เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 กรรม (2)

บทที่ 28 กรรม (2)

บทที่ 28 กรรม (2)


หลังจากเคลียร์ด่านเสร็จสิ้น บงจูฮยอกจัดการสั่งซื้อไอศกรีมที่แพงหูฉี่ที่สุดจากร้านสะดวกซื้อแถวออฟฟิศเทลมาทีเดียวถึง 10 ถ้วย

ไอศกรีมที่เมื่อก่อนต่อให้เขาจะอยากกินจนน้ำลายสอแค่ไหนก็ต้องจำใจเบือนหน้าหนีและเดินผ่านไปเงียบๆ นายมาไกลมากเลยนะ บงจูฮยอก แต่จะกินก็ไม่เห็นแปลก ในเมื่อเงินในบัญชีมีเป็น 1,000 ล้านวอน แค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกน่า

และก็เหมือนเช่นเคย ทันทีที่บงจูฮยอกตักไอศกรีมเข้าปากเป็นคำแรก โกบังกับจอห์น โกซัคถึงจะยอมเปิดฝาถ้วยแล้วตักไอศกรีมกินตาม โซนยอคยอนดัลแรเองก็กำลังเคี้ยวไอศกรีมตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย

เนื่องจากทั้งสามคนเคยผ่านการแท็กทีมลุยหอคอยทมิฬมาด้วยกันแล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงสนิทสนมกลมเกลียวกันมากขึ้นกว่าตอนแรกเป็นกอง ภาพที่พวกเขาตักไอศกรีมกินไปพลาง นั่งล้อมวงพูดคุยกันงุ้งงิ้งไปพลาง มันช่างเป็นภาพที่น่าดูชมจริงๆ

อยากให้พวกเขาเข้าขากันแบบนี้ตลอดไปจังเลยน้า…

“ปากของโซนยอช่างมีบุญเหลือเกิน อาหารที่หวานล้ำปานนี้ ต่อให้อยู่ในรั้ววังก็ใช่ว่าจะหาทานได้ง่ายๆ”

“ฮี่ๆ ต่อไปนี้องค์หญิงก็เตรียมตัวฟินจนพุงกางได้เลยครับผม! ผู้อัญเชิญบงน่ะใจป้ำสุดๆ แกไม่เคยมองข้ามความต้องการของพวกเราเลยนะครับ!”

“ถูกต้องแล้ว พวกเจ้าเองก็ห้ามลืมบุญคุณของคุณชายบงเป็นอันขาดเชียวนะ”

“แหม เรื่องแค่นั้นมันเบสิกอยู่แล้วครับผม! แกก็เข้าใจใช่ไหม แรร์โกบัง!”

“องค์หญิงพูดถูก ฉันจะจงรักภักดีตลอดไป”

ดูพวกนั้นทำเข้าสิ เดี๋ยวนี้หันมาประจบประแจงพวกเดียวกันเองแล้วงั้นเหรอ แต่ทว่า...

“ช่วงนี้มีเรื่องอันใดที่ทำให้คุณชายขุ่นข้องหมองใจบ้างหรือไม่... ที่ไม่ใช่เรื่องของพวกเจ้าน่ะ”

จอห์น โกซัคนิ่วหน้าครุ่นคิดอย่างหนักกับคำถามของคยอนดัลแร ก่อนจะโพล่งขึ้นมา

“อ้อ! มีอยู่เรื่องนึงครับผม!”

“มีด้วยหรือ! ช่างเป็นเรื่องที่เลวร้ายจนฟ้าดินไม่อาจให้อภัยได้! รีบเล่ามาให้โซนยอฟังเดี๋ยวนี้”

“มันมีไอ้เวรตะไลไร้ค่าที่ชื่อยูชอลมินอยู่คนนึงครับผม! ไอ้หมอนี่มัน...”

จอห์น โกซัคเล่าวีรกรรมความชั่วร้ายของยูชอลมินให้ฟังอย่างออกรสออกชาติ สีหน้าของคยอนดัลแรก็เริ่มมืดครึ้มลงเรื่อยๆ ตามลำดับ

“อะไรนะ! ไอ้คนชั่วช้าสามานย์เช่นนี้ยังมีชีวิตอยู่อีกหรือ! เกิดมามีพลังอำนาจล้นเหลือ แทนที่จะทุ่มเทกายใจเพื่อ ‘ประเทศชาติร่มเย็น ประชาชนเป็นสุข ภักดีและตอบแทนคุณแผ่นดิน’ แต่กลับกล้าลดตัวไปพึ่งพิงพวกวากู (โจรสลัดชาวเกาะ) เนี่ยนะ! ช่างเป็นเรื่องที่ไร้สาระสิ้นดี!”

ใบหน้าขาวผ่องของคยอนดัลแรแดงก่ำด้วยความโกรธจัด

“แค่คิดถึงพวกวากู โซนยอก็เดือดดาลจนตัวสั่นไปหมดแล้ว โซนยอจะไม่มีวันปล่อยไอ้สารเลวนั่นเอาไว้แน่ จะต้องลากคอมันมาชดใช้กรรมให้จงได้!”

“คำพูดขององค์หญิงช่างถูกต้องและเฉียบคมจริงๆ ครับผม! สมกับเป็นองค์หญิงเลยครับ!”

คยอนดัลแรหันขวับมาทางบงจูฮยอก

“คุณชายบง”

“มีอะไรเหรอครับ”

“พอจะหาข้าวของเครื่องใช้ที่ยูชอลมินผู้นั้นเคยใช้มาให้โซนยอได้หรือไม่ โซนยอรู้ว่ามันอาจจะดูสร้างความลำบากให้คุณชายอยู่บ้าง แต่ขอความกรุณาช่วยหามาให้โซนยอทีเถิด โซนยอจำเป็นต้องใช้มันจริงๆ ถึงได้เอ่ยปากขอร้องเช่นนี้”

“ไม่มีหรอกครับ ต่อให้มีผมก็ไม่หามาให้หรอกนะ”

“เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นล่ะ”

เอาของพวกนั้นไปทำไมกันล่ะ เขาพอจะเดาออกอยู่หรอก แต่เรื่องนี้ขอค้านหัวชนฝาเลยก็แล้วกัน

ถ้าคิดจะทำแบบนั้นจริงๆ ตั้งแต่แรกเขาก็คงส่งจอห์น โกซัคบินตรงไปญี่ปุ่นแล้วสิ แค่ให้หมอนั่นใช้สกิลเร้นกายแอบลอบขึ้นเครื่องบินที่สนามบินไปโตเกียว แล้วก็ฉับ! ตัดหัวยูชอลมินเอาโบไปผูกประดับไว้ก็สิ้นเรื่อง

ถึงแม้จอห์น โกซัคจะกระตือรือร้นอยากทำแบบนั้นใจจะขาด แต่บงจูฮยอกก็เบรกเอาไว้ก่อน เพราะเขาไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องถึงขั้นลงไม้ลงมือฆ่าแกงกันเลยสักนิด

“ชายผู้นั้นละทิ้งซึ่งคุณธรรมและศีลธรรมของความเป็นมนุษย์ไปแล้วนะคุณชาย! ขืนปล่อยคนพรรค์นี้เอาไว้ ความอยุติธรรมก็จะยิ่งเหิมเกริมและครอบงำไปทั่วหย่อมหญ้าน่ะสิ!”

“เอาน่า ปล่อยให้มันไปสร้างความฉิบหายวายป่วงที่ญี่ปุ่นนู่นแหละ”

“...หมายความว่าเช่นไร”

“ตอนนี้หมอนั่นกลายเป็นคนญี่ปุ่นไปแล้วครับ ปล่อยผ่านไปเถอะน่า แค่พวกเราอยู่ดีกินดีก็พอแล้วไม่ใช่เหรอครับ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น จอห์น โกซัคก็รีบผสมโรงทันที

“ผู้อัญเชิญบงพูดถูกเผงเลยครับผม! ช่างปราดเปรื่องและเฉียบขาดจริงๆ ครับ!”

“ใช่ไหมล่ะ”

“แน่นอนสิครับผม! ในเมื่อก้อนขี้ถูกกวาดไปทิ้งที่ญี่ปุ่นแล้ว เกาหลีของเราก็สะอาดหูสะอาดตาขึ้นไม่ใช่เหรอครับ!”

“ถูกเผงเลย ฮ่าๆๆ!”

“ฮี่ๆๆๆ!”

ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับความอยุติธรรมตงฉินแค่ไหน ถ้าพอทนไหวเขาก็จะกล้ำกลืนฝืนทนเอาไว้ก่อน นี่แหละคือคติประจำใจที่เขายึดถือมาตลอดชีวิต

โลกมนุษย์มันช่างสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนเกินกว่าจะคาดเดา ต่อให้เห็นๆ กันอยู่ว่าใครคือคนผิด แต่แค่เผลอกะพริบตา สถานะของเหยื่อกับผู้กระทำก็สามารถพลิกสลับขั้วกันได้ในเสี้ยววินาที เพราะฉะนั้น การวางตัวเป็นกลางและเข้าเกียร์ว่างเอาไว้ก่อนจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

แต่เหตุผลที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ เขาไม่คิดจะเอาชีวิตของคยอนดัลแรไปเสี่ยงอันตรายเพียงเพื่อแลกกับการจัดการยูชอลมินหรอกนะ

สำหรับเขาแล้ว เธอคือผู้ถูกอัญเชิญที่แสนล้ำค่าและประเมินค่ามิได้

“การทำพิธีสาปแช่งมนตร์ดำมันต้องมีผลสะท้อนกลับไม่ใช่เหรอครับ จะยอมเสี่ยงให้องค์หญิงต้องมาเจ็บตัวเพียงเพื่อจะกำจัดไอ้เวรนั่นเนี่ยนะ ผมขอค้านหัวชนฝาเลยครับ!”

จอห์น โกซัคขยับเข้ามาประชิดตัวบงจูฮยอกพลางถูมือไปมาอย่างประจบสอพลอ

“ผมดูออกตั้งแต่แรกแล้วครับผม ว่าทำไมบอสถึงเอาแต่คัดค้าน! ทั้งหมดก็เป็นเพราะผู้อัญเชิญบงเป็นห่วงเป็นใยองค์หญิงนี่เอง! ช่างเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา ปราดเปรื่องและเฉียบขาด! บอสยอดเยี่ยมที่สุดเลยครับผม!”

ไหล่ของบงจูฮยอกเชิดสูงขึ้นด้วยความภาคภูมิใจและพึงพอใจอย่างที่สุด

แน่นอนล่ะ การโดนอวยด้วยถ้อยคำหวานหูที่ถูกจังหวะแบบนี้ มันช่างหอมหวานและฟินยิ่งกว่าไอศกรีมรสเลิศซะอีก~

ทว่าคยอนดัลแรกลับเบรกความชื่นมื่นนั้นด้วยคำพูดของเธอ

“โซนยอซาบซึ้งในความห่วงใยของคุณชายจนแทบจะวางตัวไม่ถูกแล้วเจ้าค่ะ ทว่า! สิ่งที่โซนยอตั้งใจจะส่งไปให้ชายผู้นั้นหาใช่มนตร์ดำสาปแช่งไม่”

เอ๊ะ ไม่ใช่มนตร์ดำหรอกเหรอ...

“โซนยอจะส่ง ‘กรรม’ ไปให้ต่างหากล่ะ”

แล้วไอกรรมที่ว่านั่นมันคืออะไรอีกล่ะ

“ไม่ว่ามนุษย์จะกระทำการสิ่งใดลงไป ย่อมต้องได้รับผลตอบแทนจากสิ่งที่ก่อไว้ในสักวันหนึ่ง ไม่ช้าก็เร็ว อย่างที่คนเขาพูดกันว่า ‘ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว’ หรือ ‘กงเกวียนกำเกวียน’ อย่างไรเล่า”

แล้วยังไงล่ะ

“หากโซนยอส่งกรรมไปให้ ผลกรรมที่ชายผู้นั้นพึงได้รับก็จะมาถึงเร็วกว่ากำหนดน่ะสิ”

“อ่าฮะ”

“หากยูชอลมินสร้าง ‘กรรมดี’ เอาไว้ ความโชคดีก็จะมาเยือนเขา แต่หากเขาสร้าง ‘กรรมชั่ว’ เอาไว้ ความโชคร้ายก็จะตามไปสนองเขาแทน”

โชคดีกับโชคร้ายงั้นเหรอ ถ้าแค่ระดับนั้นล่ะก็...

“...แล้วการเร่งกรรมนี่มีผลสะท้อนกลับไหมครับ”

“โชคดีและโชคร้ายล้วนถูกกำหนดโดยกฎแห่งฟ้าดิน โซนยอเพียงแค่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเท่านั้น จึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น ขอคุณชายจงวางใจเถิด”

งั้นก็...

“พอมาลองคิดดูดีๆ แล้ว ปล่อยยูชอลมินไปเฉยๆ คงไม่ดีแน่ ในเมื่อหมอนั่นละทิ้งความเป็นมนุษย์ไปแล้ว ก็สมควรจะได้รับผลกรรมให้ต้องเผชิญกับความโชคร้ายซะบ้าง”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น จอห์น โกซัคก็ตบมือดังฉาดทันที!

“ผู้อัญเชิญบงพูดถูกที่สุดเลยครับผม! ไอ้คนที่เนรคุณและละทิ้งคุณธรรมมันสมควรโดนลงทัณฑ์! เพราะงั้นผมถึงได้เตรียมตัวจะบินไปญี่ปุ่นตั้งแต่แรกไงครับผม!”

“งั้นมาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ!”

“ฮี่ๆๆ บอสเนี่ยช่างเป็นคนที่มีความคิดยืดหยุ่นและปรับตัวเก่งจริงๆ ครับผม! พลิกแพลงสถานการณ์ได้รวดเร็วปานกิ้งก่า เปลี่ยนใจไปมาได้ไวปานวอกเลยนะครับเนี่ย...”

ไอ้ประโยคเมื่อกี้นี่มันหลอกด่ากันชัดๆ

ขวับ!

บงจูฮยอกตวัดสายตาขวางตวัดมองอย่างเอาเรื่อง ทำเอาจอห์น โกซัคถึงกับสะดุ้งโหยงและหดคอหนีด้วยความหวาดเสียว

“ขะ ขอโทษค้าบผมมม!”

ก็ยังดีที่รู้ตัว โบราณเขาถึงได้กล่าวไว้ไงว่าจุดจบของพวกขุนนางสอพลอมักจะลงเอยไม่ค่อยสวยเท่าไหร่

การจะหาของใช้ส่วนตัวของยูชอลมินไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร เพราะหมอนั่นน่าจะทิ้งของพวกนั้นไว้ที่บ้านเก่าก่อนจะหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปโอนสัญชาติแน่ๆ

ว่าแต่... เขายังไม่ได้เช็กเลยนี่นาว่าสิทธิพิเศษรอบนี้คืออะไร

บงจูฮยอกล้วงมือเข้าไปในช่องเก็บของเฉพาะหอคอยเพื่อตรวจสอบแพลตทินัมแบดจ์ทั้ง 30 ชิ้นที่สะสมไว้

<สะสมแพลตทินัมแบดจ์ครบ 30 ชิ้น ขอมอบสิทธิพิเศษให้แก่คุณ>

‘อะไรกันเนี่ย’

<สิทธิพิเศษ: ตั๋วรีเซตคูลดาวน์สกิลถูกส่งไปยังช่องเก็บของเฉพาะหอคอยแล้ว>

“โอ้!”

ตั๋วรีเซตคูลดาวน์สกิล! โคตรเจ๋งเลยว่ะ! ช่างเป็นของรางวัลที่งดงามอะไรขนาดนี้!

“ได้อะไรมาเหรอครับบอส!”

“แท่นแท๊น!”

“อื้อหือ! ของโคตรแรร์เลยนะครับเนี่ย! ยินดีด้วยครับผม!”

“ทั้งหมดนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้ทุกคนแหละครับ”

“โธ่เอ๊ย บอสก็พูดเกินไปครับผม พวกเราเขินจนตัวม้วนหมดแล้วเนี่ย! พวกเราแทบไม่ได้ออกแรงทำอะไรเลยนะครับ!”

“ฮ่าๆๆๆ!”

“ฮี่ๆๆๆ!”

บรรยากาศภายในห้องกลับมาครื้นเครงและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอีกครั้ง อย่างที่จอห์น โกซัคบอกนั่นแหละ นี่มันคือไอเทมระดับเทพชัดๆ พลังอันแข็งแกร่งของเขาล้วนมีรากฐานมาจากผู้ถูกอัญเชิญ

ดังนั้น การรีเซตคูลดาวน์สกิลจึงถือเป็นสุดยอดรางวัลที่ประเมินค่าไม่ได้ เพราะมันหมายความว่าเขาสามารถใช้งานสกิลอัญเชิญแบบสุ่มได้อีกครั้งในทันที!

‘จัดเลยตอนนี้ดีไหมนะ’

บ้าไปแล้ว ขืนสุ่มไปเรื่อยเปื่อยแบบนั้นก็โง่เต็มทีสิ

ตั๋วรีเซตคูลดาวน์สกิลถือเป็นไพ่ตายไม้เด็ดที่เอาไว้พลิกเกมเชียวนะ ต้องเก็บไว้เป็นไม้ตายก้นหีบ รอเอาไว้ใช้ตอนที่จนตรอกหรือตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตที่หาทางออกไม่ได้จริงๆ ถึงจะคุ้มค่าที่สุด!

จบบทที่ บทที่ 28 กรรม (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว