เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 450 เครื่องมือสังหารภรรยาพิสูจน์เต๋า 1

บทที่ 450 เครื่องมือสังหารภรรยาพิสูจน์เต๋า 1

บทที่ 450 เครื่องมือสังหารภรรยาพิสูจน์เต๋า 1


บทที่ 450 เครื่องมือสังหารภรรยาพิสูจน์เต๋า 1

"เริ่มการสรุปผลภารกิจ"

[ขอแสดงความยินดีกับผู้ทำภารกิจจู๋อิน ที่ทำภารกิจหลักในฐานะ 'แม่บ้านสารพัดนึก' สำเร็จ]

"......"

ภารกิจก่อนหน้านี้ไม่มีความยากอะไร ของรางวัลก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ จู๋อินกวาดตามองผ่านๆ แล้วยกให้บาร์บาร่าทั้งหมด จากนั้นก็ไม่ได้หยุดพัก มุ่งหน้าไปยังสถานที่ท่องเที่ยวแห่งต่อไป

ทิวทัศน์ในครั้งนี้ค่อนข้างจะพิเศษอยู่สักหน่อย

เพราะจู๋อินปีนขึ้นมาจากพื้นดิน โดยที่ถูกฝังเอาไว้อย่างมิดชิด

หากจะพูดให้ละเอียดกว่านั้น นางเปิดฝาโลงศพที่ดูหรูหราโอ่อ่า แล้วปีนขึ้นมาจากดินที่ชื้นแฉะ

เมื่อมองดูร่างกายนี้ จะเห็นความสดใหม่ได้ด้วยตาเปล่า เพียงแต่ที่หน้าอกมีรูขนาดใหญ่ ลมโกรกเย็นยะเยือก ราวกับถูกกระบี่แทงทะลุ

บาร์บาร่าไม่ได้เห็นภาพที่จำกัดเรตเช่นนี้มานานแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเทิ้ม

จู๋อินไม่ได้รู้สึกว่ามันน่าเกลียด เมื่อเห็นท่าทางของเจ้าแมวน้อย นางจึงยื่นมือปัดผ่านหน้าอก เพื่ออุดบาดแผลนั้น ก้มลงมองตัวเองอีกครั้ง

ผิวหนังที่ซีดเขียวค่อยๆ กลับมาเป็นธรรมชาติ สีปากเริ่มแดงระเรื่อ และกลับมาหายใจได้เหมือนคนปกติ

นอกเหนือจากชุดสวมศพบนร่างที่ยังดูน่าสยดสยองอยู่บ้าง นางก็มีรูปลักษณ์เหมือนคนเป็นที่ปกติสมบูรณ์แล้ว

นางลุกขึ้นจากโลงศพ ของร่วมฝังจำพวกทองคำและเงินร่วงกราวลงมาจากตัวนาง

หันกลับไปมอง สุสานนี้ถือได้ว่าประณีตงดงาม หน้าหลุมศพมีป้ายหินตั้งอยู่ ตัวอักษรบนนั้นเขียนไว้อย่างบรรจงและเรียบง่าย:

"สุสานหลิวซื่อ"

จู๋อินพิจารณาตัวอักษรเหล่านี้ ขณะที่เนื้อเรื่องถูกส่งเข้ามาในทะเลจิตของนางในช่วงเวลาเดียวกัน

หลิวซื่อ ตัวละครธรรมดาๆ ที่ในเนื้อเรื่องไม่มีแม้แต่ชื่อเต็ม

นางเป็นคุณหนูบ้านคหบดี หน้าตางดงาม นิสัยอ่อนหวาน แต่งงานกับหรงซิ่ว บัณฑิตในเมืองตอนอายุสิบแปด

อายุยี่สิบ หรงซิ่วออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อศึกษาหาความรู้ ระหว่างทางเจอกับโจรเกือบถูกฆ่าชิงทรัพย์ โชคดีที่พบศิษย์สำนักเซียนที่เดินทางผ่านมาทางนี้พอดี

ศิษย์สำนักเซียนช่วยทั้งสองคนไว้ และบังเอิญพบว่าหรงซิ่วมีรากกระดูกชั้นดี จึงชักชวนเขาให้ติดตามตนไปตรวจสอบคุณสมบัติที่สำนัก

ปุถุชนจะต้านทานความเย้ายวนของการบำเพ็ญเซียนได้อย่างไร?

เจ้าของร่างเดิมเองก็ยินดีไปกับสามี จึงติดตามหรงซิ่วไปยังสำนักชิงหยวนด้วยกัน

ภายหลังเหตุการณ์เป็นไปตามคาด หรงซิ่วถูกตรวจสอบพบรากวิญญาณชั้นดี แต่น่าเสียดายที่เจ้าของร่างเดิมไร้พรสวรรค์ เป็นได้เพียงคนธรรมดา

โลกผู้บำเพ็ญเซียนวัดความสูงต่ำด้วยระดับพลังบำเพ็ญ

คู่สามีภรรยาตัวเล็กๆ ที่เดิมทีถือว่าเหมาะสมกันในโลกมนุษย์ เมื่อมาอยู่ที่นี่ ก็กลายเป็น "วาสนาบาป"

หรงซิ่วได้เข้าเป็นศิษย์สายใน กลายเป็นศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสพิทักษ์สำนัก เนื่องด้วยพรสวรรค์ที่โดดเด่น การบำเพ็ญเพียรจึงก้าวหน้าไปไกลวันละพันลี้

เจ้าของร่างเดิม ภรรยาที่เขาพามาจากโลกมนุษย์ผู้นี้ จึงกลายเป็น "จุดด่างพร้อย" เพียงหนึ่งเดียวของเขา

เจ้าของร่างเดิมอาศัยอยู่ลำพังในเรือนหลังเล็กบนเขา มักจะได้ยินคำครหาอยู่บ่อยครั้ง

ศิษย์พี่ร่วมสำนักของหรงซิ่วยังเคยมาพบนางด้วยความหวังดีที่ถือดี อ้างว่าทั้งสองไม่เหมาะสมกันแล้วในตอนนี้

"หรงซิ่วก้าวเข้าสู่ประตูแห่งการบำเพ็ญ ต่อไปจะมีอายุขัยนับพันปี เจ้าเป็นเพียงปุถุชน อายุขัยไม่ถึงร้อยปี ฝืนอยู่ด้วยกันไป จะมีประโยชน์อันใด?"

"วันหน้าเมื่อเจ้าร่วงโรยไปตามวัย ศิษย์น้องหรงยังคงหนุ่มแน่น เจ้าจะรับความแตกต่างนี้ได้หรือ?"

เจ้าของร่างเดิมเป็นคนดื้อรั้น นางรักหรงซิ่ว จึงฟังเพียงวาจาของหรงซิ่ว คนอื่นจะพูดอย่างไร ก็ไม่อาจสั่นคลอนความคิดของนางได้

ตราบใดที่สามีไม่หย่าขาดจากนาง นางก็สามารถทนต่อแรงกดดันทั้งหมดได้

แต่นางจิตใจมั่นคง ทว่าไม่ใช่ทุกคนจะทำได้เช่นนั้น

นานวันเข้า จำนวนครั้งที่หรงซิ่วกลับมาที่เรือนเล็กก็น้อยลงเรื่อยๆ เวลาที่กลับมาอยู่กับนางก็น้อยลงทุกที

นางสังหรณ์ใจว่า ตนเองใกล้จะเสียสามีไปแล้ว

แต่ต่อให้นางคิดอย่างไร อย่างมากก็คงเป็นแค่ได้รับ "เงินชดเชยจากเซียน" ก้อนหนึ่ง แล้วถูกส่งตัวกลับบ้าน

ทว่าคาดไม่ถึง วันนั้นหรงซิ่วกลับมาอย่างหาได้ยาก ไม่จากไปไหนอีก ใช้ชีวิตร่วมกับนางเหมือนดั่งอดีตตอนที่ยังไม่เข้าสำนักเซียนเป็นเวลาหนึ่งเดือน

สิ่งนี้ทำให้เจ้าของร่างเดิมซาบซึ้งจนทั้งประหลาดใจและหวาดหวั่น

นางคิดว่า ในที่สุดหรงซิ่วก็เปลี่ยนใจแล้ว เขายังคงรักนางอยู่

วันนั้น หรงซิ่วบอกว่า จะพานางกลับไปเยี่ยมบ้าน

นางตอบตกลงด้วยความดีใจ

ระหว่างทางกลับบ้าน นางได้สัมผัสกับวิถีเซียนอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก

ระยะทางที่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายเดือนในขามา หรงซิ่วพานางเดินทางเพียงสามวันก็ถึง

นางกลับมาถึงเมืองเล็กๆ ที่เติบโตมา ได้พบกับคนสกุลหลิว

คืนนั้น นางทานอาหารโต๊ะใหญ่ที่ท่านแม่ลงมือทำเอง ก่อนเข้านอนยังคิดอย่างมีความสุขว่า สามีตั้งใจจะละทิ้งการบำเพ็ญเพียร มาใช้ชีวิตธรรมดาชาตินี้เป็นเพื่อนตนเองหรือไม่?

วันรุ่งขึ้น สิ่งที่นางพบคือสามีที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง

ความอ่อนโยนและเยื่อใยตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาล้วนหายไปจนสิ้น

เขาชักกระบี่ใส่นาง

กล่าวว่าเขาได้ฝึกฝนวิถีมรรคากระบี่ไร้ใจแล้ว

"หลิวซื่อ เจ้ากลายเป็นมารในใจข้าแล้ว หากเจ้ายังอยู่ หนทางแห่งเต๋าของข้าคงยากจะก้าวเดิน"

หลิวซื่อยืนนิ่งงัน ฟังเขาเอ่ยทีละคำอย่างเย็นชา: "เจ้าอย่าได้โทษข้า เจ้าจงไปตายเสียเถิด ข้าจะรับรองความมั่งคั่งให้สกุลหลิวของเจ้าห้าร้อยปี"

"......"

จู๋อินเลิกคิ้ว

หากจะกล่าวถึงเครื่องปลอบใจเพียงหนึ่งเดียวของเจ้าของร่างเดิม ก็คงเป็นในตอนนั้น พ่อแม่และคนในครอบครัวของนางไม่ได้ยอมแพ้ในตัวนางเพราะคำขู่ของเซียนหรือความมั่งคั่งที่สัญญาไว้

พวกเขาคุกเข่าลงต่อหน้าอดีตลูกเขย บอกว่ายินดีจะพาลูกสาวจากไปจากที่นี่ จะไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าเขาตลอดไป

แต่ก็ไร้ประโยชน์

กระบี่เล่มนั้น สุดท้ายก็ยังคงแทงลงที่หน้าอกของนาง

คนสกุลหลิวสร้างสุสานให้นาง พองานศพเสร็จสิ้น ผู้เฒ่าทั้งสองก็ล้มป่วยจนลุกไม่ขึ้น

จากนั้น

ก็คือตอนที่จู๋อินมาถึง

ก่อนหน้านี้คือประสบการณ์ของเจ้าของร่างเดิม

และเมื่อวางลงในเนื้อเรื่องทั้งหมด เรื่องราวเกี่ยวกับสกุลหลิว มีเพียงประโยคสั้นๆ เพียงประโยคเดียวว่า "หรงจุนเจ๋อเคยมีภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากในโลกมนุษย์ผู้หนึ่ง"

หรงซิ่วไม่ใช่พระเอก

เขาเป็นอาจารย์ของพระเอก

กว่าเนื้อเรื่องหลักจะเริ่ม ก็เป็นเรื่องในอีกสามร้อยปีให้หลัง

เวลานั้นหรงซิ่วเป็นจอมคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในโลกผู้บำเพ็ญเซียน บำเพ็ญวิถีมรรคากระบี่ไร้ใจ สังหารปีศาจชั่วร้ายนับไม่ถ้วน

ใครเล่าจะจำได้ว่า ภายใต้คมกระบี่ของเขา เคยเปื้อนเลือดของสตรีผู้บริสุทธิ์นางหนึ่ง

หรือต่อให้พวกเขารู้ ก็คงไม่มีใครใส่ใจกระมัง

ส่วนเหตุผลที่จู๋อินมาอยู่ในร่างนี้

เป็นเพราะสกุลหลิวยังมีบทบาทอีกฉากหนึ่ง

สามร้อยกว่าปีให้หลัง พระเอกจะพบกับหลิวซื่อในภารกิจหนึ่ง

เนื่องจากตอนตายมีความเคียดแค้นฝังลึก วิญญาณของหลิวซื่อหลังความตายจึงไม่แตกซ่าน กลายเป็นวิญญาณอาฆาต

แต่นางเดิมเป็นเพียงปุถุชนธรรมดา ไม่รู้วิธีการบำเพ็ญเพียร หลังจากกลายเป็นผี ก็ใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอยมานับร้อยปี

ภายหลังถูกผู้ฝึกตนปีศาจตนหนึ่งเก็บไป ติดตามนางบำเพ็ญเพียร จึงค่อยเรียกคืนความทรงจำเมื่อครั้งยังมีชีวิตกลับมาได้

แต่ในเวลานั้น พ่อแม่พี่สาวของนางล้วนจากไปหมดแล้ว

หลิวซื่อแม้จะยังอยู่ แต่ไม่มีใบหน้าใดที่คุ้นเคยอีกแล้ว

นางต้องการแก้แค้น

นางอดทนมานานหลายปี พยายามฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง วางแผนการ

แต่นางจะเป็นคู่มือของอัจฉริยะจุนเจ๋อที่มีชื่อเสียงโด่งดังในโลกผู้บำเพ็ญเซียนได้อย่างไร?

นางแค้นใจนัก!

ต่อมา ทราบว่าจุนเจ๋อผู้นั้นรับลูกศิษย์คนหนึ่ง

นางวางกับดักมากมาย เกือบจะเอาชีวิตของพระเอกได้จริงๆ แล้ว—หากพระเอกไม่ใช่พระเอก ก็คงตายไปแล้ว

แต่เขาเป็นพระเอก ย่อมไม่ตกตายโดยง่าย สถานการณ์ที่ต้องตายแน่ๆ ก็ยังหาทางรอดไปได้

นางล้มเหลว

และถูกเปิดโปง

ข่าวลือว่าหรงจุนเจ๋อที่ไม่ออกมาจากยอดเขาอู๋หลิ่งมาหลายปีได้เดินทางมาด้วยตนเอง

เขาพูดว่า: "เจ้าจะทำตัวเองให้มีสภาพไม่เหมือนคนไม่เหมือนผีเช่นนี้ไปไย?"

"ถุย!" บาร์บาร่าดูเนื้อเรื่องไปพร้อมกับจู๋อิน เมื่อเห็นถึงตรงนี้ มันก็อดรนทนไม่ไหวในที่สุด

"ไอ้เศษสวะ!"

จบบทที่ บทที่ 450 เครื่องมือสังหารภรรยาพิสูจน์เต๋า 1

คัดลอกลิงก์แล้ว