- หน้าแรก
- กลับบ้านไปทำไร่ไถนา ฉันจะรวยทะลุฟ้าด้วยระบบสาวสวยรวยทรัพย์
- บทที่ 4 สวี่อี้มาช่วยแล้ว
บทที่ 4 สวี่อี้มาช่วยแล้ว
บทที่ 4 สวี่อี้มาช่วยแล้ว
ตะกร้าที่หลินอันซูสะพายมาด้วยนั้นทั้งลึกและใหญ่ มันเป็นผลงานชิ้นเอกที่พ่อหลินใช้เวลาว่างนั่งสานขึ้นมากับมือ ถึงแม้จะผ่านการใช้งานมาแล้วตั้งสองสามปี แต่สภาพของมันก็ยังคงแข็งแรงทนทานสุดๆ
หลินอันซูที่ต้องนั่งยองๆ ขยับตัวเขยิบไปมาตามพื้นดินเพื่อขุดหาผักป่ามาตั้งนานสองนาน ในที่สุดเธอก็ขุดจี้ไช่ได้แค่ก้นตะกร้าเท่านั้น
พอหญิงสาวจะลุกขึ้นยืนเพื่อยืดเส้นยืดสาย เธอกลับพบความจริงอันโหดร้ายว่า... ขาของเธอชาดิกไปหมดแล้ว
แถมไม่ได้แค่ขาชาอย่างเดียว เธอยังรู้สึกหน้ามืดตามัว โลกหมุนติ้วไปชั่วขณะ ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะโอนเอนเสียการทรงตัวจนเกือบจะหน้าทิ่มคะมำลงไปกองกับพื้น
เฮ้อ นี่เธอเป็นโรคโลหิตจางหรือเปล่าเนี่ย?
“พี่... เป็นอะไรหรือเปล่าฮะ?”
จู่ๆ ก็มีเสียงเด็กผู้ชายดังแว่วมาจากด้านข้าง น้ำเสียงนั้นฟังดูหวาดหวั่นแต่ก็แฝงไปด้วยความห่วงใย
หลินอันซูยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ก่อนจะหันขวับไปมองตามต้นเสียง “นายคือ... สวี่อี้หรอ?”
“อื้อๆ ผมคือสวี่อี้ฮะ” เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักพยักหน้ารัวๆ แววตาของเขาดูใสซื่อบริสุทธิ์เจือไปด้วยรอยยิ้มขัดเขินเล็กน้อย
“เมื่อกี้ขอบใจมากนะที่อุตส่าห์เป็นห่วง ฉันไม่เป็นอะไรหรอก”
“แค่ฉันนั่งยองๆ นานไปหน่อย พอรีบลุกขึ้นมายืน หน้าก็เลยมืดน่ะ แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วล่ะ” หลินอันซูพยายามปรับน้ำเสียงให้ฟังดูอ่อนโยนลง
สวี่อี้เป็นลูกชายของคุณอาสวี่ที่บ้านอยู่เยื้องๆ กับบ้านของเธอ แม้แต่ที่ดินทำกินของบ้านคุณอาสวี่ก็ยังตั้งอยู่ติดกับที่ดินของบ้านเธอเลยด้วยซ้ำ
ตอนเด็กๆ สวี่อี้เคยป่วยเป็นไข้สูงแต่พาไปหาหมอรักษาไม่ทันเวลา ทำให้ไข้ขึ้นสูงจนสมองได้รับความกระทบกระเทือน ส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางสติปัญญาของเขาอย่างถาวร แม้ว่าตอนนี้เขาจะอายุราวๆ สิบสองสิบสามปีแล้ว แต่สติปัญญาของเขากลับหยุดนิ่งอยู่ที่เด็กวัยสี่ขวบเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ หลินอันซูจึงมักจะปฏิบัติกับเขาเหมือนเป็นเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งเสมอ
“อื้อๆ พี่ไม่เป็นไรก็ดีแล้วฮะ”
“ไม่เป็นไรจริงๆ” พูดจบ หลินอันซูก็ย่อตัวลงนั่งยองๆ แล้วจัดการขุดผักป่าของตัวเองต่อไป
ทางด้านสวี่อี้ เขาก็เดินง่วนตามหาดอกไม้ป่าที่ขึ้นอยู่ตามพื้นดิน เด็ดมันขึ้นมาทีละดอกๆ แล้วนำมากำรวมกันไว้ในมือ
ผ่านไปครู่ใหญ่ สวี่อี้ก็รวบรวมความกล้าหันไปถามหลินอันซูว่า “พี่อันซูฮะ พี่รู้ไหมฮะว่าดอกไม้ในมือผมพวกนี้มันเรียกว่าดอกอะไร?”
หลินอันซูปรายตามองแวบหนึ่ง
อืม... มันก็เป็นแค่ดอกไม้ป่าดาดๆ ที่หาดูได้ทั่วไปตามพื้นดินนั่นแหละ
แต่ถ้าจะให้ระบุชื่อเสียงเรียงนามของพวกมันล่ะก็... ต้องขออภัยจริงๆ เพราะเธอเองก็มืดแปดด้านเหมือนกัน
ทว่าพอได้สบตากับดวงตากลมโตใสแป๋วที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของสวี่อี้ หลินอันซูก็ใจอ่อนยวบจนต้องรีบส่งกระแสจิตไปถามระบบ 888 ทันที
“ระบบจ๋า ดอกไม้ในมือเด็กนั่นมันมีชื่อว่าอะไรบ้างหรอ?”
“ดอกสีม่วงๆ นั่นเรียกว่า ‘จื่อตี้ติง’ ในคัมภีร์เปิ่นเฉากังมู่ บันทึกพืชชนิดนี้เอาไว้ในชื่อ ‘หมีปู้ไต้’ จัดเป็นพืชใบเลี้ยงคู่ตระกูลถั่วจ้ะ”
“ชื่อทางสมุนไพรคือ ‘จื่อฮวาตี้ติง’ มีสรรพคุณช่วยดับร้อนถอนพิษ มักนำมาใช้รักษาฝีหนอง อาการเต้านมอักเสบ และฝีในลำไส้จ้ะ”
“ส่วนดอกเล็กๆ สีฟ้านั่นเรียกว่า ‘ผัวผัวน่า’ เป็นพืชล้มลุกอายุหนึ่งปี ลำต้นสูงราวๆ 10-25 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านสาขาแผ่ราบไปกับพื้น ลำต้นเรียวเล็กและมีขนอ่อนปกคลุมจ้ะ”
“รสชาติออกหวานจืด ฤทธิ์เย็น ช่วยบำรุงเส้นลมปราณตับและไต มีสรรพคุณบำรุงไต เสริมความแข็งแรงให้บั้นเอว ขับพิษ และลดอาการบวมน้ำจ้ะ”
“สุดท้าย ดอกสีเหลืองนั่นคือ ‘ผูกงอิง’ เป็นพืชล้มลุกหลายฤดู ใบมีลักษณะเป็นรูปหอกกลับหรือรูปขอบขนาน เป็นทั้งผักป่าและสมุนไพรจีนที่พบได้ทั่วไปในประเทศจีน...”
ระหว่างที่ระบบร่ายข้อมูลยาวเหยียด หลินอันซูก็ตั้งใจจดจำรายละเอียดอย่างขะมักเขม้น
พอระบบสาธยายจบปุ๊บ เธอก็หันไปมองดอกไม้ในมือของสวี่อี้แล้วเริ่มอธิบายสรรพคุณให้เขาฟังทีละดอกๆ ทันที
เมื่อเธอพูดจบ เธอก็เห็นสวี่อี้กะพริบตาปริบๆ ด้วยดวงตาทอประกายวิบวับ พลางจ้องมองเธอด้วยความเลื่อมใสศรัทธาสุดๆ
“พี่อันซูฮะ พี่เก่งจังเลยฮะ!”
“เอ่อ... แฮะๆ ก็งั้นๆ แหละจ้ะ ฝีมือระดับนี้ก็แค่อันดับสามของโลกเท่านั้นแหละ” หลินอันซูหัวเราะแห้งๆ แก้เขิน
อาจเป็นเพราะหลินอันซูพูดคุยกับเขาด้วยความอดทนและอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเวลาผ่านไป สวี่อี้จึงเริ่มชวนเธอคุยเจื้อยแจ้วอย่างเป็นธรรมชาติ
“พี่อันซูฮะ ที่พี่ขุดอยู่นี่คือผักป่าใช่ไหมฮะ? เมื่อวานผมก็เห็นแม่ขุดกลับบ้านไปเหมือนกันนะฮะ”
“ใช่แล้วจ้ะ มันคือต้นจี้ไช่น่ะ”
“ผักแบบนี้ ในภูเขามีเยอะแยะเต็มไปหมดเลยนะฮะ”
“ในภูเขาหรอ? จริงด้วยสิ ฉันขึ้นไปขุดบนภูเขาก็ได้นี่นา!” หลินอันซูเบิกตากว้างราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์
ถึงแม้ในแปลงนาจะมีผักป่าให้ขุด แต่มันก็มีปริมาณไม่มาก แถมยังกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ ต้องเสียเวลาเดินงมหาทีละนิดทีละหน่อยอีก
“พี่อันซูจะขึ้นไปขุดผักป่าบนภูเขาหรอฮะ?”
“อื้อ”
“ผม... ผมขอไปกับพี่ด้วยได้ไหมฮะ? พี่วางใจได้เลยนะ อี้อี้จะเป็นเด็กดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้พี่แน่นอนฮะ” เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผิวพรรณขาวสะอาดเอ่ยรับประกันด้วยสีหน้าจริงจังสุดๆ
“แต่ถ้าแม่ของเธอตามหาตัวเธอไม่เจอจะทำยังไงล่ะ?” หลินอันซูไม่กล้าตกปากรับคำส่งเดช
“งั้นเดี๋ยวผมขอวิ่งไปบอกแม่ก่อนนะฮะ” พูดจบ สวี่อี้ก็ทำท่าจะหันหลังวิ่งกลับบ้าน
“สวี่อี้ ดอกไม้ที่เธอเด็ดมามันสวยดีนะ อย่าทิ้งล่ะ เอาไปให้แม่เธอสิ” หลินอันซูร้องบอกตามหลังไปอย่างไม่ใส่ใจนัก
“อื้อๆ ฮะ”
หลินอันซูมองส่งแผ่นหลังของสวี่อี้ที่วิ่งไกลออกไป ก่อนจะเลิกสนใจเขาแล้วหันมาสะพายตะกร้าใบย่อมของตัวเอง เดินมุ่งหน้ามุ่งหน้าเข้าไปในภูเขา
จะว่าไปแล้ว พอเอามาเทียบกับในแปลงนา ดอกไม้ป่ากับผักป่าบนภูเขามันช่างมีเยอะแยะละลานตาจนเรียกได้ว่ามีอยู่ทุกซอกทุกมุมจริงๆ
นอกจากต้นจี้ไช่แล้ว เธอยังเจอทั้ง หม่าฉื่อเสี้ยน หม่าหลานโถว มู่ซวี แล้วก็ยังมีกระเทียมป่า และอื่นๆ อีกเพียบ
[รูปกระเทียมป่า]
หลินอันซูตั้งหน้าตั้งตาเก็บเกี่ยวผักป่าอย่างบ้าคลั่งไปพร้อมๆ กับเรียนรู้วิธีแยกแยะชนิดของพวกมันจากระบบอย่างสนุกสนาน
“พี่อันซูฮะ ผมมาแล้วฮะ!”
“พี่ตั้งใจจะขุดผักป่าให้เต็มตะกร้าเลยหรอฮะ?” สวี่อี้ที่วิ่งกระหืดกระหอบมาถึงเอ่ยถาม
“ใช่จ้ะ”
“งั้นเดี๋ยวผมช่วยพี่ขุดนะฮะ” สวี่อี้ฉีกยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวเรียงตัวสวย ก่อนจะชูพลั่วในมือขึ้นมาแกว่งไปมา
“เอาสิ ขอบใจมากนะ”
“ไม่เป็นไรฮะ” สวี่อี้ส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะเลียนแบบท่าทางของหลินอันซู ลงมือขุดผักป่าด้วยท่าทีทะมัดทะแมง
ต้องยอมรับเลยว่าถึงแม้สวี่อี้จะมีสติปัญญาเท่ากับเด็กสี่ขวบ แต่พอถึงเวลาลงมือทำงาน เขากลับทำได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวสุดๆ
พอได้สวี่อี้มาเป็นผู้ช่วย ปริมาณผักป่าในตะกร้าก็เพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็วจนสังเกตเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า
“สวี่อี้ เมื่อกี้เธอบอกแม่ว่ายังไงบ้างหรอ?”
“ผมเอาดอกไม้กำใหญ่ที่เพิ่งเด็ดมาเมื่อกี้ไปให้แม่หมดเลยฮะ แถมยังบอกแม่ด้วยนะว่าดอกพวกนั้นมันมีชื่อเรียกว่าอะไรบ้าง”
“แล้วผมก็บอกแม่ว่า ผมจะขึ้นเขามาเล่นกับพี่อันซู”
“แม่ก็อนุญาตฮะ แล้วแม่ก็ย้ำด้วยว่าห้ามผมซนจนกวนใจพี่เด็ดขาด” สวี่อี้ตอบกลับด้วยท่าทีขัดเขิน
ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมพอแม่รับช่อดอกไม้ไปแล้วถึงมีน้ำตาเอ่อคลอเบ้า อันนี้เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันแฮะ
“อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง” หลินอันซูพยักหน้าเข้าใจ
แม่ของสวี่อี้มีชื่อว่า หลิวเหม่ยหลิง เธอเป็นผู้หญิงที่ทั้งอ่อนโยนและเข้มแข็งในเวลาเดียวกัน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สวี่อี้เติบโตขึ้นมาพร้อมกับสติปัญญาของเด็กน้อย หลิวเหม่ยหลิงนอกจากจะโทษตัวเองอย่างหนักแล้ว เธอก็ยังคอยดูแลเอาใจใส่ลูกชายคนนี้เป็นอย่างดีไม่เคยขาดตกบกพร่อง
และก็เพื่อสวี่อี้นี่แหละ แม่ของเขาถึงได้ยอมละทิ้งโอกาสก้าวหน้า แล้วเลือกที่จะอยู่บ้านทำไร่ทำนา ทำงานบ้านสารพัดอย่างเพื่อจะได้ดูแลเขาอย่างใกล้ชิด
“พี่อันซูฮะ พี่ดูนั่นสิฮะ ตรงนั้นก็มีผักป่าขึ้นอยู่เต็มไปหมดเลย~”
“...”
ทั้งสองคนตั้งหน้าตั้งตาขุดแล้วขุดเล่า ใช้เวลาขุดอยู่เกือบสามชั่วโมง เผลอแป๊บเดียวก็ปาเข้าไปสิบเอ็ดโมงกว่าแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็ยัดผักป่าลงตะกร้าจนเต็มเอี้ยดล้นปรี่
หลังจากยืดเส้นยืดสายบริหารร่างกายที่เมื่อยล้าเรียบร้อย หลินอันซูก็โบกมือพลางส่งเสียงร้องบอก
“ป่ะ กลับบ้านกัน!”
“เย้ กลับบ้านกันเถอะ~” สวี่อี้กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
ระหว่างทางเดินกลับบ้าน พอเห็นผีเสื้อบินผ่าน เขาก็ย่องเบาๆ วิ่งเข้าไปตะครุบผีเสื้ออย่างสนุกสนาน
แต่แน่นอนว่า... จับไม่ได้สักตัวนั่นแหละ
เมื่อกลับมาถึงบ้าน หลินอันซูก็พบว่าพ่อหลินกับแม่หลินไม่อยู่บ้านกันทั้งคู่ เธอจึงฉวยโอกาสนี้รีบเรียกใช้แพ็กเกจ ‘อัปเกรดคุณภาพผักป่า’ จากระบบทันที
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอุปทานไปเองหรือเปล่านะ แต่พอใช้งานแพ็กเกจเสร็จปุ๊บ หลินอันซูก็รู้สึกว่า... บรรดาผักป่าในตะกร้ามันดูสดชื่นเปล่งปลั่งน่ามองกว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะแยะ
เอาเถอะ ในเมื่อตอนนี้ก็ไม่ได้มีเรื่องด่วนอะไรให้ทำ งั้นเธอเข้าครัวไปทำมื้อเที่ยงพลางๆ ก่อนดีไหมนะ?
เมนูยำผักป่าเย็นนี่พลาดไม่ได้เด็ดขาด เธอต้องขอลองลิ้มรสดูสักหน่อยสิว่าผักป่าเวอร์ชันอัปเกรดแล้วมันจะอร่อยเหาะขนาดไหน
แต่ก่อนหน้านั้น เธอต้องไปรื้อตะกร้าไม้ไผ่ใบเล็กๆ ในบ้านออกมาเสียก่อน จากนั้นก็แบ่งผักป่าที่เพิ่งขุดมาได้ส่วนหนึ่งใส่ลงไป แล้วหิ้วไปส่งให้ที่บ้านของสวี่อี้
ก็แหม วันนี้สวี่อี้อุตส่าห์ออกแรงช่วยเธอตั้งเยอะ จะให้ปล่อยเขากลับบ้านมือเปล่าได้ยังไงกันล่ะ
พอหลิวเหม่ยหลิงรู้จุดประสงค์ที่เธอมาเยือน เธอก็รีบเอ่ยปากปฏิเสธเป็นพัลวัน
หลินอันซูไม่ได้พูดพร่ำทำเพลงอะไรให้มากความ เธอจัดการวางตะกร้าไม้ไผ่ลงบนพื้นแล้วหมุนตัวสับตีนแตกวิ่งหนีกลับบ้านทันที
พอกลับมาถึงบ้าน หลินอันซูก็จดจ่ออยู่กับการคัดแยกผักป่า นำไปล้างน้ำให้สะอาด แล้วจัดการต้มน้ำเพื่อเตรียมลวกผักป่าอย่างอารมณ์ดี