- หน้าแรก
- เกมจิ๊กซอว์วันสิ้นโลกกับระบบคำใบ้สุดกวน
- บทที่ 4 กองกำลังสำรวจนอกหอคอย
บทที่ 4 กองกำลังสำรวจนอกหอคอย
บทที่ 4 กองกำลังสำรวจนอกหอคอย
หอคอยชั้นที่สอง ฐานย่อยของกองกำลังสำรวจนอกหอคอย ค่ายพักของทีมที่ 7
"ชื่อไป๋อู้ อายุไม่ทราบ คาดว่าน่าจะสิบแปดสิบเก้าปี เพศชาย"
ผ่านไปราวสามวินาที หัวหน้าหน่วยสอบสวนที่กำลังรายงานต่อหัวหน้าทีมก็พูดขึ้นด้วยความกระอักกระอ่วนว่า:
"หมด...หมดแล้วครับ"
"หมดแล้ว?"
อู่จิ่วขมวดคิ้ว หลิวหมู่ที่อยู่ข้างๆ ถึงกับหลุดขำพรืดออกมา
"อู่จิ่ว ฝีมือการสอบสวนของทีมเจ็ดนายนี่ไม่ได้เรื่องเลยนะ สอบสวนตั้งนาน ได้มาแค่ชื่อกับเพศ อ้อ ไม่สิ เพศก็ไม่ต้องถาม สรุปคือได้มาแค่ชื่ออย่างเดียวเนี่ยนะ? ฮ่าๆๆๆ..."
หัวหน้าหน่วยสอบสวนก้มหน้า ไม่กล้าปริปากพูด ในใจลอบบ่นอุบอิบว่า ชื่อเนี่ยอีกฝ่ายก็ยอมบอกเพราะเห็นแก่มารยาทหรอก...
หลิวหมู่ส่วนสูงสองเมตร รูปร่างกำยำล่ำสัน
ส่วนอู่จิ่วนั้นผอมบางและตัวเล็กมาก ไม่ใช่ตัวเล็กเพราะเอาไปเปรียบเทียบหรอกนะ แต่อู่จิ่วสูงแค่ร้อยหกสิบเซนติเมตร ถอดรองเท้าออกก็เหลือแค่ร้อยห้าสิบเก้าเซนติเมตร เดิมทีเขามีชื่อที่ไพเราะว่า กู่ชิงอวี้
แต่ตั้งแต่หลิวหมู่เริ่มเรียกเขาว่า 'อู่จิ่ว' หัวหน้าทีมคนอื่นๆ ก็พากันเรียกเขาว่าอู่จิ่วตามไปด้วย
ถึงแม้จะสูงแค่ร้อยห้าสิบเก้าเซนติเมตร แต่เขากลับเป็นไพ่ตายที่ต่อสู้เก่งกาจที่สุดของกองกำลังสำรวจนอกหอคอยทั้งหมด
อู่จิ่วกลอกตาใส่หลิวหมู่โดยไม่สนใจจะต่อล้อต่อเถียงด้วย ก่อนจะเอ่ยว่า:
"อธิบายมาสิ"
หัวหน้าหน่วยสอบสวนเผยสีหน้ากระอักกระอ่วนยิ่งกว่าเดิม:
"หัวหน้าครับ... คือว่าเทคนิคการสอบสวนทั้งหมดใช้กับเขาไม่ได้ผลเลย แถมพวกเรายังถูกเขาจูงจมูกเดินอยู่ตลอดเลยครับ"
ถูกอีกฝ่ายจูงจมูก... สอบสวนไม่สำเร็จ แถมยังโดนหลอกถามข้อมูลอีก?
หลิวหมู่เผยสีหน้าประหลาดใจ แซวก็ส่วนแซว เขาไม่เคยสงสัยในฝีมือการทำงานของหน่วยสอบสวนจริงๆ หรอก
ทีมที่ 7 คือระดับหัวกะทิของกองกำลังสำรวจนอกหอคอย ไม่ว่าจะหน่วยสอบสวน หน่วยสนับสนุน หน่วยรบ หรือหน่วยข่าวกรอง ล้วนเป็นหน่วยที่ยอดเยี่ยมที่สุดในกองกำลังทั้งสิ้น
"สรุปนายไปจับใครมาเนี่ย?" หลิวหมู่สงสัยยิ่งนัก
อู่จิ่วหน้าขรึมราวน้ำนิ่ง นัยน์ตาหงส์จ้องมองหัวหน้าหน่วยสอบสวน:
"เล่ารายละเอียดมาให้ชัดเจน"
หัวหน้าหน่วยสอบสวนเองก็น่าจะเพิ่งเคยเจอของแข็งแบบนี้เป็นครั้งแรก จึงพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจว่า:
"ลูกน้องในหน่วยของผมเข้าไปสี่คน ทั้งสี่คนระหว่างกระบวนการสอบสวน ถามไปถามมากลับกลายเป็นฝ่ายถูกตั้งคำถามซะเองครับ"
"ทั้งตื๊อทั้งขู่ ทั้งใช้ไม้อ่อนไม้แข็งก็ไม่ได้ผลกับเขาเลย กลับเป็นเขาที่คอยชี้จุดบอดในเทคนิคการสอบสวนของพวกเราได้อย่างแทงใจดำ แถมยังสอนอีกต่างหากว่าการสอบสวนที่ถูกต้องควรทำยังไง..."
"พูดไปหัวหน้าอาจจะไม่เชื่อ พอสอบสวนไปช่วงหลังๆ มันเหมือนกับว่าลูกน้องผมเป็นนักเรียน ส่วนไอ้หมอนั่นเป็นครูเลยครับ"
"วางกับดักอะไรไปก็ไม่หลงกลเลยสักนิด ในทางกลับกัน เขายังรู้ทันลักษณะนิสัยของลูกน้องผม และใช้วิธีนั้นทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองในทางอ้อม..."
เมื่อได้ฟังเช่นนี้ สีหน้าของอู่จิ่วกลับไม่ได้ดูแย่เท่าเดิมแล้ว
"เขาถามอะไรบ้าง?"
"นี่แหละครับที่แปลกยิ่งกว่า คำถามที่เขาถาม ไม่เป็นคำถามที่เราตอบไม่ได้ ก็เป็นคำถามที่ง่ายซะจนไม่รู้จะตอบยังไงเลยครับ"
"อย่างเช่น หอคอยมีทั้งหมดกี่ชั้น? คำถามแบบนี้ใครจะไปรู้ล่ะครับ ทุกคนรู้แค่ว่าตอนนี้มีหกชั้น แต่ก็ไม่เคยมีใครไปถึงชั้นที่หกเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้างบนยังมีชั้นที่เจ็ดอีกหรือเปล่า"
"แล้วเขาก็ถามอีกว่า พลังแฝงกับลำดับพรสวรรค์คืออะไร คำถามที่แม้แต่เด็กยังรู้ เขากลับไม่รู้ แถมยังถามซักไซ้รายละเอียดอีกหลายจุด"
"จากนั้นก็ยังถามเรื่องผู้ร่วงหล่น คำถามที่เขาถามดูเหมือนว่าเขาอยากรู้จริงๆ นะครับ ไม่ได้ตั้งใจกวนประสาทถามคำถามง่ายๆ หรอก อ้อ จริงสิ เขายังขอตารางธาตุลำดับพรสวรรค์จากผมไปด้วยครับ"
อู่จิ่วและหลิวหมู่สบตากัน หลิวหมู่จึงเอ่ยหยั่งเชิงว่า:
"ถึงจะไม่รู้ว่านายไปขุดเอาตัวประหลาดแบบนี้มาจากไหน แต่หน่วยสอบสวนทีมสิบสามของฉันกำลังขาดคนอยู่นะ ยกหมอนี่ให้ฉันดีไหม?"
อู่จิ่วพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด:
"เอาไปอยู่หน่วยสอบสวนเนี่ยนะ? ถ้างั้นนายก็เอามีดฆ่าวัวมาเชือดไก่ชัดๆ"
"สถานการณ์มันเป็นยังไงมายังไงกันแน่?" หลิวหมู่ยิ่งสนใจใคร่รู้มากขึ้น
อู่จิ่วก็ไม่ปิดบัง:
"ห้าเดือนก่อน พวกเราได้รับแจ้งความว่าประชากรชั้นล่างหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย คนที่หายไปล้วนเป็นพวกอันธพาล เด็กกำพร้า จัดอยู่ในประเภทที่ตายไปก็ไม่มีใครสนใจ ที่ได้รับแจ้งความก็เพราะว่าหนึ่งในคนที่หายไปติดหนี้นอกระบบ พวกทวงหนี้เลยมาแจ้งความ"
หลิวหมู่ไม่เข้าใจ:
"เรื่องภายในหอคอย พวกเราจะไปยุ่งทำไม ไม่ใช่หน้าที่ของกองกำลังรักษาการณ์หอคอยหรอกเหรอ?"
"ไอ้พวกทหารชนชั้นสูงพวกนั้นน่ะเหรอ? สันดานพวกมันเป็นยังไงนายไม่รู้หรือไง? เรื่องของคนจนพวกมันไม่เคยสนใจหรอก สัญชาตญาณฉันบอกว่าการหายตัวไปของคนพวกนี้มันไม่ชอบมาพากล ก็เลยตามสืบคดีนี้มาตลอด จนในที่สุดก็สืบไปเจอเกมพนันแห่งหนึ่ง"
หลิวหมู่ไม่ได้แปลกใจกับความเหลวไหลของพวกคนชั้นบนเลยแม้แต่น้อย เขาพูดว่า:
"ดูท่าพวกชนชั้นสูงคงจะเบื่อจัด เลยหันมาเล่นเกมเอาชีวิตรอดกันอีกแล้วสิ?"
"ก็ประมาณนั้นแหละ แต่สถานะของเจ้ามือไม่ธรรมดาเลย สถานที่จัดเกมพนันในแต่ละสัปดาห์ก็ไม่แน่ชัด รู้แค่ว่าอยู่บนชั้นสี่ นายก็รู้ว่าชั้นสี่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับกองกำลังสำรวจอย่างพวกเราเท่าไหร่นัก"
หลิวหมู่พยักหน้า
กองกำลังรักษาการณ์หอคอย กับ กองกำลังสำรวจนอกหอคอย แม้ทั้งสองกองกำลังจะเป็นองค์กรที่ก่อตั้งโดยชนชั้นปกครองบนชั้นห้าก็ตาม
แต่เพราะอัตราการรอดชีวิตจากการออกไปสำรวจนอกหอคอยนั้นไม่สูงนัก กองกำลังสำรวจจึงถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า 'กองกำลังผู้ลี้ภัย'
ลูกหลานคนมีเงินแทบจะไม่ชายตามองกองกำลังสำรวจเลย พวกเขาล้วนไปเข้าร่วมกับกองกำลังรักษาการณ์หอคอยกันทั้งนั้น
ระบบการเข้าร่วมเช่นนี้ ทำให้เกิดการทุจริตภายในกองกำลังรักษาการณ์ ระบบข้าราชการนิยมหยั่งรากลึกอย่างรุนแรง
และในขณะเดียวกันก็เป็นตัวกำหนดสถานะที่ต่ำต้อยกว่าของกองกำลังสำรวจด้วย ในหอคอยที่แบ่งชนชั้นอย่างชัดเจนแห่งนี้ ทุกสรรพสิ่งล้วนมีระดับชั้นของมัน
"สืบต่อจากนี้ก็ยิ่งยุ่งยาก อิทธิพลของเจ้ามือไม่ใช่น้อยๆ พวกนักพนันก็ล้วนแต่เป็นคนมีหน้ามีตา หาช่องทางทะลวงคดีนี้ยากมาก แต่สัปดาห์นี้ ฉันได้รับโทรศัพท์นิรนามสายหนึ่ง"
"โทรศัพท์นิรนาม?"
"นายไม่มีทางเดาออกแน่ว่าเรื่องราวมันพัฒนาไปยังไง"
"เวรเอ๊ย เลิกอมพะนำสักที รีบเล่ามา"
อู่จิ่วพูดด้วยน้ำเสียงไม่ช้าไม่เร็ว:
"สิ่งที่เรียกว่าเกมพนัน แท้จริงแล้วก็คือการที่คนกลุ่มหนึ่งนั่งดูสวะชั้นล่างตายยังไง เนื้อหาการพนันของพวกมันคือการจับคนไปทิ้งไว้นอกหอคอย แล้วดูว่าจะรอดชีวิตได้นานแค่ไหน"
หลิวหมู่เคยได้ยินเรื่องนี้ เขารู้ดีว่าชนชั้นสูงบนชั้นสามและสี่ส่วนใหญ่ ไม่เคยมองคนสองชั้นล่างเป็นคนอยู่แล้ว
"ครั้งนี้หนักข้อกว่าเดิม พวกมันเลือกที่จะเนรเทศคนไปไว้ในเขตสีน้ำเงิน"
"ไอ้พวกบ้าเอ๊ย"
หลิวหมู่กำหมัดแน่น
ทุกๆ ปีจะมีคนของกองกำลังสำรวจตายอยู่นอกหอคอยไม่น้อย ทว่าในเขตสีน้ำเงินกลับมีคนตายน้อยกว่า เพราะมันอันตรายเกินไปจนแทบจะไม่มีใครกล้าไป
"พวกนักพนันก็ต้องหวังจะได้เห็นภาพที่น่าตื่นเต้นเร้าใจยิ่งกว่าเดิมอยู่แล้ว ขนาดของเกมพนันครั้งนี้ก็ใหญ่เป็นประวัติการณ์ เทียบกับการดิ้นรนเอาชีวิตรอดของคนชั้นล่างในเขตสีขาว พวกมันอยากจะเห็นมากกว่าว่าผู้ร่วงหล่นที่กลายพันธุ์ระดับสูงจะกลืนกินมนุษย์ยังไง"
สีหน้าของอู่จิ่วดูแปลกไปเล็กน้อย:
"แต่ครั้งนี้พวกมันคำนวณพลาด ผู้เอาชีวิตรอดที่สมควรจะตายไปอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงแต่ไม่ตาย แต่ยังรอดชีวิตอยู่ในเขตอุณหภูมิสุดขั้วที่มีผู้ร่วงหล่นหนาแน่นได้เกือบสองชั่วโมงอย่างปลอดภัย แถมยังไม่ดึงดูดผู้ร่วงหล่นมาเลยแม้แต่ตัวเดียว"
หลิวหมู่ถึงกับชะงัก
อันธพาลชั้นล่างธรรมดาๆ คงอยู่รอดในเขตสีน้ำเงินได้ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ
รอดชีวิตได้ถึงสองชั่วโมงก็เป็นเรื่องที่จินตนาการไม่ออกแล้ว แถมยังไม่ดึงดูดผู้ร่วงหล่นเลยสักตัว นี่มันไม่ได้พิสูจน์ว่า...
อีกฝ่ายอยู่ในเขตสีน้ำเงิน โดยไม่รู้สึกตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย แถมยังรู้สึกอยากจะหัวเราะด้วยซ้ำงั้นเหรอ?
"ก็เลยมีคนคิดว่าเกมพนันล็อกผล? นี่คือโทรศัพท์แจ้งเบาะแสเหรอ?"
"เปล่าหรอก... น่าเสียดายที่พวกเราจับตัวเจ้ามือไม่ได้ คนที่โทรมาก็ไม่ได้ตั้งข้อสงสัยกับเกมพนันด้วย จุดประสงค์หลักของเธอคือการให้พวกเราตัดหน้าเจ้ามือไปช่วยไป๋อู้ให้ได้ก่อน"
"เพราะนอกจากจะรอดชีวิตมาได้สองชั่วโมงแล้ว ไป๋อู้ยังใช้ผู้ร่วงหล่นจัดการฆ่านักฆ่าที่เจ้ามือส่งไปซะเองด้วย"
หลิวหมู่นึกในใจว่าเรื่องราวแบบไหนกันที่ตัวเองไม่เคยได้ยิน? แต่การพัฒนาของเรื่องราวแบบนี้ เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนจริงๆ
ที่แท้ผู้เอาชีวิตรอดคนนั้นก็คือไป๋อู้คนนี้นี่เอง...
คนจนชั้นล่างออกไปนอกหอคอย รอดชีวิตในเขตเสี่ยงภัยสูงได้ตั้งสองชั่วโมง แถมไม่ดึงดูดผู้ร่วงหล่นเลย และตอนที่นักฆ่ามาถึง ยังสามารถใช้ผู้ร่วงหล่นสวนกลับอีกฝ่ายได้อีก...
"ตอนนี้นายเข้าใจแล้วใช่ไหมล่ะ? ถ้าเขาไม่เคยออกไปนอกหอคอยมาก่อน นั่นก็แสดงให้เห็นถึงสิ่งหนึ่ง" อู่จิ่วมองหลิวหมู่
หลิวหมู่พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะพูดด้วยความตกตะลึงว่า:
"เขาคือนักสำรวจนอกหอคอยโดยกำเนิด ที่มีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ขั้นสุดยอด! แต่ฉันสงสัยจริงๆ ว่าคนที่แจ้งเบาะแสคือใครกันแน่?"
"ผู้หญิงคนหนึ่ง ฟังจากเสียงน่าจะยังอายุน้อย"
"ผู้หญิงธรรมดาจะไปรู้เบอร์ติดต่อของนายได้ยังไง? แล้วในเมื่อเป็นเกมพนันที่พวกชนชั้นสูงมีส่วนร่วม ทำไมถึงไม่ไปหากองกำลังรักษาการณ์หอคอยล่ะ?"
"นี่ก็เป็นจุดที่ฉันยังคิดไม่ตกเหมือนกัน"
บทสนทนาตกอยู่ในความเงียบ ผ่านไปราวครึ่งนาที หลิวหมู่กับอู่จิ่วก็ยังคิดไม่ออก อู่จิ่วจึงพูดขึ้นว่า:
"นายเก่งเรื่องสอบสวนไม่ใช่เหรอ? หรือว่าหัวหน้าทีมสิบสามอย่างนายจะลองไปถามเองดูไหมล่ะ?"
หลิวหมู่ยิ้ม เขาต้องสนใจอยู่แล้วสิ:
"ตกลง ขอฉันไปเจอมันหน่อยเถอะ อยากจะรู้เหมือนกันว่าเป็นเทพเทวดามาจากไหน"
(จบบท)