- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 30 ชั้นที่ 32 (1)
บทที่ 30 ชั้นที่ 32 (1)
บทที่ 30 ชั้นที่ 32 (1)
ภารกิจการเคลียร์หอคอยแต่ละชั้นของทั่วทั้งโลกนั้นเหมือนกันทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมหรือประเภทของมอนสเตอร์ก็ตาม
สำหรับหอคอยทมิฬช่วงชั้นที่ 50 ขึ้นไปคือดงของมอนสเตอร์ประเภทบิน โดยตั้งแต่ชั้นที่ 56 จนถึง 60 จะเป็นการปรากฏตัวของไวเวิร์นทั้งห้าธาตุ
ไวเวิร์น... มอนสเตอร์ที่ถูกขนานนามว่าเป็นร่างจำแลงของมังกร เจ้าเวหาผู้ล่าโอเกอร์เป็นอาหารอันโอชะ ประกอบไปด้วย ไวเวิร์นปฐพีที่โดดเด่นด้านพละกำลังและการป้องกัน ไวเวิร์นอัคคีที่พ่นลมหายใจแห่งเปลวเพลิง ไวเวิร์นเหมันต์ที่มาพร้อมลมหายใจเยือกแข็ง ไวเวิร์นอสนีบาตที่ปลดปล่อยกระแสไฟฟ้าออกจากร่าง และไวเวิร์นพิษร้ายที่อาบชโลมไปด้วยพิษสงอันตราย
และชั้นที่ 57 ซึ่งยูชอลมินก้าวเข้าไปจากสตูดิโอสถานีโทรทัศน์ ก็คือถิ่นอาศัยของไวเวิร์นอัคคีนั่นเอง
<เข้าสู่หอคอยทมิฬ (ญี่ปุ่น) ชั้นที่ 57>
<สมรรถภาพทางกายได้รับการยกระดับให้สอดคล้องกับเลเวล>
<สามารถใช้งานคุณลักษณะเฉพาะและสกิลต่อสู้ได้>
“ไม่ได้มาที่นี่ซะนานเลยแฮะ”
ด้วยประสบการณ์ที่โชกโชน เลเวลที่พุ่งปรี๊ดถึง 66 แถมยังพกไอเทมและสกิลมาแบบจัดเต็ม ต่อให้สมองสั่งการให้อยากทำพลาด ภารกิจนี้ก็คงไม่มีวันล้มเหลวหรอก
<ภารกิจชั้นที่ 57: กำจัดไวเวิร์นอัคคีจำนวน 15 ตัว>
<กำหนดเวลา: ภายใน 14 ชั่วโมง>
<เงื่อนไขแห่งความล้มเหลว: เสียชีวิต หรือ ยกเลิกภารกิจ>
หน้าต่างภารกิจปรากฏขึ้นเบื้องหน้า สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน ไวเวิร์นฝูงใหญ่บินว่อนรวมตัวกันอย่างหนาแน่นโดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ยอดเขาที่สูงตระหง่านที่สุด
การจะรับมือกับมอนสเตอร์ประเภทบินได้นั้น มีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจเสียก่อน ในเมื่อมนุษย์ไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศขึ้นไปสู้บนฟ้าได้ สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการลากคอพวกมันลงมาประทับรอยเท้าบนพื้นดินให้จงได้ ซึ่งในจุดนี้ ผู้ที่มีคุณลักษณะสายเวทมนตร์หรือสายโจมตีระยะไกลย่อมได้เปรียบกว่าอย่างเห็นได้ชัด
แล้วถ้าเป็นสายโจมตีระยะประชิดล่ะ จะทำยังไงได้นอกจากต้องพกอาวุธระยะไกลขนาดเล็กอย่างหน้าไม้จิ๋วหรือปืนพกที่พอจะเนียนๆ ซุกซ่อนเข้ามาในฐานะไอเทมสวมใส่ได้ติดตัวมาด้วย
ทว่าหากความเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธระยะไกลมีไม่มากพอจนเผลอไปกระตุกหนวดไวเวิร์นทีเดียวพร้อมกันสองตัวล่ะก็... ทางออกเดียวที่เหลืออยู่คือใส่เกียร์หมาโกยแน่บสถานเดียว
เพราะการปีนหอคอยนั้น กฎเหล็กพื้นฐานคือการโซโล่เดี่ยว ดังนั้นการสร้างสถานการณ์แบบตัวต่อตัวจึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการอยู่รอด
ปฏิบัติการเคลียร์ด่านเริ่มต้นขึ้น ยูชอลมินหยิบธนูออกมาจากช่องเก็บของ กวาดสายตามองหาไวเวิร์นที่บินแยกตัวออกห่างจากฝูง
ฟิ้ว!
“ก๊าซซซ!”
ศรเวทสีขาวขุ่นพุ่งแหวกอากาศเข้ากระแทกหน้าท้องของไวเวิร์นอัคคีอย่างจัง
“เรียบร้อย”
ยูชอลมินยืนนิ่งไม่ไหวติง ปักหลักอยู่กับที่พลางระดมยิงศรเวทเข้าใส่ไวเวิร์นที่กำลังดิ่งพสุธาลงมาอย่างต่อเนื่อง หากเป็นเพลเยอร์สายธนูทั่วไป ป่านนี้คงต้องวิ่งพล่านเพื่อรักษาระยะห่างไปแล้ว ทว่า...
“ระดับนักรบสรรพาวุธอย่างฉันน่ะนะ”
ต่อให้ระยะห่างถูกบีบให้แคบลง ก็แค่สลับไปใช้อาวุธระยะประชิดแล้วฟาดฟันหรือจ้วงแทงเอาก็สิ้นเรื่อง
“พูดง่ายๆ ก็คือ ปอกกล้วยเข้าปากไงล่ะ”
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
สกิลยิงต่อเนื่องถูกงัดออกมาใช้ ศรเวทนับสิบดอกพุ่งกระหน่ำเข้าใส่ไวเวิร์นผู้โชคร้ายตัวนั้นราวกับห่าฝน ถ้าหากโชคดีติดคริติคอลรัวๆ ล่ะก็ เผลอๆ อาจจะปลิดชีพมันได้ตั้งแต่ยังไม่ทันแตะพื้นด้วยซ้ำ
แต่ทว่า...
‘หืม’
แปลกแฮะ ไม่มีคริติคอลเด้งขึ้นมาเลยสักฮิตเดียว
‘ยิงไปตั้งขนาดนี้ มันก็น่าจะติดคริติคอลสักทีสองทีสิวะ’
มิหนำซ้ำ...
เคร้ง!
ศรเวทดอกหนึ่งกระดอนกลับจากการกระทบเข้ากับกรงเล็บของไวเวิร์น ก่อนจะพุ่งแฉลบเปลี่ยนทิศทางไปกระแทกเข้ากับไวเวิร์นอีกตัวที่บินอยู่ไม่ไกลอย่างพอดิบพอดี
“เฮ้อ”
ซวยซับซวยซ้อน กลายเป็นการลากมอนสเตอร์เพิ่มไปซะงั้น ไวเวิร์นอีกตัวถูกดึงค่าความเกลียดชังเข้ามาเต็มๆ ส่งผลให้ตอนนี้มีไวเวิร์นถึงสองตัวที่กำลังดิ่งพสุธาลงมาหาเขา ส่วนตัวแรกที่โดนยิงเปิดแผลไปก็ใกล้จะถึงพื้นเต็มทีแล้ว
“ฟู่...”
จะทำยังไงได้ล่ะ ก็ต้องจัดการให้เรียบทั้งสองตัวนั่นแหละ ด้วยเลเวล 66 การรับมือสองตัวพร้อมกันก็ยังพอไหว หรือถ้าจะฝืนสังขารหน่อย สามตัวก็ยังพอถูไถไปได้
เขาสลับอาวุธ เก็บธนูเข้าช่องเก็บของแล้วชักดาบกับโล่ออกมาแทน จากนั้นก็ตั้งรับ เบี่ยงหลบ จ้วงแทง และฟาดฟัน กว่าจะจัดการสองตัวแรกได้ก็เล่นเอาหอบแฮก
‘คราวนี้แหละ...’
ต้องระวังตัวให้มากกว่าเดิม ห้ามประมาทเด็ดขาด ยูชอลมินซุ่มรออย่างอดทนจนกระทั่งล็อกเป้าหมายใหม่ได้สำเร็จ เขาง้างคันธนูเตรียมจะปล่อยศรเวทออกไป ทว่า...
“...ฮัด...”
จู่ๆ จมูกก็เกิดคันยิบๆ ขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“ฮัดเช่ยยย!”
สุดท้ายก็ทนไม่ไหว จามออกมาเสียงดังสนั่น และแรงสะเทือนจากการจามก็ทำให้ศรเวทหลุดพ้นจากคันธนูไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
ฟิ้ววว!
“เฮ้ย!”
และความซวยขั้นสุดก็คือ ทิศทางที่ศรเวทพุ่งทะยานไปนั้น ดันเป็นกลุ่มไวเวิร์นที่บินเกาะกลุ่มกันอยู่สามสี่ตัวพอดิบพอดี
“ก๊าซซซ!”
“กรรรรร!”
“กี๊ซซซ!”
แอด... แอดอีกแล้วคราวนี้แห่กันมาทีเดียวถึงสามตัว
“จะบ้าตาย”
แค่สามตัวก็ตึงมือจะแย่อยู่แล้ว... แต่ก็ต้องสู้ สู้ตายเท่านั้น เพราะถ้ากดขอยกเลิกภารกิจ เขาก็จะถูกเด้งออกจากหอคอยทันที
แล้วสถานที่ที่เขาจะไปโผล่คือที่ไหนล่ะ สตูดิโอสถานีโทรทัศน์ที่กำลังออกอากาศสดอยู่ไงล่ะ ขืนกลับไปในสภาพนี้ อย่าว่าแต่จะโชว์เทพเลย มีหวังโดนหัวเราะเยาะจนแทบแทรกแผ่นดินหนีแหงๆ
‘ไม่มีทางเด็ดขาด’
งัดไม้ตาย สกิลขั้นสุดยอดออกมาใช้ให้หมด คูลดาวน์เหรอ ช่างหัวมันสิ! แต่ในระหว่างที่กำลังตะลุมบอนอยู่นั้น คริติคอลก็ยังคงไม่เด้งขึ้นมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
‘นี่โดนผีอำหรือไงเนี่ย’
มันเกิดบ้าอะไรขึ้นวะ ต่อให้ลองสลับไปใช้อาวุธชิ้นอื่น ทั้งการโจมตีธรรมดาและสกิล แต่คริติคอลที่เคยเด้งรัวๆ กลับไม่โผล่มาให้ชื่นใจเลยสักนิดเดียว ไวเวิร์นทั้งสามตัวพ่นลมหายใจเปลวเพลิงใส่เขาจากสามทิศทาง การจะหลบหลีกให้พ้นเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ฟู่ฟฟฟ! ฟู่! ฟู่ฟฟฟฟ!
“อ๊ากกก!”
เนื้อหนังมังสาเริ่มส่งกลิ่นไหม้เกรียม ถึงอย่างนั้น...
‘จะยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด’
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างยากลำบากแสนสาหัส เขาใช้ลีลาฟาดฟันด้วยอาวุธระยะประชิด ถอยฉากทิ้งระยะห่างเพื่อสาดลูกธนูและหอกซัด ใช้โล่รับการโจมตีจากเปลวเพลิง แล้วก็กลับมาใช้หอกซัดอีกครั้ง จนในที่สุดก็สามารถปลิดชีพไปได้สองตัว เหลืออีกเพียงตัวเดียวเท่านั้น
ทว่า ไวเวิร์นตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่กลับใช้กรงเล็บปัดป้องหอกซัดที่เขาขว้างออกไปได้อย่างหวุดหวิด
ฟิ้วววว!
เคร้งงง!
หอกซัดกระดอนแฉลบเปลี่ยนทิศทางไปยังจุดที่ไม่คาดคิดอีกครั้ง และเป้าหมายปลายทางของมันก็คือ... ดงไวเวิร์นที่รวมฝูงกันอยู่นั่นเอง
“บัดซบเอ๊ย! นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย!! ทำไมถึงเป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า!!”
นี่มันไม่ใช่แค่ดวงซวยธรรมดาแล้ว แต่มันคือความซวยระดับมหากาฬ แอดแล้วแอดเล่า แห่กันมาเป็นพรวนราวกับขบวนรถไฟ คราวนี้มากันถึงห้าตัว ไม่สิ ข้างหลังนั่นยังมีอีก เพิ่งจะล้มไปได้แค่ไม่กี่ตัวแท้ๆ
ต่อให้มีเลเวล 66 ก็เถอะ เจอแบบนี้เข้าไปก็ไม่รอดเหมือนกัน การใช้ความต่างของเลเวลเพื่อกดขี่ข่มเหง หรือที่เรียกกันว่า การสโลเตอร์ (Slaughter) ผู้เล่นเลเวลสูงๆ มักจะมาเดินเล่นไล่ตบมอนสเตอร์เลเวลต่ำๆ ในชั้นล่างๆ อย่างสนุกสนาน
แต่นั่นมันใช้ได้กับมอนสเตอร์ที่อยู่ต่ำกว่าชั้น 30 ลงไปเท่านั้นแหละ พอขึ้นมาถึงชั้นที่ 40 หรือ 50 ซึ่งเป็นเขตแดนของมอนสเตอร์ระดับบอส ต่อให้มีเลเวล 66 ก็ต้องระมัดระวังตัวทุกฝีก้าว ขืนประมาทแม้แต่วินาทีเดียว ก็อาจจะกลายเป็นศพเฝ้าหอคอยเอาได้ง่ายๆ
ยูชอลมินกัดฟันกรอด ทางแยกแห่งการตัดสินใจมาถึงแล้ว... จะสู้ต่อหรือจะโกยแน่บดี ไม่เห็นต้องคิดให้ปวดหัวเลย
‘ยอมหน้าแตกดีกว่าเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่’
ศักดิ์ศรีหรือหน้าตามันกินไม่ได้หรอกน่า
‘...เผ่นโว้ย’
ยูชอลมินสับตีนแตกวิ่งหน้าตั้งมุ่งตรงไปยังพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่ปลอดภัยไม่ได้หมายความว่ามอนสเตอร์จะตามเข้าไปไม่ได้ แต่มันเป็นเพียงโซนเดียวที่สามารถกดปุ่มออกจากหอคอยได้เท่านั้น
“ยกเลิกภารกิจ!”
<คุณได้ประกาศยกเลิกภารกิจแล้ว>
<ภารกิจล้มเหลว>
<กำลังออกจากหอคอยทมิฬ (ญี่ปุ่น)>
วิ้งงงง!
สุดท้าย ยูชอลมินก็ถูกส่งตัวกลับมาโผล่ที่สตูดิโอสถานีโทรทัศน์ ซึ่งการถ่ายทอดสดก็ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง นี่มันคือฝันร้ายที่สุดในชีวิตชัดๆ
“แม่งเอ๊ย”
ถึงผู้ประกาศข่าวจะพยายามถามไถ่อะไรมากมาย แต่เขาก็ไม่มีกะจิตกะใจจะตอบคำถามใดๆ ทั้งสิ้น ทำได้เพียงหันหลังกลับและเดินหนีออกไปอย่างหัวเสีย
เมื่อออกมาด้านนอก เขาก็พบกับเจ้าหน้าที่ดูแลการปีนหอคอยโทโมดะที่ยืนรออยู่ ชายผู้ซึ่งได้รับความดีความชอบจากการดึงตัวยูชอลมินมาจนได้เลื่อนขั้นเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล
“เกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมถึงได้ออกมาเร็วนักล่ะ”
“มีตาหรือเปล่าล่ะ มองไม่เห็นหรือไง รู้อยู่แก่ใจแล้วยังจะมาถามให้หงุดหงิดอีกทำไม”
ล้มเหลว?
ล้มเหลวจริงๆ น่ะหรือ อุตส่าห์ปูพรมจัดฉากซะอลังการงานสร้างขนาดนี้เนี่ยนะ
“ร่างกายผมไม่ค่อยพร้อมน่ะ แถมดวงก็ยังซวยสุดๆ ด้วย”
มันเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจเชื่อจริงๆ เพลเยอร์เลเวล 66 ดันมายอมแพ้ยกเลิกภารกิจที่ชั้น 57 เนี่ยนะ
“เดี๋ยวขอพักสักหน่อย แล้วจะกลับไปเคลียร์ใหม่ก็แล้วกัน”
“...”
เจ้าหน้าที่โทโมดะถึงกับพูดไม่ออก ในหัวมีแต่คำว่า ชิบหายแล้ว ดังก้องไปหมด จะแก้ตัวยังไงดีวะเนี่ย
......
ทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่นเกิดความโกลาหลขึ้นอย่างหนัก
เพลเยอร์ระดับท็อปที่ผ่านการพิสูจน์ฝีมือมาแล้ว แถบเลเวลยังสูงถึง 66 เพลเยอร์ที่รัฐบาลยอมแลกกับศักดิ์ศรีของชาติเพื่อโอนสัญชาติมา ดันมากดปุ่มยกเลิกภารกิจแล้วเผ่นหนีออกมาจากชั้น 57 หน้าตาเฉย
หรือว่าไอ้หมอนี่มันจะเป็นของปลอม โดนหลอกต้มตุ๋นเข้าให้แล้วหรือเปล่าเนี่ย เสียงวิพากษ์วิจารณ์และด่าทอหลั่งไหลมาเทมาไม่ขาดสาย รัฐบาลญี่ปุ่นช่างโง่เขลาเบาปัญญา ยูชอลมินก็ทั้งโง่แถมยังหยิ่งยโสโอหัง คะแนนนิยมของคณะรัฐมนตรีคาวากุจิดิ่งเหวลงสู่จุดต่ำสุดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
ด้วยความตื่นตระหนก รัฐบาลจึงรีบจัดส่งทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุของความล้มเหลว พร้อมทั้งจัดหาไอเทมต้านทานไฟมาประเคนให้ยูชอลมินแบบไม่อั้นสำหรับการแก้ตัวในรอบที่สอง
ครั้งนี้พวกเขาดำเนินการอย่างเงียบเชียบ ปิดข่าวเงียบกริบไม่ให้เล็ดลอดไปถึงหูสื่อมวลชนแม้แต่น้อย การกลับเข้าไปเคลียร์ด่านรอบสองเริ่มต้นขึ้นอย่างลับๆ ทว่า...
“บัดซบเอ๊ยยย! แม่งเอ๊ยยยยยยย!!”
ยูชอลมินจำใจต้องกดปุ่มยกเลิกภารกิจอีกครั้งเป็นรอบที่สอง นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย การต่อสู้กับฝูงไวเวิร์นไม่ได้เป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้เลยสักนิด เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดแทรกซ้อนขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นี่เขาโดนผีสางเทวดาตนไหนกลั่นแกล้งอยู่หรือเปล่าเนี่ย ทำไมคริติคอลถึงไม่เด้งขึ้นมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว หอคอยทมิฬของญี่ปุ่นมันมีอะไรแตกต่างจากของประเทศอื่นงั้นหรือ
ความหงุดหงิดงุ่นง่านพุ่งปรี๊ดจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ถ้าเคลียร์ด่านไม่ได้จะทำยังไงล่ะ
ความกระวนกระวายใจเริ่มกัดกินหัวใจของเขามากขึ้นเรื่อยๆ มิหนำซ้ำ ข่าวการล้มเหลวในรอบที่สองก็ยังอุตส่าห์รั่วไหลไปถึงหูสื่อมวลชนจนได้
[เพลเยอร์ยูชอลมิน ล้มเหลวในการเคลียร์ด่านชั้น 57 เป็นครั้งที่สอง!]
ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกไป ชาวเกาหลีใต้ก็แห่กันไปถล่มเว็บบอร์ดที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นกันอย่างบ้าคลั่ง
└ ขอบใจมากนะเว้ยที่ช่วยรับช่วงต่อไอ้ชอลมินไปดูแลแทนให้ ฮ่าๆๆ
└ สินค้าซื้อแล้วไม่รับเปลี่ยนคืนนะเว้ย ไอ้พวกเวร!
└ พวกแกจะทำยังไงต่อล่ะทีนี้ หอคอยก็ดันไปตั้งอยู่บนรอยเลื่อนแผ่นดินไหวซะด้วย
└ ถึงจะสะใจที่ได้ด่า แต่ลึกๆ แล้วฉันก็ไม่ได้อยากเห็นหอคอยถล่มหรอกนะ เพราะงั้นก็สู้ๆ เข้าล่ะ!
ไม่ได้มีแค่ชาวเกาหลีใต้เท่านั้น แม้แต่ชาวญี่ปุ่นเองก็ยังเข้ามาคอมเมนต์เย้ยหยันและสมเพชตัวเองในเว็บบอร์ดด้วยเหมือนกัน และในขณะเดียวกันนั้นเอง ข่าวสารจากฝั่งเกาหลีใต้ก็ถูกรายงานออกมาอย่างต่อเนื่อง
[หอคอยทมิฬแห่งเกาหลีใต้ สร้างประวัติศาสตร์เคลียร์ด่านระดับ S++ ติดต่อกันถึง 31 ชั้นรวด!]
เท่านั้นยังไม่พอ
[เพลเยอร์นัมกาอึน เคลียร์ด่านชั้น 64 แฟนทอมกูล ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง]
ฝั่งนู้นกำลังฉลองกันอย่างชื่นมื่น ส่วนฝั่งนี้บรรยากาศกลับอึมครึมราวกับป่าช้า ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ในขณะที่ยูชอลมินต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้เป็นครั้งที่สามติดต่อกัน ฟางเส้นสุดท้ายของเขาก็ขาดสะบั้น สภาพจิตใจของเขาแหลกสลายไม่มีชิ้นดี แม้แต่รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็จนปัญญาที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
ความหวาดผวาต่อมหันตภัยหอคอยถล่มค่อยๆ คืบคลานเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งเกาะญี่ปุ่นอย่างช้าๆ
……