เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV - 659 สาวคนไหนเข้าตาเธอกันล่ะ?

TXV - 659 สาวคนไหนเข้าตาเธอกันล่ะ?

TXV - 659 สาวคนไหนเข้าตาเธอกันล่ะ?


TXV - 659 สาวคนไหนเข้าตาเธอกันล่ะ?

ภายในห้องทำงานของซื่อป๋อเรินมีคนอยู่สามคน นอกจากซื่อป๋อเรินและถังเทียนหลงแล้ว ยังมีชายชราอีกคนหนึ่ง—เป็นชายชราที่ดูประหลาดมาก เขาผอมแห้งและให้ความรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอ แต่ดวงตาของเขากลับเหมือนเหยี่ยว ทั้งคมกริบและทรงพลัง มันทำให้ผู้คนรู้สึกยำเกรงจนไม่กล้าล่วงเกิน

แวบแรกที่เซี่ยเหล่ยเห็นชายชราคนนี้ เขารู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด แต่เขาก็นึกไม่ออกว่าเห็นเมื่อไหร่และที่ไหน ก่อนที่เขาจะได้ค้นหาในความทรงจำ ถังเทียนหลงก็เดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้ม “ฮะๆ เซี่ยเหล่ย อามาทันทีที่ได้รับสายจากเธอเลยนะเนี่ย ข้าวยังไม่ได้กินเลย เธอไม่รู้หรอกว่าอาตื่นเต้นแค่ไหน”

เซี่ยเหล่ยหัวเราะพลางตอบ “อาถังยังไม่ได้ทานมื้อเช้าเหรอครับ? ผมขอโทษจริงๆ ผมควรจะโทรมาให้ช้ากว่านี้หน่อย”

“เลิกพูดเรื่องมื้อเช้าเถอะ นั่งลงก่อน นั่งลง” ซื่อป๋อเรินเองก็ดูไม่อดทนเช่นกัน

เซี่ยเหล่ยนั่งลง สายตาของเขาเลื่อนไปมองที่ชายชราพลางถามอย่างสงสัย “ท่านนี้คือ...?”

ถังเทียนหลงและซื่อป๋อเรินมองหน้ากัน แต่ไม่มีใครเอ่ยแนะนำ

ชายชราตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ฉันแซ่ จงเจิน ชื่อ อู่ขุย”

เซี่ยเหล่ยไม่ได้สนใจชื่อที่ฟังดูประหลาดของเขา สิ่งที่เขาจดจ่อคือปฏิกิริยาของซื่อป๋อเรินและถังเทียนหลง เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่รู้จักชายชราคนนี้ดี แต่กลับไม่มีใครก้าวออกมาแนะนำอย่างเป็นทางการ เพราะอะไรกัน?

“คุณเซี่ย วีรบุรุษมักจะกำเนิดจากคนหนุ่มจริงๆ ฉันรู้สึกยินดีที่ประเทศของเรามีอัจฉริยะอย่างคุณ” จงเจินอู่ขุยกล่าวชมเซี่ยเหล่ย ทว่าบนใบหน้าของเขาไม่มีรอยยิ้มแม้แต่นิดเดียว

ทันใดนั้น ภาพเหตุการณ์สั้นๆ ก็ผุดขึ้นในสมองของเซี่ยเหล่ย มันคือภาพโรงงานแกนกลางของธันเดอร์ฮอร์ส ซึ่งเป็นที่ตั้งของเครื่องจักรธันเดอร์ดรากอนรุ่นที่สอง ทุกคนที่เคยเข้าไปในโรงงานนั้นปรากฏขึ้นในหัวของเขาทีละคน ทั้งใบหน้าที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคย บางคนกำลังคุยกัน บางคนเดินมองไปรอบๆ และบางคนแอบมองผู้หญิง...

ไม่กี่วินาทีต่อมา ใบหน้าหนึ่งก็ชัดเจนขึ้นในความคิดของเขา—มันคือใบหน้าของชายชราตรงหน้า จงเจินอู่ขุย

‘เขาเคยแอบมาดูเครื่องจักรธันเดอร์ดรากอนรุ่นที่สองของผม! เขาเป็นใครกันแน่?’ สมองของเซี่ยเหล่ยเริ่มทำงานอีกครั้ง ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มเล่นย้อนกลับ

นี่เป็นกระบวนการที่แปลกประหลาดมาก เหมือนกับการย้อนวิดีโอความละเอียดสูงในคอมพิวเตอร์ การกระทำ เสียง และการก้าวเดินของทุกคนถูกย้อนกลับโดยไม่มีข้อยกเว้นหรือตกหล่น

การย้อนกลับเริ่มช้าลงและกลับมาเล่นในโหมดปกติ

ในความทรงจำของเซี่ยเหล่ย ฟ่านฟานและหลิงหานกำลังคุยอะไรบางกันอยู่ จงเจินอู่ขุยปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเธอ เขาเพียงแค่มองพวกเธอเพียงแวบเดียว ทั้งคู่ก็หุบปากฉับทันที เซี่ยเหล่ยสังเกตเห็นว่าทั้งฟ่านฟานและหลิงหานมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเคารพยำเกรง และดวงตาของพวกเธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับจงเจินอู่ขุย

‘หรือว่าจงเจินอู่ขุยคนนี้จะเป็น... หัวหน้าของฟ่านฟานและหลิงหาน? ผู้อำนวยการสำนัก ZN?’ ความคิดนี้แล่นผ่านหัวและทำให้เขาเริ่มรู้สึกกังวล

เขาไม่คาดคิดเลยว่าจงเจินอู่ขุยจะเข้ามาร่วมในการเจรจาครั้งนี้ด้วย ในแผนการเดิมเขาต้องการคุยแค่กับซื่อป๋อเรินและถังเทียนหลงเพื่อเสนอเงื่อนไข ส่วนเรื่องเบื้องบนเขาคิดว่าทั้งสองคนจะจัดการให้เอง แต่ตอนนี้ถ้าจงเจินอู่ขุยเป็นบิ๊กบอสของสำนัก ZN จริงๆ การปรากฏตัวของเขาอาจทำให้ผลลัพธ์มีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นการย้อนความทรงจำหรือการวิเคราะห์ตัวตน ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาอันสั้นมาก เซี่ยเหล่ยรู้สึกประหม่าแต่เขายังคงยิ้มและพูดอย่างสุภาพว่า “คุณจงเจินชมเกินไปแล้วครับ ถือเป็นเกียรติของผมที่ได้ทำประโยชน์ให้ประเทศ พ่อสอนผมมาตั้งแต่เด็กว่าความรักชาติมหาตุภูมิควรอยู่เหนือกว่าชีวิต เขาฝึกฝนจิตสำนึกรักชาติให้ผมตั้งแต่เนิ่นๆ สิ่งที่ผมทำตอนนี้ก็แค่ปฏิบัติตามคำสอนของพ่อครับ”

“เซี่ยเหล่ย พ่อของเธอหายสาบสูญไปไม่ใช่เหรอ?” ซื่อป๋อเรินโพล่งขึ้นมา

เซี่ยเหล่ยตอบว่า “ท่านหายสาบสูญไปแต่ยังไม่ตายครับ ถึงจะหายไปแต่เขาก็ยังกลับมาได้ ผมมีความหวังเสมอว่าวันหนึ่งจะได้พบพ่ออีกครั้ง ถ้าใครสักคนยอมทำให้ความปรารถนานี้เป็นจริง ผมก็ยอมทำทุกอย่างเพื่อเขาครับ”

ถังเทียนหลงกระแอมไอ “เข้าเรื่องกันเถอะ เรื่องคุยพวกนี้ไว้คุยกันในวงเหล้าดีกว่าไหม?”

ซื่อป๋อเรินหัวเราะร่วน “จริงด้วย จริงด้วย มาเข้าธุระกันเถอะ”

จงเจินอู่ขุยยังคงจับจ้องไปที่เซี่ยเหล่ย สายตาของเขาไม่ละไปแม้แต่วินาทีเดียว เมื่อเซี่ยเหล่ยเอ่ยถึงพ่อ มุมปากของชายชรากระตุกเล็กน้อยเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายเขาก็เงียบไว้

“งั้นอาจะไม่พูดพร่ำทำเพลงนะ เซี่ยเหล่ย ถ้าเธอมีคำขออะไร พูดออกมาตอนนี้เลย” ถังเทียนหลงเข้าประเด็นทันที

เซี่ยเหล่ยเงียบไปครู่หนึ่งแล้วยิ้ม “ผมอยากได้ยินรายละเอียดของการเจรจาครั้งนี้ก่อนครับ อาถัง เมื่อกี้ที่คุยทางโทรศัพท์อายังพูดไม่เคลียร์พอ ผมอยากเข้าใจเรื่องที่สำคัญขนาดนี้ให้ถ่องแท้ก่อน”

ถังเทียนหลงยิ้มเจื่อน “เซี่ยเหล่ย เมื่อกี้อายังพูดไม่เคลียร์อีกเหรอ?”

เซี่ยเหล่ยทำท่าทีเหมือนรอคอยอย่างอดทน “ให้ผมเข้าใจรายละเอียดก่อนเถอะครับ”

“ก็ได้ งั้นอาจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียด” ถังเทียนหลงอธิบาย “หลังจากที่เธอจากเยอรมนีมา รัฐบาลเยอรมันก็เงียบไปพักใหญ่ สาเหตุเฉพาะหน้าเธอคงรู้อยู่แล้วโดยไม่ต้องให้อาพูด มันคือเหล้าขมที่พวกเขาบ่มกันขึ้นมาเองนั่นแหละ”

เซี่ยเหล่ยพยักหน้า

“แต่พวกเขาไม่ยอมแพ้หรอก เราคาดไว้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะติดต่อเรามาเอง และแน่นอน พวกเขาส่งทูตพิเศษมาเจรจากับเราเมื่อสัปดาห์ก่อน ผลการเจรจาคือ พวกเขาจะแลกเปลี่ยน เทคโนโลยีเรือดำน้ำ กับเทคโนโลยีของเธอ รวมถึงเครื่องจักรธันเดอร์ดรากอนหนึ่งเครื่อง”

เซี่ยเหล่ยพูดแทรก “ผมจำได้ว่าอาบอกว่าจะมีทีมเทคนิคมาเยี่ยมชมและตรวจสอบโรงงานของผมกับเครื่องจักรธันเดอร์ดรากอน ทำไมกลายเป็นว่าพวกเขาต้องการ 'เทคโนโลยี' ของผมไปเลยล่ะ?”

“เธอคงจำผิดแล้วล่ะ สิ่งที่อาพูดคือ 'การแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยี' ซึ่งการแลกเปลี่ยนนี้รวมถึงการ 'โอนถ่าย' เทคโนโลยีบางส่วนด้วย” สีหน้าของถังเทียนหลงเริ่มดูอึดอัด

พวกคุณนี่ทำตามใจชอบจริงๆ พูดอะไรไปก็อยากให้มันกลายเป็นความจริงแบบนั้นสิเนี่ย

“เทคโนโลยีอะไรบ้างที่เขาต้องการ?” เซี่ยเหล่ยถาม

“อืม หลักๆ ก็คือเทคโนโลยีเครื่องจักรธันเดอร์ดรากอน สิ่งที่พวกเขาสนใจที่สุดคือตัวระบบอัจฉริยะ ครั้งนี้พวกเขาขอทั้งพิมพ์เขียว ระบบวิศวกรรมไฟฟ้า และโปรแกรมควบคุมทั้งหมด และแน่นอน ไรเฟิล XL2500 กับปืน Gust ก็รวมอยู่ในนั้นด้วย พวกเขาต้องการเทคโนโลยีทั้งหมด—ห้ามขาดแม้แต่อย่างเดียว”

มุมปากของเซี่ยเหล่ยโค้งเป็นรอยยิ้มเย็นชา “พวกเขาต้องการเยอะจริงๆ นะเนี่ย แล้วได้ขอเทคโนโลยีธันเดอร์ดรากอนรุ่นที่สองด้วยไหมครับ?”

ถังเทียนหลงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “ใช่ พวกเขาเอ่ยถึงเรื่องนั้น แต่เราปฏิเสธไป เราบอกพวกเขาอย่างชัดเจนว่าเราจะไม่ขายเทคโนโลยีรุ่นที่สองเด็ดขาด ตอนนี้มันคือ 'เสาหลัก' ของอุตสาหกรรมการผลิตของเรา ใครจะยอมขายเสาหลักของตัวเองกันล่ะ?”

มันจะไม่สำคัญหรอกว่าจะเป็นเสาหลักหรือเสาอะไร—เพราะทั้งหมดถูกสร้างโดยเซี่ยเหล่ย แต่ตอนนี้ของพวกนั้นกำลังถูกนำออกมาขายโดยที่เขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยซ้ำ

“แล้วเขาขอเทคโนโลยีปืนใหญ่เฮลล์ฮาวด์ด้วยไหมครับ?”

ถังเทียนหลงยิ้มขมขื่น “เธอนี่เหมือนพยาธิในท้องคนเยอรมันจริงๆ ใช่ พวกเขามักใหญ่ใฝ่สูงมากและเอ่ยถึงเฮลล์ฮาวด์เหมือนกัน แต่เราไม่ตกลง เพราะพวกเขาเป็นฝ่ายมาขอร้องเรา ไม่ใช่เราไปขอร้องเขา”

จงเจินอู่ขุยพูดขึ้นบ้าง “คุณเซี่ย ฉันรู้ว่าเทคโนโลยีพวกนี้สำคัญต่อคุณและโรงงานมาก แต่คุณต้องรู้ว่าเทคโนโลยีเรือดำน้ำของเขานั้นสำคัญและมีมูลค่าต่อเรามากกว่า สำหรับเรา ดีลนี้คุ้มค่ามาก ฉันหวังว่าคุณจะเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนรวมและตกลงทำสัญญาที่ดีครั้งนี้”

ในที่สุด "ผู้คุมกฎ" ก็ออกโรง เขาอาจจะเริ่มหมดความอดทนหรือเริ่มไม่พอใจท่าทีของเซี่ยเหล่ย

เซี่ยเหล่ยยิ้ม “คุณจงเจิน แน่นอนว่าผมเห็นด้วยกับดีลนี้ครับ จำคราวที่แล้วได้ไหม? ผมก็ช่วยให้ประเทศได้เทคโนโลยีเครื่องยนต์ ยูโรไฟท์เตอร์ ไทฟูน มาแล้วไม่ใช่เหรอ?”

“ถ้าเป็นอย่างนั้น ทุกอย่างก็ง่ายขึ้น” จงเจินอู่ขุยจ้องเขม็งไปที่เซี่ยเหล่ย “ฉันได้ยินว่าคุณมีคำขอ หรือเงื่อนไขบางอย่าง ว่ามาเลย ฉันอยากได้ยิน”

สุดท้ายเรื่องก็กลับมาที่จุดเริ่มต้นหลังจากอ้อมไปไกล เซี่ยเหล่ยสามารถพูดออกมาได้ตั้งแต่แรกตอนที่ถังเทียนหลงถาม แต่เขาไม่ทำ เขาจงใจวนไปวนมาเพราะต้องการบั่นทอนความอดทนของคนเหล่านี้ เขาต้องการให้พวกเขารู้ว่าเขาไม่ใช่ "เด็กดี" ที่จะยอมทุกอย่างตามที่พวกเขาสั่ง เขาก็มีความคิดของตัวเองเหมือนกัน!

“พูดมาเถอะ ปกติเธอก็พูดอะไรตรงไปตรงมานี่นา ทำไมคราวนี้อึกอักล่ะ?” เสียงของซื่อป๋อเรินดังลั่น “หรือมีสาวคนไหนเข้าตาเธอกันล่ะ? ไม่มีปัญหา ไม่ต้องอาย พูดมาเลย ให้อาเป็นพ่อสื่อให้ไหม? หรือจะเป็นลูกสาวบุญธรรมของอาดี?”

ถังเทียนหลงจ้องมองซื่อป๋อเรินอย่างอึดอัด เขาที่เป็นพ่อแท้ๆ นั่งหัวโด่อยู่ในห้องนี้ แต่ทำไมกลายเป็นซื่อป๋อเรินที่เป็นพ่อบุญธรรมจะมาตัดสินเรื่องแต่งงานของถังยู่เยี่ยนไปได้?

แต่เซี่ยเหล่ยเพียงแค่ยิ้ม เขาจำเป็นต้องให้ซื่อป๋อเรินเป็นพ่อสื่อด้วยเหรอถ้าเขาอยากแต่งงานกับถังยู่เยี่ยน? แค่โทรศัพท์กริ๊งเดียวก็เรียกเธอออกมาได้แล้ว กินข้าว ดูหนัง แล้วก็เปิดห้องโรงแรม แถมยังประหยัดค่าถุงยางได้อีก

จงเจินอู่ขุยเร่งเขา ทั้งถังเทียนหลงและซื่อป๋อเรินก็ด้วย ทว่าเซี่ยเหล่ยยังคงทำท่าทางเหมือนไม่รีบร้อน เขาค่อยๆ เปิดกระเป๋าเอกสารและหยิบแฟ้มออกมาสองสามแฟ้ม พร้อมซองจดหมายขนาดใหญ่ หลังจากหยิบออกมาแล้ว เขาไม่ได้ยื่นให้ใคร แต่กลับกำมันไว้แน่นในมือ

“นั่นคืออะไร?” ซื่อป๋อเรินถาม

เซี่ยเหล่ยไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับตอบว่า “ผมไม่ได้ขอชื่อเสียงหรือเงินทอง ผมขอแค่ 'คนคนเดียว' เท่านั้น”

“หรือว่ามีสาวคนไหน... เข้าตาเธอจริงๆ?” สีหน้าของซื่อป๋อเรินดูตลกมาก

จู่ๆ ถังเทียนหลงก็หัวเราะออกมา

ในที่สุดเซี่ยเหล่ยก็พูดขึ้นว่า “ผมต้องการ 'พ่อ' ของผมคืนครับ”

“หา?” ซื่อป๋อเรินและถังเทียนหลงยืนอึ้งตะลึงงันไปทันที

มีเพียงจงเจินอู่ขุยที่ยังคงสงบนิ่ง แต่ในดวงตาของเขามีความเย็นเยียบพาดผ่านแวบหนึ่ง

จบบทที่ TXV - 659 สาวคนไหนเข้าตาเธอกันล่ะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว