นข้าไม่สนใจทั้งนั้น!"
"ข้าไม่รู้สึกว่าตัวเองอยู่ในหายนะตรงไหนเลย!"
เมื่อมองจิ่วเจี้ยนเซียน ใบหน้าของชิงเอ๋อก็มีรอยยิ้มที่มาจากใจผุดขึ้นมา แววตาสั่นไหวแต่ก็หันหน้าหนี แล้วพูดอย่างจริงจังเหมือนกันว่า "แต่ข้าก็ไม่เคยเป็นคนรักของเจ้าเหมือนกัน!"
ริมฝีปากของจิ่วเจี้ยนเซียนขยับ เหมือนมีคำพูดนับพันที่อยากจะบอก แต่สุดท้ายก็พูดออกมาได้เพียงประโยคเดียว "ชิงเอ๋อ! เจ้าต้องการอะไรกันแน่? ทางข้างหน้าคือความตายนะ! เราสามารถเปลี่ยนมันได้เห็นๆ ทำไมถึงไม่ทำล่ะ?"
สิ้นสุดประโยคนี้ หลี่กั๋วรุ่ยก็ตะโกน "คัท! เยี่ยมมาก! ผ่าน!"
การถ่ายละครมันเป็นงานที่ตัดต่อกันไปมาแบบนี้แหละ นักแสดงทุกคนถึงดูเหมือนคนบ้า ต้องแสดงอารมณ์ท่ามกลางสายตาผู้กำกับ ทีมงาน ช่างไฟ และกล้อง มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย
แต่สำหรับฉากนี้ หลี่กั๋วรุ่ยพอใจมาก แม้มันจะสั้นและมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น แต่ผลที่ได้กลับดีเกินคาด เพราะถ้าลองคิดดูดีๆ
จอมยุทธ์ที่เหาะเหินเดินอากาศได้อย่างจิ่วเจี้ยนเซียน จะมาพ่ายแพ้ให้กับกรงขังไม้กระจอกๆ แบบนี้ได้ยังไง?
แถมการรับส่งอารมณ์ระหว่างหนิวอี้เฉินและซุนอี้ซู่ก็ดีมาก บรรยากาศเล็กๆ น้อยๆ นั้นทำได้ดีจนเอาไปลงในหนังได้เลย
นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ร่วมงานกันนะเนี่ย!
หลี่กั๋วรุ่ยคิดไม่ถึงเลยว่าหนิวอี้เฉินกับซุนอี้ซู่จะซ้อมกันมาหลายรอบแล้ว
นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้เขาเซอร์ไพรส์ที่สุดคือการแสดงของหนิวอี้เฉิน อย่างที่เขาบอกไว้เมื่อวานจริงๆ ว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง
หนิวอี้เฉินมีเซนส์เรื่องกล้องดีมาก เขารู้จักหามุมที่ทำให้การแสดงออกมาดีที่สุดโดยที่กล้องไม่ต้องขยับตามเลย
นี่คือผลลัพธ์ที่นักแสดงรุ่นเก่าเก๋าเกมเท่านั้นถึงจะทำได้ หนิวอี้เฉินอายุแค่ 17 ปี ต่อให้เข้าวงการตอนอายุ 12 แต่ทำได้ขนาดนี้มันน่าตกใจจริงๆ
ฉากต่อไปยังคงอยู่ในคุก ฉากตรงนี้มีไม่เยอะ สามารถถ่ายให้จบได้ในรวดเดียว
...
ชิงเอ๋อพูดว่า "ข้าแค่อยากให้เจ้าจำไว้ว่า ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะไม่ละทิ้งความรักที่มีต่อผู้คนทั้งโลกเด็ดขาด!"
จิ่วเจี้ยนเซียนจ้องหน้าเธอ "ข้าก็เป็นหนึ่งในคนบนโลกนี้ เจ้าก็ควรจะรักข้าด้วยสิ!"
ชิงเอ๋ออึ้งไปครู่หนึ่ง เธอหันหน้าหนีเหมือนจะหวาดกลัว
"เจ้าควรไปได้แล้ว!" หลี่เซียวเหยาที่ปิดหน้าปิดตาพูดบทเพียงประโยคเดียวออกมา ช่วยให้ชิงเอ๋อหลุดพ้นจากความวุ่นวายใจสั้นๆ นั้น
แล้วฉากของวันนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้
หลังแสดงจบ ซุนอี้ซู่ไม่ได้พูดอะไรกับหนิวอี้เฉินแม้แต่ประโยคเดียว เธอรีบพาผู้ช่วยเดินกลับห้องแต่งหน้าของตัวเองทันที
……….