- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 50 ดีดหน้าผาก (2)
บทที่ 50 ดีดหน้าผาก (2)
บทที่ 50 ดีดหน้าผาก (2)
กึก!
ร่างของรองอธิบดีสะดุ้งเฮือกด้วยความตกตะลึง!
น้ำหนักของมันเอาเรื่องเลยทีเดียว! มันหนักอึ้งเกินกว่าภาพลักษณ์ที่ตาเห็นไปไกลโข ราวกับว่ามันคือแร่เหล็กยังไงยังงั้น...
'หืม?'
แร่เหล็ก... แร่เหล็กงั้นหรือ? แร่เหล็กเนี่ยนะ!
นี่มัน... อย่าบอกนะว่า...
"น... นี่คือแร่ธาตุเหรอครับ?"
"ใช่ครับ"
บ้าเอ๊ย! ไอ้งั่งเอ๊ย! ทำไมเขาถึงได้โง่บัดซบขนาดนี้!
เขาพลาดลืมความจริงข้อนี้ไปได้อย่างไรกัน ว่าวัตถุดิบหอคอยที่เพลเยอร์บงจูฮยอกหอบหิ้วมาขายนั้น ไม่เคยเหมือนกับของรางวัลที่เพลเยอร์คนอื่นๆ ได้รับเลยสักนิด! ทั้งหนังสัตว์เอย... สมุนไพรเอย... แล้วนี่อะไร? ถึงขั้นงัดแร่ธาตุออกมาเป็นก้อนๆ เลยหรือนี่!
ตกลงบนโลกนี้ยังมีอะไรที่ชายคนนี้ขุดเอากลับมาไม่ได้บ้างวะเนี่ย!?
"...นี่มันก้อนแร่อดามันเทียมนี่ครับ"
"มีโอริฮารุกอนกับเซคโทเนียมด้วยนะครับ ถึงปริมาณจะน้อยกว่าอดามันเทียมก็เถอะ"
จอนกวังอิลยืนใบ้รับประทานไปชั่วขณะ ถึงจะรู้ซึ้งดีว่าผลงานระดับนี้ก็คือความบ้าบิ่นตามสไตล์เพลเยอร์บงจูฮยอก แต่นี่มันก็...
'ฮะๆ...'
ชายคนนี้มักจะพังทลายเพดานความคาดหวังของเขาจนแหลกละเอียดเสมอ สร้างปรากฏการณ์ที่เกินกว่าจินตนาการอันคับแคบของเขาจะก้าวตามทัน
"มันไม่ได้มาเป็นแท่งโลหะสำเร็จรูป แต่มาเป็นก้อนแร่ดิบๆ แบบนี้ ถ้าจะเอาไปใช้ประโยชน์ก็คงต้องออกแรงวุ่นวายกันหน่อยล่ะครับ"
"ม... ไม่เลยครับ! ไม่วุ่นวายเลยสักนิดเดียวครับ!"
แร่ดิบที่ยังไม่ถูกหลอมเป็นแท่งโลหะ... แน่นอนว่าหากนำแร่เหล่านี้ไปผ่านกระบวนการถลุง ก็จะได้โลหะบริสุทธิ์ออกมา คำถามคือแร่ธาตุจากหอคอยสามารถถลุงได้เหมือนแร่บนโลกมนุษย์หรือไม่?
คำตอบคือได้ล้านเปอร์เซ็นต์!
เพราะโลหะทุกชนิดบนโลกล้วนต้องพ่ายแพ้และหลอมละลายเมื่อเผชิญกับเปลวเพลิง แท่งโลหะที่เป็นของรางวัลจากหอคอยเองก็อยู่ภายใต้กฎข้อนี้เช่นกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่มนุษย์สามารถนำพวกมันมาตีขึ้นรูปเป็นอาวุธและชุดเกราะได้
"อ้อ ถ้าอย่างนั้นผมจะเทออกมาให้หมดเลยนะครับ"
"...ย... ยังมีอีกเหรอครับ?"
"มันค่อนข้างเยอะน่ะครับ สงสัยต้องหาอะไรมาใส่รองรับหน่อยแล้ว"
"ก... กรุณารอสักครู่นะครับ!"
บงจูฮยอกยังคงเดินหน้าลากก้อนแร่ออกมาจากช่องเก็บของอย่างต่อเนื่อง จอนกวังอิลที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบหอบตะกร้าพลาสติกหลายใบกลับมา ถึงกับต้องอ้าปากค้างจนกรามแทบหลุด
กองแร่ธาตุทะลักล้นออกมาไม่หยุดหย่อน ก้อนแล้วก้อนเล่า... พอคิดว่ามันน่าจะหมดเพียงเท่านี้ มันก็ยังผุดขึ้นมาเพิ่มอีกเรื่อยๆ ราวกับหลุมดำไร้ก้นบึ้ง
เผลอแป๊บเดียวเหงื่อกาฬก็แตกพลั่กไหลอาบแผ่นหลังของบงจูฮยอกจนเจ้าตัวต้องถอดเสื้อโค้ทกันหนาวโยนทิ้งไปด้านข้าง
งานใช้แรงงานแบบนี้มันเหนื่อยสายตัวแทบขาด ปริมาณของมันมหาศาลเกินมนุษย์มนา เฉพาะจำนวนก้อนแร่กะคร่าวๆ ก็ปาเข้าไปหกร้อยกว่าก้อนแล้ว แถมขั้นตอนการเอาของออกจากช่องเก็บของก็ไม่ใช่ว่าจะเสกให้มันหล่นตุ้บลงพื้นได้เลย เขาต้องออกแรงงัดมันออกมาด้วยมือเปล่าทีละก้อนแล้วค่อยวางลง
'ตอนอยู่ข้างในหอคอยมันเบาหวิวเหมือนนุ่นแท้ๆ ทีงี้ล่ะหนักฉิบหาย'
ก็แหงล่ะ กฎฟิสิกส์โลกภายนอกกับในหอคอยมันเหมือนกันเสียที่ไหน
ความจริงแล้วเขาแค่กระดิกเท้านั่งจิบกาแฟสบายๆ รอนอนกินค่าเช่าดาบศักดิ์สิทธิ์ที่โอนเข้าบัญชีทุกเดือนก็รวยล้นฟ้าแล้ว
'หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ เลยไอ้บงจูฮยอกเอ๊ย'
กะอีแค่แร่พวกนี้มันจะทำเงินให้เขาได้สักกี่วอนเชียว? สู้รอรับส่วนแบ่งตอนที่โรงงานแปรรูปหนังสัตว์ทำเสร็จยังจะดีเสียกว่า
ทว่าเมื่อนึกถึงแววตากลมโตเป็นประกายที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังของราชิกส์... เขาก็ไม่อาจใจจืดใจดำเมินเฉยต่อความตั้งใจอันแรงกล้าของมันได้ลงคอ จิตใจที่อยากจะขุดแร่มาช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้านายช่างบริสุทธิ์งดงามเหลือเกิน
ทางด้านจอนกวังอิลเองก็ไม่ได้ยืนดูอยู่เฉยๆ เขารีบกุลีกุจอรับก้อนแร่จากมือบงจูฮยอกมาคัดแยกใส่ตะกร้าตามประเภทอย่างขะมักเขม้น
อดามันเทียม โอริฮารุกอน และเซคโทเนียม ถูกจับแยกออกจากกันอย่างเป็นระเบียบ เพียงแค่ปรายตามองสีที่เปล่งประกายออกมาก็สามารถแยกแยะความแตกต่างได้อย่างง่ายดาย
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไป...
"เฮ้อ... หมดเกลี้ยงแล้วครับ"
"ห... หมดแล้วเหรอครับ"
"ใช่ครับ เล่นเอาแขนผมเกือบหลุดแหนะ"
"ฮ่าๆๆ..." รองอธิบดีหัวเราะแห้งๆ สายตากวาดมองไปรอบๆ
'นี่มันปาเข้าไปกี่ตะกร้าแล้ววะเนี่ย?'
"...ทางคุณรับซื้อของพวกนี้ใช่ไหมครับ?"
"รับซื้อแบบไม่มีเงื่อนไขเลยครับ!"
ได้ยินแบบนี้ค่อยโล่งอกหน่อย อย่างน้อยก็มีคนยอมจ่ายเงินซื้อของพวกนี้ล่ะวะ ตอนนี้ก็เหลือแค่ลุ้นราคาประเมินว่าจะออกหัวหรือก้อย
"ขอผมตรวจสอบน้ำหนักก่อนได้ไหมครับ?"
"เชิญเลยครับ"
จอนกวังอิลเดินไปลากเครื่องชั่งน้ำหนักขนาดมหึมาจากมุมโกดังออกมา หลังจากเซ็ตค่าให้ตัวเลขกลับไปเป็นศูนย์ เขาก็เริ่มทยอยยกตะกร้าที่คัดแยกแร่ไว้แล้วขึ้นชั่งทีละใบ ชายวัยกลางคนจดบันทึกตัวเลขน้ำหนักของตะกร้าแต่ละใบอย่างละเอียดถี่ยิบ ไม่ยอมให้คลาดเคลื่อนแม้แต่ขีดเดียว จนกระทั่งการชั่งน้ำหนักเสร็จสิ้นลง
นิ้วมือของจอนกวังอิลสั่นระริกขณะจรดลงบนแอปพลิเคชันเครื่องคิดเลขในสมาร์ตโฟน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอาการล้าจากการยกตะกร้าหนักอึ้ง แต่เหตุผลหลักที่ทำให้อาการสั่นของเขากำเริบหนักคือปริมาณตัวเลขรวมที่พุ่งทะยานจนน่าขนลุก
"เพลเยอร์บงครับ"
"ครับ"
"โดยปกติแล้ว นานๆ ทีเพลเยอร์ทั่วไปถึงจะมีโอกาสได้รับรางวัลจากการเคลียร์ด่านเป็นโลหะที่อยู่ในรูปแบบแท่งสำเร็จรูปน่ะครับ"
"เรื่องนั้นผมพอจะทราบอยู่บ้างครับ"
"ปัจจุบันทางร้านค้าเพลเยอร์ตั้งราคารับซื้อแท่งอดามันเทียมอยู่ที่กิโลกรัมละห้าล้านวอน ส่วนโอริฮารุกอนอยู่ที่กิโลกรัมละสิบล้านวอน และเซคโทเนียมอยู่ที่กิโลกรัมละยี่สิบล้านวอนครับ ซึ่งนี่คือราคามาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลก"
โลหะถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่ายิ่งกว่าหนังสัตว์สำหรับการปีนหอคอยทมิฬ เพราะในขณะที่หนังสัตว์ถูกจำกัดสิทธิ์ให้ใช้ผลิตได้แค่ชุดเกราะป้องกัน แต่โลหะสามารถนำไปหลอมสร้างได้ทั้งอาวุธฟาดฟัน ชุดเกราะหนาเตอะ และยุทโธปกรณ์อื่นๆ อีกสารพัดประโยชน์
อัตราการดรอปไอเทมสวมใส่จากการเคลียร์หอคอยนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนแทบจะเรียกได้ว่างมเข็มในมหาสมุทร เพลเยอร์ส่วนใหญ่จึงจำใจต้องสวมใส่อาวุธและชุดเกราะที่รัฐบาลของตนผลิตขึ้นมาเองเพื่อเข้าปะทะกับมอนสเตอร์
พูดง่ายๆ ว่าโลหะเหล่านี้คือยุทธปัจจัยหลักในการพิชิตหอคอยนั่นเอง รัฐบาลทั่วโลกจึงต้องจับมือกันกดราคามาตรฐานให้ต่ำลงเพื่อไม่ให้งบประมาณบานปลายจนเกินเยียวยา
'ราคารับซื้อโลหะมันดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลยแฮะ'
แต่ก็สมเหตุสมผลอยู่หรอก ขนาดโล่ขนาดเล็กกะทัดรัดที่ทำจากแผ่นโลหะบางๆ ยังปาเข้าไปตั้งสี่สิบล้านวอนแล้ว แถมราคานั้นยังเป็นแค่ต้นทุนหน้าโรงงานที่ถือว่าถูกแสนถูกอีกต่างหาก งานนี้อาจจะมีลุ้นแจ็กพอตแตกเกินคาดก็ได้ เผลอๆ อาจจะทะลุหนึ่งพันล้านวอนไปแบบฉลุยเลยด้วยซ้ำ
จอนกวังอิลหยิบก้อนแร่ขึ้นมาไว้ในมือพลางอธิบายต่อไป
"โดยทั่วไปแล้ว แร่เหล็กดิบจะมีปริมาณธาตุเหล็กผสมอยู่ประมาณห้าสิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไปครับ เมื่อประเมินด้วยสายตาแล้ว แร่ก้อนนี้ก็น่าจะมีสัดส่วนโครงสร้างคล้ายคลึงกับแร่เหล็ก..."
นั่นหมายความว่ามูลค่าของมันจะถูกหั่นครึ่งจากราคาแท่งโลหะสำเร็จรูป
"ทางเราจึงจะขอรับซื้อก้อนแร่อดามันเทียมในราคากิโลกรัมละสองล้านห้าแสนวอน ก้อนแร่โอริฮารุกอนกิโลกรัมละห้าล้านวอน และก้อนแร่เซคโทเนียมกิโลกรัมละสิบล้านวอนครับ ไม่ทราบว่าเพลเยอร์บงจะขัดข้องไหมครับ? นี่เป็นราคาที่คำนวณตามมาตรฐานเป๊ะๆ เลยครับ"
บงจูฮยอกพยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย ในเมื่อมีราคามาตรฐานกำหนดไว้อย่างชัดเจน การเสียเวลาต่อปากต่อคำเพื่อโก่งราคาไปก็ป่วยการเปล่า
แล้วสรุปว่ายอดรวมทั้งหมดมันเท่าไหร่กันล่ะ?
"แร่อดามันเทียมตีเป็นเงินสามพันเจ็ดร้อยสี่สิบสองล้านห้าแสนวอน แร่โอริฮารุกอนสองพันหกร้อยแปดสิบล้านวอน และแร่เซคโทเนียมสามพันห้าล้านวอน... ยอดรวมสุทธิทั้งหมดคือเก้าพันสี่ร้อยยี่สิบเจ็ดล้านห้าแสนวอนถ้วนครับ"
รองอธิบดีเอ่ยสรุปยอดด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า พลางเหลือบตามองปฏิกิริยาของชายหนุ่มอย่างระแวดระวัง
"เป็นอย่างไรบ้างครับ? พอใจกับราคานี้ไหมครับ?"
ร่างของบงจูฮยอกแข็งทื่อเป็นหิน ไม่มีการขยับเขยื้อนใดๆ ทั้งสิ้น ถึงหูจะรับฟังตัวเลขเมื่อครู่ไปแล้วก็ตามเถอะ...
"เดี๋ยว... เมื่อกี้คุณบอกว่าเท่าไหร่นะครับ?"
"เก้าพันสี่ร้อยยี่สิบเจ็ดล้านห้าแสนวอนครับ" (ประมานสองร้อยล้านบาทไทย)
"ไม่ได้พูดผิดเป็นเก้าร้อยสี่สิบล้านใช่ไหมครับ?"
"เก้าพันสี่ร้อยกว่าล้านวอนจริงๆ ครับ นี่คือราคาประเมินตามมาตรฐานขั้นต่ำสุดแล้วนะครับ"
เฮือก!
บงจูฮยอกสะดุ้งสุดตัว
เก้าพันสี่ร้อยล้านวอน...
นี่มันเรื่องจริงดิ!?
เป็นไปได้ยังไงวะเนี่ย!?
"...อ่า... อ... แอบกดเครื่องคิดเลขผิดตรงไหนหรือเปล่าครับ?"
"ไม่มีทางพลาดแน่นอนครับ น้ำหนักแร่ธาตุรวมทั้งหมดปัดเศษทศนิยมแล้วอยู่ที่สองพันสามร้อยสี่สิบสองกิโลกรัม แบ่งเป็นแร่อดามันเทียมหนึ่งพันสี่ร้อยเก้าสิบเจ็ดกิโลกรัม แร่โอริฮารุกอนห้าร้อยสามสิบหกกิโลกรัม และแร่เซคโทเนียมสามร้อยเก้ากิโลกรัมครับ"
ให้ตายสิ นี่เขาแบกแร่น้ำหนักรวมกว่าสองจุดสามตันออกมาด้วยมือเปล่าเลยงั้นเหรอ
"หลังจากนี้นำไปถลุงแล้วได้ปริมาณแท่งโลหะมากกว่าที่ประเมินไว้ ผมจะโอนเงินส่วนต่างสมทบเพิ่มให้ครบทุกวอนเลยครับ"
"...แล้วถ้าเกิดมันถลุงได้น้อยกว่าที่คิดล่ะครับ?"
"ถ้าเป็นแบบนั้นก็ถือว่าเป็นความผิดพลาดในการประเมินของผมเองครับ ทางเรายินดีรับผิดชอบ"
จอนกวังอิลเองก็แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเหมือนกัน ใครจะไปคิดว่าปริมาณของมันจะมหาศาลหลุดโลกขนาดนี้
หากคำนวณจากเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ที่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ เท่ากับว่าพวกเขาจะได้แท่งโลหะรวมกันทะลุหลักหนึ่งตัน!
หรือต่อให้โชคร้ายสกัดได้แค่สามสิบเปอร์เซ็นต์ มันก็ยังปาเข้าไปเจ็ดร้อยกิโลกรัมอยู่ดี!
น้ำหนักเจ็ดร้อยกิโลกรัมที่ว่านี้ มันเยอะยิ่งกว่ายอดรับซื้อโลหะสะสมทั้งปีของร้านค้าเพลเยอร์เสียอีก!
พอมานึกย้อนดูแล้ว เขารู้สึกละอายใจตัวเองชะมัดที่เมื่อก่อนเคยมานั่งปวดหัวกังวลเรื่องอุปกรณ์ตัดเย็บหนังสัตว์งี่เง่าพวกนั้น ตอนนี้ศูนย์ควบคุมมีทรัพยากรมากพอที่จะผลิตอุปกรณ์สวมใส่คุณภาพเยี่ยมประเคนให้เพลเยอร์ได้อย่างไม่อั้นแล้ว ดีไม่ดีอาจจะมากพอที่จะหลอมชุดเกราะเหล็กเต็มยศให้เพลเยอร์สายประชิดใส่เดินกันให้ว่อนเลยด้วยซ้ำ
"ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งที่กรุณานำมาขายให้เรานะครับ"
'ทางผมต่างหากล่ะครับที่ต้องกราบขอบคุณ'
บงจูฮยอกอยากจะตะโกนประโยคนั้นออกไปใจจะขาด ทว่าก้อนเนื้อในอกซ้ายมันเต้นกระหน่ำรัวจนจุกคอหอย พูดอะไรไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ
เดี๋ยวนี้จะหยิบจับทำธุรกรรมอะไรที ตัวเลขก็พุ่งปรี๊ดเตะหลักหมื่นล้านตลอด ทั้งค่าเช่าดาบศักดิ์สิทธิ์เอย... เพนต์เฮาส์สุดหรูเอย... แล้วไหนจะกองแร่นี่อีก...
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปมีหวังฉิบหายแน่ๆ ความรู้สึกที่ว่าเงินหลักพันล้านกลายเป็นแค่เศษเงินหลังตู้เย็นมันชักจะลุกลามใหญ่โตเกินไปแล้ว สันดานความโลภของเขาต้องกำเริบเสิบสานขึ้นเพราะฝีมือของราชิกส์แหงๆ
※※※
ณ เพนต์เฮาส์ของบงจูฮยอก
จอห์น โกซัคกำลังนอนกลิ้งเกลือกไปมาบนพื้นห้องพลางเคี้ยวขนมขบเคี้ยวเสียงดังกร้วมๆ
กรอบแกรบ... กรอบแกรบ...
ทุกครั้งที่ล้วงมือเข้าไปหยิบขนมในถุง เศษป่นๆ ของมันก็จะร่วงกราวลงมากระจายเกลื่อนกลาดจนพื้นห้องนั่งเล่นสกปรกเลอะเทอะไปหมด ทว่านั่นไม่ใช่ปัญหาที่ต้องมานั่งปวดหัวเลยสักนิด
ขลุกๆ... กลุ่มก้อนขนปุยสีขาวนามว่าราชิกส์พุ่งกลิ้งมาจากมุมไกลลิบๆ
"โฮเอ๊ง!"
ฟึ่บ! ฟืดดดดด!
เพียงแค่เจ้าก้อนขนใช้ผ้าขี้ริ้วไถรูดไปบนพื้นสเต็ปเดียว ทุกอย่างก็กลับมาสะอาดเอี่ยมอ่องเหมือนใหม่
"ขอบใจมากนะคร้าบ คุณราชิกส์"
"โฮเอะเอะ"
เมื่อปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้น ราชิกส์ก็กลิ้งม้วนตัวหายวับไปกับตา ทิ้งให้คยอนดัลแรยืนถอนหายใจพลางส่ายหัวไปมาด้วยความระอา
ชายหนุ่มชาวตะวันตกจงใจทำห้องเลอะเทอะโดยไม่รู้สึกสะทกสะท้านหรือรู้สึกผิดแม้แต่นิดเดียว ในขณะที่ราชิกส์ซึ่งเป็นคนรับใช้ชายที่ขยันขันแข็งก็พร้อมจะวิ่งหางจุกตูดมารับหน้าที่ทำความสะอาดด้วยความเต็มใจเสมอ
คนหนึ่งมีหน้าที่เสกขยะ ส่วนอีกคนมีหน้าที่ตามเก็บกวาด ช่างเป็นการจับคู่ที่เคมีเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด
'เฮ้อ ช่างน่าเวทนาเสียจริง' คยอนดัลแรรำพึงในใจ
จอห์น โกซัคที่กลับไปนอนเกลือกกลิ้งบนพื้นห้องนั่งเล่นอันสะอาดสะอ้านอีกรอบ เอ่ยปากขึ้นมา "นี่โกบัง แกเลิกคิดมากแล้วตอบมาส่งๆ ตามที่หัวสมองแกจะนึกออกได้ไหมเนี่ย"
"ฉันนึกไม่ออก"
"เออๆ รู้แล้ว งั้นเดี๋ยวฉันเปิดก่อนเลยแล้วกัน ฉันเดาว่าห้าร้อยล้านวอน"
ทันใดนั้น คยอนดัลแรก็สวนขวับกลับมาทันควัน
"ประเมินค่าหยาดเหงื่อแรงกายของท่านราชิกส์ไว้ต่ำเตี้ยเพียงแค่นั้นเองหรือเจ้าคะ? ช่างเป็นการดูถูกกันเสียจริง ถ้าเช่นนั้น ข้าขอทายว่าหนึ่งพันล้านวอนเจ้าค่ะ"
"โอ๊ะโอ องค์หญิง ห้ามคืนคำเด็ดขาดเลยนะครับ ผมได้ยินเต็มสองหูเลยนะว่าหนึ่งพันล้านวอนน่ะ?"
"ข้าไม่ใช่ท่านโกซัคนะเจ้าคะ คำไหนคำนั้น ข้าไม่มีวันกลืนน้ำลายตัวเองเด็ดขาด"
"เหอะ! ถึงจะเป็นองค์หญิง ผมก็ไม่ออมมือให้หรอกนะครับผม!"
"ข้าก็ไม่ได้ขอให้ท่านมาปรานีข้าเสียหน่อยนี่เจ้าคะ"
ทั้งจอห์น โกซัค โกบัง และคยอนดัลแร กำลังตั้งวงเล่นพนันทายราคาแร่ธาตุที่เจ้านายนำไปขาย โดยมีบทลงโทษสุดคลาสสิกคือ ผู้ชนะอันดับหนึ่งจะได้สิทธิ์ดีดหน้าผากคนแพ้ที่อยู่อันดับสุดท้ายหนึ่งทีเน้นๆ
"นี่โกบัง ถ้าแกจะหุบปากเงียบยันจบเกมล่ะก็..."
"ฉันจะทาย"
"เท่าไหร่ล่ะ?"
"หมื่นล้านวอน"
จอห์น โกซัคดีดตัวลุกพรวดขึ้นมานั่งพลางหัวเราะก๊ากอย่างเย้ยหยัน
"ก๊ากๆๆ แกบ้าไปแล้วเหรอวะ ก้อนแร่พรรค์นั้นเนี่ยนะจะขายได้ตั้งหมื่นล้านวอน? แกนี่มันไร้ซึ่งเซนส์การประเมินราคาโลกแห่งความเป็นจริงสุดๆ เพนต์เฮาส์หลังนี้ยังราคาแค่สองหมื่นล้านวอนเองนะโว้ย"
"ง... งั้นเหรอ?"
"แกเองก็ห้ามคืนคำเหมือนกันนะโว้ย! เตรียมตัวหัวโนรอรับการดีดหน้าผากจากฉันได้เลย ไอ้เบื๊อกเอ๊ย! แล้วห้ามขี้โกงแปลงร่างตอนโดนทำโทษเด็ดขาดด้วย!"
"...เข้าใจแล้ว"
พูดจบหมอนั่นก็ทิ้งตัวลงไปนอนกลิ้งเกลือกบนพื้นห้องนั่งเล่นต่อตามเดิม แน่นอนว่าเศษขนมป่นๆ ก็ร่วงกราวลงมาเปรอะเปื้อนพื้นอีกรอบอย่างไร้ทางเลี่ยง
กลิ้งขลุกๆ...
ฟืดดด!
กลิ้งขลุกๆ...
"โฮเอ๊ง!"
เสี้ยววินาทีนั้นเอง ใบหูของจอห์น โกซัคก็กระดิกรับคลื่นเสียงบางอย่าง!
ฟ้าววว! ร่างของจอห์น โกซัคอันตรธานหายไปในพริบตา
วิ้งงง!
'หมอนั่นเป็นบ้าอะไรของเขาอีกเนี่ย?'
ในจังหวะที่คยอนดัลแรเอียงคอมองด้วยความฉงนสงสัยอยู่นั้นเอง
ติ๊ด!
บานประตูห้องพลันเปิดออกกว้าง
"กลับมาแล้วครับ"
เป็นบงจูฮยอกนั่นเอง
"ยินดีต้อนรับกลับนะเจ้าคะ คุณชาย"
"ผู้อัญเชิญ ฉันรออยู่เลย"
ไม่รู้ว่าไปโผล่เอาเครื่องดูดฝุ่นไร้สายมาจากไหน แต่ตอนนี้จอห์น โกซัคได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมกับถือมันไว้ในมือ
วืดดดดดด!
หมอนั่นแสร้งทำทีเป็นขะมักเขม้นดูดฝุ่นทำความสะอาดห้องนั่งเล่นด้วยสีหน้าหน้าด้านๆ ทะลุมิติ
"อ้าว? บอสกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย? วันทยาหัตถ์! ผมจอห์น โกซัค มือขวาคนสนิทของบอส กำลังง่วนกับการปัดกวาดเช็ดถูอยู่เลยครับผม! เห็นราชิกส์เหนื่อยก็เลยมาช่วยแบ่งเบาภาระครับผม!"
"โอ้โห ขยันขันแข็งน่าดูเลยนะครับเนี่ย สมกับเป็นคุณโกซัคจริงๆ พึ่งพาได้เสมอเลย ฮ่าๆๆๆ"
"ฮี่ๆๆๆ"
"โฮเอะ?"
คยอนดัลแรเบิกตากว้างจ้องมองภาพความตอแหลตรงหน้าด้วยสีหน้าปลาบู่ชนเขื่อน
'ช่าง... ช่างเป็นบุรุษที่ปลิ้นปล้อนหน้าไหว้หลังหลอกอะไรเยี่ยงนี้...'
นี่มันกมลสันดานของขุนนางกังฉินชัดๆ ขุนนางชั่วช้าสามานย์ที่จะนำพาความล่มจมมาสู่บ้านเมือง ข้าล่ะอยากจะจับหมอนี่โยนไปเป็นกระสอบทรายให้ควังมาขย้ำเล่นเสียให้รู้แล้วรู้รอด
บงจูฮยอกถอดรองเท้าออกก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งพักบนโซฟาในห้องนั่งเล่น สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมาที่เขาเป็นตาเดียวด้วยความใคร่รู้จนแทบจะทนไม่ไหว
ท้ายที่สุดแล้วมูลค่าของแร่ธาตุกองนั้นมันตกอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่?
ริมฝีปากของชายหนุ่มค่อยๆ ขยับเปิดออก
"เก้าพันสี่ร้อยยี่สิบเจ็ดล้านห้าแสนวอนครับ"
"...หือ?"
อะไรคือเก้าพันสี่ร้อยล้านวอนวะ?
"ยอดเงินที่ผมได้จากการขายแร่ธาตุวันนี้ไงครับ"
"...หา?"
เหล่าผู้ถูกอัญเชิญต่างพากันทำหน้าเอ๋อหมาด้วยความงุนงง
"นี่บอสกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่เหรอครับ...?"
บงจูฮยอกยิ้มกริ่มก่อนจะย้ำประโยคเดิมอีกครั้งให้ฟังชัดๆ
"ยอดขายแร่ธาตุคือเก้าพันสี่ร้อยยี่สิบเจ็ดล้านห้าแสนวอนถ้วนครับ เป็นเงินที่ราชิกส์ทำเงินเข้ากระเป๋าเราได้ด้วยตัวคนเดียวล้วนๆ เลย"
ลูกตาดำของจอห์น โกซัคสั่นระริกเป็นเจ้าเข้า
"ฮี๊ยยย!?"
โกบังเผยรอยยิ้มภาคภูมิใจออกมาบางๆ
"อืม"
คยอนดัลแรรีบถลากายราวกับผีเสื้อโบยบินเข้ามาก้มลงกราบแทบเท้าแสดงความยินดี
"ขอประทานอภัยที่เสียมารยาทนะเจ้าคะ แต่ขอแสดงความยินดีด้วยใจจริงเจ้าค่ะ คุณชายบง"
ส่วนทางด้านราชิกส์นั้นยังคงอยู่ในอาการช็อกตาตั้ง จับต้นชนปลายไม่ถูก
"ฮ... โฮเอ๊ง?"
วินาทีถัดมา! เสียงโห่ร้องตะโกนก้องก็ระเบิดดังสนั่นลั่นเพนต์เฮาส์!
"ว้ากกกกกกก!"
"ไชโย! ราชิกส์จงเจริญ! ไชโย!"
"สมกับเป็นคนรับใช้ชายที่ขยันขันแข็งแห่งคฤหาสน์ขุนนางใหญ่จริงๆ เจ้าค่ะ!"
พร้อมๆ กับเสียงสรรเสริญเยินยอ ร่างขนปุยสีขาวก็ถูกจับโยนลอยละลิ่วขึ้นสู่เพดานกลางอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นี่คือช่วงเวลาแห่งการโยนราชิกส์ฉลองชัยชนะ!
"โฮเอ๊ง โฮเอะเอะ~"
ราชิกส์เองก็ดำดิ่งดื่มด่ำไปกับห้วงเวลาแห่งความสุขนี้เช่นกัน มันรู้สึกอิ่มเอมใจและภาคภูมิใจในตัวเองเป็นที่สุด ต่อให้ถูกโยนลอยลิ่วขึ้นไปสูงแค่ไหน มันก็ไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว
ทว่าในระหว่างที่กำลังโยนราชิกส์กันอย่างเมามัน จอห์น โกซัคก็ชะงักกึกราวกับเพิ่งนึกเรื่องคอขาดบาดตายบางอย่างขึ้นมาได้ ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงฉับพลัน ก่อนจะสืบเท้าเข้าไปกระซิบข้างหูบงจูฮยอกเสียงสั่น
"ผ... ผู้อัญเชิญบงครับ"
"ว่าไงครับ? อืมม... หน้าตาคุณดูซีดๆ นะครับเนี่ย มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?"
"คือว่าผมรู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อยน่ะครับ บอสช่วยยกเลิกการอัญเชิญผมกลับไปเดี๋ยวนี้เลยได้ไหมครับผม!?"
"หือ?"
สเปเชียลซูเปอร์แรร์ประสาอะไรมาป่วยออดๆ แอดๆ บ้าบออะไรกันวะ
"อยู่กินเลี้ยงฉลองกันก่อนสิครับ จะรีบไปไหน"
"ม... ไม่ใช่ครับ ม... ไม่ใช่อย่างงั้น... คือบอสต้องยกเลิกการอัญเชิญผมเดี๋ยวนี้เลยนะครับ ได้โปรดเถอะครับบอส!"
"เอ่อ..."
"ร... เร็วเข้าสิครับบอส! ขืนชักช้าผมได้ตายห่าแหงมๆ เลยนะครับผม!"
ทันใดนั้นเอง!
หมับ!
ฝ่ามือยักษ์ของใครบางคนก็พุ่งเข้ามาคว้าคอเสื้อของจอห์น โกซัคกระชากอย่างแรง!
"ยื่นหัวมา!"
"ฮี๊ยยย!?"
"ไอ้นักฆ่า กฎย่อมเป็นกฎ" โกบังคำราม
"ด... เดี๋ยวสิโว้ย! ฟังฉันอธิบายก๊อนนน..."
เป๊าะ!
ตู้มมมม!!!
เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทประหนึ่งฟ้าผ่าลงกลางกบาล จนบานกระจกหน้าต่างห้องนั่งเล่นสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
ก้านคอของจอห์น โกซัคสะบัดหงายหลังพับไปด้านหลังอย่างรุนแรงประหนึ่งกระดูกคอหลุดกระจุย!
ร่างของอดีตสุดยอดนักฆ่าห้อยต่องแต่งแกว่งไปมาอย่างหมดสภาพ คาอยู่ในเงื้อมมือของโกบังที่ยังคงบีบคอเสื้อเอาไว้แน่น
คยอนดัลแรยืนฉีกยิ้มหวานหยดย้อยอย่างพึงพอใจกับภาพความวินาศสันตะโรเบื้องหน้า
"..."
นี่มันบทลงโทษดีดหน้าผากห่าอะไรเนี่ย!
ไอ้หมอนั่น... คงยังไม่ตายหรอกมั้ง?