เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 ดีดหน้าผาก (1)

บทที่ 50 ดีดหน้าผาก (1)

บทที่ 50 ดีดหน้าผาก (1)


สิบวันเต็มที่เขาเอาแต่รวบรวมแร่ธาตุมาสุมกองทิ้งไว้แต่ในบ้าน ชายหนุ่มไม่กล้ายัดพวกมันลงไปในช่องเก็บของเฉพาะหอคอย เพราะเกรงว่าของพวกนี้อาจจะอันตรธานหายไปตอนเข้าออกหอคอยทมิฬ

ทว่าตอนนี้ปริมาณของมันกลับเพิ่มพูนมหาศาลจนแทบจะถล่มทับบ้านให้ราบเป็นหน้ากลอง ดูเหมือนจะถึงเวลาที่ต้องส่งมอบพวกมันให้ศูนย์ควบคุมเพื่อนำไปขายเสียที อย่างน้อยก็ควรเอาแร่ธาตุพวกนี้ไปประเมินราคาก่อน หวังว่าคงไม่กินเวลาเนิ่นนานเหมือนตอนจัดการกับหนังสัตว์หรอกนะ

บงจูฮยอกรับแร่ธาตุที่โกบังคอยช่วยหยิบส่งขึ้นมาให้ ก่อนจะทยอยยัดพวกมันลงไปในช่องเก็บของเฉพาะหอคอยอย่างทุลักทุเล

'เฮ้อ ให้ตายเถอะ เยอะเป็นบ้าเลย'

งานนี้ไม่ง่ายเลยสักนิด เพราะเขาต้องออกแรงยกแร่ธาตุด้วยมือเปล่าแล้วทำท่าเหมือนจับยัดเข้าไป มันถึงจะยอมเข้าไปอยู่ในช่องเก็บของ เล่นเอาแขนสองข้างล้าจนแทบจะหลุดเป็นเสี่ยงๆ

"ผมไปก่อนนะครับ ทุกคนพักผ่อนกันตามสบายเลย"

"ขอให้คุณชายเดินทางโดยสวัสดิภาพนะเจ้าคะ" คยอนดัลแรเอ่ยอวยพร

"ผู้อัญเชิญบง สู้ๆ นะครับ! โก่งราคามาให้แพงหูฉี่เลยนะครับผม!" จอห์น โกซัคส่งเสียงเชียร์

"ฉันจะเฝ้าบ้านให้เอง" โกบังรับคำสั้นๆ

"โฮเอ๊ง!" ราชิกส์ร้องขานรับ

เมื่อถึงเวลานัดหมาย จอนกวังอิลในตำแหน่งรองอธิบดีก็มาปรากฏตัวอยู่หน้าอะพาร์ตเมนต์ตรงเวลาเป๊ะ บงจูฮยอกรู้สึกหนักใจไม่น้อยที่ต้องมาใช้งานผู้หลักผู้ใหญ่ระดับนี้ราวกับเป็นคนขับรถส่วนตัว เขาจึงเอ่ยขอโทษออกไปอย่างเกรงใจ ทว่าอีกฝ่ายกลับหัวเราะร่วน

"ฮ่าๆๆ ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ การได้มาพบเพลเยอร์บงจูฮยอกนั้นสำคัญมากแค่ไหนกัน แถมวิธีนี้ยังปลอดภัยที่สุดด้วยครับ"

'ถ้าเขาว่างั้นก็แล้วไปเถอะ'

"แล้วผมก็มีเรื่องจะคุยด้วยพอดีครับ" จอนกวังอิลเสริม

"เรื่องอะไรเหรอครับ?"

"ตอนนี้ทางเรากำลังเปิดรับจองคิวดาบศักดิ์สิทธิ์อยู่น่ะครับ"

จองคิวอย่างนั้นเหรอ...

"เอ่อ... มีหลายประเทศยื่นเรื่องเข้ามาเลยเหรอครับ?"

"ตอนนี้นอร์เวย์ติดต่อมาแค่ประเทศเดียวครับ พวกเขากำลังเตรียมตัวพิชิตชั้นที่หกสิบหกเหมือนกัน แต่เดี๋ยวอีกไม่นานก็คงมีประเทศอื่นแห่กันมาจองคิวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แหละครับ"

เพิ่งจะมีแค่ที่เดียวสินะ การก้าวขึ้นสู่ชั้นที่หกสิบเอ็ดไม่ได้หมายความว่าจะต้องพึ่งพาดาบศักดิ์สิทธิ์เสมอไป ลำพังแค่มีไอเทมธาตุแสงก็เพียงพอจะถูไถขึ้นไปถึงชั้นที่หกสิบห้าได้สบายๆ เกาหลีเองก็ใช้วิธีนั้นมาแล้ว

"เรื่องปล่อยเช่าหรือรับจองคิวดาบศักดิ์สิทธิ์เนี่ย ให้ทางศูนย์ควบคุมจัดการไปตามความเหมาะสมเหมือนที่ผ่านมาได้เลยครับ..."

"ครับผม ไม่ต้องเป็นห่วงเลยครับ"

'ได้มาอีกสิบล้านดอลลาร์สินะ...'

จนถึงตอนนี้เขาก็ยังรู้สึกเหมือนกำลังฝันไป หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ประสาทสัมผัสเรื่องมูลค่าเงินของเขาคงพังพินาศแน่ๆ

'ถ้าได้เงินก้อนนี้มา สงสัยต้องกว้านซื้อที่ดินเก็บไว้สักสองสามแปลงแล้วล่ะ'

ที่ดินกับอสังหาริมทรัพย์นี่แหละคือสุดยอดแห่งการลงทุน เผื่อเอาไว้ทำไร่ทำนาตอนเกษียณก็ยังได้ แน่นอนว่าเขาไม่ได้มองว่างานเกษตรกรรมเป็นเรื่องกล้วยๆ

แต่เมื่อลองคิดดูให้ดีแล้ว ทีมของเขาตอนนี้มันคือสุดยอดขุมกำลังที่เกิดมาเพื่อการทำเกษตรชัดๆ!

โกบังมีพละกำลังมหาศาลยิ่งกว่าวัวถึก ราชิกส์ก็มีคลาสคนงานเป็นทุนเดิม แถมยังมีคยอนดัลแรที่เป็นร่างทรงคอยรำบวงสรวงขอพรให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ ส่วนจอห์น โกซัค... ก็แค่โยนหน้าที่ไล่กวางเก้งกับหมูป่าไปให้หมอนั่นทำก็สิ้นเรื่อง

"อ้อ จริงสิ! ตอนนี้มกุฎราชกุมารแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เสด็จเยือนเกาหลีแล้วนะครับ"

"อืม ครับผม"

'แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?'

"สถานการณ์หอคอยทมิฬฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังย่ำแย่หนักเลยครับ เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งเกิดเหตุผู้ก่อการร้ายหัวรุนแรงชาวอิสลามบุกโจมตี เป็นเหตุให้เพลเยอร์ที่รัฐบาลฟูมฟักมาถูกสังหารหมู่จนหมดเกลี้ยง"

"โธ่เอ๊ย!"

ประเทศแถบนั้นมีเหตุวินาศกรรมรายวันไม่เว้นแต่ละวัน แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าคราวนี้ถึงขั้นลากเพลเยอร์เข้าไปตายเป็นเบือ

"ตอนนี้เส้นตายพิชิตหอคอยของพวกเขาเหลือเวลาอีกแค่ยี่สิบวันเท่านั้นครับ เร็วๆ นี้พวกเขาคงจะส่งเรื่องขออนุมัติการโอนสัญชาติชั่วคราวมายังสำนักงานบริหารจัดการผู้ได้รับการปลุกพลังแน่นอนครับ"

ถ้าพูดถึงเพลเยอร์ที่มีคุณสมบัติพร้อมสำหรับการโอนสัญชาติชั่วคราวล่ะก็...

"หมายถึงเพลเยอร์นัมกาอึนเหรอครับ?"

"ใช่แล้วครับ"

ช่างกล้าขอเสียจริง! ถึงกับจะมายืมตัวเพลเยอร์ระดับท็อปของประเทศไปเนี่ยนะ?

"ตอนนี้ทางสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประเมินว่าเกาหลีมีเพลเยอร์ที่เก่งกาจที่สุดอยู่สองคนครับ"

"...หมายถึงยูชอลมินหรือเปล่าครับ? แต่หมอนั่นเป็นคนญี่ปุ่นไปแล้วนี่"

"ไม่ใช่ครับ พวกเขาหมายถึงเพลเยอร์บงจูฮยอกต่างหากครับ"

'...จู่ๆ ก็โผล่มาเป็นฉันซะงั้น'

"แล้วทางนั้นเขารู้จักผมได้ยังไงล่ะครับ?"

"พวกเขาไม่รู้จักหรอกครับ แต่คงเดาเอาว่าทางศูนย์ควบคุมของเราน่าจะกุมความลับเรื่องตัวตนของเจ้าของสถิติระดับ S++ เอาไว้"

'จิ๊! สงสัยจะเข้าตาจนจริงๆ สินะ'

"ถ้าเป็นแบบนั้น ไปขอยืมจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ดีกว่าเหรอครับ? ซาอุดีอาระเบียก็อยู่ใกล้แค่นั้นเอง"

"ทางซาอุดีอาระเบียเองก็มีเพลเยอร์ระดับท็อปอยู่หนึ่งคนเหมือนกันครับ แต่เรื่องอะไรเขาจะยอมปล่อยตัวให้ง่ายๆ ล่ะครับ ถ้าเป็นเพลเยอร์ระดับรองลงมาก็ว่าไปอย่าง แต่ปัญหาคือช่องว่างระหว่างเลเวลของตัวท็อปกับตัวสำรองมันห่างกันเกินสิบเลเวลขึ้นไป ขืนส่งไปก็คงรับมือไม่ไหวหรอกครับ"

ก็สมเหตุสมผลอยู่หรอก ถ้ามีขุมกำลังสำรองที่แข็งแกร่งพอไว้เป็นแผนบี ก็อาจจะพอรับพิจารณาได้ แต่การจะเอาเพลเยอร์ระดับหัวกะทิเบอร์หนึ่งไปเสี่ยงเนี่ยนะ? ถ้าเกิดความผิดพลาดจนตัวท็อปตายขึ้นมาจะทำยังไง?

"อันที่จริงความสัมพันธ์ของสองประเทศนี้ก็ไม่ได้ลงรอยกันเท่าไหร่หรอกครับ"

"อ้าว อยู่ในกลุ่มอาหรับเหมือนกันแท้ๆ ทำไมล่ะครับ?"

"ก็เพราะเรื่องรูนเสริมแกร่งคุณลักษณะเฉพาะนั่นแหละครับ"

หูของบงจูฮยอกผึ่งขึ้นมาทันที ชายหนุ่มเริ่มเผยแววตาสนใจออกมาอย่างปิดไม่มิด ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ จะมีประเด็นเรื่องรูนเสริมแกร่งคุณลักษณะเฉพาะโผล่เข้ามาในวงสนทนาแบบนี้

"ในช่วงแรกที่รูนเสริมแกร่งคุณลักษณะเฉพาะหลุดออกมาลอยนวลในตลาด ซาอุดีอาระเบียกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต่างก็ทุ่มอำนาจเงินตราจากธุรกิจน้ำมันเข้าฟาดฟันแย่งชิงกันอย่างดุเดือดเลยล่ะครับ"

'โอ้โห! ศึกศักดิ์ศรีเศรษฐีน้ำมันชนกันเองงั้นสิ'

"และในระหว่างนั้นก็มีข่าวลือหนาหูหลุดออกมาว่า รูนจำนวนมากที่เดิมทีตกลงจะเซ็นสัญญากับซาอุดีอาระเบีย กลับถูกสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ฉกชิงไปต่อหน้าต่อตา ถึงจะยังไม่มีใครออกมายืนยันข้อเท็จจริงก็เถอะครับ"

นั่นหมายความว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อาจจะเล่นสกปรกแทงข้างหลังซาอุดีอาระเบียเข้าให้แล้ว

"แต่ถ้าดูจากผลลัพธ์ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถปั้นเพลเยอร์ระดับชาติขึ้นมาได้เป็นกอบเป็นกำ... ข่าวลือนั่นก็อาจจะมีมูลความจริงอยู่บ้างก็ได้ครับ"

ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันของนานาประเทศเพื่อพิชิตชั้นที่สูงขึ้นไปของหอคอยทมิฬ แม้บงจูฮยอกจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องการแย่งชิงอำนาจระดับชาติเลยแม้แต่น้อย ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ติดอยู่ในหัวเขามาตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว

"เอ่อ... แล้วทางสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะยังมีรูนเสริมแกร่งคุณลักษณะเฉพาะหลงเหลือเก็บไว้อยู่ไหมครับ?"

"ความเป็นไปได้สูงลิ่วเลยครับ พวกเขาคงไม่โง่เทหน้าตักใช้จนหมดเกลี้ยงในคราวเดียวหรอก น่าจะกักตุนซ่อนไว้ส่วนหนึ่งแน่นอน"

"แล้วถ้าสมมติว่าพวกเขาเอาของชิ้นนั้นมาเป็นข้อเสนอแลกเปลี่ยนกับการโอนสัญชาติชั่วคราวล่ะครับ?"

"พูดยากนะครับ ปกติแล้วของล้ำค่าแบบนั้นคงไม่มีใครอยากคายออกมาง่ายๆ หรอกครับ พวกเขาคงเลือกที่จะใช้เงินฟาดหัวแก้ปัญหามากกว่า"

"อ๋อ... อย่างนั้นสินะครับ"

ถ้าไม่ยอมเอาของที่เขาอยากได้มาแลก เขาก็ไม่สนหรอก ปล่อยให้พวกนั้นไปดิ้นรนหาทางออกกันเอาเองก็แล้วกัน

'ประจวบเหมาะกับที่เรามีตั๋วผ่านทางเข้าหอคอยข้ามชาติอยู่ในมือพอดีซะด้วย'

ถ้าอีกฝ่ายยอมเอารูนเสริมแกร่งคุณลักษณะเฉพาะมาเป็นของกำนัลล่ะก็ เขาคงยอมทุ่มสุดตัวเสี่ยงชีวิตเข้าไปลุยให้อยู่หรอก

'จิ๊! ช่างเถอะ ค่อยๆ ปีนหอคอยไปตามจังหวะของเรานี่แหละดีที่สุด'

นั่งคุยกันเพลินๆ รถก็แล่นมาจอดยังโกดังเก็บวัตถุดิบหอคอยของศูนย์ควบคุมเป็นที่เรียบร้อย บงจูฮยอกและจอนกวังอิลก้าวลงจากรถพร้อมกับสวมเสื้อโค้ทกันหนาวตัวยาวก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน อุณหภูมิภายในถูกปรับลดลงจนหนาวเหน็บทะลุขั้วกระดูกเพื่อรักษาสภาพหนังสัตว์เอาไว้

"ทางเรากำลังเก็บรักษาหนังสัตว์ไว้อย่างปลอดภัยสูงสุดครับ ทันทีที่โรงงานแปรรูปสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ เราจะรีบดำเนินการจัดการให้ทันทีเลยครับ"

'ปัดโธ่เอ๊ย นึกว่าไปถึงไหนแล้ว ที่แท้ก็ยังดองไว้อยู่ที่เดิมนี่หว่า'

ถึงในอนาคตจะมีเงินก้อนโตหล่นทับใส่มันจะไปมีประโยชน์อะไร? ของแบบนี้มันต้องได้เงินมาซุกอยู่ในกระเป๋าตอนนี้เดี๋ยวนี้สิถึงจะถูก เอาล่ะ กลับเข้าเรื่องสำคัญกันก่อนดีกว่า

"วันนี้ผมก็เอาวัตถุดิบมาส่งเหมือนกันครับ แต่ไม่ใช่หนังสัตว์นะ"

"อ๊ะ! ครับๆ!"

แววตาของจอนกวังอิลเบิกโพลงเปล่งประกายเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง ไม่ใช่หนังสัตว์งั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้นมันคืออะไรกันล่ะ? แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร ของที่ออกมาจากมือเพลเยอร์ระดับนี้ย่อมไม่ใช่ของดาดๆ แน่นอน อันที่จริงลึกๆ แล้วเขาก็แอบตั้งความหวังเอาไว้เหมือนกัน... สิ่งที่เพลเยอร์มักจะได้รับเป็นของรางวัลจากการเคลียร์ด่าน นั่นคือแท่งโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า

'ถ้าเป็นแท่งโลหะก็คงจะวิเศษไปเลย' รองอธิบดีคิดในใจ

ทว่าเมื่อบงจูฮยอกเริ่มล้วงมือเข้าไปในช่องเก็บของเฉพาะหอคอย แล้วทยอยหยิบแร่ธาตุที่ราชิกส์ขุดได้ออกมาวางทีละก้อน สีหน้าของจอนกวังอิลก็หมองลงด้วยความผิดหวังเล็กน้อย แม้เขาจะพยายามเก็บซ่อนอาการเอาไว้อย่างมิดชิดก็ตาม สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่แท่งโลหะล้ำค่าอย่างที่วาดฝันไว้ แต่มันกลับเป็นเพียงเศษหินหน้าตาธรรมดาๆ ก้อนหนึ่งเท่านั้น

"...เศษหินสินะครับ"

"ก็ทำนองนั้นแหละครับ"

มองซ้ายมองขวามันก็คือเศษหินก้อนหนึ่งชัดๆ ต่อให้เพ่งจนตาถลนมันก็เป็นแค่หิน

'เดี๋ยวก่อนสิ...'

นี่คือหินที่ถูกเก็บออกมาจากช่องเก็บของเฉพาะหอคอยเชียวนะ! พอเพ่งสายตามองพินิจพิเคราะห์ดูดีๆ ผิวของมันก็เหมือนจะมีแสงระยิบระยับสะท้อนออกมาให้เห็นนิดๆ จอนกวังอิลจึงตัดสินใจเอื้อมมือออกไปหยิบมันขึ้นมาพิสูจน์

จบบทที่ บทที่ 50 ดีดหน้าผาก (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว