- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 29 ขอลายเซ็น (2)
บทที่ 29 ขอลายเซ็น (2)
บทที่ 29 ขอลายเซ็น (2)
“อะแฮ่ม องค์หญิงคยอนดัลแรครับ”
“เชิญกล่าวมาได้เลยเจ้าค่ะ คุณชายบง”
“ผมเกิดมาเป็นลูกผู้ชายชาติอาชาไนย ต่อให้ไม่สามารถปกครองแว่นแคว้นให้สงบร่มเย็นได้ แต่อย่างน้อยก็ไม่ควรมาหวาดกลัวกับอีแค่มอนสเตอร์กระจอกๆ พวกนั้น คุณเห็นด้วยไหมครับ”
“หาเป็นเช่นนั้นไม่เจ้าค่ะ เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้นเล่า คุณชายบงน่ะเป็นถึงวิญญูชนที่สามารถปกป้องบ้านเมืองและสร้างความสงบสุขให้กับแผ่นดินได้เชียวนะเจ้าคะ”
“แค่ล่ามอนสเตอร์ตัวเดียวยังทำไม่ได้เลย จะเป็นวิญญูชนได้ยังไงล่ะครับ”
“...”
คยอนดัลแรถึงกับสะอึกจนเถียงไม่ออก ถึงจะเป็นองค์หญิง แต่เธอก็ยังเป็นแค่เด็กสาววัยรุ่นเท่านั้น ถ้าแค่เด็กมัธยมคนเดียวยังโน้มน้าวไม่ได้ แล้วเขาจะกล้าเรียกตัวเองว่าลูกผู้ชายตัวจริงได้ยังไงกัน
เขาแสร้งตีหน้าเศร้าสร้อยและเอ่ยเสียงหดหู่
“สกิลก็มีพร้อม ไอเทมป้องกันก็มีถมเถ เลเวลก็อัปขึ้นมาตั้งเยอะ แต่กลับเอาชนะมอนสเตอร์ตัวเดียวไม่ได้ แบบนี้มันสมเหตุสมผลตรงไหนครับ”
“มะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะเจ้าคะ...”
“ถึงโดนด่าว่าเป็นไอ้ขี้ขลาด ผมก็คงเถียงไม่ออกหรอกครับ”
“...ไฉนจึงกล่าววาจาตัดพ้อเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ โซนยอฟังแล้วหัวใจแทบจะแตกสลายเป็นหมื่นๆ ชิ้นเลยเจ้าค่ะ”
เข้าทางล่ะ ต่อไปก็เป็นแผนล่อลวงด้วยของกิน
“...ไอศกรีมวันก่อนอร่อยไหมครับ”
“เจ้าคะ?”
คยอนดัลแรทำหน้างุนงงกับคำถามที่โพล่งขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ผมรู้จักร้านขายไอศกรีมอยู่ร้านนึง ที่นั่นมีให้เลือกกินตั้งสามสิบกว่ารสชาติเลยนะครับ”
“สะ สามสิบรสเลยหรือเจ้าคะ”
“มีทั้งรสสตรอว์เบอร์รี รสช็อกโกแลต รสเชอร์รี รสชีส โยเกิร์ต มินต์... โอย! มันเยอะซะจนผมจำได้ไม่หมดเลยล่ะครับ”
คยอนดัลแรลอบกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
“ยังไม่เคยลองกินมาการองใช่ไหมครับ มันเป็นขนมของฝรั่งที่เนื้อหนึบหนับแถมยังหวานเจี๊ยบเลยล่ะครับ แล้วก็ยังมีเค้กอีกนะ! ครีมสดนุ่มๆ ละมุนลิ้นที่แค่กัดเข้าไปคำแรกก็...”
ถึงจะเป็นองค์หญิง แต่คยอนดัลแรก็ยังเป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง เธอจ้องมองริมฝีปากของจูฮยอกตาไม่กะพริบ
อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ของหวานนี่แหละคือสุดยอดอาวุธที่ใช้ล่อหลอกเด็กสาวได้ชะงัดนัก ยิ่งกว่าซุปร้อนๆ ซะอีก
“ผมขอจัดการแค่ห้าตัวพอนะครับ ผมจะได้รักษาหน้าตาของการเป็นวิญญูชนเอาไว้ได้ ส่วนองค์หญิงก็จะได้ลิ้มรสขนมหวานที่ผมเพิ่งพูดถึงไปอย่างเต็มอิ่มเลยตกลงไหมครับ”
คยอนดัลแรเม้มริมฝีปากแน่นอย่างลังเลใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว
“งะ งั้นแค่ตัวเดียว...”
“สามตัวกำลังดีครับ! ถือว่าพบกันครึ่งทาง!”
“...โซนยอเพียงแค่เกรงว่าคุณชายจะได้รับอันตราย”
“ก็มีทั้งโกซัคแล้วก็โกบังคอยคุ้มกันอยู่นี่ครับ ไหนจะเสียงกลองกับเสียงกระดิ่งขององค์หญิงอีก”
“...”
ดูเหมือนจะยอมใจอ่อนแล้วสิ
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ โซนยอจะน้อมรับความประสงค์ของคุณชายเอง”
“ถือว่าสัญญากันแล้วนะครับ”
“โซนยอให้คำสัตย์แล้ว ย่อมรักษาสัญญาเสมอเจ้าค่ะ”
เสร็จโจร!
“ผมเองก็เป็นคนรักษาสัญญาเหมือนกันครับ ของที่เคยบอกไว้ ผมเอามาให้แล้วนะ ข้าวของเครื่องใช้ที่ยูชอลมินเคยใช้น่ะครับ”
แววตาของคยอนดัลแรพลันเยือกเย็นลงในพริบตา
“หมายถึงไอ้พวกวากูนั่นน่ะหรือเจ้าคะ”
“ใช่ครับ”
จูฮยอกยื่นถุงพลาสติกที่บรรจุของใช้ส่วนตัวของยูชอลมินส่งให้เธอ
“โปรดรอสักประเดี๋ยวนะเจ้าคะ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”
“ตามสบายเลยครับ ไม่ต้องรีบ”
จู่ๆ คยอนดัลแรก็ล้วงเอามีดเงินพกเล่มเล็กออกมาจากแขนเสื้อ แล้วกรีดลงบนนิ้วมือของตัวเอง
“เฮ้ย!”
ไม่เจ็บหรือไงนั่น! เลือดสีแดงฉานไหลรินออกมาจากบาดแผล
“โธ่ องค์หญิง! ไหนบอกว่าจะไม่มีผลกระทบอะไรไงล่ะครับ!”
น่าจะเจ็บน่าดูเลยนะ จูฮยอกลุกลี้ลุกลนค้นหากล่องพยาบาลเพื่อจะหยิบพลาสเตอร์มาแปะให้ แต่ทว่า...
“ไม่เป็นไรดอกเจ้าค่ะ ไม่เจ็บเลยสักนิด”
จากนั้นเธอก็ใช้มืออีกข้างหยิบรีโมตคอนโทรลออกมาจากถุง
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
ปลายนิ้วที่อาบชุ่มไปด้วยเลือดวาดลวดลายและสัญลักษณ์ประหลาดลงบนพื้นผิวพลาสติกอย่างรวดเร็วและแม่นยำจนเต็มพรืดไปหมด
ไม่นานนัก ลวดลายและสัญลักษณ์เหล่านั้นก็เปล่งแสงสีแดงเรืองรองออกมา
“เสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
“...ดูง่ายกว่าที่คิดเยอะเลยนะครับเนี่ย ถ้าไม่นับเรื่องที่ต้องเสียเลือดน่ะนะ”
“การส่งกรรมไปให้ จะนำไปเปรียบเทียบกับการทำพิธีสาปแช่งด้วยมนตร์ดำได้อย่างไรกันเจ้าคะ นี่เป็นเพียงแค่การฝากฝังให้สวรรค์เบื้องบนเป็นผู้ตัดสินโทษทัณฑ์เท่านั้นเอง”
“อ๋อ...”
