- หน้าแรก
- ฉันเกษียณจากเกมสยองขวัญ มาเป็นผู้ช่วยตัวประกอบ
- บทที่ 451 เครื่องมือสังหารภรรยาพิสูจน์เต๋า 2
บทที่ 451 เครื่องมือสังหารภรรยาพิสูจน์เต๋า 2
บทที่ 451 เครื่องมือสังหารภรรยาพิสูจน์เต๋า 2
บทที่ 451 เครื่องมือสังหารภรรยาพิสูจน์เต๋า 2
การแก้แค้นของหลิวซื่อล้มเหลว
นางยอมแลกด้วยการที่วิญญาณแตกซ่าน อ้อนวอนสวรรค์ให้เมตตา ช่วยแก้แค้นให้นาง
สวรรค์คงจะเมตตาจริงๆ เพราะจู๋อินได้รับภารกิจนี้
สำนักงานทะลุมิติก็ไม่ได้ต้องการให้วิญญาณของหลิวซื่อแตกซ่าน แต่พวกเขาต้องการวิญญาณของนาง
ล้างความทรงจำ อบรมสักหน่อยก็ยังใช้งานได้ จะให้ช่วยเปล่าๆ ก็กระไรอยู่
หากในอนาคตอันไกลโพ้น หลิวซื่อก้าวไปได้ไกลพอ ไม่แน่ว่านางอาจจะมีวันที่ระลึกทุกอย่างได้
หากนางเก่งกาจกว่านี้ การย้อนเวลา กลับไปยังช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อเปลี่ยนชะตากรรมของตนเอง ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว
สรุปก็คือ ตอนนี้จู๋อินกลายเป็นหลิวซื่อแล้ว
เป้าหมายของหลิวซื่อมีเพียงหนึ่งเดียว นางไม่ต้องการให้หรงซิ่วสำนึกเสียใจหรืออะไรทำนองนั้น การตอบสนองทางอารมณ์แบบนี้ไม่มีความหมายใดๆ
นางต้องการให้เส้นทางแห่งเต๋าของเขาพังทลาย แล้วใช้ชีวิตแลกชีวิต
จู๋อินเปลี่ยนชุดสวมศพออกก่อน คิดสักพัก ก็พับเก็บอย่างดี แล้ววางกลับเข้าไปในโลงศพ
โลงศพที่ถูกเปิดออก ดินที่ร่วนซุยเริ่มคืนสภาพ จนมองไม่เห็นร่องรอยของการถูกขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
จู๋อินรู้สึกว่าเรื่องราวมันไม่ได้ง่ายดายตามตัวอักษร
เช่นตอนที่นางมีความคิดว่าจะบุกไปที่สำนักชิงหยวน แล้วใช้กระบี่เดียวปลิดชีพหรงซิ่วผู้นั้น
นางสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่เตือนนางอยู่ลางๆ
ห้ามทำ
หรงซิ่วยังมีประโยชน์
พระเอกต้องการอาจารย์
ตอนนี้ฆ่าไม่ได้
จู๋อินขมวดคิ้ว "คนใต้หล้านี้มีตั้งมากมาย ต้องเป็นคนนี้คนเดียวเหรอที่เป็นอาจารย์ได้?"
ถึงเวลานั้นนางจะหาอาจารย์ให้พระเอกสักสิบแปดคนเลย
วิถีสวรรค์ไม่ตอบโต้ เพียงแต่ขัดขวางนางอย่างเดียว
"......ก็ได้" จู๋อินกล่าว "หมายความว่า ก่อนจะเริ่มงานจริง ยังมีวันหยุดยาวถึงสามร้อยปีสินะ"
ร้อยปีแรก
นางอาศัยอยู่ในป่าลึกหลังเมืองเล็กๆ
ในความทรงจำเดิมของหลิวซื่อ พ่อแม่ของนางล้มป่วยและเสียชีวิตหลังจากนางตายไปไม่นาน
จู๋อินป้อนโอสถบำรุงให้ผู้เฒ่าที่น่าสงสารทั้งสอง และเข้าฝันปลอบใจอยู่หลายครั้ง
สิบปีต่อมา สองผู้เฒ่าหลิวซื่อที่ร่างกายยังแข็งแรงดีตัดสินใจย้ายออกจากสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเจ็บปวดแห่งนี้ในที่สุด
พวกเขาแจ้งคนในครอบครัว แล้ว—ขุดหลุมศพของเจ้าของร่างเดิม
ตามคำพูดของสองผู้เฒ่า "พวกเราจะไปกันหมดแล้ว จะทิ้งชิงชิงไว้คนเดียวที่นี่ได้อย่างไร?"
หลิวซื่อมีชื่อจริงว่าหลิวฉาน ชื่อเล่นว่าชิงชิง
หลิวอี้ พี่ชายคนโตของหลิวฉานเป็นคนเงียบขรึม ไม่พูดอะไร เพียงแค่ลงมือเปิดโลงเก็บกระดูกให้น้องสาวด้วยตัวเอง
จู๋อิน "......"
ร่างของหลิวซื่อถูกนางยืมไปใช้ จะไปมีกระดูกที่ไหนกัน
ต่อให้คืนให้ตอนนี้ ก็คงไม่เหมาะสมนัก—คนตายมาสิบปีถูกขุดขึ้นมา แล้วยังมีสภาพเหมือนคนเป็น
สองผู้เฒ่าหลิวซื่อไม่รู้จะทนรับความตกใจนี้ไหวไหม
จู๋อินจึงจำต้องหากระดูกมาชุดหนึ่งเพื่อแก้ขัดไปก่อน
นางมองส่งคนหลิวซื่อจากไป
ปีที่สองร้อย นางกลายเป็นผู้ฝึกตนปีศาจลึกลับที่มีชื่อเสียงโด่งดังในแถบนี้
นางได้พบกับผู้ฝึกตนปีศาจที่ช่วยเจ้าของร่างเดิมไว้ตามเนื้อเรื่องดั้งเดิม
นั่นเป็นสตรีที่แบกโลงศพไว้บนหลัง ริมฝีปากเขียวคล้ำ เล็บดำ เห็นได้ชัดว่าพิษศพเข้ากระดูก
สิ่งที่น่าสยดสยองที่สุดคือ ในโลงศพด้านหลังนาง มีเสียงเล็บขูดขีดดังออกมาเป็นระยะ
เจอกันครั้งแรก บาร์บาร่าตกใจจนกระโดดขึ้นต้นไม้
จู๋อิน "......"
นางขวางทางผู้ฝึกตนปีศาจผู้นั้นไว้
ไม่เหมือนในเนื้อเรื่อง ผู้ฝึกตนปีศาจกลายมาเป็นลูกน้องของนาง
จู๋อินสอนวิธีขจัดพิษศพในร่างกาย สอนวิธีเลี้ยงดูผีดิบในโลงศพ แค่สองข้อนี้ ก็เพียงพอให้สตรีผู้นั้นยอมถวายชีวิตรับใช้
จู๋อินยังมอบเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรให้นางอีกเล่มหนึ่ง
ต่อมา ทั้งสองเริ่มคุ้นเคยกัน จู๋อินจึงได้รับรู้เรื่องราวของนาง
สิ่งที่นางแบกอยู่ คือพี่สาวฝาแฝดของนาง พี่สาวชื่อเจี้ยนชุน น้องสาวชื่อเจี้ยนสี่
สองพี่น้องเดิมเป็นหญิงชาวบ้านธรรมดา โชคร้ายไปเจอกับผู้ฝึกตนชั่วร้ายที่ผ่านมา และพบว่าทั้งสองมีกายหยินสุดขั้วที่หาได้ยาก
ผู้ฝึกตนชั่วร้ายฆ่าคนทั้งหมู่บ้าน แล้วลักพาตัวสองพี่น้องไป ตั้งใจจะหลอมทั้งสองให้เป็นศพมีชีวิต
เริ่มจากพี่สาว เขาทำสำเร็จ แต่ก็ไม่สำเร็จทั้งหมด
สองพี่น้องร่วมมือกันสังหารผู้ฝึกตนชั่วร้ายคนนั้นได้ และได้สมบัติพร้อมมรดกวิชาทั้งหมดของเขามา
แต่ในตอนนั้นพี่สาวใกล้จะควบคุมสติสัมปชัญญะไม่ได้แล้ว ส่วนน้องสาวก็ได้รับพิษศพอย่างรุนแรงจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้
ตอนที่เจอจู๋อิน พี่สาวในโลงศพสูญเสียสติไปโดยสมบูรณ์แล้ว
เจี้ยนสี่ทำได้เพียงฝืนใช้วิชาอาคมกักขังนางไว้ในโลงศพ ไม่ให้นางออกไปทำร้ายผู้คน
ปีที่สองหลังจากจู๋อินรับสองพี่น้องไว้ ผู้ติดตามข้างกายก็เพิ่มจากหนึ่งเป็นสอง
เจี้ยนชุนไม่ต้องอยู่ในโลงศพอีกต่อไป นางได้สติกลับคืนมา และตอนนี้กลายเป็นผู้ฝึกตนปีศาจอย่างเต็มตัว
จู๋อินค้นพบว่า สำนักเซียนในโลกนี้ช่างพึ่งพาไม่ได้จริงๆ
จะดูว่าสำนักเซียนพึ่งพาได้หรือไม่ ก็ให้ดูว่าผู้ฝึกตนชั่วร้ายกำเริบเสิบสานหรือไม่ก็พอ
จากประสบการณ์กว่าสองร้อยปีในโลกนี้ของนาง ชะตากรรมแบบสองพี่น้องเจี้ยนชุนเจี้ยนสี่ไม่ใช่เรื่องแปลก
ผู้ฝึกตนชั่วร้ายเห็นต้นกล้าดีๆ ก็สามารถฆ่าล้างหมู่บ้านได้อย่างง่ายดาย
ไม่มีใครสนใจ
แน่นอน ฝ่ายธรรมะสำนักเซียนเองก็ยังเข่นฆ่าปุถุชนผู้บริสุทธิ์ได้ตามอำเภอใจ ประกาศอย่างเปิดเผยว่า "ผู้บำเพ็ญสูงส่ง ปุถุชนต่ำต้อย" ส่วนประกอบของสำนักเซียนนี้ก็คงไม่ต้องพูดถึงแล้ว
จู๋อิน "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจี้ยนชุนเจี้ยนสี่ ข้าจะตั้งเป้าหมายเล็กๆ ให้พวกเจ้าสองคน"
สองพี่น้องหันมามอง ถามว่า "ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ต้องการให้พวกเราทำสิ่งใดเจ้าคะ?"
