- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 28 กรรม (2)
บทที่ 28 กรรม (2)
บทที่ 28 กรรม (2)
หลังจากเคลียร์ด่านเสร็จสิ้น บงจูฮยอกจัดการสั่งซื้อไอศกรีมที่แพงหูฉี่ที่สุดจากร้านสะดวกซื้อแถวออฟฟิศเทลมาทีเดียวถึง 10 ถ้วย
ไอศกรีมที่เมื่อก่อนต่อให้เขาจะอยากกินจนน้ำลายสอแค่ไหนก็ต้องจำใจเบือนหน้าหนีและเดินผ่านไปเงียบๆ นายมาไกลมากเลยนะ บงจูฮยอก แต่จะกินก็ไม่เห็นแปลก ในเมื่อเงินในบัญชีมีเป็น 1,000 ล้านวอน แค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกน่า
และก็เหมือนเช่นเคย ทันทีที่บงจูฮยอกตักไอศกรีมเข้าปากเป็นคำแรก โกบังกับจอห์น โกซัคถึงจะยอมเปิดฝาถ้วยแล้วตักไอศกรีมกินตาม โซนยอคยอนดัลแรเองก็กำลังเคี้ยวไอศกรีมตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย
เนื่องจากทั้งสามคนเคยผ่านการแท็กทีมลุยหอคอยทมิฬมาด้วยกันแล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงสนิทสนมกลมเกลียวกันมากขึ้นกว่าตอนแรกเป็นกอง ภาพที่พวกเขาตักไอศกรีมกินไปพลาง นั่งล้อมวงพูดคุยกันงุ้งงิ้งไปพลาง มันช่างเป็นภาพที่น่าดูชมจริงๆ
อยากให้พวกเขาเข้าขากันแบบนี้ตลอดไปจังเลยน้า…
“ปากของโซนยอช่างมีบุญเหลือเกิน อาหารที่หวานล้ำปานนี้ ต่อให้อยู่ในรั้ววังก็ใช่ว่าจะหาทานได้ง่ายๆ”
“ฮี่ๆ ต่อไปนี้องค์หญิงก็เตรียมตัวฟินจนพุงกางได้เลยครับผม! ผู้อัญเชิญบงน่ะใจป้ำสุดๆ แกไม่เคยมองข้ามความต้องการของพวกเราเลยนะครับ!”
“ถูกต้องแล้ว พวกเจ้าเองก็ห้ามลืมบุญคุณของคุณชายบงเป็นอันขาดเชียวนะ”
“แหม เรื่องแค่นั้นมันเบสิกอยู่แล้วครับผม! แกก็เข้าใจใช่ไหม แรร์โกบัง!”
“องค์หญิงพูดถูก ฉันจะจงรักภักดีตลอดไป”
ดูพวกนั้นทำเข้าสิ เดี๋ยวนี้หันมาประจบประแจงพวกเดียวกันเองแล้วงั้นเหรอ แต่ทว่า...
“ช่วงนี้มีเรื่องอันใดที่ทำให้คุณชายขุ่นข้องหมองใจบ้างหรือไม่... ที่ไม่ใช่เรื่องของพวกเจ้าน่ะ”
จอห์น โกซัคนิ่วหน้าครุ่นคิดอย่างหนักกับคำถามของคยอนดัลแร ก่อนจะโพล่งขึ้นมา
“อ้อ! มีอยู่เรื่องนึงครับผม!”
“มีด้วยหรือ! ช่างเป็นเรื่องที่เลวร้ายจนฟ้าดินไม่อาจให้อภัยได้! รีบเล่ามาให้โซนยอฟังเดี๋ยวนี้”
“มันมีไอ้เวรตะไลไร้ค่าที่ชื่อยูชอลมินอยู่คนนึงครับผม! ไอ้หมอนี่มัน...”
จอห์น โกซัคเล่าวีรกรรมความชั่วร้ายของยูชอลมินให้ฟังอย่างออกรสออกชาติ สีหน้าของคยอนดัลแรก็เริ่มมืดครึ้มลงเรื่อยๆ ตามลำดับ
“อะไรนะ! ไอ้คนชั่วช้าสามานย์เช่นนี้ยังมีชีวิตอยู่อีกหรือ! เกิดมามีพลังอำนาจล้นเหลือ แทนที่จะทุ่มเทกายใจเพื่อ ‘ประเทศชาติร่มเย็น ประชาชนเป็นสุข ภักดีและตอบแทนคุณแผ่นดิน’ แต่กลับกล้าลดตัวไปพึ่งพิงพวกวากู (โจรสลัดชาวเกาะ) เนี่ยนะ! ช่างเป็นเรื่องที่ไร้สาระสิ้นดี!”
ใบหน้าขาวผ่องของคยอนดัลแรแดงก่ำด้วยความโกรธจัด
“แค่คิดถึงพวกวากู โซนยอก็เดือดดาลจนตัวสั่นไปหมดแล้ว โซนยอจะไม่มีวันปล่อยไอ้สารเลวนั่นเอาไว้แน่ จะต้องลากคอมันมาชดใช้กรรมให้จงได้!”
“คำพูดขององค์หญิงช่างถูกต้องและเฉียบคมจริงๆ ครับผม! สมกับเป็นองค์หญิงเลยครับ!”
คยอนดัลแรหันขวับมาทางบงจูฮยอก
“คุณชายบง”
“มีอะไรเหรอครับ”
“พอจะหาข้าวของเครื่องใช้ที่ยูชอลมินผู้นั้นเคยใช้มาให้โซนยอได้หรือไม่ โซนยอรู้ว่ามันอาจจะดูสร้างความลำบากให้คุณชายอยู่บ้าง แต่ขอความกรุณาช่วยหามาให้โซนยอทีเถิด โซนยอจำเป็นต้องใช้มันจริงๆ ถึงได้เอ่ยปากขอร้องเช่นนี้”
“ไม่มีหรอกครับ ต่อให้มีผมก็ไม่หามาให้หรอกนะ”
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นล่ะ”
เอาของพวกนั้นไปทำไมกันล่ะ เขาพอจะเดาออกอยู่หรอก แต่เรื่องนี้ขอค้านหัวชนฝาเลยก็แล้วกัน
ถ้าคิดจะทำแบบนั้นจริงๆ ตั้งแต่แรกเขาก็คงส่งจอห์น โกซัคบินตรงไปญี่ปุ่นแล้วสิ แค่ให้หมอนั่นใช้สกิลเร้นกายแอบลอบขึ้นเครื่องบินที่สนามบินไปโตเกียว แล้วก็ฉับ! ตัดหัวยูชอลมินเอาโบไปผูกประดับไว้ก็สิ้นเรื่อง
ถึงแม้จอห์น โกซัคจะกระตือรือร้นอยากทำแบบนั้นใจจะขาด แต่บงจูฮยอกก็เบรกเอาไว้ก่อน เพราะเขาไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องถึงขั้นลงไม้ลงมือฆ่าแกงกันเลยสักนิด
“ชายผู้นั้นละทิ้งซึ่งคุณธรรมและศีลธรรมของความเป็นมนุษย์ไปแล้วนะคุณชาย! ขืนปล่อยคนพรรค์นี้เอาไว้ ความอยุติธรรมก็จะยิ่งเหิมเกริมและครอบงำไปทั่วหย่อมหญ้าน่ะสิ!”
“เอาน่า ปล่อยให้มันไปสร้างความฉิบหายวายป่วงที่ญี่ปุ่นนู่นแหละ”
“...หมายความว่าเช่นไร”
“ตอนนี้หมอนั่นกลายเป็นคนญี่ปุ่นไปแล้วครับ ปล่อยผ่านไปเถอะน่า แค่พวกเราอยู่ดีกินดีก็พอแล้วไม่ใช่เหรอครับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จอห์น โกซัคก็รีบผสมโรงทันที
“ผู้อัญเชิญบงพูดถูกเผงเลยครับผม! ช่างปราดเปรื่องและเฉียบขาดจริงๆ ครับ!”
“ใช่ไหมล่ะ”
“แน่นอนสิครับผม! ในเมื่อก้อนขี้ถูกกวาดไปทิ้งที่ญี่ปุ่นแล้ว เกาหลีของเราก็สะอาดหูสะอาดตาขึ้นไม่ใช่เหรอครับ!”
“ถูกเผงเลย ฮ่าๆๆ!”
“ฮี่ๆๆๆ!”
ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับความอยุติธรรมตงฉินแค่ไหน ถ้าพอทนไหวเขาก็จะกล้ำกลืนฝืนทนเอาไว้ก่อน นี่แหละคือคติประจำใจที่เขายึดถือมาตลอดชีวิต
โลกมนุษย์มันช่างสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนเกินกว่าจะคาดเดา ต่อให้เห็นๆ กันอยู่ว่าใครคือคนผิด แต่แค่เผลอกะพริบตา สถานะของเหยื่อกับผู้กระทำก็สามารถพลิกสลับขั้วกันได้ในเสี้ยววินาที เพราะฉะนั้น การวางตัวเป็นกลางและเข้าเกียร์ว่างเอาไว้ก่อนจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
แต่เหตุผลที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ เขาไม่คิดจะเอาชีวิตของคยอนดัลแรไปเสี่ยงอันตรายเพียงเพื่อแลกกับการจัดการยูชอลมินหรอกนะ
สำหรับเขาแล้ว เธอคือผู้ถูกอัญเชิญที่แสนล้ำค่าและประเมินค่ามิได้
“การทำพิธีสาปแช่งมนตร์ดำมันต้องมีผลสะท้อนกลับไม่ใช่เหรอครับ จะยอมเสี่ยงให้องค์หญิงต้องมาเจ็บตัวเพียงเพื่อจะกำจัดไอ้เวรนั่นเนี่ยนะ ผมขอค้านหัวชนฝาเลยครับ!”
จอห์น โกซัคขยับเข้ามาประชิดตัวบงจูฮยอกพลางถูมือไปมาอย่างประจบสอพลอ
“ผมดูออกตั้งแต่แรกแล้วครับผม ว่าทำไมบอสถึงเอาแต่คัดค้าน! ทั้งหมดก็เป็นเพราะผู้อัญเชิญบงเป็นห่วงเป็นใยองค์หญิงนี่เอง! ช่างเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา ปราดเปรื่องและเฉียบขาด! บอสยอดเยี่ยมที่สุดเลยครับผม!”
ไหล่ของบงจูฮยอกเชิดสูงขึ้นด้วยความภาคภูมิใจและพึงพอใจอย่างที่สุด
แน่นอนล่ะ การโดนอวยด้วยถ้อยคำหวานหูที่ถูกจังหวะแบบนี้ มันช่างหอมหวานและฟินยิ่งกว่าไอศกรีมรสเลิศซะอีก~
ทว่าคยอนดัลแรกลับเบรกความชื่นมื่นนั้นด้วยคำพูดของเธอ
“โซนยอซาบซึ้งในความห่วงใยของคุณชายจนแทบจะวางตัวไม่ถูกแล้วเจ้าค่ะ ทว่า! สิ่งที่โซนยอตั้งใจจะส่งไปให้ชายผู้นั้นหาใช่มนตร์ดำสาปแช่งไม่”
เอ๊ะ ไม่ใช่มนตร์ดำหรอกเหรอ...
“โซนยอจะส่ง ‘กรรม’ ไปให้ต่างหากล่ะ”
แล้วไอกรรมที่ว่านั่นมันคืออะไรอีกล่ะ
“ไม่ว่ามนุษย์จะกระทำการสิ่งใดลงไป ย่อมต้องได้รับผลตอบแทนจากสิ่งที่ก่อไว้ในสักวันหนึ่ง ไม่ช้าก็เร็ว อย่างที่คนเขาพูดกันว่า ‘ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว’ หรือ ‘กงเกวียนกำเกวียน’ อย่างไรเล่า”
แล้วยังไงล่ะ
“หากโซนยอส่งกรรมไปให้ ผลกรรมที่ชายผู้นั้นพึงได้รับก็จะมาถึงเร็วกว่ากำหนดน่ะสิ”
“อ่าฮะ”
“หากยูชอลมินสร้าง ‘กรรมดี’ เอาไว้ ความโชคดีก็จะมาเยือนเขา แต่หากเขาสร้าง ‘กรรมชั่ว’ เอาไว้ ความโชคร้ายก็จะตามไปสนองเขาแทน”
โชคดีกับโชคร้ายงั้นเหรอ ถ้าแค่ระดับนั้นล่ะก็...
“...แล้วการเร่งกรรมนี่มีผลสะท้อนกลับไหมครับ”
“โชคดีและโชคร้ายล้วนถูกกำหนดโดยกฎแห่งฟ้าดิน โซนยอเพียงแค่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเท่านั้น จึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น ขอคุณชายจงวางใจเถิด”
งั้นก็...
“พอมาลองคิดดูดีๆ แล้ว ปล่อยยูชอลมินไปเฉยๆ คงไม่ดีแน่ ในเมื่อหมอนั่นละทิ้งความเป็นมนุษย์ไปแล้ว ก็สมควรจะได้รับผลกรรมให้ต้องเผชิญกับความโชคร้ายซะบ้าง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จอห์น โกซัคก็ตบมือดังฉาดทันที!
“ผู้อัญเชิญบงพูดถูกที่สุดเลยครับผม! ไอ้คนที่เนรคุณและละทิ้งคุณธรรมมันสมควรโดนลงทัณฑ์! เพราะงั้นผมถึงได้เตรียมตัวจะบินไปญี่ปุ่นตั้งแต่แรกไงครับผม!”
“งั้นมาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ!”
“ฮี่ๆๆ บอสเนี่ยช่างเป็นคนที่มีความคิดยืดหยุ่นและปรับตัวเก่งจริงๆ ครับผม! พลิกแพลงสถานการณ์ได้รวดเร็วปานกิ้งก่า เปลี่ยนใจไปมาได้ไวปานวอกเลยนะครับเนี่ย...”
ไอ้ประโยคเมื่อกี้นี่มันหลอกด่ากันชัดๆ
ขวับ!
บงจูฮยอกตวัดสายตาขวางตวัดมองอย่างเอาเรื่อง ทำเอาจอห์น โกซัคถึงกับสะดุ้งโหยงและหดคอหนีด้วยความหวาดเสียว
“ขะ ขอโทษค้าบผมมม!”
ก็ยังดีที่รู้ตัว โบราณเขาถึงได้กล่าวไว้ไงว่าจุดจบของพวกขุนนางสอพลอมักจะลงเอยไม่ค่อยสวยเท่าไหร่
การจะหาของใช้ส่วนตัวของยูชอลมินไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร เพราะหมอนั่นน่าจะทิ้งของพวกนั้นไว้ที่บ้านเก่าก่อนจะหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปโอนสัญชาติแน่ๆ
ว่าแต่... เขายังไม่ได้เช็กเลยนี่นาว่าสิทธิพิเศษรอบนี้คืออะไร
บงจูฮยอกล้วงมือเข้าไปในช่องเก็บของเฉพาะหอคอยเพื่อตรวจสอบแพลตทินัมแบดจ์ทั้ง 30 ชิ้นที่สะสมไว้
<สะสมแพลตทินัมแบดจ์ครบ 30 ชิ้น ขอมอบสิทธิพิเศษให้แก่คุณ>
‘อะไรกันเนี่ย’
<สิทธิพิเศษ: ตั๋วรีเซตคูลดาวน์สกิลถูกส่งไปยังช่องเก็บของเฉพาะหอคอยแล้ว>
“โอ้!”
ตั๋วรีเซตคูลดาวน์สกิล! โคตรเจ๋งเลยว่ะ! ช่างเป็นของรางวัลที่งดงามอะไรขนาดนี้!
“ได้อะไรมาเหรอครับบอส!”
“แท่นแท๊น!”
“อื้อหือ! ของโคตรแรร์เลยนะครับเนี่ย! ยินดีด้วยครับผม!”
“ทั้งหมดนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้ทุกคนแหละครับ”
“โธ่เอ๊ย บอสก็พูดเกินไปครับผม พวกเราเขินจนตัวม้วนหมดแล้วเนี่ย! พวกเราแทบไม่ได้ออกแรงทำอะไรเลยนะครับ!”
“ฮ่าๆๆๆ!”
“ฮี่ๆๆๆ!”
บรรยากาศภายในห้องกลับมาครื้นเครงและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอีกครั้ง อย่างที่จอห์น โกซัคบอกนั่นแหละ นี่มันคือไอเทมระดับเทพชัดๆ พลังอันแข็งแกร่งของเขาล้วนมีรากฐานมาจากผู้ถูกอัญเชิญ
ดังนั้น การรีเซตคูลดาวน์สกิลจึงถือเป็นสุดยอดรางวัลที่ประเมินค่าไม่ได้ เพราะมันหมายความว่าเขาสามารถใช้งานสกิลอัญเชิญแบบสุ่มได้อีกครั้งในทันที!
‘จัดเลยตอนนี้ดีไหมนะ’
บ้าไปแล้ว ขืนสุ่มไปเรื่อยเปื่อยแบบนั้นก็โง่เต็มทีสิ
ตั๋วรีเซตคูลดาวน์สกิลถือเป็นไพ่ตายไม้เด็ดที่เอาไว้พลิกเกมเชียวนะ ต้องเก็บไว้เป็นไม้ตายก้นหีบ รอเอาไว้ใช้ตอนที่จนตรอกหรือตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตที่หาทางออกไม่ได้จริงๆ ถึงจะคุ้มค่าที่สุด!