“หากบาปเบาบาง ก็จะพบเจอกับความโชคร้ายเพียงเล็กน้อย แต่หากบาปหนาหนัก ก็จะต้องเผชิญหน้ากับความวิบัติครั้งใหญ่หลวงเจ้าค่ะ”
สู้เขานะเว้ย ยูชอลมิน! หวังว่าบาปกรรมที่แกก่อไว้มันคงจะไม่หนาเกินไปนักหรอกนะ
เอาล่ะ ทีนี้ก็ถึงเวลาลุยชั้น 31 แล้ว ค่อยเป็นค่อยไปก็แล้วกัน
ระบบปาร์ตี้สามคนที่มีทั้งแทงค์ ดาเมจ และบัฟเฟอร์ พร้อมสรรพขนาดนี้ น่าจะยันไปได้สบายๆ จนถึงชั้น 40 ตั๋วรีเซตคูลดาวน์สกิลน่ะยังไม่จำเป็นต้องงัดออกมาใช้ตอนนี้หรอก
ในเมื่อค่อยๆ ไต่ขึ้นไปได้ชิลๆ ก็ไม่เห็นต้องรีบร้อนอะไร ถ้าจวนตัวจริงๆ ค่อยใช้ก็ยังไม่สาย
แล้วพอถึงชั้น 41 ล่ะ ถ้าคูลดาวน์สกิลอัญเชิญแบบสุ่มเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ ก็แค่เรียกผู้ถูกอัญเชิญคนใหม่มาเพิ่มอีกคนก็สิ้นเรื่อง ถ้าสุ่มได้แรงก์ต่ำกว่าที่คาดหวังไว้ ก็แค่ใช้ตั๋วรีเซตคูลดาวน์แล้วกดสุ่มใหม่อีกรอบแค่นั้นเอง
'หึ! แผนการช่างไร้ที่ติจริงๆ'
ยิ่งถ้าระหว่างนั้นเกิดโชคดีได้รูนเสริมคุณลักษณะมาอัปเกรดด้วยก็ยิ่งเพอร์เฟกต์เข้าไปใหญ่
ว่าแต่... รูนที่ว่านั่นมันจะพอหาดรอปได้จากไหนบ้างล่ะเนี่ย
……
ณ สถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในญี่ปุ่น
ยูชอลมินมาปรากฏตัวในฐานะแขกรับเชิญพิเศษของรายการ ทันทีที่มีข่าวแพร่สะพัดออกไปว่าเพลเยอร์อันดับหนึ่งที่เพิ่งโอนสัญชาติมาหมาดๆ จะมาออกรายการ เรตติ้งก็พุ่งกระฉูดทะลุเพดานจนฉุดไม่อยู่ ทางรายการจัดเต็มทั้งผู้ประกาศข่าวที่พูดภาษาเกาหลีได้คล่องแคล่ว และยังมีล่ามคอยประกบติดอีกต่างหาก
“คุณยู ขอบคุณมากเลยนะครับที่ให้เกียรติมาร่วมสัมภาษณ์ในวันนี้”
“ยินดีครับ”
หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี...
“ได้ยินมาว่าวันนี้คุณมีกำหนดการจะลงเคลียร์หอคอยทมิฬชั้นที่ 57 ใช่ไหมครับ”
“ใช่ครับ ถูกต้องแล้ว”
“แต่ผมทราบมาว่ากำหนดเวลาในการเคลียร์ชั้น 57 ยังเหลืออีกตั้งเยอะเลยนี่ครับ”
“ฮ่าๆๆ ใช่ครับ ถึงจะค่อยเป็นค่อยไปก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกครับ เพียงแต่ว่า...”
เขากวาดสายตามองกล้องอย่างรู้มุม “ผมแค่อยากจะส่งกำลังใจให้กับประชาชนชาวญี่ปุ่นที่กำลังท้อแท้และสิ้นหวังกับเหตุการณ์วุ่นวายต่างๆ ในช่วงนี้ต่างหากล่ะครับ”
เมื่อล่ามแปลประโยคนี้จบลง...
“ยอดเยี่ยมมากเลยครับ! ในฐานะประชาชนคนญี่ปุ่นคนหนึ่ง ผมรู้สึกภาคภูมิใจในตัวคุณจริงๆ ครับ”
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ ประเทศญี่ปุ่นยังคงปลอดภัย ตราบใดที่ผมยังยืนหยัดอยู่ที่นี่ หอคอยทมิฬจะไม่มีวันถล่มลงมาอย่างแน่นอนครับ”
“ฟังแล้วขนลุกเลยครับ! ว่าแต่ คุณวางแผนจะลงเคลียร์ด่านเมื่อไหร่ และที่ไหนล่ะครับ”
“จะมัวเสียเวลาทำไมล่ะครับ ผมจะลงเคลียร์มันซะเดี๋ยวนี้แหละครับ”
“โอ้!”
รายการสดนี้ถูกจัดฉากขึ้นมาโดยคณะรัฐมนตรีคาวากุจิ ความต้องการเรียกร้องความสนใจของยูชอลมิน กับแผนกู้คะแนนนิยมของคณะรัฐมนตรี มันช่างลงล็อกกันพอดิบพอดีราวกับจับวาง
ดังนั้น พวกเขาจึงจัดเตรียมการถ่ายทอดสดตั้งแต่ก้าวแรกที่ยูชอลมินเหยียบเข้าไปในหอคอย จนถึงวินาทีที่เขาเดินออกมาด้วยความสำเร็จ พร้อมทั้งเตรียมปล่อยคลิปจากบอดี้แคมให้ชมกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
รายการสดถูกวางคิวออกอากาศยาวเหยียดถึงสิบชั่วโมงเต็ม ระหว่างที่ยูชอลมินกำลังลุยด่านชั้นที่ 57 ก็จะมีศิลปินนักร้องและเหล่าคนดังมาสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นโชว์บนเวทีเพื่อคั่นเวลา และระหว่างนั้นก็จะมีการเปิดคลิปไฮไลต์ตอนที่เขาเคยเคลียร์ด่านชั้น 57 ของหอคอยทมิฬในเกาหลีใต้ตอนที่ยังไม่ได้โอนสัญชาติให้ดูกันเพลินๆ ด้วย
ในตอนที่ยูชอลมินเคลียร์ด่านชั้นที่ 57 ของเกาหลีใต้นั้น เขาทำสถิติเวลาไว้ที่ประมาณแปดชั่วโมง แต่ตอนนี้เลเวลของเขาสูงขึ้นกว่าเดิมมาก การเคลียร์ด่านจึงน่าจะรวดเร็วกว่าเดิมเยอะ กะเวลาคร่าวๆ ก็น่าจะสักห้าชั่วโมงก็คงเรียบร้อย
ถึงแม้จะไม่สามารถถ่ายทอดสดภาพเหตุการณ์ภายในหอคอยได้แบบเรียลไทม์ แต่ทันทีที่เขาก้าวออกมา คลิปวิดีโอจากบอดี้แคมที่บันทึกไว้ก็จะถูกส่งตรงไปยังห้องส่งเพื่อแพร่ภาพออกอากาศไปทั่วประเทศญี่ปุ่นทันที
คณะรัฐมนตรีคาวากุจิที่กำลังระส่ำระสายจากคะแนนนิยมที่ตกต่ำ คงจะได้พลิกฟื้นกลับมาผงาดอีกครั้งก็ด้วยโชว์ปาหี่ครั้งนี้นี่แหละ ช่างเป็นแผนการที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติจริงๆ
“งั้นผมขอตัวไปจัดการให้เรียบร้อยก่อนนะครับ”
ทันทีที่สิ้นคำพูดของเขา เสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือจากบรรดาผู้ชม ผู้ประกาศข่าว แขกรับเชิญ และทีมงานในสตูติโอก็ดังกระหึ่มขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ยูชอลมินกระตุกยิ้มมุมปากด้วยความภาคภูมิใจ
'หึ! มันต้องแบบนี้สิ'
ไม่ได้สัมผัสกับเสียงโห่ร้องชื่นชมแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ ช่วงนี้มีแต่พวกเกาหลีเฮงซวยแห่กันมาถล่มด่าและคอมเมนต์สาปแช่งในโซเชียลเน็ตเวิร์กของเขาจนแทบจะไม่มีพื้นที่ว่าง...
อันที่จริง ก่อนหน้านี้เขาก็เคยมีช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ในเกาหลีใต้เหมือนกัน ตอนที่เขาได้เซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมระดับอีลีตและทำสถิติเคลียร์หอคอยได้เร็วที่สุด ประชาชนชาวเกาหลีใต้ต่างก็แซ่ซ้องและยกย่องเขาประหนึ่งฮีโร่กู้ชาติ
เขาไม่เพียงแต่ได้รับการเชิดชูเยี่ยงวีรบุรุษเท่านั้น แต่ยังได้รับค่าตอบแทนมหาศาลชนิดที่ว่าทั้งชีวิตนี้ก็คงหาไม่ได้อีกแล้ว ทั้งอพาร์ตเมนต์สุดหรูวิวแม่น้ำฮัน รถสปอร์ตคันโก้ และแม้แต่สิทธิคุ้มกันทางกฎหมาย
ตอนที่เขาเมาแล้วขับชนคนตาย พวกนั้นก็เป็นคนออกหน้าวิ่งเต้นปิดข่าวให้ ตอนที่เขาฟาดหมัดใส่สาวนั่งดริ๊งก์ที่ไม่ยอมออกไปต่อรอบสองจนถูกตำรวจจับ สำนักงานบริหารจัดการฯ ก็ส่งทีมทนายระดับพระกาฬมาจัดการเคลียร์คดีให้จนหลุดรอดมาได้ ไม่รวมคดียิบย่อยอื่นๆ ที่เขาก่อไว้อีกตั้งมากมาย แต่ก็ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมติดตัวเลยสักนิดเดียว
ตอนนั้นชีวิตมันช่างหอมหวานและโรยด้วยกลีบกุหลาบจริงๆ ถ้าหากว่าการเคลียร์ชั้น 66 มันมีความเป็นไปได้อยู่บ้างล่ะก็ เขาคงไม่คิดจะโอนสัญชาติหนีมาแบบนี้หรอก
ก็นะ... อยู่ที่นี่ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกน่า ตอนที่เซ็นสัญญากับทางญี่ปุ่น เขาก็ระบุเงื่อนไขเรื่องสิทธิคุ้มกันทางกฎหมายและเอกสิทธิ์คุ้มครองจากการถูกจับกุมเอาไว้ชัดเจนแล้วเหมือนกัน
'เอาล่ะ ได้เวลาออกโรงแล้วสินะ'
ทว่าในจังหวะนั้นเอง...
'หืม?'
ยูชอลมินเอียงคอด้วยความฉงน ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านขึ้นมา ฝ่ามือทั้งสองข้างชาหนึบ ตามมาด้วยอาการปวดหัวตุบๆ รบกวนประสาทสัมผัส
'หรือว่าร่างกายจะไม่พร้อมนะ'
เอาเถอะ รีบๆ ลุยให้จบแล้วกลับมานอนพักก็แล้วกัน กะอีแค่ชั้น 57 มันจะไปยากอะไรหนักหนาวะ
ปัญหาเดียวในตอนนี้ก็คือเขาจะทำสถิติเวลาให้สั้นลงได้แค่ไหนต่างหากล่ะ แค่รีบเข้าไปกระทืบๆ ให้มันจบๆ ไปก็สิ้นเรื่อง แถมยังเป็นชั้นที่เขาเคยผ่านฉลุยมาแล้วตั้งแต่ตอนเลเวล 57 นู่น การทำภารกิจซ้ำซากนับครั้งไม่ถ้วนทำให้เขาจับทางและจดจำรูปแบบการโจมตีของมอนสเตอร์ในชั้นนี้ได้ทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว
และตอนนี้เลเวลของเขาก็ปาเข้าไปตั้ง 66 แล้วด้วย เวลาเข้าไปในหอคอย สมรรถภาพทางกายไม่ได้ถูกปรับลดให้เท่ากับระดับของชั้นนั้นๆ แต่จะถูกปรับให้สมดุลกับเลเวลปัจจุบันของเพลเยอร์ต่างหากล่ะ
เพราะฉะนั้น การจะมาพลาดท่าเสียทีให้กับภารกิจที่ระดับต่ำกว่าตัวเองตั้ง 9 ชั้นน่ะ มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
วิ้งงงง!
ท่ามกลางการถ่ายทอดสดที่กำลังดำเนินไป ร่างของยูชอลมินก็ถูกแสงสว่างวาบกลืนหายไปจากหน้าจอทีวีในชั่วพริบตา ทันทีที่เขาหายตัวไป ผู้ประกาศข่าวก็รีบรับหน้าที่ต่ออย่างรู้หน้างาน
“ประชาชนชาวญี่ปุ่นที่กำลังรับชมการถ่ายทอดสดอยู่ทุกท่านครับ ขอเสียงเชียร์และส่งพลังใจไปให้คุณยูชอลมินของพวกเราด้วยนะครับ!”
ศิลปินนักร้องชาวญี่ปุ่นต่างตบเท้าขึ้นเวที ร้องเพลงปลุกใจพลางตะโกนเชียร์ "สู้ๆ นะคุณยูชอลมิน!" กันอย่างคึกคัก ระหว่างนั้นก็มีการตัดภาพไปฉายวิดีโอไฮไลต์การต่อสู้สุดเท่ของยูชอลมินคั่นเวลาเป็นระยะๆ
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง... ทันใดนั้น!
วาบบบบบ!
กลุ่มก้อนแสงสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้นใจกลางสตูดิโอถ่ายทอดสดอีกครั้ง
อะไรกันเนี่ย! นี่มันเพิ่งจะผ่านไปแค่ชั่วโมงเดียวเองนะ อย่าบอกนะว่าเคลียร์ด่านเสร็จแล้ว!
ฟุ่บ!
ร่างของยูชอลมินที่น่าจะเพิ่งก้าวออกมาจากหอคอยปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคน ทว่า... สีหน้าของเขากลับดูแปลกประหลาดไปจากเดิม ใบหน้าของเขาซีดเผือดและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ผู้ประกาศข่าวรีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความร้อนรน
“คะ คุณยู... กะ การเคลียร์ด่านเป็นยังไงบ้างครับ”
ยูชอลมินพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอย่างหงุดหงิด ก่อนจะล้วงเอาโพชันฟื้นฟูพลังชีวิตออกมาจากช่องเก็บของแล้วเปิดจุกกระดกกลืนรวดเดียวจนหมดขวด
“สงสัยจะเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดตึงเครียดน่าดูเลยนะครับเนี่ย”
“...บัดซบเอ๊ย!”
“เอ๋?”
ยูชอลมินไม่สนใจสิ่งรอบข้าง เขาหันหลังขวับและเดินดุ่มๆ ออกไปจากสตูดิโอหน้าตาเฉย
“คุณยู! คุณยูครับ! จะ จะไปไหนน่ะครับ”
ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆ ในที่สุดการถ่ายทอดสดก็ต้องยุติลงกลางคัน ภาพบนหน้าจอทีวีถูกตัดเข้าสู่รายการอนิเมะฉายซ้ำเพื่อแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าไปก่อน
และไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น... พาดหัวข่าวทำลายล้างก็ถูกเผยแพร่ไปทั่วประเทศญี่ปุ่น
[เพลเยอร์ยูชอลมิน ล้มเหลวในการเคลียร์หอคอยทมิฬของญี่ปุ่นชั้นที่ 57!]