- หน้าแรก
- บุปผาเซียนเร้นราคะ
- ตอนที่ 40 มีเรื่องสนุกให้ดู
ตอนที่ 40 มีเรื่องสนุกให้ดู
ตอนที่ 40 มีเรื่องสนุกให้ดู
ตอนที่ 40 มีเรื่องสนุกให้ดู
"หยางชุนเจินเหริน..."
บนเขาเหมยซาน หยางชุนและเฟยซิงกำลังลัดเลาะไปตามป่า
หากจะกล่าวให้ถูกต้องแม่นยำกว่านั้น คือนางกำลังวิ่งทะยานไปในป่า โดยในมือชูเฟยซิงเอาไว้ ด้วยแรงเฉื่อยทำให้เฟยซิงปลิวไสวไปในป่าราวกับธงผืนหนึ่ง
"นี่จะพาข้าไปที่ใด"
"ไปเล่นกับข้าอย่างไรเล่า! งานชุมนุมเทพเหมยพวกนั้นมีอันใดน่าดูชม!"
"แต่อวี้ซวงเจินเหรินและคนอื่นๆ อีกประเดี๋ยวจะต้องมาตามหาข้า"
"เช่นนั้นข้าค่อยส่งเจ้ากลับไปทีหลังก็ได้"
หยางชุนวิ่งไปจนถึงยอดเขาที่สูงยิ่งแห่งหนึ่งแล้ววางเฟยซิงลง
"ดูสิ ตรงนี้ทัศนียภาพดีกว่ามากใช่หรือไม่"
เดิมทีเกาะเซียนเผิงไหลก็ลอยอยู่กลางอากาศอยู่แล้ว และจากตรงนี้ ด้วยสายตาของเขาไม่เพียงแต่มองเห็นแม่น้ำลำธารบนเกาะเท่านั้น แม้แต่ห้วงมหาสมุทรนอกเกาะก็ยังพอมองเห็นได้รำไร
เหมันต์คลุมสายน้ำขจรขจาย ขุนเขาสูงตระหง่านเสียดฟ้า
ทว่า...
เฟยซิงเอ่ยถาม "สิ่งนี้มีอันใดน่าดู?"
หยางชุนเลิกคิ้วขึ้น
เฟยซิงยากจะเข้าใจ ด้วยขอบเขตจินตานของหยางชุนเจินเหริน ปกติย่อมสามารถเหยียบย่างบนความว่างเปล่า หากปรารถนาจะขึ้นที่สูงมองไกล ที่ใดเล่าจะไปไม่ได้?
เขาก็ไม่เห็นว่ายอดเขาและลำน้ำเหล่านี้จะมีส่วนใดพิเศษ
หยางชุนชี้ไปเบื้องหน้าแล้วเอ่ยว่า
"ชมความกว้างใหญ่ของขุนเขาและลำน้ำ ความไพศาลของฟ้าดิน เจ้าไม่มีความรู้สึกแม้เพียงครึ่งส่วนเลยหรือ?"
เฟยซิงกะพริบตา เขาไม่มีความรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ
อีกทั้ง...
เขามักรู้สึกว่าตนเองเคยเห็นทัศนียภาพที่อ้างว้างและกว้างใหญ่ยิ่งกว่านี้
หยางชุนส่ายหน้าถอนหายใจ
"เด็กน้อยผู้นี้สอนสั่งไม่ได้เสียจริง แต่ว่า..."
นางกรอกตาไปมา ร่างทะยานขึ้นฟ้าหายเข้าไปในกลีบเมฆ เมื่อลงมาอีกครั้ง ในมือก็คีบนกยักษ์ตัวหนึ่งที่มีขนาดเท่าเหยี่ยว
นกตัวนั้นหัวแดงเท้าเขียว ขนสีดำขลับ ลำคอถูกหยางชุนบิดจนเบี้ยว ร่างกายยังคงกระตุกตามปฏิกิริยาตอบสนองของประสาทอยู่สองสามครั้ง
เดิมทีนางก็ไม่ได้มาเพื่อชมทัศนียภาพอยู่แล้ว
"เจ้านี่ดวงดีนัก ประจวบเหมาะมีนกโง่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาพอดี"
ปราณกระบี่อัคคีวาดผ่านร่างนก เผาไหม้ขนทั่วตัวจนสิ้น เผยให้เห็นหนังและเนื้อสีขาวนวล
กระบี่ยาวที่เอวของนางออกจากฝัก กรีดลำคอนกพลางรีดเลือด พลางผ่าท้องควักไส้ เพียงสามห้ากระบวนท่าก็จัดการเนื้อนกและเครื่องในจนเรียบร้อย
"ฟืน~ ฟืน~"
หยางชุนพึมพำ กระบี่ยาวร่ายรำไปในป่า เพียงครู่เดียวก็ตัดกิ่งไม้เล็กและลำต้นยาวมากองหนึ่ง พร้อมกับหอบเอาเศษกิ่งไม้และใบไม้แห้งติดมาด้วย
เฟยซิงถาม "เหตุใดเจินเหรินไม่ใช้อัคคีกระบี่?"
"เรื่องนี้เจ้าไม่เข้าใจหรอก!" หยางชุนเลิกคิ้วยิ้มพลางส่ายนิ้ว "อัคคีกระบี่อุณหภูมิสูงยิ่ง ควบคุมยาก ยังคงต้องใช้ฟืนย่างกินจึงจะดี!"
ที่เชิงเขาห่างออกไปหลายลี้ เหล่าศิษย์ต่างมองสายน้ำเพื่อทำความเข้าใจตามวิถีของตน บรรดาผู้อาวุโสก็ลอยตัวอยู่กลางอากาศแลกเปลี่ยนสิ่งที่พบเห็นกัน
"สัตว์ร้ายในแม่น้ำนั่นถูกกักขังอยู่ในกรง บาดแผลเต็มตัว ยากจะหลุดพ้น หรือจะเป็นความหมายของการกักขังพยศแห่งจิต?"
"สัตว์ร้าย? ในลำน้ำมีเพียงขุนเขาสลับซับซ้อน สัตว์ร้ายมาจากที่ใด?"
"หืม? ข้าเห็นเพียงกองทัพม้านับพัน กระบี่บินดั่งดวงดาราในลำน้ำ"
"หรือว่าสิ่งที่แต่ละคนเห็นจะแตกต่างกัน?"
"หากเป็นเช่นนั้น จะมีคำตอบที่ถูกต้องได้อย่างไร?"
พวกเขางุนงงสงสัย และเริ่มครุ่นคิดอย่างหนักไปพร้อมกับเหล่าศิษย์เบื้องล่าง
ทันใดนั้น มีคนชี้ไปที่สิ่งที่พริ้วไหวอยู่บนยอดเขาสูงไกลตา
"นั่นคือสิ่งใด?"
"ดูเหมือนจะเป็น... ควันไฟ"
"ควันไฟ?"
บนยอดเขา หยางชุนดึงตัวเฟยซิง ให้เขาช่วยเป่าลมใส่กองฟืนไปพร้อมกับนาง
ควันไฟบางเบาลอยล่องตามลม เนื้อนกถูกวางไว้บนกระบี่บินค่อยๆ รมควันย่าง
เฟยซิงพอจะเข้าใจแล้วว่ารอยเขม่าบนใบหน้าของหยางชุนนั้นมาได้อย่างไร
เขาสังเกตเห็นบางอย่างโดยพลัน สายตามองลงเบื้องล่าง เห็นความขาวเนียนดุจหิมะโผล่ออกมาจากใต้กระโปรงของหยางชุน เท้าเปล่าที่เกลี้ยงเกลาทั้งสองข้างกำลังวางพาดอยู่บนหิมะที่ทับถม
ไม่ต้องเอ่ยถาม แปดส่วนในสิบส่วนคือนางทำรองเท้าหายไปตอนที่กำลังเล่นซุกซนเป็นแน่
"เอาละ รอเพียงเท่านี้ก็ใช้ได้แล้ว"
หยางชุนเอ่ยพลางลุกขึ้นไปโกยหิมะด้านข้างมาลูบไล้ใบหน้าและมือ ล้างรอยเขม่าและคราบสกปรกออกไป
เฟยซิงก็ทำตามอย่างนาง โกยหิมะข้างกายขึ้นมา
"เอ๊ะ...!"
ใครจะรู้ว่าเมื่อหยางชุนเห็นท่าทางของเขา ก็รีบเอ่ยปากห้ามทันที
"นั่นคือที่ที่ข้าเพิ่งเหยียบไปนะ!"
"มีอันใดหรือ?"
"เจ้าไม่รังเกียจความสกปรกหรือ? นั่นมันเท้านะ!"
เฟยซิงเอ่ยว่า "เจินเหรินเป็นผู้บ่มเพาะเซียน กายหยกกระดูกน้ำแข็ง ย่อมไร้ราคี อีกทั้งเมื่อครู่ข้าเห็นเท้าเซียนของเจินเหรินสะอาดบริสุทธิ์ดุจหิมะ เจินเหรินไม่ต้องกังวล"
เขาแอบดูเท้าของข้าเมื่อครู่หรือ!?
ใบหน้าสะสวยของหยางชุนแดงระเรื่อ เอ่ยว่า "นั่น... นั่นก็ไม่ได้!"
นางเอ่ยพลางปั้นลูกหิมะแล้วขว้างใส่มือของเฟยซิง
ทั้งสองล้างมือจนสะอาด หยางชุนดูเหมือนจะไม่ได้หาคนสนทนาด้วยมานาน จึงเริ่มพูดจ้อเล่าเรื่องราวเล็กใหญ่ที่นางพบเจอในเกาะเซียนในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ประกอบกับท่าทางในมือ นางพูดต่อเนื่องเกือบครึ่งชั่วยาม ปากไม่เคยหยุดพักเลย
เฟยซิงคอยตอบรับเป็นระยะ เพื่อแสดงว่าเขากำลังฟังอยู่
"ข้ายังอยากไปดูว่าการประเมินหงส์ดรุณกิเลนน้อยนั่นประเมินกันอย่างไร แต่หอชิงเยว่กลับไม่ยอมให้ข้าเข้า!" หยางชุนเท้าสะเอว เอ่ยอย่างขัดใจว่า "แม้แต่คนเฝ้าประตูหอสองคนยังอยู่ในขอบเขตฮวาเสิน เจ้าว่าเหลวไหลหรือไม่!"
"เช่นนั้นขุมกำลังของหอชิงเยว่คงจะยิ่งใหญ่มาก เจ้าหอต้องเป็นยอดฝีมือขอบเขตต้าเฉิงแน่นอน"
"ถูกต้อง! ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะหูตาแพร่กระจายไปทั่วทะเลเซียวเหยา ล่วงรู้สถานการณ์ของผู้คนมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร!"
หยางชุนพยักหน้า หยิบเนื้อนกออกจากกระบี่บิน เฉือนแบ่งครึ่งหนึ่งให้เฟยซิง
หนังกรอบเหลืองทองอร่าม เนื้อนุ่มหอมกรุ่นน้ำมันเยิ้ม
แม้จะไม่ประณีตเหมือนอาหารที่เตรียมไว้ในงานชุมนุมเทพเหมย แต่ก็มีรสชาติไปอีกแบบ
นกย่างครึ่งตัวลงท้อง หยางชุนใช้น้ำหิมะล้างมือ ลูบท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ
ทันใดนั้น หูของนางขยับเล็กน้อย หันไปมองทางแนวเขาด้านหลัง
"มีอันใดหรือ เจินเหริน?"
"ชู่ว" นางทำสัญญาณมือ
เฟยซิงเงียบเสียง ทั้งตาและหูไม่พบสิ่งผิดปกติ ทว่าสัมผัสเซียนกลับรับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวของปราณเซียน ณ ที่ห่างไกลแห่งหนึ่ง และดูเหมือนจะมีขนาดไม่น้อย
"มีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว" หยางชุนพึมพำ ดวงตาค่อยๆ หรี่ลง มุมปากยกขึ้น ลุกขึ้นอย่างตื่นเต้นแล้วลากเฟยซิงวิ่งไปทางนั้น
...