จู๋อินพูดอย่างเรียบง่าย "รวมฝ่ายอธรรมให้เป็นหนึ่ง แล้วเป็นประมุขมารเป็นไง?"
เจี้ยนชุน/เจี้ยนสี่: ???
ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ท่านหมายถึงพวกเราเหรอเจ้าคะ?
เจี้ยนชุนมีนิสัยค่อนข้างเก็บตัว จึงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ส่วนน้องสาวเจี้ยนสี่ช่างพูดและนิสัยตรงไปตรงมา นางรีบพูดทันที "แต่ท่านผู้ยิ่งใหญ่ พวกเราสองคน เพิ่งจะอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานเองนะเจ้าคะ"
จู๋อินโยนแผ่นหยกสองแผ่นออกมา
แล้วก็โยนถุงมิติออกมาอีกสองใบ
"ถึงได้บอกให้พวกเจ้าตั้งใจฝึกบำเพ็ญไง"
เจี้ยนสี่ถามอีก "ท่านผู้ยิ่งใหญ่ พี่น้องเราพรสวรรค์มีจำกัด ข้าไม่เข้าใจ ทำไมท่านไม่เป็นประมุขมารเองล่ะเจ้าคะ?"
จู๋อินคิดในใจว่า ถ้าข้าเป็นประมุขมารตอนนี้ วิถีสวรรค์บางคนคงสติแตกแน่
เจ้าเด็กหัวโบราณนี่ไม่รู้จักพลิกแพลงเอาเสียเลย
"พวกเจ้าแค่ตั้งใจฝึกบำเพ็ญไป เรื่องอื่นอย่าถามมาก" นางกล่าวเรียบๆ
สองพี่น้องรีบกลั้นหายใจสงบปากสงบคำ ไม่กล้าถามมากความอีก
แม้ท่านจู๋อินผู้นี้จะช่วยชีวิตพวกนางไว้และปกติก็ดูเป็นกันเอง แต่ด้วยสัญชาตญาณของผู้ฝึกตนปีศาจ ทั้งสองจึงมีความเคารพยำเกรงต่อจู๋อินมากกว่าความสนิทสนม
ร้อยปีที่สาม สองพี่น้องสร้างชื่อเสียงเกริกก้องในฝ่ายอธรรม
วันนี้ จู๋อินเรียกทั้งสองมาหา
"พวกเจ้าไปที่แห่งหนึ่ง......"
แม้สองพี่น้องจะสงสัย แต่ก็น้อมรับคำสั่งแล้วจากไป
ข้างหูจู๋อินแว่วเสียงลมและฟ้าร้อง
"ทำไม?" จู๋อินยิ้ม
"ข้าให้พวกนางไปคุ้มครองผู้อื่น ทำความดี มีตรงไหนไม่ถูกต้องหรือ?"
สายฟ้าส่งเสียงคำรามครึ้มอยู่ครู่หนึ่ง
จู๋อินจิบชา แล้วกล่าวเรียบๆ "ข้าไว้หน้าเจ้าบ้านมากแล้ว หวังว่าเจ้าบ้านก็อย่าได้ทำเกินไปนัก แม้ข้าจะมีเมตตา แต่ก็พอจะรู้เพลงหมัดมวยอยู่บ้าง"
สายฟ้าสลายไปในที่สุด
คำสั่งที่เจี้ยนชุนและเจี้ยนสี่ได้รับ คือการไปคุ้มครองผู้อื่น และเป็นการทำความดีจริงๆ
ถ้าคนที่จู๋อินให้พวกนางไปเฝ้าดู ไม่ใช่ครอบครัวพระเอกล่ะก็นะ