- หน้าแรก
- ทรานเซนดิ้ง วิชั่น อัจฉริยะเนตรทิพย์เหนือมนุษย์
- TXV - 695 สถานการณ์ตึงเครียด
TXV - 695 สถานการณ์ตึงเครียด
TXV - 695 สถานการณ์ตึงเครียด
TXV - 695 สถานการณ์ตึงเครียด
ก่อนที่สายลับภาคสนามคนนั้นจะเข้าถึงตัวเซี่ยเหล่ย ฌากเกอลีน เอวาก็แผดเสียงคำรามด้วยความโกรธ "หยุด! ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะสั่งยิงทันที!"
อีริคสันเล็งปากกระบอกปืนไปที่สายลับ CIA ที่เตรียมจะเข้ามาจับกุม นิ้วของเขาแตะอยู่ที่ไกปืนและปลดเซฟตี้ไว้แล้ว พร้อมที่จะลั่นไกสังหารเป้าหมายได้ทุกวินาที
“คุณคิดจะทำอะไร?” กู้เคอเหวินขมวดคิ้วแน่น
“ออกไปจากที่นี่ซะ!” น้ำเสียงของฌากเกอลีนเย็นชาและแข็งกร้าว “คุณเซี่ยคือแขกผู้มีเกียรติที่ฝรั่งเศสเชิญมา เราได้ให้คำมั่นสัญญาไว้แล้วว่าไม่มีประเทศหรือบุคคลใดสามารถจับกุมเขาในดินแดนฝรั่งเศสได้ ถ้าเขาออกนอกประเทศไปแล้วพวกคุณจะทำอะไรเราไม่สน แต่ที่นี่คือฝรั่งเศส ไม่ใช่ที่ที่พวก CIA จะนึกอยากทำอะไรก็ทำได้!”
“ผู้บังคับบัญชาของคุณคือใคร?” กู้เคอเหวินถามเสียงเย็น “ขอเบอร์ติดต่อมา ฉันจะคุยกับเขาเดี๋ยวนี้”
ฌากเกอลีน เอวา ตอบโต้ด้วยการยกปืนพกในมือเล็งไปที่กู้เคอเหวินแทนคำตอบ
“คุณมีคนแค่นี้ คิดจะหยุดพวกเราเหรอ?” กู้เคอเหวินกดดันต่อ “ถ้าลงมือพวกคุณได้ตายศพไม่สวยแน่ ส่งตัวเขามาให้ฉันซะ แล้วกลับไปอาบน้ำนอนให้สบาย พรุ่งนี้เช้าคุณจะพบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเราจะอธิบายเรื่องทั้งหมดกับรัฐบาลฝรั่งเศสเอง”
ฌากเกอลีนเหลือบมองอีริคสัน ซึ่งฝ่ายหลังไม่ได้พูดอะไรแต่พยักหน้าให้เล็กน้อย สีหน้าของฌากเกอลีนจึงเริ่มผ่อนคลายลง
นั่นคือรหัสลับที่สื่อถึงกำลังเสริมที่กำลังมาถึง ที่นี่คือปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นถิ่นของเจ้าบ้าน CIA ไม่มีทางครองความได้เปรียบด้านจำนวนคนได้ตลอดไปหรอก
กู้เคอเหวินส่งสายตาอีกครั้ง คราวนี้สายลับ CIA 4 คนก้าวออกมาพร้อมกัน เธอก็ไม่ยอมให้เวลาฝ่ายฝรั่งเศสมากกว่านี้เช่นกัน
“เดี๋ยวก่อน” ในที่สุดเซี่ยเหล่ยก็เอ่ยปาก “กู้เคอเหวิน คุณคิดจริงๆ เหรอว่าจะพาผมไปจากที่นี่ได้?”
“เลิกพูดจาไร้สาระ ไว้กลับไปแล้วฉันจะค่อยๆ คุยกับคุณเอง” กู้เคอเหวินเผลอเอามือลูบสะโพกโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร พอเผชิญหน้ากับเซี่ยเหล่ย รอยแผลเป็นที่ก้นของเธอก็เริ่มรู้สึกคันยิบๆ ขึ้นมาอีกแล้ว
สายลับ CIA ทั้ง 4 คนรุกคืบเข้าหาเซี่ยเหล่ย แต่ก่อนจะถึงตัว ทหารรบพิเศษของฝรั่งเศส 4 นายก็ก้าวเข้าขวางทันที ปืนเล็กยาวจู่โจม 4 กระบอกปะทะกับ 4 กระบอก เล็งจ่อหน้ากันในระยะประชิด บรรยากาศกลายเป็นสถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด ในตอนนี้หากใครฟิวส์ขาดลั่นไก หรือแม้แต่แสดงท่าทีจู่โจมเพียงนิดเดียว พื้นที่ตรงนี้คงเต็มไปด้วยซากศพ!
“กู้เคอเหวิน พอเถอะ ถ้าคุณพาผมไปจากฝรั่งเศสได้จริง ผมจะกล้ามาที่นี่เหรอ?” เซี่ยเหล่ยไม่มีท่าทีตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย ความจริงแล้วตอนนี้แค่เขาส่งสัญญาณเพียงนิดเดียว หัวของกู้เคอเหวินก็คงระเบิดด้วยกระสุนสไนเปอร์ไปแล้ว
ทว่าเขาทำแบบนั้นไม่ได้ หากกู้เคอเหวินตายที่นี่ CIA จะมีเหตุผลที่แข็งกร้าวขึ้นในการบีบให้รัฐบาลฝรั่งเศสส่งตัวเขาให้ เมื่อถึงตอนนั้นเขาจะกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบและตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง แน่นอนว่าหากสถานการณ์คุมไม่อยู่จริงๆ และฌากเกอลีนคุ้มครองเขาไม่ได้ เขาก็พร้อมจะสั่งให้คนของเขาเปิดฉากยิงทันที
“เซี่ยเหล่ย วันนี้ยังไงฉันก็ต้องพาตัวคุณไป จะเต็มใจหรือไม่ก็ไม่มีประโยชน์” พูดจบกู้เคอเหวินก็สั่งการเสียงเฉียบ “พาตัวเขาไป! ใครขวาง ยิงทิ้งให้หมด!”
สายลับ CIA เริ่มขยับรุกหนักขึ้น ทหารฝรั่งเศสแต่ละนายถูกปืนจ่อหน้าคนละ 2-3 กระบอก รวมถึงฌากเกอลีนด้วย
สายลับ CIA คนหนึ่งผลักทหารฝรั่งเศสที่ขวางทางออกและก้าวอาดๆ เข้าหาเซี่ยเหล่ย
แต่ทันใดนั้น เสียงไซเรนตำรวจก็ดังระงมมาจากทางแยกด้านขวา รถเอสยูวีทหารนำขบวนมา ตามด้วยรถหุ้มเกราะลำเลียงพลอีกหลายคัน บนหลังคารถหุ้มเกราะแต่ละคันมีพลปืนกลยืนประจำการอยู่
กำลังเสริมมาได้ทันเวลาพอดี
สายลับ CIA ที่กำลังจะเข้าจับกุมเซี่ยเหล่ยชะงักฝีเท้าลงทันที
เซี่ยเหล่ยยิ้ม “เห็นหรือยัง? อเมริกาก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปซะทุกอย่าง เก็บหัวของคุณไว้บนบ่าก่อนเถอะ ไว้ผมออกจากฝรั่งเศสเมื่อไหร่ ค่อยไปเก็บงานกับคุณ”
สีหน้าของกู้เคอเหวินมืดมนจนน่ากลัว
หน่วยรบพิเศษฝรั่งเศสรีบลงจากรถและเข้าล้อมคนของ CIA ไว้ทันที จำนวนคนของพวกเขามากกว่า CIA ถึง 3 เท่า ฝ่ายที่เคยได้เปรียบเมื่อครู่อย่าง CIA กลับกลายเป็นผู้แพ้อย่างรวดเร็ว ไม่มีสายลับคนไหนกล้าขยับซี้ซั้ว ยิ่งเรื่องจะจับเซี่ยเหล่ยยิ่งไม่ต้องพูดถึง
“วางอาวุธลง!” เสียงของอีริคสันคมปลาบราวกับใบมีด “ไม่อย่างนั้นเรายิง!”
สายลับ CIA นิ่งงันด้วยความตึงเครียด พวกเขามองไปที่กู้เคอเหวินเพื่อรอคำสั่ง
กู้เคอเหวินไม่ยอมแพ้
ปัง ปัง ปัง! อีริคสันยิงปืนขึ้นฟ้า 3 นัด
มุมปากของกู้เคอเหวินกระตุก ในที่สุดเธอก็ต้องออกคำสั่ง “เก็บปืน!”
สายลับ CIA ถอนหายใจอย่างโล่งอกและรีบเก็บปืนอย่างรวดเร็ว
เซี่ยเหล่ยยิ้ม “กู้เคอเหวิน คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอ? ผมไม่รู้ว่าใครส่งคุณมาจับผม แต่ผมรู้ว่าเขาวางแผนอะไรไว้ ถ้าคุณตายด้วยมือผม เขาจะมีเหตุผลเพียงพอที่จะบีบให้ฝรั่งเศสส่งตัวผมให้ คุณถูกใช้เป็นเบี้ยใช้แล้วทิ้ง แต่ยังทำตัวเหนือกว่าอีก ผมล่ะยอมใจคุณจริงๆ”
“พูดจบหรือยัง?” เสียงของกู้เคอเหวินเย็นเฉียบ
เซี่ยเหล่ยยักไหล่ “ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะจัดการเรื่องของตัวเองก่อน ไม่ใช่ยอมถูกใช้เป็นเบี้ยแบบนี้ การที่คุณยังมีชีวิตอยู่ได้นั่นคือโชคช่วย แต่โชคดีจะไม่ได้อยู่กับคุณตลอดไปหรอกนะ”
“หุบปาก!” กู้เคอเหวินแผดเสียงใส่เซี่ยเหล่ย เธอทนคำถากถางของเขาไม่ไหวอีกต่อไป
“จำคำผมไว้ เจอหน้ากันคราวหน้า ผมจะเอาหัวคุณมาให้ได้” เซี่ยเหล่ยเดินไปที่รถเมอร์เซเดส-เบนซ์รับรอง
ฌากเกอลีน เอวามองกู้เคอเหวินด้วยสายตาเย็นชา “อย่าหาเรื่อง ที่นี่คือฝรั่งเศส ต่อให้เป็น CIA ก็คุ้มครองคุณไม่ได้”
กู้เคอเหวินแค่นเสียงในลำคอแต่ไม่ได้พูดอะไร เธอมองส่งขบวนรถของฌากเกอลีนและหน่วยรบพิเศษฝรั่งเศสที่พาเซี่ยเหล่ยจากไป
“หัวหน้า เอาไงต่อครับ?” สายลับ CIA คนหนึ่งถาม
“ถอนกำลัง” กู้เคอเหวินหันหลังเดินจากไป ทว่าในจังหวะที่แผ่นหลังบังสายตาลูกน้อง รอยยิ้มเย็นชาก็ผุดขึ้นที่มุมปาก “ฌอน... เป็นแกที่อยากให้ฉันตาย หรือว่าเป็นวิลเลียมส์กันแน่? ไม่ว่าใครที่อยากเอาชีวิตฉัน ฉันจะเอามันคืนให้หมด!”
ในเวลาเดียวกัน บนดาดฟ้าตึกสูงฝั่งตรงข้ามพิพิธภัณฑ์ลูฟร์
“เกิดอะไรขึ้นกับลูกพี่น่ะ?” อเลสซิโอโวยวาย “คราวก่อนที่เกาหลีใต้ เรายอมเสี่ยงอันตรายไปลอบสังหารกู้เคอเหวิน คราวนี้เห็นๆ อยู่ว่าเก็บงานได้แน่ๆ ทำไมลูกพี่ไม่ยอมให้เราลงมือ? พลาดโอกาสนี้ไปน่าเสียดายชะมัด”
บากูกล่าวเสริม “นั่นสิ พลาดครั้งนี้ไป ไม่รู้เมื่อไหร่จะมีโอกาสจัดการยัยนั่นได้อีก”
ทันใดนั้น เสียงของอแมนด้าก็ดังขึ้นในเครื่องสื่อสาร “พวกแกมันไอ้โง่ ดูไม่ออกหรือไง? คราวนี้กู้เคอเหวินถูก CIA ส่งมาตายชัดๆ ถ้าเราฆ่ายัยนั่น อเมริกาก็จะมีข้ออ้างกดดันรัฐบาลฝรั่งเศส เมื่อถึงตอนนั้น ลูกพี่จะถูกตราหน้าว่าลอบสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ CIA แล้วเขาจะออกจากฝรั่งเศสไปได้ยังไง?”
สมกับเป็นนักวางแผนยุทธวิธีของทีมรบนักษัตรจีน อแมนดามองเห็นความจริงทะลุปรุโปร่ง
“เลิกบ่นได้แล้ว รีบตามไปเร็ว” เสียงของปาร์คแทยองดังขึ้นในเครื่องสื่อสาร
สมาชิกทีมรบนักษัตรจีนถอนกำลังอย่างรวดเร็ว มาอย่างไร้ร่องรอย ไปอย่างไร้เงา
วิกฤตครั้งนี้มาไวเคลมไว
ความจริงแล้ว การปรากฏตัวของกู้เคอเหวินไม่ใช่เรื่องที่เซี่ยเหล่ยประหลาดใจนัก เขาเดินทางมาฝรั่งเศสอย่างเปิดเผย ทางอเมริกาไม่มีทางนิ่งเฉยแน่ คนของ CIA จะต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าเขาไม่ช้าก็เร็ว เพียงแต่เขาคิดไม่ถึงว่าฝ่ายนั้นจะใจร้อนขนาดนี้ เขาเพิ่งถึงฝรั่งเศส กู้เคอเหวินก็พาคนบุกมาทันที
รถเบนซ์มุ่งหน้ากลับโรงแรมปารีสสตาร์
“คุณเซี่ย คุณดูจะสนิทกับผู้หญิง CIA คนนั้นจังเลยนะ?” ฌากเกอลีน เอวา ทำลายความเงียบในรถ
“อืม สนิทมากจริงๆ” เซี่ยเหล่ยกล่าว “เธอชื่อกู้เคอเหวิน เป็นหัวหน้าฝ่ายเอเชียของ CIA ผมกับเธอมีความแค้นส่วนตัวกันนิดหน่อย เธอจ้องจะเอาชีวิตผมอยู่ตลอด”
“หัวหน้าฝ่ายเอเชียของ CIA ตำแหน่งไม่เล็กเลยนะนั่น” ฌากเกอลีนเหลือบมองเซี่ยเหล่ย “แต่เมื่อกี้คุณกลับบอกว่าเธอถูกส่งมาตาย CIA ยอมเสียสละคนสำคัญขนาดนี้ คุณคงจะมีค่ามหาศาลสำหรับพวกเขามากเลยสินะ?”
เซี่ยเหล่ยเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะ “ผมไปนอนกับลูกสาวประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาน่ะครับ ตอนนั้นเธอไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่”
“ห๊ะ?” ฌากเกอลีนถึงกับอ้าปากค้าง
“ช่วยเก็บความลับนี้ให้ผมด้วยนะครับ ผมเห็นว่าคุณช่วยผมไว้เมื่อกี้หรอกนะถึงได้ยอมบอก” เซี่ยเหล่ยทำหน้าจริงจังสุดขีด
“คุณล้อเล่นกับฉันใช่ไหม?”
เซี่ยเหล่ยตอบเรียบๆ “ผมจะเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นเหรอครับ?”
“ช่างเถอะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่านั่นจะเป็นเหตุผล” ฌากเกอลีนกล่าว “คุณไม่อยากบอกฉันก็เข้าใจ ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ได้อยากสอดรู้ความลับของคุณ แค่อยากทำงานให้สำเร็จก็พอ”
เซี่ยเหล่ยเพียงแค่ยิ้มแต่ไม่พูดอะไรต่อ ฌากเกอลีน เอวา ไม่มีคำพูดไหนที่เป็นความจริงเลย แล้วเขาจะพูดความจริงกับเธอทำไมล่ะ แต่อย่างไรก็ตาม ต่อให้ฌากเกอลีนไปสืบ เธอก็ไม่มีทางรู้หรอกว่าคนอเมริกันตามล่าเขาขนาดนี้เพราะอะไรกันแน่
ขบวนรถหยุดลงที่หน้าโรงแรมปารีสสตาร์
“คุณเซี่ย จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น คุณไม่ควรออกจากโรงแรมโดยพลการนะคะ นอกจากนี้ฉันจะวางกำลังคนคุ้มครองคุณเพิ่มขึ้น คงไม่มีปัญหาอะไรนะคะ?” ฌากเกอลีนชะโงกหน้าจากหน้าต่างรถมาบอกเขาขณะที่เขาลงจากรถ
“ไม่มีปัญหาครับ” เซี่ยเหล่ยตอบตกลงอย่างว่าง่าย
“พรุ่งนี้ฉันจะมาพบคุณใหม่เพื่อคุยเรื่องความร่วมมือ ราตรีสวัสดิ์ค่ะคุณเซี่ย” โดยไม่รอให้เซี่ยเหล่ยตอบรับ ฌากเกอลีนก็ออกรถจากไปทันที
เซี่ยเหล่ยยิ้มขื่น คนฝรั่งเศสคุ้มครองเขาขนาดนี้ก็เพื่อเทคโนโลยีของเขา ยิ่งบรรลุจุดประสงค์เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีต่อฝรั่งเศส เพราะตอนนี้เขาเปรียบเสมือนเผือกร้อนๆ ซึ่งใครก็ถือไว้ได้ไม่นาน แน่นอนว่าต้องรีบจัดการให้จบเร็วที่สุด
“ผมจะยอมทำตามพวกคุณเหรอ? ฝันไปเถอะ” เซี่ยเหล่ยหันหลังเข้าโรงแรม
อีริคสันพร้อมทหารหน่วยรบพิเศษฝรั่งเศสหลายนายส่งเซี่ยเหล่ยขึ้นไปชั้นบนสุด คราวนี้จำนวนทหารที่เฝ้าโรงแรมเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า รวมเป็น 24 นาย พวกเขาไม่เพียงควบคุมชั้นบนสุด แต่ยังเฝ้าทั้งประตูลิฟต์ บันได และล็อบบี้โรงแรมไว้อย่างหนาแน่น
เซี่ยเหล่ยไม่ได้สนใจพวกทหารเหล่านั้น เขาเดินไปเคาะประตูห้องของชิงไฉ่เย่ว์
ชิงไฉ่เย่ว์มาเปิดประตูด้วยท่าทางงัวเงีย สวมชุดนอนลายการ์ตูน ดูน่ารักมุ้งมิ้งมาก แต่พอเห็นว่าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือเซี่ยเหล่ย เธอก็ตาตื่นทันทีและอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “บอสเซี่ย คุณ...”
“มีดินสอไหมครับ?” เซี่ยเหล่ยถาม
“ดินสอ? คุณมาหาฉันกลางดึกเพื่อ... ขอยืมดินสอเนี่ยนะ?”
“มีไหมครับ? ถ้าไม่มีเดี๋ยวผมจะให้พนักงานเคาน์เตอร์เอามาให้”
“มีค่ะ รอเดี๋ยวฉันไปหยิบให้” ชิงไฉ่เย่ว์หันกลับเข้าห้องไป และรีบเอาดินสอกับสมุดเล่มหนึ่งมาให้
“ขอบคุณครับ” เซี่ยเหล่ยรับดินสอกับสมุดมาจากมือเธอ
ชิงไฉ่เย่ว์ลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะทำท่าทัดหูพลางส่งสายตาอ้อนวอน “บอสเซี่ยคะ คุณมาเพื่อขอยืมดินสอจริงๆ เหรอ?”
“ครับ” เซี่ยเหล่ยยืนยัน
“ไม่มีอย่างอื่นแล้วเหรอคะ?” ชิงไฉ่เย่ว์แลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองเบาๆ อย่างเย้ายวน
“ราตรีสวัสดิ์ครับ” เซี่ยเหล่ยหันหลังเดินจากไปทันที
ชิงไฉ่เย่ว์ยืนอึ้งอยู่ที่ประตู นิ่งค้างไปพักใหญ่
มีประธานบริษัทที่ไหนมาเคาะประตูเลขาฯ กลางดึกเพื่อขอยืมดินสอ?
ไอ้บอสบ้า!