- หน้าแรก
- คุณแม่ซอมบี้กับลูกเลี้ยงตัวร้าย
- บทที่ 10 กลับสู่หมู่บ้านตระกูลหลิน
บทที่ 10 กลับสู่หมู่บ้านตระกูลหลิน
บทที่ 10 กลับสู่หมู่บ้านตระกูลหลิน
บทที่ 10 กลับสู่หมู่บ้านตระกูลหลิน
หลังจากพักแรมในอารามร้างอีกหนึ่งคืน หลินโย่วอันก็อุตส่าห์สอนฉู่ฉืออย่างยากลำบากไปทีละพยางค์ จนในที่สุดก็สามารถปลูกฝังตรรกะพื้นฐานเรื่องสถานะแม่ลูกสามคนเข้าไปในหัวของนางได้สำเร็จ
เช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่รุ่งสาง หลินโย่วอันซึ่งในหัวเต็มไปด้วยความกังวลก็ลืมตาขึ้น เขากวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วจู่ๆ ก็สะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ
"ท่านแม่! หว่านหว่าน!"
พวกเขาหายไปไหนกัน?!
เมื่อคืนยังนอนเบียดกันอยู่ชัดๆ แล้วทำไมพอตื่นมาถึงเหลือเขาอยู่คนเดียวล่ะ?
เขาลุกลี้ลุกลนตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งพรวดพราดออกไปนอกประตู
ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากอารามร้าง เขาก็เห็นฉู่ฉือกำลังทำพฤติกรรมที่อันตรายชวนหวาดเสียว นางกำลังใช้มือข้างหนึ่งหิ้วหลินหว่านหว่านกลับหัว นั่งยองๆ อยู่ริมคูน้ำเล็กๆ แล้วแกว่งเด็กน้อยไปมา เด็กหญิงตัวน้อยถูกจับห้อยหัวลงเหนือน้ำ ส่งเสียงหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจ
"ท่านแม่! ทำอะไรน่ะ?!"
เสียงของหลินโย่วอันผู้น่าสงสารแทบจะแตกพร่าด้วยความตกใจกลัว เขากระโจนไปข้างหน้าประหนึ่งสุนัขตื่นตูม ส่งเสียงร้องลั่นเพื่อเข้าช่วยเหลือส่ายเลือดที่กำลังห้อยต่องแต่งเล่นอยู่หน้าประตูยมโลก
"คิกคิก คิกคิก..."
ใบหน้าเล็กๆ ของหลินหว่านหว่านแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น นางเผยให้เห็นฟันซี่เล็กๆ น่ารักสองซี่ให้พี่ชายดู ส่วนพี่ชายนั้นขวัญหนีดีฝ่อจนวิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่างไปแล้ว
"เล่นกับนางอยู่ไง!"
ฉู่ฉือตอบกลับเสียงดัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
ในสมองของนางอาจจะไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากนัก แต่ดูเหมือนทักษะการโอ๋เด็กจะติดตัวนางมาตามธรรมชาติ
ตอนที่อยู่ที่ฐานทัพ นางเคยเห็นคนอุ้มเด็กขึ้นมาแบบนั้น โยนขึ้นแล้วรับไว้ ทั้งผู้ใหญ่และเด็กดูมีความสุขกันมาก นางได้ยินมนุษย์พูดกันว่านี่เรียกว่า 'การเล่นกับเด็ก'
นางก็คิดว่าตัวเองทำได้เหมือนกัน
"ไม่ได้!"
หลินโย่วอันแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธจัด ลมปราณพลุ่งพล่าน
"ท่านแม่! เมื่อวานข้าเพิ่งบอกท่านไปไม่ใช่หรือ ว่าท่านกะแรงตัวเองไม่ถูก แล้วก็ห้ามอุ้มหว่านหว่านอีกน่ะ?"
"ข้าไม่ได้อุ้มนางนะ!"
ฉู่ฉือรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปกป้องตัวเองทันที
"ข้าหิ้วขานางอยู่ต่างหาก"
"..."
หลินโย่วอันสูดหายใจลึกๆ และย้ำเสียงแข็ง
"ท่านแม่ จำไว้นะ ห้ามจับหว่านหว่านแบบนั้นอีกเป็นอันขาด โดยเฉพาะอย่างเมื่อกี้ ที่จับนางห้อยหัวเหนือน้ำแล้วแกว่งไปมา ท่านห้ามทำแบบนั้นอีกเด็ดขาด!
ไม่สิ! ท่านห้ามจับเด็กคนไหนห้อยหัวแบบนั้นเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นลูกใครก็ตาม ได้ยินไหม?"
"ทำไมล่ะ? หว่านหว่านก็ดูมีความสุขดีออก"
นางชี้ไปที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มอ้าปากกว้างของเด็กหญิงตัวน้อย และเด็กหญิงก็ช่างเอาใจ ส่งเสียงหัวเราะคิกคักตอบกลับมาหลายครั้ง จากนั้นฉู่ฉือก็ชี้มาที่ตัวเองด้วยสีหน้าพึงพอใจ
"ข้าก็มีความสุขเหมือนกัน แล้วทำไมเจ้าถึงไม่มีความสุขล่ะ?"
"..."
ก็ท่านเล่นแกว่งน้องสาวข้าไปมาอยู่หน้าประตูยมโลกตั้งหลายรอบ จะให้ข้ามีความสุขได้ยังไง?
แต่ถึงจะพูดด้วยเหตุผลดีๆ ก็คงไม่เข้าหูสองคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวนี้หรอก! หลินโย่วอันถอนหายใจ รู้สึกว่าวันคืนแห่งความยากลำบากของเขาคงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
เขาเก็บห่อผ้าขี้ริ้วขาดๆ ที่ถูกโยนทิ้งไว้บนพื้นขึ้นมา ห่อน้องสาวใหม่อีกครั้ง แล้วมองไปที่ฉู่ฉือด้วยสีหน้าจริงจัง
"เพราะว่าการกระทำของท่านแม่มันอันตรายเกินไปน่ะสิ ท่านห้ามทำแบบนั้นอีกเด็ดขาด! ถึงท่านจะไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร แค่เชื่อฟังข้าก็พอ เข้าใจไหม?"
แม้นางจะไม่เข้าใจ แต่เมื่อมองจากสีหน้าของอันอันแล้ว ดูเหมือนว่าการกระทำของนางจะไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับมนุษย์ สมองที่เริ่มทำงานได้แล้วส่งข้อมูลที่ถูกต้องกลับมาให้ฉู่ฉือ
นางจึงพยักหน้าด้วยท่าทีงุนงงอย่างหนัก
ยังดีที่ยอมฟัง
เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"ท่านแม่ยังจำเรื่องที่ข้าบอกเมื่อคืนได้ทั้งหมดใช่ไหม?"
"จำได้สิ!"
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ซึ่งน่าจะมาจากความสามารถในการเรียนรู้ที่เป็นเลิศของนาง
"จำได้ก็ดีแล้วล่ะ งั้นเรากลับไปเก็บของกันเถอะ เดี๋ยวเราจะออกเดินทางกันแล้ว"
"ตกลง"
ผู้ใหญ่หนึ่งคนกับเด็กสองคนรอนแรมบนถนนต่ออีกครึ่งค่อนวัน จนกระทั่งช่วงเที่ยงก็มาถึงหมู่บ้านตระกูลหลินในที่สุด
อย่างไรเสียหลินโย่วอันก็ยังเป็นแค่เด็ก การได้กลับมาเยือนหน้าประตูบ้านตนเองอีกครั้งหลังจากผ่านไปหลายเดือน เมื่อได้เห็นต้นไม้ใบหญ้าที่คุ้นเคย เขาก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นดีใจ
"ท่านแม่ เราถึงบ้านแล้วล่ะ ดูสิ บ้านอิฐสีน้ำเงินหลังคากระเบื้องไม่กี่หลังแรกตรงทางเข้าหมู่บ้าน นั่นแหละบ้านของครอบครัวเรา!"
ฉู่ฉือมองตามมือน้อยๆ ของเขาแล้วพยักหน้า นางเดินไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว ผลักประตูรั้วลานบ้านออก แล้วก้าวเข้าไปในลานบ้านไร่หลังเล็กๆ
ตอนนั้นเป็นเวลาเที่ยงวัน ครอบครัวของหลินหยวนซานกำลังกินมื้อเที่ยงกันอยู่ข้างใน จู่ๆ ก็มีหญิงสาวรูปงามเดินเข้ามาจากข้างนอก หลินโย่วเหวิน บุตรชายคนที่สองของหลินหยวนซาน ถึงกับเบิกตากว้างจ้องมองนางตาไม่กะพริบในทันที
"เอ่อ แม่นางท่านนี้ ไม่ทราบว่ามาหาใครหรือขอรับ?"
เขารีบวางชามกับตะเกียบลงแล้วลุกขึ้นยืน ริ้วรอยแห่งความเขินอายปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันหล่อเหลาและคงแก่เรียนของบัณฑิตหนุ่มในพริบตา
คนอื่นๆ ในตระกูลหลินก็จ้องมองผู้มาเยือนอย่างเคลือบแคลงสงสัยเช่นกัน
ฉู่ฉือไม่เอ่ยคำใด นางเพียงขยับตัวหลีกทาง เผยให้เห็นสองพี่น้องที่อยู่ด้านหลัง หลินโย่วอันที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้ม กล่าวทักทายทุกคนในห้องด้วยความสุภาพนอบน้อม
"ท่านป้า ท่านลุงใหญ่ พี่ๆ น้องๆ ข้ากลับมาแล้วขอรับ"
สีหน้าของทุกคนในห้องเปลี่ยนไปทันทีที่เห็นเขา หลินหยวนซานมองดูหลานชายแล้วหันไปสบตากับหลิวซื่อ ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของเขา
ไอ้เด็กเปรตนถ นี่มันคงจะมาสร้างเรื่องวุ่นวายล่ะสิ!
"น้องหก!"
หลินโย่วเหวินเดินผละออกมาจากโต๊ะอาหาร น้ำเสียงของเขาไม่อาจปิดบังความดีใจไว้ได้
"ทำไมเจ้าถึงกลับมาล่ะ? ยังไม่ได้กินมื้อเที่ยงใช่ไหม? มาๆ รีบมานั่งที่โต๊ะกินข้าวด้วยกันสิ พวกเราเพิ่งจะเริ่มกินเอง แล้วก็... เชิญแม่นางด้วยนะขอรับ"
ก่อนหน้านี้เขาถามไปแล้ว แต่คนถูกถามกลับไม่ยอมตอบ และด้วยความสงวนท่าทีแบบบัณฑิต หลินโย่วเหวินจึงรู้สึกลำบากใจที่จะซักไซ้ไล่เลียงต่อ อย่างไรก็ตาม ในเมื่อนางกลับมาพร้อมกับลูกพี่ลูกน้องของเขา นางก็ต้องเป็นแขกอย่างแน่นอน
เขาเอื้อมมือไปดึงแขนลูกพี่ลูกน้อง แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นห่อผ้าที่เด็กชายอุ้มอยู่ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงเลิกห่อผ้าขี้ริ้วขาดๆ นั้นขึ้นดู แล้วก็ต้องชะงักงัน
"เด็กคนนี้คือ...?"
"พี่รอง"
หลินโย่วอันยังคงมีความผูกพันลึกซึ้งกับลูกพี่ลูกน้องคนนี้
ท้ายที่สุดแล้ว บิดาของเขาก็เคยอบรมสั่งสอนอีกฝ่ายมาเป็นเวลานาน เขาจำได้ว่าตอนที่เขายังเด็ก ลูกพี่ลูกน้องคนนี้มักจะเข้าๆ ออกๆ บ้านของพวกเขาอยู่เสมอ และความสัมพันธ์ระหว่างลูกพี่ลูกน้องทั้งสองก็ถือว่าดีมากทีเดียว
น่าเสียดายที่ในความฝันของเขา ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่ทราบแน่ชัด พี่รองของเขากลับไม่ได้อยู่ที่นั่น มิฉะนั้นเขาคงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานมากถึงเพียงนี้
"นี่คือน้องสาวของข้า หลินหว่านหว่าน"
"น้องหก น้องสาวยังเล็กขนาดนี้ ทำไมเจ้าถึงพานางกลับมาล่ะ? ท่านน้าจะยอมตกลงได้อย่างไร?"
หลินโย่วเหวินผู้บ้าตำราเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าสถานการณ์ดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบมาพากลเสียแล้ว
"แล้วท่านน้าล่ะ? ทำไมถึงมีแค่เจ้ากับน้องสาวที่กลับมา? แล้วเสื้อผ้าที่เจ้าใส่นี่มัน... เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?
น้องหก! รีบบอกพี่รองมาเถอะ เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับเจ้าใช่หรือไม่?"
หลินโย่วเหวินถามด้วยความร้อนใจ
หลินโย่วอันตอบกลับด้วยน้ำเสียงสะอื้น
"พี่รอง ท่านแม่ของข้าแต่งงานใหม่ และตระกูลโจวก็ขายน้องสาวของข้าไปแต่งงานกับผี ข้าก็เลยแอบพานางหนีออกมา ข้าไม่กล้าอยู่กับตระกูลโจวอีกแล้ว เลยอุ้มนางหนีกลับมาที่บ้าน"
เขาอธิบายเรื่องราวทั้งหมดอย่างชัดเจนและรวดเร็ว จากนั้นก็หันไปมองท่านลุงใหญ่หลินหยวนซาน น้ำตาอาบแก้ม
"ท่านลุงใหญ่ ข้าไม่มีที่ไปแล้ว ก็เลยพาน้องสาวกลับมาที่บ้านได้เท่านั้น! ฮือๆๆ นี่คือบ้านที่ท่านพ่อทิ้งไว้ให้ข้ากับน้องสาว ตอนนี้พวกเรากลับมาแล้ว พวกเราไม่กลัวอะไรอีกแล้ว..."
สีหน้าของทุกคนในตระกูลหลินล้วนดูตึงเครียด
โดยเฉพาะหลินโย่วเซิง บุตรชายคนโตของตระกูลหลิน ที่มองภรรยาซึ่งกำลังตั้งครรภ์ด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขากำหมัดแน่น หลบสายตาของลูกพี่ลูกน้องอย่างกระอักกระอ่วนใจ
บ้านหลังนี้จะคืนให้ลูกพี่ลูกน้องไม่ได้เด็ดขาด
ส่วนหลินโย่วเหวินนั้นเริ่มร้องไห้ตามไปแล้ว เขาคิดว่า นี่ก็ผ่านมานานแค่ไหนแล้วตั้งแต่ที่ท่านอา ซึ่งเป็นทั้งอาจารย์คนแรกของเขาได้จากโลกนี้ไป? แล้วน้องหกของเขาต้องมาตกระกำลำบากถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
"ตระกูลโจวกล้าทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร? ท่านอาสอบได้เป็นถึงบัณฑิต พวกเขากล้าดีอย่างไรกัน?!"
เด็กหนุ่มวัยสิบห้าสิบหกปี กำลังอยู่ในวัยที่เต็มไปด้วยความเลือดร้อน หลังจากได้ฟังเรื่องราวจากลูกพี่ลูกน้อง เขาก็ยิ่งเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ!
"ตระกูลโจวยังกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นตระกูลบัณฑิตอีกหรือ!
ตอนที่ผู้หญิงคนนั้น โจวซื่อ ดึงดันจะพาเจ้าไปด้วยทั้งที่กำลังตั้งครรภ์ โจวเฉิงกวงรับปากไว้ว่าอย่างไร? แล้วตอนนี้พวกเขากล้าดีอย่างไรถึงได้ทำกับพวกเจ้าสองคนแบบนี้!
ข้า... ข้าจะไปคิดบัญชีกับตระกูลโจว!"