เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57 คุณเต็มใจเป็นพ่อทูนหัวของเด็กไหม?

บทที่ 57 คุณเต็มใจเป็นพ่อทูนหัวของเด็กไหม?

บทที่ 57 คุณเต็มใจเป็นพ่อทูนหัวของเด็กไหม?


ครู่ต่อมา ซูเฉี่ยนเยว่ก็ยิ้มเยาะตัวเองออกมาเล็กน้อย

"เฮ้อ แม่ฉันมองคนขาดจริงๆ เจียงเฟิงไม่มีทางเป็นของฉันได้เพียงคนเดียวหรอก ไม่ใช่แค่ฉัน แต่สำหรับผู้หญิงหลายคน เจียงเฟิงเปรียบเสมือนแสงสว่างในชีวิตของพวกเธอ"

หลิวจืออินเหลือบมองซูเฉี่ยนเยว่แวบหนึ่ง ก่อนจะตบไหล่เธอเบาๆ แล้วพูดว่า "เฉี่ยนเยว่ อย่าเพิ่งท้อใจสิ ถึงนันกงเสวี่ยจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว แต่อย่าลืมว่าเธอยังมีฉันเป็นตัวช่วยนะ ตอนนี้ฉันเป็นถึงพี่สาวของเจียงเฟิงเชียวนะ มีสิทธิ์มีเสียงในเรื่องแต่งงานของเขาอยู่บ้าง วางใจเถอะ ฉันจะอยู่ข้างเธอเอง"

"เธอคงลืมไปแล้วว่าฉันกับอู๋เจ๋อยังไม่ได้หย่ากัน"

"ไอ้หมอนั่นที่ปล่อยให้เพื่อนฉันต้องเป็นหม้ายทั้งที่ยังมีสามีมาตลอดสามปีน่ะ ถูกฉันกาชื่อทิ้งไปตั้งนานแล้ว"

หลิวจืออินชะงักไปครู่หนึ่งแล้วถามต่อ "ถ้าเป็นเจียงเฟิงล่ะก็ เขาคงจับเธอเผด็จศึกไปนานแล้ว ว่าแต่... พวกเธอเคยมีอะไรกันหรือยัง?"

"ยัง" ซูเฉี่ยนเยว่ตอบนิ่งๆ

"เอ๊ะ?" หลิวจืออินประหลาดใจ "หรือว่าเจียงเฟิงจะใช้การไม่ได้?"

"นี่" ซูเฉี่ยนเยว่หน้าดำคร่ำเครียด "อย่ามาใส่ร้ายเขานะ"

"แหมๆ ออกตัวแรงเชียว วางใจเถอะ ต่อให้เจียงเฟิงใช้การไม่ได้จริงๆ ฉันก็จะหาวิธีรักษาเขาให้หายเอง จะไม่ยอมให้เธอต้องเป็นหม้ายแบบนี้ต่อไปหรอก"

ซูเฉี่ยนเยว่เหงื่อตกเล็กน้อย เธอค้อนใส่หลิวจืออินไปทีหนึ่ง

"ไม่อยากคุยกับเธอแล้ว"

อีกด้านหนึ่ง

เมื่อเจียงเฟิงไปถึงบ้านของนันกงเสวี่ย เธอเธอกำลังอุ้มลูกเดินวนไปวนมาในห้องนั่งเล่นด้วยสีหน้าวิตกกังวล

"ฉันให้ลูกกินยาลดไข้แล้ว แต่ไข้ยังขึ้นๆ ลงๆ ไม่ยอมลดเลยค่ะ" นันกงเสวี่ยบอกอย่างร้อนรน

นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงเฟิงเห็นนันกงเสวี่ยกังวลขนาดนี้

ก่อนหน้านี้ในสายตาของเจียงเฟิง นันกงเสวี่ยเปรียบเสมือนหุ่นยนต์อัจฉริยะที่ไร้ความรู้สึก

แต่เขาคิดผิด

เธอก็มีความตื่นตระหนก มีความกังวล และมีความสับสนทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน

"ผมจะพาพวกคุณไปโรงพยาบาลครับ" เจียงเฟิงบอก

"ค่ะ"

ประมาณยี่สิบนาทีต่อมา เจียงเฟิงขับรถพานันกงเสวี่ยและลูกไปถึงโรงพยาบาลเหรินไอ้ในเมืองเจียงเฉิง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่หลิวจืออินทำงานอยู่

"เดี๋ยวผมไปลงทะเบียนหาหมอให้ลูกเองครับ"

พูดจบเจียงเฟิงก็รีบวิ่งไปจัดการ เขาเลือกลงทะเบียนแผนกฉุกเฉินทันที

หลังจากผ่านการตรวจอย่างละเอียด หมอก็สรุปอาการว่าเป็นโรคคาวาซากิ

"คุณหมอคะ โรคคาวาซากิคืออะไรเหรอคะ?" นันกงเสวี่ยถาม

ถึงแม้เธอจะมีความรู้รอบตัวมากแค่ไหน แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะรู้ไปเสียทุกเรื่อง

ทว่าเจียงเฟิงกลับรู้จักโรคนี้น่าแปลก

หมออธิบายว่า "โรคคาวาซากินี้ ในทางการแพทย์เรียกว่ากลุ่มอาการเยื่อบุผิวหนังและต่อมน้ำเหลืองอักเสบครับ"

เมื่อได้ยินชื่อนี้ แม้นันกงเสวี่ยจะยังไม่เข้าใจลึกซึ้ง แต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่สู้ดีนัก

"โรคนี้คือความผิดปกติของการอักเสบของหลอดเลือดแดงโคโรนารีแบบไม่เฉพาะเจาะจง มักพบในเด็กอายุต่ำกว่าสองปี และอัตราการเกิดในเด็กชายจะสูงกว่าเด็กหญิงมากครับ" หมอกล่าวต่อ

"ถ้าเป็นโรคนี้แล้วจะเป็นยังไงคะ?" นันกงเสวี่ยถามอีก น้ำเสียงของเธอสั่นเครืออย่างหาได้ยาก

"คุณไม่ต้องกังวลเกินไปหรอกครับ โรคนี้ถึงจะดูน่ากลัว แต่มันเป็นโรคที่หายเองได้และผลการรักษามักจะออกมาดีครับ" เจียงเฟิงพูดแทรกขึ้นมา

หมอดูประหลาดใจ "คุณรู้จักโรคนี้ด้วยเหรอครับ?"

โรคนี้ถือเป็นโรคที่ค่อนข้างเฉพาะทาง คนทั่วไปมักจะไม่เคยได้ยินชื่อเลยด้วยซ้ำ

"ตอนเด็กๆ ผมก็เคยเป็นโรคนี้เหมือนกันครับ" เจียงเฟิงบอก

"อ้อ โรคนี้มีปัจจัยทางพันธุกรรมเกี่ยวข้องอยู่บ้างจริงๆ ครับ"

หมอชะงักไปครู่หนึ่งแล้วมองนันกงเสวี่ย "สามีคุณพูดถูกครับ คุณไม่ต้องตื่นเต้นเกินไป ดูอย่างสามีคุณสิ ตอนเด็กๆ ก็เคยเป็น แต่ตอนนี้เขาก็แข็งแรงดีไม่ใช่เหรอ?"

เจียงเฟิงทำหน้ากระอักกระอ่วน

หมอเข้าใจผิดว่าเขาเป็นพ่อแท้ๆ ของเด็กชัดเจน

เพียงแต่...

เจียงเฟิงจ้องมองเด็กน้อยด้วยสายตาที่เป็นประกายวับ

*‘หรือว่าเด็กคนนี้จะเป็นลูกของผมจริงๆ?’*

เด็กคนนี้มีความคล้ายคลึงกับเขามากเกินไป ทั้งหน้าตา หรือแม้แต่การเป็นโรคคาวาซากินี้

นันกงเสวี่ยไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเธอไม่รู้ว่าเจียงเฟิงเคยบริจาคสเปิร์ม

เธอไม่ได้แก้ความเข้าใจผิดของหมอ เพราะเห็นว่าไม่มีความจำเป็นอะไร

"แล้วต้องรักษายังไงคะ?" นันกงเสวี่ยถามต่อ

"หลักๆ คือการรักษาเพื่อต้านการอักเสบและป้องกันการแข็งตัวของเลือดครับ จากนั้นจะมีการฉีดอิมมูโนโกลบูลิน เข้าทางหลอดเลือดดำ เดี๋ยวผมจะจัดการเรื่องนอนโรงพยาบาลให้ก่อนนะครับ" หมอบอก

"ขอบคุณค่ะ"

เมื่อได้ยินหมอและเจียงเฟิงยืนยันว่าผลการรักษาจะออกมาดี นันกงเสวี่ยก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

กว่าจะจัดการเรื่องนอนโรงพยาบาลเสร็จก็เข้าสู่ช่วงดึกสงัดแล้ว

พายุฝนข้างนอกก็หยุดตกไปแล้วเช่นกัน

"เจียงเฟิง ขอบคุณมากนะ" นันกงเสวี่ยบอก

"ไม่ต้องเกรงใจผมหรอกครับ" เจียงเฟิงยิ้มแล้วพูดต่อ "ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่โรงแรมฉีจี้ คุณก็ช่วยผมไว้มากเหมือนกัน"

"คุณกับอดีตภรรยาเป็นยังไงบ้าง? กลับไปจดทะเบียนกันหรือยัง?" นันกงเสวี่ยถามขึ้น

"การกลับไปคืนดีกันมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นครับ" เจียงเฟิงตอบเรียบๆ

ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเซี่ยโม่ในช่วงนี้ดีขึ้นมากก็จริง แต่เขารู้ตัวดีว่าการจะกลับไปจดทะเบียนสมรสกันใหม่นั้นยังอีกยาวไกล

เซี่ยโม่เป็นคนอ่อนไหวและทะนงตัว ตอนนี้เธอรู้เรื่องที่เขานอนกับหยางเถาแล้ว และยังรู้เรื่องของซูเฉี่ยนเยว่อีก เธอไม่มีทางกลับมาคืนดีกับเขาได้ง่ายๆ แน่

นันกงเสวี่ยเห็นดังนั้นจึงไม่ได้ชวนคุยเรื่องนี้ต่อ

เธอเหลือบมองนาฬิกาแล้วบอกว่า "ดึกมากแล้ว ฝนข้างนอกก็หยุดแล้ว คุณกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ"

"พรุ่งนี้ผมจะไปทำงานหรือไม่ไปก็ได้ ผมจะอยู่ที่นี่ช่วยดูแลเด็กเอง คุณนอนพักสักหน่อยเถอะครับ" เจียงเฟิงบอก

ห้องที่พวกเขาพักเป็นห้องวีไอพี ห้องเดี่ยวที่มีเตียงนอนสองเตียง

"ในห้องมีเตียงสองเตียง ฉันจะนอนเตียงเดียวกับลูก คุณก็นอนอีกเตียงเถอะค่ะ พักผ่อนสักหน่อยเถอะ" นันกงเสวี่ยบอก

"ก็ได้ครับ"

เจียงเฟิงจึงทิ้งตัวลงนอนบนเตียงข้างๆ

ส่วนนันกงเสวี่ยนอนอยู่บนเตียงเดียวกับลูกชาย

"ตั้งชื่อลูกหรือยังครับ?" เจียงเฟิงถามขึ้น

"ชื่อในใบแจ้งเกิดคือนันกงอวี่ค่ะ ส่วนชื่อเล่นยังไม่ได้คิดเลย" นันกงเสวี่ยตอบ

" 'อวี่' ที่มาจาก ต้าอวี่ ผู้ควบคุมน้ำในตำนานน่ะเหรอครับ?"

"ค่ะ"

"ชื่อดีนะครับ ต้าอวี่คือปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เซี่ยเลยนะเนี่ย อวี่น้อยโตขึ้นต้องเป็นคนใหญ่คนโตแน่นอน" เจียงเฟิงชม

"ฉันไม่ได้หวังให้เขาเป็นคนใหญ่คนโตอะไรหรอกค่ะ แค่เขาเติบโตมาอย่างปลอดภัยและแข็งแรงก็พอแล้ว"

นันกงเสวี่ยจ้องมองลูกน้อยที่หลับไปแล้วด้วยแววตาอ่อนโยน

เป็นความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่ง

เจียงเฟิงมองดูเด็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน

เขาอยากจะแอบดึงเส้นผมของนันกงอวี่สักเส้นไปตรวจดีเอ็นเอจริงๆ

แต่การทำแบบนั้นมันผิดกฎหมาย

ตามกฎหมายในปัจจุบัน ผู้บริจาคสเปิร์มกับเด็กที่เกิดมาไม่มีความเกี่ยวข้องทางกฎหมายใดๆ ต่อกัน

ถ้าผู้บริจาคแอบสืบหาข้อมูล จะถือว่ามีความผิดทางกฎหมายทันที

ยิ่งไปกว่านั้น นันกงเสวี่ยก็เคยบอกว่าเธอไม่อยากมีความเกี่ยวข้องใดๆ กับพ่อของเด็กคนนี้

เขารู้สึกลังเลใจอย่างหนัก

ในตอนนั้นเอง นันกงเสวี่ยจู่ๆ ก็มองมาที่เจียงเฟิงแล้วถามว่า "จริงด้วยเจียงเฟิง คุณเต็มใจจะมาเป็นพ่อทูนหัวของเด็กคนนี้ไหมคะ?"

"หา?"

"ถ้าไม่เต็มใจก็ไม่เป็นไรค่ะ ฉันแค่คิดว่าเด็กคนนี้ไม่มีพ่อ แต่ถ้าในกระบวนการเติบโตของเด็กผู้ชายไม่มีผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่คอยอยู่เคียงข้างเลย เขาอาจจะขาดความแข็งแกร่งแบบชายชาตรีไป" นันกงเสวี่ยอธิบาย

"เต็มใจครับ ผมเต็มใจแน่นอน!" เจียงเฟิงรีบตอบทันที

"ขอบคุณนะ"

"ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ ความจริงแล้วผมชอบเด็กมากเลยล่ะครับ" เจียงเฟิงบอก

"งั้น ชื่อเล่นของเด็กให้คุณที่เป็นพ่อทูนหัวเป็นคนตั้งแล้วกันนะ" นันกงเสวี่ยบอกต่อ

"อืม..." เจียงเฟิงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะบอกว่า "งั้นชื่อ 'เสี่ยวสือโถว' (ก้อนหินน้อย) แล้วกันนะครับ หวังว่าโตขึ้นเขาจะเป็นคนที่เข้มแข็งและมั่นคงเหมือนกับคุณแม่ของเขา"

"ฉันเข้มแข็งขนาดนั้นเลยเหรอ?"

"เข้มแข็งกว่าคนส่วนใหญ่ครับ อย่างน้อยก็เข้มแข็งกว่าผมแน่นอน"

เจียงเฟิงนิ่งไปครู่หนึ่ง เขานอนหงายเอามือกุมท้ายทอยแล้วพูดพึมพำ "ตอนผมอายุสิบห้า แม่ของผมเสียชีวิต และยังมีเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่องที่ทำให้ผมทรุดหนัก ผมต้องใช้เวลาถึงสามปีเต็มๆ กว่าจะค่อยๆ ก้าวผ่านมันออกมาได้"

"นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้ยินคุณพูดเรื่องในอดีต" นันกงเสวี่ยบอก

"ก็เพราะปกติเราไม่ค่อยได้คุยเรื่องอื่นนอกจากเรื่องงานเลยนี่ครับ" เจียงเฟิงยิ้มตอบ

"นั่นก็จริง"

ริมฝีปากของนันกงเสวี่ยขยับเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้พูดออกมา

เจียงเฟิงไม่ได้คิดว่าการได้เป็นพ่อทูนหัวของนันกงอวี่แล้วแม่ของเด็กจะยอมเปิดใจเล่าความลับให้เขาฟังในทันที

กำแพงในใจของนันกงเสวี่ยนั้นสูงชันมาก ยากที่จะได้ยินเสียงในใจของเธอ

ไม่นานนัก เสียงกรนเบาๆ ของเจียงเฟิงก็ดังขึ้น

วันนี้เขาวิ่งรอกไปมาหลายที่ ย่อมต้องเหนื่อยล้าเป็นธรรมดา

นันกงเสวี่ยยังไม่นอนเธอนอนตะแคงมองดูเจียงเฟิงที่อยู่เตียงข้างๆ นิ่งเงียบ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

ผ่านไปนานมาก นันกงเสวี่ยถึงได้ผล็อยหลับไป

เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือใบหน้าของเจียงเฟิง

เขากำลังจดจ้องมองดูนันกงอวี่ที่ยังหลับปุ๋ยอยู่อย่างตั้งใจ

"เจ้าหนูนี่หล่อจริงๆ" เจียงเฟิงยิ้มบอกเมื่อเห็นนันกงเสวี่ยตื่นแล้ว

"เขาว่ากันว่าเด็กผู้ชายมักหน้าตาเหมือนแม่ แต่ฉันยังไม่เห็นเลยว่าเขาเหมือนฉันตรงไหน" นันกงเสวี่ยบอก

"อาจจะเหมือนพ่อเขามากกว่ามั้งครับ" เจียงเฟิงพูดไปตามตรง

นันกงเสวี่ยไม่ได้พูดอะไร

"เอ่อ... ผม... ขอโทษนะครับ ผมรู้ว่าคุณไม่ชอบให้พูดถึงพ่อของเด็ก" เจียงเฟิงรีบขอโทษ

"ฉันไม่อยากเกี่ยวข้องกับพ่อของเด็กก็จริง แต่คุณไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ที่คุณพูดมามันก็ถูก เด็กคนนี้ไม่เหมือนฉัน ก็คงต้องเหมือนพ่อของเขา... เอ่อ พ่อทางชีวภาพของเขานั่นแหละ" นันกงเสวี่ยบอก

เธอดูไม่ออกเลยว่าเด็กคนนี้มีความคล้ายคลึงกับเจียงเฟิง

เพราะตอนเด็กๆ กับตอนโต เจียงเฟิงหน้าตาเปลี่ยนไปมากจริงๆ

แต่เด็กคนนี้หน้าตาเหมือนเจียงเฟิงตอนเด็กๆ ราวกับถอดแบบออกมา

แน่นอนว่าเรื่องนี้เขาไม่กล้าบอกนันกงเสวี่ย

"จริงด้วย เมื่อกี้ผมออกไปซื้ออาหารเช้ามา คุณรีบทานตอนร้อนๆ เถอะครับ ผมต้องไปมหาวิทยาลัยแล้ว" เจียงเฟิงบอก

อาจารย์ที่ปรึกษาของมหาวิทยาลัยเจียงเฉิงไม่จำเป็นต้องเข้ามหาวิทยาลัยทุกวัน แต่เช้าวันจันทร์มีการประชุมอาจารย์ที่ปรึกษาที่จำเป็นต้องเข้าร่วม

"คุณไปเถอะค่ะ ฉันลางานกับหัวหน้าไว้แล้ว" นันกงเสวี่ยชะงักไปครู่หนึ่งก่อนบอกต่อ "ถ้ามีเรื่องอะไรเกี่ยวกับนักศึกษาในห้องฉัน ฝากคุณช่วยดูแลให้หน่อยนะคะ"

"ไม่เป็นไรครับ นั่นก็คืองานของผมเหมือนกัน"

จากนั้น เจียงเฟิงก็จากไป

เมื่อกลับมาถึงมหาวิทยาลัย เขาบังเอิญเจอซูเฉี่ยนเยว่ที่หน้าประตูพอดี

"เมื่อคืนไม่กลับบ้าน ไปค้างที่บ้านอาจารย์นันกงมาเหรอคะ?" ซูเฉี่ยนเยว่ถาม

เมื่อคืนเธอและหลิวจืออินนอนค้างที่ห้องเช่าของเจียงเฟิง ดังนั้นเธอจึงรู้ว่าเจียงเฟิงไม่ได้กลับบ้าน

น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ดูไม่ออกว่ากำลังโกรธหรือดีใจ

"เปล่าครับ อยู่ที่โรงพยาบาลน่ะ" เจียงเฟิงบอก

"เกิดอะไรขึ้นคะ?" ซูเฉี่ยนเยว่รีบถามด้วยความเป็นห่วง

เจียงเฟิงเล่าเรื่องที่เด็กไม่สบายให้ฟัง

"ไม่ต้องห่วงนะครับ เด็กไม่เป็นอะไรมากแล้ว"

"ค่อยยังชั่วค่ะ เดี๋ยวสอนเสร็จฉันจะแวะไปเยี่ยมเด็กที่โรงพยาบาลนะคะ" ซูเฉี่ยนเยว่บอก

จากนั้นเธอก็เอามือไขว้หลัง แววตาที่เคยเคร่งเครียดก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า

"มีเรื่องดีๆ อะไรเกิดขึ้นเหรอครับ?" เจียงเฟิงถาม

ซูเฉี่ยนเยว่ยังไม่ทันอ้าปากพูด หนิงเหยียนก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา

"พี่เฟิง!"

"ไว้เจอกันนะคะ" ซูเฉี่ยนเยว่พูดจบก็ยิ้มแล้วเดินจากไป

เจียงเฟิงกะพริบตาปริบๆ "ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรของเขานะ?"

ขณะที่กำลังสงสัย หนิงเหยียนก็วิ่งมาหยุดอยู่ข้างๆ เจียงเฟิงแล้ว

"แหะๆ พี่เฟิง สุดยอดไปเลยนะเนี่ย จีบคุณครูซูติดแล้วเหรอครับ?" หนิงเหยียนแซว

เจียงเฟิงกลอกตาใส่ "อาจารย์หนิง ผมขอเตือนให้คุณระวังคำพูดหน่อยนะครับ คุณครูซูเธอแต่งงานมีสามีแล้ว พูดแบบนี้มันจะทำให้เธอเสียชื่อเสียงนะ"

เขาชะงักไปแล้วมองหนิงเหยียน "คุณดูตื่นเต้นขนาดนี้ มีเรื่องดีๆ อะไรเหรอ?"

"มีจริงๆ ครับ" หนิงเหยียนพูดยิ้มๆ "มีเรื่องอยากให้พี่ช่วยหน่อยครับ"

"ว่ามาสิ"

"ผมอยากจะจีบผู้หญิงคนหนึ่งในบริษัทพี่น่ะครับ" หนิงเหยียนบอก

"หา?"

เจียงเฟิงกะพริบตา

หนิงเหยียนรู้แล้วว่าเขาเป็นเจ้าของบริษัทพั่วเสี่ยว

แต่การที่เขาบอกว่าจะจีบพนักงานสาวในบริษัทเนี่ย จะเป็นใครกันนะ?

"ใครเหรอ?" เจียงเฟิงถามต่อ

"หลี่เจียซินครับ"

เจียงเฟิง: "..."

หลี่เจียซินคนนี้ก็คือเพื่อนของเฉียนซูซูนั่นเอง

"หลี่เจียซินเขามีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอ?" เจียงเฟิงถาม

"ผมสืบมาแล้วครับ พวกเขาเลิกกันแล้ว" หนิงเหยียนบอก

"เดี๋ยวนะหนิงเหยียน คุณไปรู้จักกับหลี่เจียซินตั้งแต่เมื่อไหร่?" เจียงเฟิงถามอย่างประหลาดใจ

"เมื่อวานผมไปหาพี่ที่บริษัทกะว่าจะคุยเรื่องที่พี่จะร่วมมือกับพี่ชายผม หลี่เจียซินเป็นคนต้อนรับผมเองครับ" หนิงเหยียนชะงักไปก่อนจะพูดต่อ "เธอเป็นเด็กดีนะครับ ผมอยากจีบเธอจริงๆ"

เจียงเฟิงนิ่งเงียบ

"เฮ้ พี่เฟิง พี่คัดค้านเหรอครับ?" หนิงเหยียนถาม

เจียงเฟิงมองหนิงเหยียนแล้วพูดว่า "คุณไม่ได้ชอบอาจารย์นันกงเหรอครับ?"

"ผมก็ชอบเธอนะ แต่เธอไม่ชอบผมชัวร์ๆ"

หนิงเหยียนหยุดไปแล้วพูดต่อ "แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะผมไร้ความสามารถหรอกนะ แต่เป็นเพราะเลเวลของอาจารย์นันกงสูงเกินไปต่างหาก ผมว่าในโลกนี้ไม่มีผู้ชายคนไหนทำให้เธอหวั่นไหวได้หรอก สรุปก็คือ ผมตัดใจจากนันกงเสวี่ยขาดกระจุยแล้วครับ"

เจียงเฟิงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพูดอย่างสงบ "หนิงเหยียน หลี่เจียซินเคยผ่านความรักที่ความทรงจำไม่ค่อยดีมา แฟนเก่าของเธอเห็นเธอเป็นแค่หมาก เป็นคนใช้ และคอยล้างสมอง (PUA) เธอสารพัด เธอน่าสงสารมากนะ ถ้าคุณแค่คิดจะจีบเล่นๆ เพื่อหาความสนุกล่ะก็ อย่าไปยุ่งกับเธอเลยดีกว่า"

"ผมไม่ได้คิดแบบนั้นครับ ผมสาบานเลยว่าผมจริงจัง" หนิงเหยียนยืนยัน

"คุณอาจจะจริงจัง แต่พ่อแม่คุณล่ะ? พวกท่านจะยอมให้คุณแต่งงานกับผู้หญิงธรรมดาๆ เหรอ?" เจียงเฟิงถามจี้จุด

หนิงเหยียนเงียบกริบ

"เรื่องพวกนี้คุณไปคิดให้ตกก่อนแล้วค่อยมาว่ากันเถอะ"

พูดจบ เจียงเฟิงก็เดินเข้ามหาวิทยาลัยไป

อีกด้านหนึ่ง

ซูเฉี่ยนเยว่เดินกลับมาถึงห้องพักครูเป็นคนแรก

วันนี้เธออารมณ์ดีเป็นพิเศษ เธอจัดโต๊ะทำงานไปพลางฮัมเพลงไปพลาง

"คุณครูซู มีเรื่องอะไรดีๆ ถึงได้ดูมีความสุขขนาดนี้คะ?" ทันใดนั้น เสียงของหยางเถาก็ดังขึ้น

โต๊ะทำงานของเธออยู่ติดกับซูเฉี่ยนเยว่

เมื่อเห็นหยางเถา ซูเฉี่ยนเยว่ก็นึกถึงเรื่องที่เจียงเฟิงนอนกับหยางเถาขึ้นมาทันที อารมณ์ที่เคยเบิกบานก็หม่นลงในพริบตา

อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้แสดงท่าทีเย็นชาใส่อีกฝ่าย

เพราะนั่นไม่ใช่นิสัยของเธอ และไม่มีเหตุผลที่จะทำแบบนั้นด้วย

ในเมื่อเธอเองก็ไม่ได้เป็นอะไรกับเจียงเฟิง

ซูเฉี่ยนเยว่ปรับอารมณ์แล้วยิ้มบางๆ ตอบว่า "ก็ใกล้จะปิดเทอมฤดูร้อนแล้วนี่คะ ได้หยุดยาวตั้งสองเดือน จะไม่ให้มีความสุขได้ยังไงล่ะ"

"ปิดเทอมฤดูร้อนยังเหลืออีกตั้งสิบกว่าวันเลยนะคะ สู้มาวางแผนเรื่องสุดสัปดาห์นี้ก่อนดีกว่า คุณครูซู สุดสัปดาห์นี้มีแพลนไปไหนไหมคะ?"

"วันศุกร์ฉันมีธุระค่ะ ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ยังไม่แน่ใจ" ซูเฉี่ยนเยว่ตอบเรียบๆ

วันศุกร์นี้ อู๋เจ๋อจะต้องเข้ารับการผ่าตัด

ถ้าการผ่าตัดล้มเหลว เธอคงต้องจัดการเรื่องพิธีศพของอู๋เจ๋อในฐานะภรรยาหม้าย

แต่ถ้าการผ่าตัดประสบความสำเร็จ...

จบบท

จบบทที่ บทที่ 57 คุณเต็มใจเป็นพ่อทูนหัวของเด็กไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว