- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 32 เครื่องราง
บทที่ 32 เครื่องราง
บทที่ 32 เครื่องราง
พอลงลิฟต์มาถึงชั้น 1 และกำลังเดินผ่านห้องรักษาความปลอดภัยที่มีบอดี้การ์ดยืนออกันอยู่...
'หืม?'
ไม่มีใครจำได้จริงๆ แฮะ?
'ว้าว!'
ปกติแล้ว ถ้าเพลเยอร์ระดับอีลีตโผล่หน้ามา พวกเขาก็ต้องรีบปรี่เข้ามาถามไถ่ว่าจะไปไหน แล้วก็เสนอตัวเป็นบอดี้การ์ดคอยคุ้มกันให้แล้วนี่นา
สงสัยจะมองเห็นพวกเขาเป็นแค่ผู้พักอาศัยธรรมดาๆ จริงๆ ด้วยแฮะ
ออฟฟิศเทลแห่งนี้เป็นที่พักของทั้งเพลเยอร์ระดับอีลีต เพลเยอร์ทั่วไปที่เซ็นสัญญา และก็มีคนธรรมดาอาศัยอยู่เยอะเหมือนกัน
แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ จนกว่าจะเดินพ้นประตูออกไปล่ะนะ
"เหนื่อยหน่อยนะครับ"
"ครับผม"
ชัดเจนเลย
เครื่องรางพรางตา
โคตรเจ๋ง!
รู้สึกแปลกๆ แฮะ
ไม่มีใครหันมามองพวกเขายังกับตัวประหลาดเลยสักคน
"สุดยอดไปเลยครับ องค์หญิงคยอนดัลแร"
"เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้เองเจ้าค่ะ"
"ประสิทธิภาพของเครื่องรางนี่มันสุดยอดจริงๆ สมกับที่เป็นไอเทมระดับ SSR เลยครับ"
"จริงหรือเจ้าค่ะ?"
คยอนดัลแรยิ้มแก้มแทบปริเมื่อได้รับคำชม
จอห์น โกซัคเองก็ผสมโรงด้วย
"สุดยอดเลยครับ! ขนาดบอสยังเอ่ยปากชมเลย เจ๋งเป้งไปเลยครับ!"
คยอนดัลแรส่งยิ้มแฝงความนัยไปให้จอห์น โกซัค ก่อนจะตอบกลับไปว่า
"ขอบใจสำหรับคำชมนะ ท่านจอห์น โกซัค แต่ท่านเองก็ควรจะหมั่นฝึกฝนพัฒนาตัวเองให้มากกว่านี้หน่อยนะ คำหวานหูมันก็ทำให้คุณชายบงอารมณ์ดีได้ก็จริง แต่บางครั้งการลงมือทำอะไรที่เป็นประโยชน์จริงๆ ต่างหากล่ะ ถึงจะเรียกว่าทำเพื่อคุณชายบงจากใจจริง"
"...ค... ครับผม"
โอยยยย
แทงใจดำเต็มๆ!
ความหมายที่แฝงอยู่คงจะประมาณว่า...
'นี่จอห์น โกซัค วันๆ แกทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้างหา? นอกจากประจบสอพลอไปวันๆ น่ะ หัดทำตัวให้เป็นประโยชน์บ้างสิยะ อย่าดีแต่เห่า!'
ด่าตรงๆ ยังจะดีซะกว่า
แบบนี้เจ็บแสบกว่าตั้งเยอะ
รู้งี้ไม่น่าสั่งให้พูดจาสุภาพเลยแฮะ?
ว่าแต่นอกจากไอ้เครื่องรางนี่แล้ว มันยังมีเครื่องรางแบบอื่นอีกไหมนะ?
อย่างเช่น...
"เอ่อ... มีเครื่องรางที่ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงบ้างไหมครับ?"
"แน่นอนเจ้าค่ะ มีเครื่องรางคุ้มครองสุขภาพอยู่เจ้าค่ะ มันจะช่วยให้ผู้พกพามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บตลอดอายุขัยที่กำหนดไว้เจ้าค่ะ"
โอ้ว!
"งั้นวันหลังรบกวนขอสัก 3 แผ่นนะครับ..."
"เพียงแค่รับสั่งมา หม่อมฉันก็พร้อมจะจัดการให้เจ้าค่ะ"
เอาไปให้พ่อ แม่ แล้วก็น้องชาย
"เอ่อ... แล้วมีเครื่องรางที่ช่วยเรื่องโชคลาภอะไรทำนองนั้นไหมครับ?"
"มีเจ้าค่ะ แต่มันไม่ได้ผลเลิศเลออะไรมากมายนักนะเจ้าค่ะ จะช่วยดึงดูดโชคลาภเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น"
"อันนั้นก็ขอ 3 แผ่นเหมือนกันครับ"
"รับทราบเจ้าค่ะ"
อ่า!
เขามองคยอนดัลแรเปลี่ยนไปเลยแฮะ
'ยัยนี่มันบ่อเงินบ่อทองชัดๆ!'
ชักจะเสียใจซะแล้วสิ
เมื่อกี้ไม่น่าไปดุเธอเลยแฮะ?
เอาจริงๆ จอห์น โกซัคก็สมควรโดนด่าอยู่หรอก
ทำตัวยังกับขุนนางกังฉินคอยประจบสอพลอไปวันๆ
"ขอถามอีกสักเรื่องนะครับ"
"เจ้าค่ะ"
"เอ่อ... คือ... แบบว่า... มีเครื่องรางที่ช่วยให้มีแฟนบ้างไหมครับ?"
"หมายถึงเครื่องรางผูกบุพเพสินะเจ้าค่ะ? มันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการพบเจอคู่ครองที่แท้จริงเจ้าค่ะ เดี๋ยวหม่อมฉันจะเขียนให้สักแผ่นนะเจ้าค่ะ"
"อ้อ... คือว่า... ผมไม่ได้จะเอาไปใช้เองหรอกนะครับ จะเอาไปให้น้องชายน่ะครับ"
"..."
"จริงๆ นะครับ"
จอห์น โกซัค รีบพุ่งเข้ามาสอดทันที
"ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วสิครับ! บอสจะเอาไปให้น้องชายแน่ๆ ระดับบอสไม่เห็นจะต้องการเครื่องรางผูกบุพเพอะไรนั่นเลยนี่ครับ! แค่บอสยืนอยู่เฉยๆ ออร่าความหล่อก็สาดส่องไปทั่วแล้ว! ถ้าผมเป็นผู้หญิงนะ ผมจะพุ่งเข้าไปขอเดตกับบอสทันทีเลย! ฮี่ๆๆๆ"
หงึกๆ
จอห์น โกซัคนี่ตาถึงจริงๆ แฮะ
บางทีหมอนี่ก็ฉลาดเป็นกรดเลยล่ะ
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็เถอะ ต้องขอบคุณเครื่องรางพรางตาที่ทำให้เขาสามารถเดินเล่นบนถนนในกรุงโซลร่วมกับผู้ถูกอัญเชิญทั้งสามคนได้อย่างสบายใจเฉิบ
จูฮยอกและพรรคพวกเดินกร่างไปมาพลางมองซ้ายมองขวาอย่างตื่นตาตื่นใจ ราวกับบ้านนอกเข้ากรุง
โกบังที่โดนกำชับไว้ล่วงหน้า กำลังเดินแหวกฝูงชนไปอย่างเก้ๆ กังๆ
"เฮ้ย! ตรงนั้นมันถนนนะเว้ย!"
"ก็ตรงนี้มันกว้างสุดนี่นา"
"เดี๋ยวรถก็ชนเอาหรอก!"
"นักรบน่ะแข็งแกร่งนะ"
"ใครเขาห่วงแกกันล่ะวะ! ฉันห่วงรถที่จะมาชนแกจนพังยับเยินต่างหากล่ะเว้ย!"
โกบังเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะยอมเดินกลับขึ้นมาบนทางเท้า
ดูเหมือนจอห์น โกซัค จะคุ้นเคยกับเทคโนโลยีและสิ่งก่อสร้างในยุคปัจจุบันดี ถึงได้แยกแยะออกว่าตรงไหนคือถนน ตรงไหนคือทางเท้า
"คุณจอห์น โกซัคครับ โลกที่คุณเคยอยู่ก่อนหน้านี้ สภาพบ้านเมืองก็เป็นแบบนี้เหมือนกันเหรอครับ?"
"ไม่ครับ ถึงจะคล้ายๆ กัน แต่ก็แทบไม่มีอะไรเหลือเค้าเดิมเลยครับ ตึกรามบ้านช่องก็พังทลาย รถยนต์ก็มีแต่สนิมเกรอะกรัง นี่เป็นครั้งแรกเลยนะครับที่ผมได้เห็นรถยนต์แล่นฉิวไปมาบนถนนแบบนี้"
"อ้อ"
โลกที่ล่มสลายไปแล้วสินะ?
คยอนดัลแรเองก็กำลังกวาดสายตามองไปรอบๆ ท้องถนนในกรุงโซลอย่างสงบนิ่ง
รวมไปถึงผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาด้วย
"ทุกคนดูใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบจังเลยนะเจ้าค่ะ ดูไม่มีความสุขเอาซะเลย"
"โลกใบนี้ก็เป็นแบบนี้แหละครับ"
"แม้บ้านเมืองจะอุดมสมบูรณ์ แต่ดูเหมือนว่าจิตใจของผู้คนกลับแห้งแล้งกันเหลือเกินนะเจ้าค่ะ"
ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ พูดจาแทงใจดำเก่งซะไม่มี
ไหนๆ ก็ออกมาเปิดหูเปิดตาทั้งที ต้องเที่ยวเล่นให้หนำใจไปเลย!
อันที่จริง นี่ก็เป็นครั้งแรกของจูฮยอกเหมือนกัน
ที่ได้มาเดินเล่นเต็ดเตร่ตามท้องถนนกับเพื่อน(?) แบบนี้
แล้วเพื่อนที่ว่านี่ก็ใช่เพื่อนธรรมดาซะที่ไหน?
ทั้งนักฆ่าเลือดเย็น ยอดนักรบเถื่อน แล้วก็องค์มุโดรีแห่งราชสำนัก
"เราจะไปไหนกันต่อดีครับบอส?"
"ไปกินเนื้อย่างกันเถอะครับ! เนื้อวัวเลยนะเอ้อ!"
"โอ้วววว! เนื้อราคาแพงนี่นา! ผมจะกินไม่ให้เหลือซากเลยครับ!"
"กินให้เต็มที่เลยครับ ไม่ต้องเกรงใจ"
"เอ่อ... แต่มีไอ้โกบังอยู่ด้วยนะบอส..."
"ช่างประไร! สั่งมาให้แหลกไปเลย! ห้ามป๊อดเด็ดขาด เข้าใจไหม!"
"เยี่ยมไปเลยครับ! ผมเชื่อใจบอสสุดๆ ไปเลย!"
จะกินได้สักเท่าไหร่กันเชียว
กินเยอะๆ เดี๋ยวก็เลี่ยนไปเองแหละ
< 32 >
เนื้อย่างก็ต้องไปกินที่ร้านเนื้อย่างสิถึงจะอร่อย
นานๆ ทีจะออกไปปิ้งย่างกินกันข้างนอกก็ไม่เลวหรอก แต่นั่นมันก็แค่เปลี่ยนบรรยากาศเท่านั้นแหละ
โชคดีที่มีร้านเนื้อย่างอยู่ใกล้ๆ พอดี
เป็นร้านเนื้อซี่โครงวัวฮันอูเกรดพรีเมียม
พอชำเลืองมองป้ายโฆษณาหน้าร้าน...
เนื้อซี่โครงสด 200 กรัม ราคา 100,000 วอน
'...อืม'
ร้านหรูซะด้วย
ถึงจะมีร้านที่แพงกว่านี้ อย่างจานละ 150,000 หรือ 170,000 วอน แต่ร้านนี้ก็ถือว่าราคาแรงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
ถ้าโกบังฟาดเนื้อเข้าไปสัก 10 กิโล...
ค่าเสียหายขั้นต่ำคงเริ่มที่ 5 ล้านวอนแหงๆ?
'เลือกร้านแพงไปหรือเปล่านะเนี่ย'
แต่ถ้าจะให้หันหลังกลับตอนนี้ก็คงเสียฟอร์มแย่
ยิ่งตอนนี้พวกผู้ถูกอัญเชิญกำลังตื่นเต้น พากันพึมพำว่า 'เนื้อวัวๆ' ไม่หยุดปากแบบนี้ด้วยแล้ว
'ช่างเถอะน่า!'
จะมามัวคิดเล็กคิดน้อยทำไมวะเนี่ย?
เทียบกับเม็ดเงินมหาศาลที่พวกนี้หามาให้เขาแล้ว เงินแค่นี้มันจิ๊บจ๊อยมาก
พวกเขาเดินเข้าไปในร้าน
ไม่มีใครหันมามองพวกเขายังกับตัวประหลาดเลยสักคน
ในห้องส่วนตัวแบบนั่งพื้นอันเงียบสงบ
"นี่โกบัง ค่อยๆ นั่งลงสิเว้ย ค่อยๆ! เดี๋ยวพื้นก็พังหรอก!"
ติ๊งต่อง! จูฮยอกกดกริ่งเรียกพนักงานเสิร์ฟ
"...เอ่อ... ขอสั่งเนื้อซี่โครงสดสัก 20 ที่ได้ไหมครับ?"
"20 ที่เลยเหรอคะ?"
"แล้วก็ขอเครื่องดื่ม 10 ขวด อ้อ... ยุกฮเวอีก 4 จานด้วยนะครับ..."
"ค่ะๆ รับทราบค่ะ"
ฟู่...
สั่งอาหารผ่านฉลุย
ผ่านด่านแรกไปได้ด้วยดี
ถึงเขาจะเคยสั่งอาหารตามร้านอาหารมาบ้าง แต่เพิ่งเคยสั่งเยอะขนาดนี้เป็นครั้งแรกนี่แหละ
'20 ที่ กับยุกฮเวอีก 4 จาน คงพอสำหรับออเดิร์ฟล่ะมั้ง?'
เขากำบัตรเครดิตแน่น เผื่อพนักงานจะสงสัยว่าสั่งเยอะขนาดนี้ มีปัญญาจ่ายหรือเปล่า
"บอสเนี่ยสุดยอดไปเลยนะครับ! มาร้านหรูๆ แบบนี้บ่อยเหรอครับเนี่ย?"
"ฮ่าๆๆ ไม่ใช่ร้านนี้หรอกครับ แต่เมื่อก่อนผมก็เคยไปร้านแนวๆ นี้มาบ้างครับ แวะไปทุกวันเลยล่ะ"
"ฮี่ๆๆ สุดยอดไปเลยครับบอส! ได้กินเนื้อวัวเกรดพรีเมียมแบบนี้ทุกวันเลยเหรอครับเนี่ย!"
โกบังมองมาด้วยสายตาอิจฉาตาร้อน คยอนดัลแรเองก็พยักหน้าหงึกๆ พลางส่งสายตาชื่นชมมาให้
จะบ้าเหรอ! ใครจะไปมีปัญญากินเนื้อแพงระยับแบบนี้ทุกวันล่ะ!
ที่ไปทุกวันน่ะ ไปเป็นเด็กเสิร์ฟกับเช็ดเตาย่างต่างหากเล่า!
อดีตพนักงานพาร์ตไทม์ร้านเนื้อย่างนะเว้ยเฮ้ย!
เพิ่งจะลาออกมาตอนที่ได้เป็นเพลเยอร์นี่แหละ
"หึ! กินให้เต็มที่เลยครับ เดี๋ยวผมจะโชว์ฝีมือย่างเนื้อให้กินเอง"
พอได้ยินแบบนั้น คยอนดัลแรก็สะดุ้งเฮือกทันที
"ไม่ได้นะเจ้าค่ะ! จะให้คุณชายมาลำบากย่างเนื้อให้พวกเรากินได้ยังไงกันเจ้าค่ะ? ให้พวกเราที่ต้อยต่ำ... เอ๊ย! ให้พวกเราเป็นคนย่างเองเถอะเจ้าค่ะ"
"ผมมั่นใจว่าฝีมือการย่างเนื้อของผมอร่อยไม่แพ้ใครแน่นอนครับ เพราะงั้นนั่งรอเฉยๆ แล้วก็เตรียมตัวอร่อยได้เลยครับ"
"แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ..."
"นี่เป็นคำสั่งนะครับ"
"น้อมรับพระบัญชาเจ้าค่ะ"
มาดูถูกอดีตพนักงานร้านเนื้อย่างได้ไง
ในระหว่างที่กำลังคุยกันอย่างออกรสออกชาติ
ครืดดดด
ประตูห้องก็ถูกเลื่อนเปิดออก
พนักงานนำเครื่องเคียงมาเสิร์ฟ ตามด้วยเตาถ่านร้อนๆ
และเนื้อย่างจานโต
แต่ทว่า...
'เอ๊ะ?'
นี่มันอะไรเนี่ย?
'นี่มันไม่ใช่เนื้อซี่โครงสดนี่นา'
ที่เอามาเสิร์ฟมันเนื้อซี่โครงหมักซอสชัดๆ!
อุตส่าห์สั่งไปตั้ง 20 ที่ ปริมาณก็น้อยกว่าที่คิดไว้เยอะเลย แถมยัง...
'อืม...'
สถานการณ์ชักจะน่าอึดอัดซะแล้วสิ
การเสิร์ฟเนื้อหมักซอสมาให้ตั้งแต่แรกมันผิดธรรมเนียมการกินเนื้อย่างชัดๆ!
กฎเหล็กของการกินเนื้อย่างคือต้องกินเนื้อสดก่อน แล้วค่อยตามด้วยเนื้อหมักซอสไม่ใช่รึไง!
"บอสครับ เป็นอะไรไปครับ? ทำไมหน้าซีดเป็นไก่ต้มแบบนั้นล่ะครับ?"
"คือผมสั่งเนื้อไปอีกแบบนึงน่ะครับ แต่พนักงานเสิร์ฟมาผิด..."
"เฮ้ย! แบบนี้ก็ได้เหรอ แล้วจะเอาไงต่อดีครับบอส?"
"กำลังคิดอยู่ครับ"
"แต่ไอ้นี่มันก็น่ากินเหมือนกันนะครับเนี่ย! ซี้ดดด!"
งั้นเหรอ?
งั้นก็กินๆ ไปเถอะ?
'ไม่ได้สิ!'
ถ้าเสิร์ฟอาหารผิด ลูกค้าก็มีสิทธิ์โวยวายทวงถามความถูกต้องสิ!
การรักษาสิทธิ์ของตัวเองไม่ใช่การงี่เง่าหรอกนะ
"สงสัยต้องเรียกพนักงานมาเคลียร์ซะหน่อยแล้ว"
"ถูกต้องเลยครับบอส! ถ้าทำผิดก็ต้องจัดการให้เด็ดขาด! บอสต้องแสดงพลังให้พวกนั้นเห็นซะบ้างว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร!"
"ขอให้คุณชายลงโทษพวกคนไร้ความรับผิดชอบพวกนั้นให้หลาบจำไปเลยเจ้าค่ะ"
ติ๊งต่อง!
พอกดกริ่งเรียก...
"คุณลูกค้าต้องการรับอะไรเพิ่มไหมคะ? จะรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มไหมคะ?"
"...เอ่อ... ไม่ใช่ครับ คือดูเหมือนว่าคุณจะเสิร์ฟเนื้อมาผิดโต๊ะนะครับ รบกวนช่วยเช็กให้หน่อยได้ไหมครับ..."
"คะ? รอสักครู่นะคะ ว้าย! ทำไมจานนี้ถึงมาอยู่โต๊ะนี้ได้ล่ะเนี่ย? ขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ เดี๋ยวทางเราจะรีบเปลี่ยนให้ใหม่เดี๋ยวนี้เลยนะคะ"
ฟู่...
ผ่านด่านที่สองไปได้อย่างหวุดหวิด
เนื้อจานใหม่ถูกนำมาเสิร์ฟแล้ว เสียงเนื้อย่างบนเตาถ่านดังฉู่ฉ่าส่งกลิ่นหอมฉุยยั่วน้ำลาย
พอคีบเนื้อลงเตาปุ๊บ ก็หายวับไปในพริบตาปั๊บ
ยอดนักรบเถื่อนโกบังเล่นคีบเนื้อเข้าปากทีละ 5 ชิ้นรวด
"หนอย ไอ้เจ้านี่... เอ่อ... ท่านโกบัง เหตุใดท่านถึงได้ตะกละตะกลามคีบเนื้อเข้าปากทีละ 5 ชิ้นเยี่ยงนี้ ช่างเป็นภาพที่ดูไม่งามเอาเสียเลย ทั้งๆ ที่คุณชายบงก็ประทับอยู่ด้วยแท้ๆ... อุ๊บ!"
จูฮยอกรีบยัดห่อผักใส่เนื้อที่เตรียมไว้เข้าปากคยอนดัลแรทันที
"อร่อยไหมครับ?"
เธอพยักหน้าหงึกๆ พลางเคี้ยวตุ้ยๆ
จอห์น โกซัคก็เสริมขึ้นมาว่า "อันนี้ผมเห็นด้วยกับองค์หญิงนะครับบอส! ดูมันกินสิครับ สงสัยที่ได้ฉายาว่าโล่เนื้อมนุษย์เถื่อน คงเป็นเพราะมันเอาเนื้อวัวพวกนี้ไปโปะตามตัวแน่ๆ เลยครับ"
จะเป็นไรไปล่ะ?
ถ้าไม่เอาเงินมาผลาญกับเรื่องพวกนี้ แล้วจะหาเงินไปทำไมวะ?
ทั้งรายได้ปีละสองพันล้านวอน ทั้งเงินจากการขายผลึกมานา แถมยังมีค่าเช่าดาบศักดิ์สิทธิ์จากศูนย์ควบคุมที่โอนเข้าบัญชีทุกเดือนอีก 1,000 ล้านวอน ถ้ารวมกับค่าเช่าดาบศักดิ์สิทธิ์จากประเทศอื่นอีก...
เผลอๆ เขาอาจจะมีปัญญาซื้อฟาร์มวัวฮันอูได้ทั้งฟาร์มเลยด้วยซ้ำ!
"เอาล่ะๆ ใครมัวแต่พูดก็อดกินนะครับ! เอาเวลาพูดไปกินเนื้อดีกว่าครับ ดูคุณโกบังเป็นตัวอย่างสิครับ ไม่ยอมปริปากพูดอะไรเลย เอาแต่ยัดเนื้อเข้าปากลูกเดียว"
กินดุยังกับเครื่องจักรสูบเนื้อ แม้แต่เนื้อที่ยังย่างไม่สุกดี หมอนั่นก็ยังยัดเข้าปากกลืนลงคอหน้าตาเฉย
"เนื้อไม่สุกก็ไม่เป็นไร ข้าย่อยได้หมดนั่นแหละ"
ไม่เป็นไรบ้าอะไรล่ะ!
ก็แน่ล่ะสิ แกเป็นถึงนักรบเถื่อนนี่หว่า
เขาสั่งเนื้อมาเพิ่มเรื่อยๆ
โกบัง สมกับชื่อโล่เนื้อมนุษย์เถื่อนจริงๆ กินล้างกินผลาญสุดๆ
กินไวปานพายุบุเต็ง จนเขาชักจะเกรงใจพนักงานตอนกดกริ่งสั่งเพิ่มแล้วเนี่ย
เผลอแป๊บเดียว ก็สวาปามเนื้อเข้าไปเกิน 70 ที่แล้ว จนเจ้าของร้านเนื้อย่างต้องเดินหน้าตาตื่นเข้ามาหาที่โต๊ะ
"เอ่อ... คุณลูกค้าสั่งเนื้อเยอะขนาดนี้..."
ว่าแล้วเชียว ว่าต้องมาไม้นี้
เขารอคอยโมเมนต์นี้มานานแล้วล่ะ
จูฮยอกชูบัตรเครดิตขึ้นมาด้วยท่วงท่าสุดคูล ก่อนจะเอ่ยปากว่า "เดี๋ยวผมรูดบัตรจ่ายไปก่อนรอบนึงก็แล้วกันครับ จะรูดเผื่อไว้เลยก็ได้นะครับ"
"โอ้ว! ขอบพระคุณมากครับคุณลูกค้า!"
อวดรวย!
ความฟินของการใช้เงินมันอยู่ตรงนี้นี่เอง!
กินกันมาราธอนจนเนื้อในร้านชักจะร่อยหรอลงไปทุกที แถมยังสั่งเปลี่ยนเมนูไม่ซ้ำหน้า ทั้งเนื้อสันแหลม เนื้อสันใน เนื้อสันคอ เนื้อซี่โครง เนื้อซี่โครงหมักซอส...
แถมยังต้องไปวานให้ร้านเนื้อข้างๆ หรือร้านขายส่งเนื้อช่วยหิ้วเนื้อมาเติมให้อีกต่างหาก
นี่ยังไม่อิ่มกันอีกเหรอเนี่ย?!
บ้าไปแล้ว! ทำไมถึงได้กินจุขนาดนี้วะ?!
งบที่ตั้งไว้บานปลายไปไกลลิบแล้ว!
"อ... เอ่อ... จะให้สั่งเพิ่มอีกเหรอครับ?"
"...พวกเรากินเยอะไปเหรอครับบอส?"
จอห์น โกซัค โกบัง รวมถึงคยอนดัลแรต่างพากันทำหน้าจ๋อยสนิท
แล้วเขาจะกล้าสั่งให้หยุดกินตอนนี้ได้ยังไงล่ะ? ในเมื่อตอนแรกอุตส่าห์ปากดีบอกให้สั่งแหลกไปเลยแท้ๆ
โว้ยยย! ช่างมันแล้วโว้ยยยย!
"...ส... สั่งมาเลย! ก... กินให้ร้านเจ๊งไปเลย! สั่งมาอีกเยอะๆ!!!"
เขากดกริ่งเรียกพนักงานด้วยมือที่สั่นเทา
"เย้! บอสสุดยอดดด!"
"ช่างเป็นชายหนุ่มที่ใจป้ำเสียจริงเจ้าค่ะ"
โกบังยังคงสวาปามเนื้อเข้าปากไม่หยุดหย่อน
สรุปแล้ว คืนนี้พวกเขาสี่คนฟาดเนื้อย่างเข้าไปทั้งหมด 150 ที่ ยอดรวมค่าเสียหายทั้งหมดปาเข้าไป 12.68 ล้านวอน!
อาจจะเพราะแต่ละเมนูราคาไม่เท่ากัน ถึงจะบอกว่าความฟินของการใช้เงินก็เถอะ แต่มื้อเดียวล่อไปเกือบ 13 ล้านวอนนี่มันก็เกินไปหน่อยป่ะวะ!
ก่อนกลับ เจ้าของร้านเนื้อย่างถึงขนาดยื่นนามบัตรให้ พร้อมกับบอกว่าถ้าจะมาถ่ายคลิปม็อกบังลงนอทูบเมื่อไหร่ ก็แวะมาที่ร้านได้ตลอดเลยนะ
ม็อกบังลงนอทูบบ้าบออะไรล่ะ!
จะมีปัญญาโผล่หัวมาอีกไหมก็ไม่รู้
คราวหน้าคงต้องหาร้านที่ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์มากกว่านี้ซะแล้วสิ
หลังจากกินเนื้อย่างกันจนพุงกาง พวกเขาก็ออกไปเดินย่อย ดื่มด่ำกับของหวานตบท้าย แล้วก็ไปปิดท้ายค่ำคืนนี้ด้วยการร้องเพลงในตู้คาราโอเกะหยอดเหรียญ
ตอนนี้จูฮยอกเริ่มจะสนุกสุดเหวี่ยงไปกับเขาด้วยแล้ว นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เขาไม่ได้ออกมาเที่ยวเล่นสังสรรค์กับคนอื่นแบบนี้? ต่อให้ย้อนกลับไปในอดีต ก็ไม่เคยมีโมเมนต์แบบนี้เลยด้วยซ้ำ
….
และแล้วก็ถึงเวลาต้องกลับไปเผชิญโลกแห่งความเป็นจริงซะที
แม้ว่าเวลาในการอัญเชิญของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน แต่จูฮยอกก็ตัดสินใจยกเลิกการอัญเชิญของทุกคนในซอยเปลี่ยวที่ลับตาคน
จูฮยอกเดินกลับมาที่ออฟฟิศเทลเพียงลำพัง เขาดึงหมวกที่เตรียมมาสวมทับจนมิดชิด แล้วหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาแตะที่เครื่องสแกนตรงประตูทางเข้า
ติ๊ด!
เสียงสัญญาณปลดล็อกประตูดังขึ้น เขาเดินเข้าไปด้านใน
การที่เพลเยอร์ระดับอีลีตจะเดินเข้าออกตึกตามลำพังโดยไม่มีบอดี้การ์ดคอยประกบ ถือเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่กลับไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนไหนจับสังเกตเขาได้เลยสักคน
ทุกคนต่างก็คิดว่าเขาเป็นแค่ผู้พักอาศัยธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น
ทั้งๆ ที่ในหมู่พวกเขาน่าจะมีพวกตำรวจหรือเจ้าหน้าที่จากศูนย์ควบคุมแฝงตัวอยู่ด้วยแท้ๆ
ส่วนกล้องวงจรปิดน่ะเหรอ?
ของแบบนั้นเขาเอาไว้ดูย้อนหลังตอนเกิดเรื่องไปแล้วต่างหากล่ะ!
'อูยยยย ตื่นเต้นชะมัด!'
รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังสวมบทบาทเป็นสายลับเลยแฮะ ยังกับพระเอกในหนังสายลับแอ็กชันฟอร์มยักษ์เลย
'แต่ก็นะ... ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเราอีกแล้วล่ะ!'
วันนี้ทั้งกินทั้งดื่มจนพุงแทบแตก พรุ่งนี้ตื่นมาก็ต้องเตรียมลุยชั้น 33 ต่อแล้วล่ะ
……
และแล้ววันรุ่งขึ้นก็มาถึง
"เมื่อวานอัดโปรตีนจากเนื้อไปตั้งเยอะ วันนี้ก็มาลุยกันให้เต็มที่เลยนะครับ!"
"ความซื่อสัตย์! พลังงานเต็มเปี่ยมพร้อมลุยครับบอส!"
"โซนยอจะทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดเพื่อตอบแทนความเมตตาเจ้าค่ะ!"
"นักรบเนื้อวัวมาแล้ว"
โอยยยย
ดูหน้าพวกแกแต่ละคนสิ!
ไขมันวัวเยิ้มหยดย้อยเชียว!