เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 กรรม (1)

บทที่ 28 กรรม (1)

บทที่ 28 กรรม (1)


อธิบดีพัคคยองซูเตรียมตัวก้าวขึ้นยืนบนโพเดียมในงานแถลงข่าวอีกครั้งในรอบหลายวัน

หลังจากต้องทนทุกข์ทรมานใจอย่างหนักจนถึงขั้นที่ประธานาธิบดีผู้เป็นทั้งเพื่อนและพันธมิตรทางการเมืองเอ่ยปากแนะนำให้เขาก้าวลงจากตำแหน่ง ทว่าตอนนี้สถานการณ์กลับพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง

เขาไม่เพียงแต่ก้าวข้ามวิกฤตมาได้ แต่ยังสวนหมัดฮุกเข้าใส่อย่างจัง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความดีความชอบของเพลเยอร์บงจูฮยอก

ชายหนุ่มผู้สร้างสถิติการเคลียร์ด่านระดับ S++ ทั้งยังนำไอเทมสุดยอดที่สามารถลบล้างออร่าแห่งความมืดของพวกอันเดดกลับมาได้ ส่งผลให้ประเทศเกาหลีใต้กลายเป็นประเทศผู้ถือครองดาบศักดิ์สิทธิ์ไปโดยปริยาย

ถึงแม้ว่าเม็ดเงินมหาศาลจะตกเข้ากระเป๋าของเพลเยอร์บงจูฮยอก แต่การที่ศูนย์ควบคุมเป็นผู้รับผิดชอบดูแลขั้นตอนการปล่อยเช่านั้นถือเป็นอำนาจที่ยิ่งใหญ่ล้นฟ้า เพราะไม่ว่าจะเป็นประเทศไหน

หากต้องการก้าวขึ้นไปตั้งแต่ชั้นที่ 61 ดาบศักดิ์สิทธิ์ก็คือสิ่งจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตราบใดที่ยังไม่มีไอเทมธาตุศักดิ์สิทธิ์ชิ้นอื่นปรากฏขึ้นมา ต่อให้มีโผล่มาจริงๆ พวกเขาก็ยังต้องมาขอยืมอยู่ดี

เพราะความแตกต่างระหว่างการมีไอเทมหนึ่งชิ้นกับสองชิ้นนั้นส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัย ด้วยเหตุนี้ นานาประเทศจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องคอยดูท่าทีของเกาหลีใต้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

พัคคยองซูก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังห้องแถลงข่าวด้วยท่วงท่าที่สง่าผ่าเผยและทรงอำนาจ สมกับสถานะของสำนักงานบริหารจัดการผู้ได้รับการปลุกพลังที่พุ่งสูงขึ้น

ตึก... ตึก...

เขายืดอกอย่างผ่าเผย เชิดหน้าขึ้นสูงขณะก้าวไปหยุดยืนอยู่หน้าโพเดียม

“ขอรับคำถามครับ”

บรรดานักข่าวต่างพากันยกมือขึ้นพรึ่บพรั่บ เมื่อเขาชี้ไปยังหนึ่งในนั้น...

“รบกวนช่วยอธิบายเกี่ยวกับประสิทธิภาพของดาบศักดิ์สิทธิ์ก่อนเลยครับ”

พัคคยองซูก้มมองกระดาษที่เตรียมมาล่วงหน้าก่อนจะตอบคำถาม

“จุดเด่นสำคัญของดาบศักดิ์สิทธิ์มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นครับ นั่นก็คือรัศมีศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งรัศมีนี้จะช่วยลบล้างออร่าแห่งความมืดให้สิ้นซาก ถึงแม้ว่าการเพิ่มพลังโจมตีใส่อันเดด การเสริมสร้างจิตใจให้แข็งแกร่ง ไฟศักดิ์สิทธิ์ หรือการเพิ่มอัตราคริติคอลจะเป็นผลพลอยได้ที่ดี แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ส่วนเสริมเท่านั้นครับ”

“จากที่เห็นในวิดีโอ รัศมีศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ออกมาจากตัวดาบดูค่อนข้างเลือนราง ไม่ทราบว่ามีวิธีเสริมความแข็งแกร่งให้มันไหมครับ”

“เรื่องนี้ผมเองก็รู้สึกเสียดายเช่นกันครับ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปล่อยไว้แบบนี้”

คำถามถัดไปถูกส่งเข้ามา

“สภาพภายนอกของดาบดูเก่าทรุดโทรมมากเลยนะครับ ดูเหมือนว่าความทนทานจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่...”

“สามารถซ่อมแซมได้ครับ ทางศูนย์ควบคุมของเรามีช่างฝีมือชั้นยอดที่รับผิดชอบเรื่องนี้อยู่ แถมเรายังมีโอริฮารุกอนตุนไว้ในสต็อกอีกเพียบ เพราะฉะนั้นเรื่องประสิทธิภาพของดาบจึงไม่มีปัญหาอย่างแน่นอนครับ”

คำถามถัดไป

“ทางศูนย์ควบคุมเป็นผู้รับซื้อมาใช่ไหมครับ ไม่ทราบว่าใช้งบประมาณไปเท่าไหร่ครับ”

“ถึงแม้มันจะอยู่ในการดูแลของเรา แต่นี่ไม่ใช่ไอเทมที่เราซื้อมาครับ”

“ถ้าอย่างนั้น...”

“ไอเทมชิ้นนี้มีเจ้าของอยู่แล้วครับ ไม่มีการขายขาด แต่สามารถปล่อยเช่าได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น”

“แล้วค่าเช่าล่ะครับ”

“เรื่องนั้นผมขออนุญาตไม่เปิดเผยครับ”

จะบอกไปทำไมกันล่ะ ในเมื่อไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องกำหนดราคาล่วงหน้าเลยสักนิด เดี๋ยวพวกที่กำลังกระหายอยากได้ก็คงดิ้นรนเสนอราคามาเองนั่นแหละ สำหรับคนปล่อยเช่า แค่เอ่ยปากคำเดียวก็เกินพอแล้ว... เสนอราคามาสิ!

“พอจะเปิดเผยได้ไหมครับว่าเจ้าของดาบศักดิ์สิทธิ์คือใคร”

“เรื่องตัวตนของเจ้าของก็ไม่สามารถเปิดเผยได้เช่นกันครับ ทางศูนย์ควบคุมจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนดำเนินการแทนเจ้าของเอง”

“มีข้อจำกัดในการเช่าไอเทมไหมครับ”

“มีครับ ประเทศที่ต้องการเช่าจะต้องส่งเพลเยอร์มาที่เกาหลีเพื่อยืมใช้งานในสถานที่ที่เราควบคุมไว้เท่านั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกขโมยหรือสูญหาย จึงจำเป็นต้องมีการเซ็นสัญญารับผิดชอบอย่างรัดกุมด้วยครับ”

“แล้วเพลเยอร์ทั่วไปสามารถขอยืมเป็นการส่วนตัวได้ไหมครับ”

“ไม่ได้ครับ เรารับข้อเสนอเป็นระดับประเทศเท่านั้น รัฐบาลของประเทศนั้นๆ จะต้องเป็นผู้ค้ำประกัน”

“มีข้อจำกัดอื่นๆ อีกไหมครับ”

ในที่สุดวินาทีที่รอคอยก็มาถึง

“ทุกประเทศสามารถเช่าได้หมดครับ ยกเว้นประเทศญี่ปุ่นประเทศเดียวที่ไม่อนุญาตให้เช่าเด็ดขาด ส่วนเหตุผลก็คงเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว”

อธิบดีพัคคยองซูคลี่ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี

“และผมขอประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนตรงนี้เลยว่า ในอนาคตจะไม่มีการแลกเปลี่ยนใดๆ เกี่ยวกับหอคอยกับประเทศญี่ปุ่นอีกต่อไปครับ”

ไม่มีนักข่าวคนไหนเอ่ยปากทักท้วงว่าจำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นเลยหรือ ทว่า...

“เรื่องนี้ได้รับการอนุมัติจากประธานาธิบดีแล้วหรือยังครับ...”

“คุณคิดว่าผมจะกล้าตัดสินใจทำเรื่องแบบนี้โดยพลการงั้นหรือครับ”

“...”

“การฉกตัวเพลเยอร์ของประเทศอื่นไปหน้าตาเฉย ในความเป็นจริงมันก็ไม่ต่างอะไรกับการประกาศสงครามเลยสักนิด จะกีดกันการนำเข้าส่งออกเหรอ จะใช้มาตรการกดดันทางการทูตงั้นสิ อยากทำอะไรก็เชิญงัดออกมาใช้ได้เต็มที่เลยครับ”

นอกจากนี้...

“ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในอนาคต อาจจะมีประเทศที่ถูกแบล็กลิสต์ไม่ให้เช่าเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งประเทศก็ได้ครับ”

คำพูดนั้นพุ่งเป้าไปที่ประเทศจีนอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะที่นั่นเองก็กำลังหน้ามืดตามัวหาทางฉกตัวเพลเยอร์สัญชาติเกาหลีไปอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะอย่างไร งานแถลงข่าวก็จบลงด้วยดี พัคคยองซูรู้สึกโล่งอกราวกับยกภูเขาออกจากอก อาการอึดอัดขัดใจที่สะสมมานานมลายหายไปจนสิ้น

└ คย่า! นี่มันฉลองได้อีกจอกเลยเว้ย

└ มีใครใจดีแปลรีแอคชันของฝั่งญี่ปุ่นมาแปะให้อ่านหน่อยได้ป่าววะ

└ ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันแฮะ

└ ขอรีแอคชันฝั่งจีนด้วยดิ

└ ใครมีวาร์ปไอจีของยูชอลมินบ้างวะ จะตามไปหัวเราะเยาะมันซะหน่อย

└ แอดเคานต์นั้นเพิ่งบินไปเมื่อกี้เอง

└ คึคึคึ เป็นไอ้เวรที่ดูออกง่ายฉิบหายเลยว่ะ

ณ การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติที่จัดขึ้นภายในทำเนียบนายกรัฐมนตรี กรุงโตเกียว

บรรดารัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงต่างมารวมตัวกันเพื่อเพ่งมองวิดีโอบนหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ มันคือวิดีโอการเคลียร์หอคอยทมิฬชั้นที่ 63 ของฝั่งเกาหลี

เนื่องจากเป็นการบันทึกภาพจากกล้องติดตัวในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง จึงไม่สามารถสังเกตเห็นภาพรวมของการต่อสู้ได้ทั้งหมด

ทว่าเพียงแค่นั้นก็มากพอที่จะยืนยันถึงอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวของไอเทมดาบศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว เพลเยอร์ในวิดีโอเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง ใช้ไอเทมประเภทขว้างปาเพื่อหลอกล่อสเกเลตันแห่งความมืดออกมาทีละตัว เมื่อสร้างสถานการณ์ตัวต่อตัวได้สำเร็จ เขาก็ใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ฟาดฟันสับร่างของมันอย่างโหดเหี้ยม

สเกเลตันที่ถูกห่อหุ้มด้วยออร่าแห่งความมืดถูกฟันขาดสะบั้นอย่างหมดทางสู้ แม้แต่อาวุธและโล่ในมือของมันก็ถูกตัดขาดไปพร้อมกัน คงไม่เกินจริงนักหากจะเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นศัตรูตามธรรมชาติของพวกอันเดดอย่างแท้จริง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นวิดีโอการเคลียร์ด่านชั้นที่ 63 พวกเขามีทั้งข้อมูลการเคลียร์ด่านของยูชอลมิน และวิดีโอที่ทางอเมริกาเป็นคนจัดหามาให้ แต่พวกเขาไม่เคยเห็นผลงานที่โดดเด่นและเหนือชั้นเท่ากับวิดีโอที่กำลังฉายอยู่ตรงหน้านี้เลย

แล้วระยะเวลาที่ใช้ในการเคลียร์ด่านล่ะ ยูชอลมินใช้เวลาไปถึงสิบสองชั่วโมง ฝั่งอเมริกาใช้เวลาเก้าชั่วโมง ในขณะที่เพลเยอร์นัมกาอึนกลับใช้เวลาไปเพียงแค่สองชั่วโมงเท่านั้น...

ใช่แล้ว สองชั่วโมงถ้วน แถมเธอยังเล่นแบบเพลย์เซฟ ค่อยเป็นค่อยไปจัดการไปทีละตัว

ถ้าหากเธอตัดสินใจลุยแบบดุดันกว่านี้ เผลอๆ อาจจะจบด่านได้ภายในหนึ่งชั่วโมงครึ่งด้วยซ้ำ

แค่มีไอเทมชิ้นเดียวมันสร้างความแตกต่างได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ นี่พวกเขาน่าจะหาทางฉกตัวไอเทมชิ้นนั้นมาแทนที่จะเป็นยูชอลมินไม่ใช่หรือไง

ความเงียบงันโรยตัวปกคลุมไปทั่วทั้งห้องประชุม สีหน้าของบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงดูย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด นายกรัฐมนตรีคาวากุจิเองก็ไม่ต่างกัน

อุตส่าห์ตั้งโต๊ะแถลงข่าวโยนระเบิดใส่เกาหลีไปแล้วแท้ๆ แต่มันกลับไม่ยอมทำงาน มิหนำซ้ำ ญี่ปุ่นกลับกลายเป็นฝ่ายโดนระเบิดลูกนั้นอัดเข้าแสกหน้าซะเอง

“ธาตุศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นมีความเป็นไปได้ไหมที่จะมีไอเทมธาตุศักดิ์สิทธิ์ชิ้นอื่นอยู่อีกนอกจากดาบเล่มนั้น”

“จากข้อมูลที่เรามีในตอนนี้ ดาบเล่มนั้นคือชิ้นเดียวที่ปรากฏขึ้นครับ ทว่า...”

“พูดต่อสิ”

“มีความเป็นไปได้ที่ประเทศอื่นอาจจะครอบครองไอเทมประเภทนี้อยู่ แต่เลือกที่จะเก็บเงียบเอาไว้ครับ”

นั่นสินะ มันจะเป็นไปได้ยังไงที่จะมีแค่ชิ้นเดียวในโลก ลองงมหาดูดีๆ เดี๋ยวก็คงเจอเพิ่มอีกนั่นแหละ สำหรับญี่ปุ่นที่เพิ่งจะคลานต้วมเตี้ยมอยู่แค่ชั้น 57 ในตอนนี้ ดาบศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ใช่ไอเทมที่จำเป็นเร่งด่วนอะไรขนาดนั้น

ทว่าศักดิ์ศรีของพวกเขาถูกฉีกกระชากจนยับเยิน นี่มันคือการโดนฉีกหน้ากลางสี่แยกชัดๆ

ยิ่งคิด นายกรัฐมนตรีคาวากุจิก็ยิ่งเดือดดาลจนแทบกระอักเลือด อะไรนะ จะไม่อนุญาตให้ญี่ปุ่นเช่าดาบศักดิ์สิทธิ์งั้นเรอะ

‘พวกโชเซนจิง* บัดซบเอ๊ย’

(*เป็นคำเหยียดที่ใช้เรียกคนเกาหลีสมัยที่ตกอยู่ในอาณานิคมญี่ปุ่น คล้ายเรียกคนดำว่า นิกก้า)

จะมีความอัปยศอดสูครั้งไหนยิ่งใหญ่ไปกว่านี้อีกไหม คะแนนนิยมที่เคยพุ่งกระฉูดทะลุเพดานตอนที่ดึงตัวยูชอลมินมาโอนสัญชาติได้ ตอนนี้กลับดิ่งพสุธาร่วงกราวรูดไม่เป็นท่า

‘ชิกโช! (เวรเอ้ย!)’

ความร้อนรนเริ่มกัดกินหัวใจ นี่คือช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานที่พวกเขาต้องการอะไรสักอย่างมากอบกู้สถานการณ์

“แล้วยูชอลมินบอกว่าจะเริ่มเคลียร์ด่านชั้นที่ 57 เมื่อไหร่”

“เขาแจ้งมาว่าจะพยายามลงมือให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในเกาหลีจะไปกระตุ้นต่อมอะไรบางอย่างของเขาเข้าให้แล้ว”

“หืม...”

กำหนดเวลาในการเคลียร์ชั้นที่ 57 ยังเหลืออีกตั้ง 41 วัน ซึ่งถือว่ามีเวลาเหลือเฟือ

ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นมีเพลเยอร์เลเวลสูงสุดที่กำลังรับหน้าที่เคลียร์ชั้น 57 อยู่ ทว่าจู่ๆ หมอนั่นดันมาตายอนาถระหว่างทำภารกิจแบบโง่ๆ พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องไปลากคอยูชอลมินมาเสียบแทน

เดิมทีพวกเขาวางแผนจะเริ่มเคลียร์ด่านตอนที่เหลือเวลาอีกประมาณสิบวัน...

‘เริ่มลุยมันซะตอนนี้เลยดีไหมนะ’

บางทีนี่อาจจะเป็นความคิดที่เข้าท่าก็ได้ อย่างน้อยๆ มันก็น่าจะช่วยกู้คะแนนนิยมให้พุ่งขึ้นมาได้บ้าง

“ดี งั้นให้รีบลุยด่านชั้น 57 เลยก็แล้วกัน จัดฉากโปรโมตให้มันดูอลังการงานสร้างไปเลยนะ”

“ครับ จะรีบดำเนินการเดี๋ยวนี้เลยครับ”

“เตรียมการสนับสนุนให้พร้อมสรรพ อย่าให้มีอะไรมาเป็นอุปสรรคต่อการปีนหอคอยได้ล่ะ”

“รับทราบครับ”

สำหรับในประเทศญี่ปุ่น อพาร์ตเมนต์มักจะเป็นที่พักอาศัยสำหรับคนชนชั้นกลางทั่วไป ส่วนพวกคนมีฐานะก็จะขยับขยายไปอยู่ในแมนชันสุดหรู

แล้วถ้าเกิดรวยล้นฟ้ากว่านั้นอีกล่ะ

พวกเขาก็จะอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หรูสไตล์คลาสสิก คฤหาสน์ที่มีทั้งสระน้ำในสวนและปลาคาร์ปตัวโตๆ แหวกว่ายอยู่ไงล่ะ ซึ่งบ้านที่ยูชอลมินได้รับเป็นของกำนัลจากรัฐบาลญี่ปุ่นก็คือคฤหาสน์แบบนั้นนั่นแหละ

“แม่งเอ๊ย!”

ยูชอลมินสบถลั่นขณะกำลังไถหน้าจอสมาร์ตโฟนเพื่อค้นหาข้อมูล นั่นก็เพราะสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นมันพลิกผันไปจากที่เขาคาดการณ์ไว้แบบหน้ามือเป็นหลังตีน

หลังจากที่โอนสัญชาติเป็นคนญี่ปุ่น กิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่งของเขาก็คือการเข้าไปไถหน้าพอร์ทัลไซต์ของเกาหลีใต้เพื่อเช็กข่าวสารแบบรายวัน

ในช่วงแรกๆ มันก็เป็นเรื่องที่น่าสนุกดีอยู่หรอก ทั้งข่าวในทีวีและบทความบนอินเทอร์เน็ตที่สาดเทลงมาไม่ขาดสาย สำนักงานบริหารจัดการผู้ได้รับการปลุกพลังโดนรุมด่าเละเทะ หน่วยข่าวกรองแห่งชาติและตำรวจถูกตราหน้าว่าเป็นพวกไร้น้ำยา คนในชาติเอาแต่ทะเลาะเบาะแว้งและด่าทอกันเอง...

แต่ทว่าตอนนี้มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย สถานการณ์มันพลิกตลบกลับตาลปัตรไปหมดแล้ว อุตส่าห์ลงทุนจัดงานแถลงข่าวเพื่อเยาะเย้ยปั่นประสาทพวกมันแท้ๆ...

พื้นที่ข่าวในเกาหลีใต้ตอนนี้มีแต่เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญเพลเยอร์นัมกาอึนและดาบศักดิ์สิทธิ์ แน่นอนว่าชื่อของเขาก็โผล่อยู่บนหน้าสื่อเหมือนกัน เพียงแต่มันต่างกันตรงที่คอมเมนต์ของเขาเต็มไปด้วยถ้อยคำสาปแช่งและก่นด่าล้วนๆ

└ ฉันจะเป็นคนฆ่าไอ้ยูชอลมินเอง

└ มีใครพอจะรู้วิธีสืบหาที่อยู่ของมันในโตเกียวบ้างไหมวะ

└ ขอให้แม่งหัวล้านแถมยังนกเขาไม่ขันทีเถอะ

‘พวกสวะกระจอกเอ๊ย’

ต่อให้พวกแกจะแหกปากด่าทอผ่านคีย์บอร์ดสักแค่ไหน คิดว่าฉันจะสะทกสะท้านงั้นเรอะ ยูชอลมินเองก็ได้ดูวิดีโอการเคลียร์ด่านของนัมกาอึนเหมือนกัน ทั้งชั้นที่ 62 และ 63 ให้ตายเถอะ ด่านนรกพวกนั้นมันผ่านง่ายดายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ

ทีตอนเขาลงไปลุยเองแทบจะกระอักเลือดตายเพราะออร่าแห่งความมืดนั่นแท้ๆ ที่ทุกอย่างมันกลายเป็นเรื่องกล้วยๆ ก็เพราะอานุภาพของไอเทมธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่ชื่อว่าดาบศักดิ์สิทธิ์นั่นแหละ

ถ้ามีไอเทมระดับเทพแบบนั้นอยู่ ทำไมพวกมันถึงไม่รีบเอามาประเคนให้เขาก่อนล่ะ

ถ้าทำแบบนั้น บางทีเขาอาจจะยอมทบทวนเรื่องการโอนสัญชาติไปเป็นคนญี่ปุ่นดูอีกรอบก็ได้

‘รู้งี้ฉันน่าจะยื้อเวลาออกไปอีกสักหน่อย...’

ไม่สิ การมานั่งเสียใจเอาป่านนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับพวกขี้แพ้หรอก แค่ใช้ชีวิตเสวยสุขเป็นราชาอยู่ที่ญี่ปุ่นก็พอแล้ว

ในเมื่อโอนสัญชาติมาแล้ว เขาก็จะรีบลุยเคลียร์หอคอยทมิฬของญี่ปุ่นตั้งแต่ชั้นที่ 57 ให้ไวที่สุด ถ้าเคลียร์ด่านนั้นได้ เขาก็จะผงาดกลายเป็นวีรบุรุษของญี่ปุ่นอย่างเต็มภาคภูมิ

รวมไปถึงชั้นที่ 58 59 และ 60 ด้วย

ต่อให้พวกแอนตี้แฟนจะแหกปากดิ้นพล่านสักแค่ไหน แต่สุดท้ายคนที่กำชัยชนะไว้ในมือก็คือเขาอยู่ดี ยูชอลมินฝังหัวเชื่อแบบนั้น เขาไม่มีความลังเลใจเลยแม้แต่นิดเดียว

……

จบบทที่ บทที่ 28 กรรม (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว