- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 48 เหนื่อยฟรี (2)
บทที่ 48 เหนื่อยฟรี (2)
บทที่ 48 เหนื่อยฟรี (2)
นี่เป็นวันที่สี่แล้วที่บงจูฮยอกเอาแต่เคลียร์ชั้นที่ 45 วนไปวนมาวันละสองรอบ ถึงจะดูเหมือนว่ามันจะกินแรงและกินเวลาไปไม่น้อย แต่ความจริงกลับไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยสักนิด
ประการแรกคือเขาไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องการคว้าประเมินระดับ S++ อีกต่อไป เพราะเขาเคยทำสำเร็จไปแล้ว การลงหอคอยตอนนี้จึงเป็นเพียงการเคลียร์ภารกิจซ้ำเพื่อกวาดวัตถุดิบเท่านั้น
ในหนึ่งรอบเขาสามารถกวาดหนังบาซิลิสก์รุ่นเบสิกมาได้ 6 ผืน และหนังจากบอสอีก 1 ผืน รวมเป็น 7 ผืนต่อรอบ เมื่อลงสองรอบก็ได้ทั้งหมด 14 ผืน และทุกๆ สองวัน หัวหน้าแผนกอีมินอาก็จะแวะมารับหนังจำนวน 28 ผืนไปเก็บไว้ในช่องเก็บของของเธอเอง ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นและไม่เหนื่อยเลยสักนิด
ถ้าจะถามว่าส่วนไหนที่ยากที่สุดในกระบวนการนี้ ก็คงเป็นการที่ต้องมานั่งฟังอีมินอาพล่ามไม่หยุดนั่นแหละ เธอพูดเก่งจนเขาไม่รู้จะหาคำไหนมาโต้ตอบจนแทบจะประสาทแดกตายอยู่แล้ว
แต่อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เขากำลังพักผ่อนอยู่ในบ้านใหม่ จอนกวังอิลก็โทรศัพท์มาหาเพื่อแจ้งเรื่องความคืบหน้าของสัญญาจัดหาหนังบาซิลิสก์
“อ้าว... นี่หมายความว่าผลกำไร 95% จะตกเป็นของผมงั้นเหรอครับ ทางฝั่งนั้นเขาไม่มองว่าผมเป็นไอ้หัวขโมยหน้าเลือดบ้างหรือไงครับนั่น”
[ทางฝั่งนั้นเขาตอบรับข้อเสนอด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งเลยครับ]
หรือว่าประธานบริษัทเอชจีแฟชั่นจะเป็นพวกหมูในอวยกันนะ?
“ก็นะ ผมไม่มีข้อโต้แย้งอะไรอยู่แล้วครับ ออกจะขอบคุณด้วยซ้ำไป ลำพังแค่ส่งมอบหนังไปให้แล้วนั่งกินส่วนแบ่งนิ่งๆ แบบนี้น่ะ”
ขายผลิตภัณฑ์จากหนังแล้วแบ่งผลกำไรกัน 95% ของกำไรสุทธิตกเป็นของเขา นี่มันคือนิยามของคำว่านั่งกินนอนกินชัดๆ
[รับทราบครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะดำเนินเรื่องร่างสัญญากับทางเอชจีแฟชั่นทันทีครับ แต่อาจจะต้องรบกวนแจ้งให้ทราบไว้นิดหนึ่งนะครับ ว่าในสัญญานี้จะไม่มีชื่อของคุณบงจูฮยอกปรากฏอยู่เลย เนื่องจากในหน้าฉากมันจะเป็นสัญญาความร่วมมือระหว่างศูนย์ควบคุมและเอชจีแฟชั่นเท่านั้นครับ]
“แบบนั้นแหละครับดีที่สุดแล้ว อ้อ! แล้วก็อย่าลืมหักหนังบาซิลิสก์ไว้ให้เป็นส่วนแบ่งของศูนย์ควบคุมผืนหนึ่งทุกครั้งที่มารับของด้วยนะครับ”
[ขอบพระคุณมากครับเพลเยอร์บง! อ้อ แล้วก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะขอรบกวนน่ะครับ... คือผมอยากให้คุณช่วยระงับการเก็บเกี่ยวหนังบาซิลิสก์ไว้ชั่วก่อนน่ะครับ]
“เอ๊ะ?”
ให้หยุดถลกหนังงั้นเหรอ
“ทำไมล่ะครับ”
[ผมขออนุญาตอธิบายเหตุผลนะครับ ประการแรกคือ...]
เหตุผลที่จอนกวังอิลอยากให้เขาระงับการถลกหนังบาซิลิสก์มีอยู่สองประการหลักๆ
ประการแรก คือทางฝั่งเอกชนยังไม่มีโรงงานฟอกหนังที่พร้อมรองรับวัตถุดิบมหาศาลขนาดนี้ได้ในทันที ดังนั้น หนังที่รับไปก่อนหน้านี้จึงยังไม่สามารถถูกนำไปแปรรูปได้แม้แต่ผืนเดียว
ประการที่สอง คือเรื่องของความแรร์ ยิ่งมีสินค้าล้นตลาดมากเท่าไหร่ มูลค่าของมันก็จะยิ่งดิ่งเหวลงเท่านั้น การรักษาสมดุลของอุปสงค์และอุปทานให้ขาดแคลนอยู่นิดๆ ย่อมส่งผลดีต่อราคามากกว่า
บงจูฮยอกพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว ในเมื่อตอนนี้ยังเอาไปฟอกหนังไม่ได้ แถมยังเปลี่ยนเป็นเงินสดไม่ได้ทันที ขืนเดินหน้าถลกหนังออกมาตุนไว้เยอะๆ ก็มีแต่จะทำให้มูลค่าของมันด้อยลงไปเปล่าๆ
เมื่อเขารวบรวมเหล่าผู้ถูกอัญเชิญมาเล่าเรื่องที่คุยกับจอนกวังอิลให้ฟัง...
“ข้าน้อยว่าแล้วเชียวเจ้าค่ะ สุดท้ายก็กลายเป็นว่ายอดคนงานราชิกส์ของเราต้องเหนื่อยฟรีเสียอย่างนั้น ข้าน้อยเห็นแล้วก็อดเวทนาคุณชายมิได้เลยเจ้าค่ะ ที่ต้องมานั่งกลัดกลุ้มใจเช่นนี้”
ว่าแล้วคยอนดัลแรก็ตวัดสายตาไปค้อนใส่จอห์น โกซัคขวับใหญ่
“ไหนว่าเงินทองจะไหลมาเทมาจนกระเป๋าตุงอย่างไรเล่าเจ้าคะ ข้าน้อยเองก็เฝ้าฝันถึงวันนั้นใจจะขาด แต่ไฉนเงินทองถึงได้กลายเป็นตัวเลขที่หยุดนิ่งเยี่ยงนี้เล่า มิจักรู้ว่าจะเปลี่ยนเป็นเบี้ยหวัดได้เมื่อใดกันแน่”
“โฮเอ๊ง!”
“คุณจอห์น โกซัคจะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไรเจ้าคะ เวลาที่เสียไปกับการทุ่มเทแรงกายแรงใจมันช่างน่าเสียดายเหลือเกิน ข้าน้อยว่าสู้เอาเวลาไปขุดผลึกมานามาขายเสียยังจะดีกว่าเจ้าค่ะ”
“โฮเอ๊ง?”
“ตอนที่พ่นลมปากรายงานในวันนั้น ช่างดูมั่นอกมั่นใจนักหนา ทั้งที่มิได้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการผลิต การขนส่ง หรือแม้แต่การจัดจำหน่ายเลยแม้แต่นิดเดียว”
“โฮเอเอ๊ง!”
จอห์น โกซัคหน้าแดงเถือกด้วยความอับอาย หมอนั่นลอบส่งสายตาละห้อยมาทางบงจูฮยอกเพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะเขาเป็นคนอนุมัติแผนการรายงานในครั้งนั้นเองกับมือ
ความจริงแล้วจอห์น โกซัคก็ไม่ได้ทำอะไรผิดร้ายแรงหรอก แค่เงินมันจะไหลเข้ามามาช้ากว่าที่คิดไว้นิดหน่อยเท่านั้นเอง สุดท้ายมันก็ต้องได้เงินอยู่ดีนั่นแหละ เพียงแต่ตอนนี้คยอนดัลแรดันสบโอกาสที่จะขย้ำจุดอ่อนของจอห์น โกซัคเข้าให้แล้ว
แต่พอเห็นสายตาเว้าวอนของจอห์น โกซัคที่กำลังโดนต้อนจนมุมแบบนั้น... เขาจะนิ่งดูดายได้ยังไงกันล่ะ
“เอาละๆ เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะครับ ถือโอกาสนี้เรามาลองลุยขึ้นไปให้ถึงชั้นที่ 50 กันเลยดีไหม ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เราจะเริ่มภารกิจพิชิตชั้นที่ 46 กันครับ”
“จะ... เจ๋งเลยครับ! ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับผม!”
จอห์น โกซัคขานรับคำท้าทันควันราวกับรอจังหวะนี้อยู่แล้ว
“บอสไม่ต้องเป็นห่วงไปนะครับ! ผมจอห์น โกซัค สเปเชียลซูเปอร์แรร์ มือขวาและทาสรับใช้ผู้ภักดีคนนี้ จะกวาดล้างพวกมันและคว้าประเมินระดับ S++ มากำนัลบอสให้ได้เลยครับผม!”
“ดีมากครับ ฟังแล้วชื่นใจจริงๆ พรุ่งนี้เราจะเริ่มลุยชั้นที่ 46 กันนะครับ แต่! สำหรับการเคลียร์ชั้นที่ 50 เราจะรอกันจนกว่าคูลดาวน์อัญเชิญแบบสุ่มจะพร้อมใช้งานก่อนค่อยลงมือครับ”
จอห์น โกซัคยกมือขึ้นถามราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“...เอ่อ บอสครับ คือว่า... จะให้ผมทำรายงานสรุปก่อนไหมครับผม”
“ไม่ครับ ไม่ต้องทำแล้ว”
“เยสเซอร์!”
คยอนดัลแรและโกบังเองก็พยักหน้าเห็นพ้อง
“สมเป็นคุณชายผู้ปรีชาสามารถยิ่งเจ้าค่ะ ข้าน้อยเห็นด้วยอย่างที่สุดเจ้าค่ะ”
“นักรบก็คิดแบบนั้น สั่งมาได้เลย ฉันจะทำตามทุกอย่าง”
ทว่าในวินาทีนั้นเอง...
“โฮเอ๊ง?”
ราชิกส์กลับยกมือขึ้นสูงเด่น
“ว่ามาเลยครับ ยอดคนงานราชิกส์”
“ต้องถลกหนังพวกแมงป่องด้วยไหมคร้าบ”
นั่นสินะ จะเอายังไงดี พวกเปลือกนอกที่หุ้มตัวมันไว้ก็ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปเหมือนกันนั่นแหละ แต่ลองเอาไปเป็นตัวอย่างสักหน่อยก็น่าจะดี
“ถลกมาแค่ผืนสองผืนพอครับ ไม่ต้องเอามาเยอะ”
“โฮเอ~ เข้าใจแล้วคร้าบ”
และแล้ว ปฏิบัติการตะลุยหอคอยชั้นบนที่ยังไม่เคยมีใครพิชิตได้ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
※ ※ ※
<กำลังเข้าสู่หอคอยทมิฬ (เกาหลี) ชั้นที่ 46>
ตั้งแต่ชั้นที่ 46 ไปจนถึงชั้นที่ 50 คือพื้นที่ของพวกแมงป่องยักษ์ ในแต่ละชั้นพวกแมงป่องจะมีธาตุที่แตกต่างกันออกไป ทว่าสภาพแวดล้อมโดยรอบยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง มันคือขุนเขาหัวโล้นที่ไม่มีแม้แต่ต้นหญ้าสักต้นขึ้นให้เห็น พื้นราบเบื้องล่างถูกปกคลุมไปด้วยทะเลทรายอันเวิ้งว้าง และมีโขดหินขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่เป็นระยะๆ
แมงป่องพวกนี้จะเป็นแบบไหนกันนะ พิษร้ายคืออาวุธพื้นฐานที่พวกมันมีติดตัวมาแต่เกิด และธาตุของพวกมันก็จะถูกกำหนดตามชนิดของพิษที่พวกมันครอบครอง มีตั้งแต่พิษทำลายประสาท พิษเลือดไหลไม่หยุด พิษหลอนประสาท พิษกรด ไปจนถึงระดับบอสที่รวบรวมพิษทุกชนิดเอาไว้ในตัว
นี่คือด่านที่มักจะมีการผลาญโพชันฟื้นฟูมากที่สุด ชัยชนะในด่านนี้จึงขึ้นอยู่กับว่าคุณมีโพชันตุนไว้ในกระเป๋ามากน้อยเพียงใด
<ภารกิจชั้นที่ 46: กำจัดแมงป่องอัมพาตจำนวน 15 ตัว>
<ระยะเวลาที่กำหนด: ภายใน 13 ชั่วโมง>
<เงื่อนไขล้มเหลว: เสียชีวิต หรือขอยอมแพ้ภารกิจ>
อาวุธร้ายของพวกมันไม่ได้มีแค่เหล็กในที่ปลายหางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงก้ามที่แหลมคม และที่แสบที่สุดคือพวกมันสามารถพ่นน้ำลายอาบพิษออกมาจากปากได้อีกด้วย
“ไอ้พวกแมงป่องนี่มันนิสัยเสียชอบพ่นน้ำลายถุยๆ ใส่ครับผม ถ้าโดนเข้าไปมีหวังโดนอัมพาตแดกแน่ๆ ครับ พอเป็นอัมพาตแล้วร่างกายก็จะขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิดเดียว เพราะฉะนั้น...”
“จะบอกให้ผมอยู่ห่างๆ ไว้ใช่ไหมครับ”
“สมเป็นบอสจริงๆ ครับ ปราดเปรื่องที่สุดเลยครับผม!”
“ผมคงทำตามแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ แล้วคุณโกบังกับคุณจอห์น โกซัคล่ะครับ ถ้าโดนพิษเข้าไปก็คงเป็นอัมพาตเหมือนกันไม่ใช่หรือไง”
“สำหรับโกบัง พิษอัมพาตแค่นี้ทำอะไรไม่ได้หรอกครับ บอสลองดูผิวหนังที่หนาเตอะอย่างกะแรดของหมอนั่นสิครับ ส่วนผมเองก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านยาพิษอยู่แล้ว ต่อให้โดนเข้าไปก็ขับออกได้สบายมากครับผม”
คยอนดัลแรพยักหน้าเห็นด้วย ราชิกส์เองก็พยักหน้าหงึกๆ... ทว่าพยักแรงไปหน่อยจนร่างกลมๆ กลิ้งขลุกๆ ไปกับพื้น ราชิกส์ผู้น่าเวทนาที่เกิดมาไร้คอ
“...”
คอยดูเถอะ ผมจะพิสูจน์ให้เห็นเองว่าผมจะขยับร่างกายได้พริ้วขนาดไหน
ภารกิจเริ่มต้นขึ้น
กึกๆๆๆๆ...
แกร๊กๆๆๆๆ...
แมงป่องอัมพาตยักษ์สีน้ำเงินเข้มปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับชูส่วนหางและก้ามอันทรงพลังขึ้นข่มขวัญ ทว่าโกบังกลับไม่สะทกสะท้านต่อพิษร้ายเลยแม้แต่น้อย แม้ร่างกายจะถูกชโลมไปด้วยน้ำลายอาบพิษที่เจ้าแมงป่องพ่นใส่จนเปียกโชกไปทั้งตัว แต่นักรบเถื่อนกลับไม่แสดงอาการอัมพาตให้เห็นแม้แต่นิดเดียว หมอนั่นกลับยิ่งเคลื่อนไหวได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ
โกบังจัดการกระชากก้ามแมงป่องออกมา แล้วใช้มันฟาดกบาลเจ้าของของมันเองอย่างแรง
ผัวะ!
ในขณะที่จอห์น โกซัคผู้แสนเจ้าเล่ห์ก็คอยแอบซุ่มอยู่บนร่างของโกบังเพื่อหลบหลีกยาพิษ พอมหาโชคหยิบยื่นจังหวะมาให้ หมอนั่นก็จะพุ่งออกไปปลิดชีพมอนสเตอร์เพื่อเก็บแต้มปิดฉากอย่างรวดเร็ว ส่วนคยอนดัลแรก็ยังคงทำหน้าที่ร่ายบัฟสนับสนุนได้อย่างไร้ที่ติ ทว่า...
“เอ๊ะ?”
ราชิกส์หายตัวไปอีกแล้วแฮะ ขืนไปโดนพิษพวกนั้นเข้าจะทำยังไงกันนะ
ทว่าเมื่อเขากวาดสายตามองไปรอบๆ...
เขาก็พบว่าราชิกส์กำลังยืนถือพลั่วอันเล็กๆ อยู่หน้าโขดหินยักษ์ พร้อมกับขยับแขนสั้นๆ ของตัวเองอย่างขะมักเขม้นเพื่อทุบทำลายหินตรงหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย จากนั้นก็ก้มลงเก็บก้อนวัตถุขนาดเท่ากำปั้นสองอันที่ซ่อนอยู่ตามซอกหินยัดใส่กระเป๋าเป้ไป
เขาสังหรณ์ใจว่าพอจะเดาออกแล้วว่าสิ่งนั้นคืออะไร
“นั่นมันแร่ธาตุใช่ไหมครับ”
ในด่านของพวกแมงป่องนี้ นอกจากเปลือกนอกที่เป็นโครงร่างแข็งของพวกมันแล้ว ดูเหมือนว่าจะมีวัตถุดิบอื่นให้เก็บเกี่ยวได้อีกสินะ