เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1620 (742) ความงดงามที่น่าตะลึงของหลี่ลู่หนาน (ตอนฟรี)

บทที่ 1620 (742) ความงดงามที่น่าตะลึงของหลี่ลู่หนาน (ตอนฟรี)

บทที่ 1620 (742) ความงดงามที่น่าตะลึงของหลี่ลู่หนาน (ตอนฟรี)


บทที่ 1620 (742) ความงดงามที่น่าตะลึงของหลี่ลู่หนาน

“คนเกาหลีคนนี้เจ้าเล่ห์จริงๆ!”

ขับรถออกมาไกลมากแล้ว จี้เฟิงยังอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าพลางบ่นออกมา

จากกระจกมองหลัง เขายังมองเห็นร่างของอีแจมินที่ยืนเซ่ออยู่ริมถนนไกลๆ เขาแค่นเสียงเหอะอย่างดูแคลน ไอ้คนเกาหลีพวกนี้ ขนเอาลูกไม้ต่ำทรามออกมาใช้ได้ทุกรูปแบบจริงๆ พยายามขนาดนี้ ต้องคารวะเลย!

ลูกไม้ของอีแจมินในวันนี้ ยิ่งทำให้คนรู้สึกรังเกียจนัก

อย่างไรก็ตาม จี้เฟิงเกือบจะหลงกลเข้าจริงๆแล้ว

เดิมทีเมื่อเห็นใบหน้าอวดดีและท่าทางสุนัขบ้าที่เห่ากรรโชกนั่น จี้เฟิงอยากจะซัดมันให้กระเด็นสักโครม แล้วเหยียบหน้ามันลงกับพื้น เพื่อให้มันรู้ซึ้งว่ารสชาติของการถูกเหยียบย่ำเป็นยังไง

แต่จี้เฟิงฉุกคิดขึ้นมาได้เสียก่อนจนต้องชะงัก

อีแจมินตั้งใจยั่วยุเขา ซึ่งมันไม่สอดคล้องกับภาพลักษณ์สุภาพบุรุษ ผู้มีการศึกษาตอนที่อยู่เถิงเฟยกรุ๊ปเลย... มันผิดปกติเกินไป

พอจี้เฟิงทบทวนอีกนิดก็เข้าใจทันที อีแจมินจงใจบีบให้เขาลงมือก่อนนั่นเอง

ในความเป็นจริงหากมองอีกมุมหนึ่ง เจตนาของอีแจมินนั้นชัดเจนมาก ลองนึกดูว่าถ้าจี้เฟิงเป็นแค่ไอ้หน้าขาวเกาะผู้หญิงจริงๆ แล้ววันนี้เขาดันไปต่อยอีแจมินเข้า ผลที่ตามมาจะเป็นยังไง?

จะไปบอกคนอื่นงั้นเหรอว่าอีแจมินหาเรื่องก่อน จนเขาเหลืออดเลยต้องลงมือ?

ขอเพียงอีแจมินโต้แย้งสั้นๆไม่กี่ประโยค ก็เพียงพอจะทำให้จี้เฟิงต้องกลืนไม่เข้าคายไม่ออก อีแจมินมีตำแหน่งเป็นถึงผู้จัดการส่วนงานของเครือโฟว์สตาร์ มีฐานะทางสังคมสูงส่งขนาดนั้น จะลดตัวมาหาเรื่องแมงดาคนหนึ่งเนี่ยนะ?

ใครจะไปเชื่อล่ะ?

ถึงตอนนั้นต่อให้จี้เฟิงจะมีร้อยปากก็แก้ตัวไม่ขึ้น

นั่นยังเป็นเรื่องรอง เรื่องสำคัญที่สุดคือ เมื่อไหร่ที่จี้เฟิงลงมือ มันจะกลายเป็นคดีระหว่างประเทศทันที ถึงตอนนั้นไม่ใช่แค่จี้เฟิงที่ตกเป็นรอง แต่เถิงเฟยกรุ๊ปทั้งบริษัทอาจจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย

และเมื่อนั้นจุดประสงค์สุดท้ายของอีแจมิน ก็อาจจะบรรลุผลได้อย่างง่ายดาย

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะเหลียวกลับไปมองอีกครั้ง เขาอยากรู้จริงๆว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังอีแจมิน ถ้าไม่ใช่คนจีนที่รู้จักนิสัยคนจีนด้วยกันดี ไม่มีทางคิดอุบายแบบนี้ออกมาได้แน่ ต้องมีคนคอยให้คำปรึกษาหมอนั่นอยู่ข้างหลังชัวร์ๆ

คนที่วางแผนให้อีแจมินต้องไม่ได้อยู่ในรถตู้คันนั้น เพราะตอนที่เขาฟาดฝ่ามือลงบนฝากระโปรงรถ เขาฉวยโอกาสกวาดสายตามองเข้าไปข้างในแล้ว เห็นเพียงบอดี้การ์ดสองคนกับคนขับรถเท่านั้น ไม่มีคนอื่นอีก

“ไร้สาระสิ้นดี!”

จี้เฟิงส่ายหน้าพลางสบถออกมาเบาๆ อีแจมินนึกว่าเขาไม่กล้าลงมือจริงๆหรือไง?

อย่าว่าแต่อีแจมินที่เป็นแค่ผู้จัดการเลย ต่อให้ผู้ก่อตั้งเครือโฟว์สตาร์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษของเกาหลีมาเอง ถ้ากล้ายโสใส่จี้เฟิงก็กล้าซัดเหมือนกัน!

วันนี้ที่เขาไม่ลงมือ เพียงเพราะไม่อยากพัวพันกับอีแจมินให้ยุ่งยากเท่านั้น!

เพราะถึงจะไม่ร่วมมือกับโฟว์สตาร์ ก็ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันเพียงเพราะเรื่องแค่นี้ นั่นเรียกว่าได้ไม่คุ้มเสีย ยิ่งไปกว่านั้นถ้าวันนี้เขาลงมือขึ้นมาจริงๆ ก็เท่ากับตกหลุมพรางนั่นเอง

แต่ถ้าไอ้กิมจิคนนี้กล้าทำอะไรที่ล้ำเส้นอีก จี้เฟิงก็ไม่ไว้หน้าแน่

เรื่องแบบนี้ยอมให้เกิดได้แค่ครั้งเดียว คนเราย่อมมีขีดจำกัด ยิ่งจี้เฟิงไม่ใช่คนที่มีนิสัยยอมคนอยู่แล้ว เขาไม่มีวันอดทนซ้ำซากแน่ๆ

“คุณชายจี้ ให้ฉันจัดการสั่งสอนเขาหน่อยไหมคะ?” ไป๋จูเห็นสีหน้าจี้เฟิงไม่ค่อยดีจึงเอ่ยถาม “ถ้าฉันลงมืออย่างแนบเนียน ฝ่ายนั้นจะไม่มีทางรู้เลยว่าเป็นฝีมือฉัน”

จี้เฟิงโบกมือปฏิเสธ “ไม่ได้หรอก อีแจมินน่าจะไม่ใช่แค่ผู้จัดการส่วนงานธรรมดาๆ อีกอย่างรอบตัวเขาก็มีบอดี้การ์ด ถ้าเธอลงมือ อาจจะถูกคนของเขาจับได้”

อีแจมินคนนี้ต้องมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา ไม่ใช่แค่ผู้จัดการทั่วไปในเครือโฟว์สตาร์แน่ๆ เรื่องนี้จี้เฟิงมั่นใจ

ไม่ต้องดูอะไรมาก แค่กิริยาท่าทางที่ดูภูมิฐาน การพูดจาที่สุภาพนุ่มนวลแบบนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมาเสแสร้งทำกันได้ง่ายๆ

จี้เฟิงจึงสันนิษฐานว่า อีแจมินต้องได้รับการศึกษามาอย่างดีเยี่ยม และต้องเติบโตมาในสภาพแวดล้อมและครอบครัวที่มีระดับ เพราะการที่คนเราจะค่อยๆบ่มเพาะบุคลิกภาพออกมาได้นั้น มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่พบเจอสังคมที่อยู่ แต่ที่สำคัญที่สุดคือคนรอบข้าง

อีแจมินดูอายุแค่ยี่สิบสามสิบปี ประสบการณ์คงยังไม่โชกโชนเท่าไหร่ ดังนั้นบุคลิกเหล่านั้นน่าจะมาจากการขัดเกลาในครอบครัว และอิทธิพลจากคนรอบข้างเสียมากกว่า

สภาพแวดล้อมและชาติตระกูลแบบไหนกัน ที่หล่อหลอมให้เขามีท่าทางสูงส่งขนาดนั้นได้?

บวกกับความโอหังที่อีแจมินเผลอแสดงออกมาโดยไม่ตั้งใจ... คำตอบมันก็ชัดเจนอยู่ในตัวแล้วว่าต้องมีชาติตระกูลที่ไม่ธรรมดา จี้เฟิงจึงปักใจเชื่อว่าหมอนี่ต้องมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่แน่ๆ

และบอดี้การ์ดข้างตัวอีแจมิน จี้เฟิงมองดูแล้วฝีมือก็ไม่เลว หากไป๋จูลงมือขึ้นมา อาจจะถูกจับได้จริงๆ

“บอดี้การ์ดข้างตัวเขาเหรอคะ?”

ไป๋จูกล่าวอย่างมั่นใจ “พวกนั้นไม่มีทางจับฉันได้หรอกค่ะ!”

จี้เฟิงยิ้มออกมาทันใดนั้น เขาก็ฉุกใจคิดอะไรบางอย่างได้จึงพูดว่า “ไป๋จูเรื่องลงมือเอาไว้ก่อน แต่ถ้าให้เธอไปเฝ้าติดตามอีแจมิน พอจะทำได้ไหม?”

ไป๋จูพยักหน้าทันที “ไม่มีปัญหาค่ะ”

“อืม!”

จี้เฟิงพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วก็ตกอยู่ในความเงียบครู่หนึ่งเพื่อใช้ความคิด

ไป๋จูเห็นจี้เฟิงกำลังใช้สมาธิ จึงไม่ได้ชวนคุยต่อและตั้งใจขับรถไป

....

ณ หน้าสำนักงานตำรวจเมืองเจียงโจว

เมื่อจี้เฟิงลงจากรถแล้ว เขาก็หันไปสั่งไป๋จูว่า “ไป๋จูเธอไม่ต้องรอฉันอยู่ที่นี่หรอก ฉันมีภารกิจให้เธอทำ ไปสะกดรอยตามอีแจมินดูว่าเขาติดต่อกับใครมากที่สุด ใครกันแน่ที่เป็นคนวางแผนอยู่เบื้องหลังเขา!”

“คุณชายจี้ ถ้าฉันไปตามอีแจมิน แล้วทางคุณ...” ไป๋จูกล่าว “คุณจะทำยังไงคะ?”

“ฮ่า! เธอคิดว่าฉันจะเจออันตรายอะไรในสำนักงานตำรวจงั้นเหรอ?” จี้เฟิงหัวเราะร่า “ไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะส่งที่อยู่ของอีแจมินเข้ามือถือเธอให้”

ระหว่างทางที่มา จี้เฟิงโทรหาเซียวหยูซวนเพื่อให้เธอช่วยสืบว่า คณะตัวแทนจากโฟว์สตาร์พักที่โรงแรมไหน จนรู้พิกัดของอีแจมินเรียบร้อยแล้ว จึงสั่งให้ไป๋จูตามไปได้ทันที

จี้เฟิงอยากรู้จริงๆว่าใครกันแน่ ที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังอีแจมิน คนคนนี้เข้าใจขนบธรรมเนียมและนิสัย ‘รักหน้าถือตา’ ของคนจีนเป็นอย่างดี

ถ้าคนคนนี้เป็นคนจีนก็คงไม่แปลกอะไร เพราะคนจีนย่อมเข้าใจคนจีนด้วยกัน

แต่ถ้าคนคนนี้เป็นคนเกาหลีนั่นแหละที่น่ากังวล เพราะด้วยความเข้าใจในนิสัยคนจีนขนาดนี้ แถมยังสั่งการผู้จัดการระดับสูงของโฟว์สตาร์ได้... หากคนคนนี้เป็นผู้บริหารระดับสูงจริงๆ บริษัทของจีนที่ต้องเจรจากับโฟว์สตาร์คงได้เสียเปรียบยับเยินแน่ๆ

แน่นอนว่าจี้เฟิงไม่ใช่ผู้วิเศษหรือพระเจ้า ที่เห็นคนเก่งจากชาติอื่นแล้วจะต้องรีบกำจัดทิ้งเพื่อไม่ให้เป็นภัยต่อประเทศ

นั่นมันหน้าที่ของซูเปอร์แมน และเขาก็ไม่ได้มีพลังขนาดนั้นด้วย!

ที่จี้เฟิงอยากรู้ว่าคนเบื้องหลังคือใคร ก็แค่เพราะเรื่องนี้มันลามมาถึงตัวเขา ในเมื่อไอ้คนที่ซ่อนอยู่ในเงามืดนั่นอยากจะใช้อีแจมินมาเล่นงานเขา ถ้าเขาไม่สวนกลับบ้างมันจะดูเกรงใจกันเกินไปหรือเปล่า?

กับคนเกาหลีเขาไม่จำเป็นต้องเกรงใจขนาดนั้น!

จี้เฟิงนึกถึงที่มาของฉายา ‘ปั้งจื่อ’ (ไอ้ไม้พลอง) ที่คนจีนใช้เรียกคนเกาหลี แล้วเขาก็ส่ายหน้าแค่นเสียงเย็นออกมา

ในอดีตตอนที่ญี่ปุ่นรุกราน ญี่ปุ่นได้เกณฑ์คนเกาหลีพวกนี้เข้ากลุ่มด้วย แต่ก็กลัวว่าพวกนี้จะก่อกบฏ เลยไม่แจกอาวุธให้ ให้ถือแค่ไม้พลองคนละอันเท่านั้น

ทว่าสิ่งที่คาดไม่ถึงคือ คนเกาหลีที่ถือไม้พลองพวกนี้ เวลาข่มเหงรังแกคนจีน กลับทำได้โหดเหี้ยมยิ่งกว่าคนญี่ปุ่นเสียอีก ดูเหมือนพวกเขาจะลืมไปหมดสิ้นว่า บ้านเกิดของตัวเองก็ถูกญี่ปุ่นยึดครองอยู่เหมือนกัน!

คนเกาหลีกลุ่มนี้เวลาเจอคนจีนที่ไม่มีทางสู้ พวกเขาจะปล้นฆ่าเผาวิ่งราวทำความชั่วทุกรูปแบบ และถ้าเจอคนจีนที่ขัดขืนอย่างรุนแรงก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง พวกเขาสามารถงัดทุกกลยุทธ์ชั่วร้ายออกมาใช้ได้หมด!

ในตอนนั้นคนจีนจำนวนมากเกลียดชังคนเกาหลียิ่งกว่าเกลียดคนญี่ปุ่นเสียอีก และด้วยความแค้นนี้เอง จึงได้ตั้งฉายาที่ฟังดูย่ำแย่ให้อย่าง ‘ปั้งจื่อ’

ดังนั้นตอนนี้เวลาจี้เฟิงเจอคนญี่ปุ่น เขาก็ไม่สบอารมณ์อยู่แล้ว และเมื่อเจอคนเกาหลีอารมณ์ของเขาก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเลย!

แล้วตอนนี้คนพวกนี้ยังเริ่มมาวางอำนาจในแผ่นดินจีน แถมยังมีผู้เชี่ยวชาญคอยชี้แนะอยู่เบื้องหลัง นึกว่าคนจีนรังแกง่ายนักหรือไงวะ?

พอนึกถึงเรื่องพวกนี้ สีหน้าของจี้เฟิงก็ดูไม่จืดเลยทีเดียว แม้แต่ตอนที่เดินเข้าไปในห้องทำงานของหลี่ลู่หนาน เขายังคงมีร่องรอยของความโกรธหลงเหลืออยู่

หลี่ลู่หนานมองแวบเดียวก็รู้ว่าจี้เฟิงอารมณ์บูดจัด เธอจึงเอ่ยถามว่า “จี้เฟิงทำไมมาหาฉันด้วยท่าทางฟึดฟัดแบบนี้ล่ะ ใครไปยั่วโมโหนายเข้าล่ะ?”

“เธอนั่นแหละ!” จี้เฟิงตอบ

“ฉัน? เฮ้ ฉันไปทำอะไรให้นายฮะ?” หลี่ลู่หนานได้ยินแบบนั้นดวงตากลมโตคู่สวยของเธอก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที เธอลุกขึ้นจากหลังโต๊ะทำงานแล้วเดินอ้อมออกมาหา “ไหนลองว่ามาสิ ฉันไปทำอะไรให้ขัดใจนายตรงไหน?”

แต่จี้เฟิงกลับตาเป็นประกายขึ้นมาทันที

ทำไมวันนี้หลี่ลู่หนานดูสวยขนาดนี้?

เครื่องแบบตำรวจที่รีดจนกริบพอบวกกับบุคลิกที่ดูองอาจมันทำให้เธอมีเสน่ห์ที่น่ามองมาก แต่สิ่งที่เครื่องแบบนั้นปกปิดไว้ไม่มิด คือทรวงอกที่อวบอิ่มชูชันกับส่วนโค้งส่วนเว้าที่เย้ายวนใจ

อืม!

ดูเหมือนหลี่ลู่หนานจะดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าเมื่อก่อน ดูนุ่มนิ่มขึ้น ทำให้เธอใส่เครื่องแบบได้ ‘แน่น’ จนดูมีเสน่ห์ ‘ล้น’ เหลือ บวกกับตอนนี้เธอดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มหรือการแสดงสีหน้าเพียงเล็กน้อยล้วนน่าหลงใหล

แม้จี้เฟิงจะรู้จักหลี่ลู่หนานมานาน และเห็นเธอใส่ชุดตำรวจมานับครั้งไม่ถ้วน แต่พอเห็นครั้งนี้เขาก็ยังรู้สึกสะดุดตาอย่างแรง

ต้องยอมรับว่ามองแล้วตาพร่าจริงๆ!

หลี่ลู่หนานในวันนี้ เรียกได้ว่าสวยสะพรั่งอย่างแท้จริง!

“นายมองอะไรของนายเนี่ย~~!”

เมื่อเห็นจี้เฟิงเอาแต่จ้องเธอเขม็ง หลี่ลู่หนานก็ใจเต้นรัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอเริ่มทำตัวไม่ถูกด้วยความขัดเขิน “ฉันถามนายอยู่นะ ว่าฉันไปทำอะไรผิดกับนายกันแน่!”

....จบบทที่ 1620~

จบบทที่ บทที่ 1620 (742) ความงดงามที่น่าตะลึงของหลี่ลู่หนาน (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว