- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 50 ดีดหน้าผาก (1)
บทที่ 50 ดีดหน้าผาก (1)
บทที่ 50 ดีดหน้าผาก (1)
สิบวันเต็มที่เขาเอาแต่รวบรวมแร่ธาตุมาสุมกองทิ้งไว้แต่ในบ้าน ชายหนุ่มไม่กล้ายัดพวกมันลงไปในช่องเก็บของเฉพาะหอคอย เพราะเกรงว่าของพวกนี้อาจจะอันตรธานหายไปตอนเข้าออกหอคอยทมิฬ
ทว่าตอนนี้ปริมาณของมันกลับเพิ่มพูนมหาศาลจนแทบจะถล่มทับบ้านให้ราบเป็นหน้ากลอง ดูเหมือนจะถึงเวลาที่ต้องส่งมอบพวกมันให้ศูนย์ควบคุมเพื่อนำไปขายเสียที อย่างน้อยก็ควรเอาแร่ธาตุพวกนี้ไปประเมินราคาก่อน หวังว่าคงไม่กินเวลาเนิ่นนานเหมือนตอนจัดการกับหนังสัตว์หรอกนะ
บงจูฮยอกรับแร่ธาตุที่โกบังคอยช่วยหยิบส่งขึ้นมาให้ ก่อนจะทยอยยัดพวกมันลงไปในช่องเก็บของเฉพาะหอคอยอย่างทุลักทุเล
'เฮ้อ ให้ตายเถอะ เยอะเป็นบ้าเลย'
งานนี้ไม่ง่ายเลยสักนิด เพราะเขาต้องออกแรงยกแร่ธาตุด้วยมือเปล่าแล้วทำท่าเหมือนจับยัดเข้าไป มันถึงจะยอมเข้าไปอยู่ในช่องเก็บของ เล่นเอาแขนสองข้างล้าจนแทบจะหลุดเป็นเสี่ยงๆ
"ผมไปก่อนนะครับ ทุกคนพักผ่อนกันตามสบายเลย"
"ขอให้คุณชายเดินทางโดยสวัสดิภาพนะเจ้าคะ" คยอนดัลแรเอ่ยอวยพร
"ผู้อัญเชิญบง สู้ๆ นะครับ! โก่งราคามาให้แพงหูฉี่เลยนะครับผม!" จอห์น โกซัคส่งเสียงเชียร์
"ฉันจะเฝ้าบ้านให้เอง" โกบังรับคำสั้นๆ
"โฮเอ๊ง!" ราชิกส์ร้องขานรับ
เมื่อถึงเวลานัดหมาย จอนกวังอิลในตำแหน่งรองอธิบดีก็มาปรากฏตัวอยู่หน้าอะพาร์ตเมนต์ตรงเวลาเป๊ะ บงจูฮยอกรู้สึกหนักใจไม่น้อยที่ต้องมาใช้งานผู้หลักผู้ใหญ่ระดับนี้ราวกับเป็นคนขับรถส่วนตัว เขาจึงเอ่ยขอโทษออกไปอย่างเกรงใจ ทว่าอีกฝ่ายกลับหัวเราะร่วน
"ฮ่าๆๆ ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ การได้มาพบเพลเยอร์บงจูฮยอกนั้นสำคัญมากแค่ไหนกัน แถมวิธีนี้ยังปลอดภัยที่สุดด้วยครับ"
'ถ้าเขาว่างั้นก็แล้วไปเถอะ'
"แล้วผมก็มีเรื่องจะคุยด้วยพอดีครับ" จอนกวังอิลเสริม
"เรื่องอะไรเหรอครับ?"
"ตอนนี้ทางเรากำลังเปิดรับจองคิวดาบศักดิ์สิทธิ์อยู่น่ะครับ"
จองคิวอย่างนั้นเหรอ...
"เอ่อ... มีหลายประเทศยื่นเรื่องเข้ามาเลยเหรอครับ?"
"ตอนนี้นอร์เวย์ติดต่อมาแค่ประเทศเดียวครับ พวกเขากำลังเตรียมตัวพิชิตชั้นที่หกสิบหกเหมือนกัน แต่เดี๋ยวอีกไม่นานก็คงมีประเทศอื่นแห่กันมาจองคิวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แหละครับ"
เพิ่งจะมีแค่ที่เดียวสินะ การก้าวขึ้นสู่ชั้นที่หกสิบเอ็ดไม่ได้หมายความว่าจะต้องพึ่งพาดาบศักดิ์สิทธิ์เสมอไป ลำพังแค่มีไอเทมธาตุแสงก็เพียงพอจะถูไถขึ้นไปถึงชั้นที่หกสิบห้าได้สบายๆ เกาหลีเองก็ใช้วิธีนั้นมาแล้ว
"เรื่องปล่อยเช่าหรือรับจองคิวดาบศักดิ์สิทธิ์เนี่ย ให้ทางศูนย์ควบคุมจัดการไปตามความเหมาะสมเหมือนที่ผ่านมาได้เลยครับ..."
"ครับผม ไม่ต้องเป็นห่วงเลยครับ"
'ได้มาอีกสิบล้านดอลลาร์สินะ...'
จนถึงตอนนี้เขาก็ยังรู้สึกเหมือนกำลังฝันไป หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ประสาทสัมผัสเรื่องมูลค่าเงินของเขาคงพังพินาศแน่ๆ
'ถ้าได้เงินก้อนนี้มา สงสัยต้องกว้านซื้อที่ดินเก็บไว้สักสองสามแปลงแล้วล่ะ'
ที่ดินกับอสังหาริมทรัพย์นี่แหละคือสุดยอดแห่งการลงทุน เผื่อเอาไว้ทำไร่ทำนาตอนเกษียณก็ยังได้ แน่นอนว่าเขาไม่ได้มองว่างานเกษตรกรรมเป็นเรื่องกล้วยๆ
แต่เมื่อลองคิดดูให้ดีแล้ว ทีมของเขาตอนนี้มันคือสุดยอดขุมกำลังที่เกิดมาเพื่อการทำเกษตรชัดๆ!
โกบังมีพละกำลังมหาศาลยิ่งกว่าวัวถึก ราชิกส์ก็มีคลาสคนงานเป็นทุนเดิม แถมยังมีคยอนดัลแรที่เป็นร่างทรงคอยรำบวงสรวงขอพรให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ ส่วนจอห์น โกซัค... ก็แค่โยนหน้าที่ไล่กวางเก้งกับหมูป่าไปให้หมอนั่นทำก็สิ้นเรื่อง
"อ้อ จริงสิ! ตอนนี้มกุฎราชกุมารแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เสด็จเยือนเกาหลีแล้วนะครับ"
"อืม ครับผม"
'แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?'
"สถานการณ์หอคอยทมิฬฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังย่ำแย่หนักเลยครับ เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งเกิดเหตุผู้ก่อการร้ายหัวรุนแรงชาวอิสลามบุกโจมตี เป็นเหตุให้เพลเยอร์ที่รัฐบาลฟูมฟักมาถูกสังหารหมู่จนหมดเกลี้ยง"
"โธ่เอ๊ย!"
ประเทศแถบนั้นมีเหตุวินาศกรรมรายวันไม่เว้นแต่ละวัน แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าคราวนี้ถึงขั้นลากเพลเยอร์เข้าไปตายเป็นเบือ
"ตอนนี้เส้นตายพิชิตหอคอยของพวกเขาเหลือเวลาอีกแค่ยี่สิบวันเท่านั้นครับ เร็วๆ นี้พวกเขาคงจะส่งเรื่องขออนุมัติการโอนสัญชาติชั่วคราวมายังสำนักงานบริหารจัดการผู้ได้รับการปลุกพลังแน่นอนครับ"
ถ้าพูดถึงเพลเยอร์ที่มีคุณสมบัติพร้อมสำหรับการโอนสัญชาติชั่วคราวล่ะก็...
"หมายถึงเพลเยอร์นัมกาอึนเหรอครับ?"
"ใช่แล้วครับ"
ช่างกล้าขอเสียจริง! ถึงกับจะมายืมตัวเพลเยอร์ระดับท็อปของประเทศไปเนี่ยนะ?
"ตอนนี้ทางสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประเมินว่าเกาหลีมีเพลเยอร์ที่เก่งกาจที่สุดอยู่สองคนครับ"
"...หมายถึงยูชอลมินหรือเปล่าครับ? แต่หมอนั่นเป็นคนญี่ปุ่นไปแล้วนี่"
"ไม่ใช่ครับ พวกเขาหมายถึงเพลเยอร์บงจูฮยอกต่างหากครับ"
'...จู่ๆ ก็โผล่มาเป็นฉันซะงั้น'
"แล้วทางนั้นเขารู้จักผมได้ยังไงล่ะครับ?"
"พวกเขาไม่รู้จักหรอกครับ แต่คงเดาเอาว่าทางศูนย์ควบคุมของเราน่าจะกุมความลับเรื่องตัวตนของเจ้าของสถิติระดับ S++ เอาไว้"
'จิ๊! สงสัยจะเข้าตาจนจริงๆ สินะ'
"ถ้าเป็นแบบนั้น ไปขอยืมจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ดีกว่าเหรอครับ? ซาอุดีอาระเบียก็อยู่ใกล้แค่นั้นเอง"
"ทางซาอุดีอาระเบียเองก็มีเพลเยอร์ระดับท็อปอยู่หนึ่งคนเหมือนกันครับ แต่เรื่องอะไรเขาจะยอมปล่อยตัวให้ง่ายๆ ล่ะครับ ถ้าเป็นเพลเยอร์ระดับรองลงมาก็ว่าไปอย่าง แต่ปัญหาคือช่องว่างระหว่างเลเวลของตัวท็อปกับตัวสำรองมันห่างกันเกินสิบเลเวลขึ้นไป ขืนส่งไปก็คงรับมือไม่ไหวหรอกครับ"
ก็สมเหตุสมผลอยู่หรอก ถ้ามีขุมกำลังสำรองที่แข็งแกร่งพอไว้เป็นแผนบี ก็อาจจะพอรับพิจารณาได้ แต่การจะเอาเพลเยอร์ระดับหัวกะทิเบอร์หนึ่งไปเสี่ยงเนี่ยนะ? ถ้าเกิดความผิดพลาดจนตัวท็อปตายขึ้นมาจะทำยังไง?
"อันที่จริงความสัมพันธ์ของสองประเทศนี้ก็ไม่ได้ลงรอยกันเท่าไหร่หรอกครับ"
"อ้าว อยู่ในกลุ่มอาหรับเหมือนกันแท้ๆ ทำไมล่ะครับ?"
"ก็เพราะเรื่องรูนเสริมแกร่งคุณลักษณะเฉพาะนั่นแหละครับ"
หูของบงจูฮยอกผึ่งขึ้นมาทันที ชายหนุ่มเริ่มเผยแววตาสนใจออกมาอย่างปิดไม่มิด ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ จะมีประเด็นเรื่องรูนเสริมแกร่งคุณลักษณะเฉพาะโผล่เข้ามาในวงสนทนาแบบนี้
"ในช่วงแรกที่รูนเสริมแกร่งคุณลักษณะเฉพาะหลุดออกมาลอยนวลในตลาด ซาอุดีอาระเบียกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต่างก็ทุ่มอำนาจเงินตราจากธุรกิจน้ำมันเข้าฟาดฟันแย่งชิงกันอย่างดุเดือดเลยล่ะครับ"
'โอ้โห! ศึกศักดิ์ศรีเศรษฐีน้ำมันชนกันเองงั้นสิ'
"และในระหว่างนั้นก็มีข่าวลือหนาหูหลุดออกมาว่า รูนจำนวนมากที่เดิมทีตกลงจะเซ็นสัญญากับซาอุดีอาระเบีย กลับถูกสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ฉกชิงไปต่อหน้าต่อตา ถึงจะยังไม่มีใครออกมายืนยันข้อเท็จจริงก็เถอะครับ"
นั่นหมายความว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อาจจะเล่นสกปรกแทงข้างหลังซาอุดีอาระเบียเข้าให้แล้ว
"แต่ถ้าดูจากผลลัพธ์ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถปั้นเพลเยอร์ระดับชาติขึ้นมาได้เป็นกอบเป็นกำ... ข่าวลือนั่นก็อาจจะมีมูลความจริงอยู่บ้างก็ได้ครับ"
ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันของนานาประเทศเพื่อพิชิตชั้นที่สูงขึ้นไปของหอคอยทมิฬ แม้บงจูฮยอกจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องการแย่งชิงอำนาจระดับชาติเลยแม้แต่น้อย ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ติดอยู่ในหัวเขามาตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว
"เอ่อ... แล้วทางสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะยังมีรูนเสริมแกร่งคุณลักษณะเฉพาะหลงเหลือเก็บไว้อยู่ไหมครับ?"
"ความเป็นไปได้สูงลิ่วเลยครับ พวกเขาคงไม่โง่เทหน้าตักใช้จนหมดเกลี้ยงในคราวเดียวหรอก น่าจะกักตุนซ่อนไว้ส่วนหนึ่งแน่นอน"
"แล้วถ้าสมมติว่าพวกเขาเอาของชิ้นนั้นมาเป็นข้อเสนอแลกเปลี่ยนกับการโอนสัญชาติชั่วคราวล่ะครับ?"
"พูดยากนะครับ ปกติแล้วของล้ำค่าแบบนั้นคงไม่มีใครอยากคายออกมาง่ายๆ หรอกครับ พวกเขาคงเลือกที่จะใช้เงินฟาดหัวแก้ปัญหามากกว่า"
"อ๋อ... อย่างนั้นสินะครับ"
ถ้าไม่ยอมเอาของที่เขาอยากได้มาแลก เขาก็ไม่สนหรอก ปล่อยให้พวกนั้นไปดิ้นรนหาทางออกกันเอาเองก็แล้วกัน
'ประจวบเหมาะกับที่เรามีตั๋วผ่านทางเข้าหอคอยข้ามชาติอยู่ในมือพอดีซะด้วย'
ถ้าอีกฝ่ายยอมเอารูนเสริมแกร่งคุณลักษณะเฉพาะมาเป็นของกำนัลล่ะก็ เขาคงยอมทุ่มสุดตัวเสี่ยงชีวิตเข้าไปลุยให้อยู่หรอก
'จิ๊! ช่างเถอะ ค่อยๆ ปีนหอคอยไปตามจังหวะของเรานี่แหละดีที่สุด'
นั่งคุยกันเพลินๆ รถก็แล่นมาจอดยังโกดังเก็บวัตถุดิบหอคอยของศูนย์ควบคุมเป็นที่เรียบร้อย บงจูฮยอกและจอนกวังอิลก้าวลงจากรถพร้อมกับสวมเสื้อโค้ทกันหนาวตัวยาวก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน อุณหภูมิภายในถูกปรับลดลงจนหนาวเหน็บทะลุขั้วกระดูกเพื่อรักษาสภาพหนังสัตว์เอาไว้
"ทางเรากำลังเก็บรักษาหนังสัตว์ไว้อย่างปลอดภัยสูงสุดครับ ทันทีที่โรงงานแปรรูปสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ เราจะรีบดำเนินการจัดการให้ทันทีเลยครับ"
'ปัดโธ่เอ๊ย นึกว่าไปถึงไหนแล้ว ที่แท้ก็ยังดองไว้อยู่ที่เดิมนี่หว่า'
ถึงในอนาคตจะมีเงินก้อนโตหล่นทับใส่มันจะไปมีประโยชน์อะไร? ของแบบนี้มันต้องได้เงินมาซุกอยู่ในกระเป๋าตอนนี้เดี๋ยวนี้สิถึงจะถูก เอาล่ะ กลับเข้าเรื่องสำคัญกันก่อนดีกว่า
"วันนี้ผมก็เอาวัตถุดิบมาส่งเหมือนกันครับ แต่ไม่ใช่หนังสัตว์นะ"
"อ๊ะ! ครับๆ!"
แววตาของจอนกวังอิลเบิกโพลงเปล่งประกายเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง ไม่ใช่หนังสัตว์งั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้นมันคืออะไรกันล่ะ? แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร ของที่ออกมาจากมือเพลเยอร์ระดับนี้ย่อมไม่ใช่ของดาดๆ แน่นอน อันที่จริงลึกๆ แล้วเขาก็แอบตั้งความหวังเอาไว้เหมือนกัน... สิ่งที่เพลเยอร์มักจะได้รับเป็นของรางวัลจากการเคลียร์ด่าน นั่นคือแท่งโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า
'ถ้าเป็นแท่งโลหะก็คงจะวิเศษไปเลย' รองอธิบดีคิดในใจ
ทว่าเมื่อบงจูฮยอกเริ่มล้วงมือเข้าไปในช่องเก็บของเฉพาะหอคอย แล้วทยอยหยิบแร่ธาตุที่ราชิกส์ขุดได้ออกมาวางทีละก้อน สีหน้าของจอนกวังอิลก็หมองลงด้วยความผิดหวังเล็กน้อย แม้เขาจะพยายามเก็บซ่อนอาการเอาไว้อย่างมิดชิดก็ตาม สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่แท่งโลหะล้ำค่าอย่างที่วาดฝันไว้ แต่มันกลับเป็นเพียงเศษหินหน้าตาธรรมดาๆ ก้อนหนึ่งเท่านั้น
"...เศษหินสินะครับ"
"ก็ทำนองนั้นแหละครับ"
มองซ้ายมองขวามันก็คือเศษหินก้อนหนึ่งชัดๆ ต่อให้เพ่งจนตาถลนมันก็เป็นแค่หิน
'เดี๋ยวก่อนสิ...'
นี่คือหินที่ถูกเก็บออกมาจากช่องเก็บของเฉพาะหอคอยเชียวนะ! พอเพ่งสายตามองพินิจพิเคราะห์ดูดีๆ ผิวของมันก็เหมือนจะมีแสงระยิบระยับสะท้อนออกมาให้เห็นนิดๆ จอนกวังอิลจึงตัดสินใจเอื้อมมือออกไปหยิบมันขึ้นมาพิสูจน์