เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 : ทุบสมบัติระดับปฐพีด้วยมือเปล่า!

บทที่ 10 : ทุบสมบัติระดับปฐพีด้วยมือเปล่า!

บทที่ 10 : ทุบสมบัติระดับปฐพีด้วยมือเปล่า!


บทที่ 10 : ทุบสมบัติระดับปฐพีด้วยมือเปล่า!

ผู้นำตระกูล​ทั้งสามออกมาจากห้องโถงใหญ่และได้ยินการต่อสู้อันดุเดือดก่อนที่พวกเขาจะเข้าใกล้เขตชานเมืองของตระกูลโจวด้วยซ้ำ

หลังจากเดินมาได้อีกหน่อย, พวกเขาก็ได้กลิ่นคาวเลือดอย่างรุนแรง

ในยามนี้ ใบหน้าของโจวเป่ยฉินมืดมนเป็นอย่างยิ่ง

มีกี่คนที่เสียชีวิตก่อนหน้า, มันถึงได้มีกลิ่นคาวเลือดรุนแรงเช่นนี้ได้

ไม่นานนัก

เมื่อพวกเขามาถึงสถานที่นอกตระกูลโจว

ฉากการต่อสู้อันดุเดือดก็ปรากฏให้เห็นทั้งสามคนได้เห็น

เมื่อมองไปรอบๆ

พวกเขาต่างได้เห็นว่าเหล่าสาวกที่สวมชุดของตระกูลโจวล้วนนอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น

ในหมู่พวกเขามีผู้อาวุโสมากมาย

นอกจากนี้, ร่างกายของพวกเขาล้วนกระจายอยู่ทุกหนทุกแห่ง เปลี่ยน​พื้นดินให้ปกคลุมไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน!

เเละยังมีผู้คนมากมายจากตระกูลโจวที่กำลังต่อสู้อยู่

พร้อมเสียงกรีดร้องก็ดังก้องไปทั่วทุกหนแห่ง

เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่น่าตกตะลึง​เช่นนี้

ดวงตาของโจวเป่ยฉินก็แปรเปลี่ยนเป็นเจตนาฆ่าอย่างแท้จริง

“คนจากคฤหาสน์​ราชาลู่, ช่างรนหาที่ตาย!”

ทุกถ้อยคำของเขาดังก้องกังวาล

เขาจะไม่โกรธได้อย่างไรเมื่อเห็นซากศพของสมาชิกในตระกูลนอนอยู่บนพื้น?

โจวเป่ยฉินปลดปล่อยพลังวิญญาณของเขาค้นหาพื้นที่โดยรอบทันที​

เเละทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ว่าผู้อาวุโสสองของคฤหาสน์ราชาลู่เป็นผู้ที่มีพลังการต่อสู้สูงสุด

เเละเป็นผู้อาวุโสสองลู่ฉางเฟิง, และผู้อาวุโสสี่ลู่เฉียนฉวนที่กำลังต่อสู้อยู่ที่​นี่

เมื่อเห็นสิ่งนี้, ใบหน้าของโจวเป่ยฉินก็ผ่อนคลายลง

เดิมทีเขาคิดว่าคฤหาสน์ราชาลู่ได้ผู้ช่วยเหลือที่ทรงพลังมา, แต่ตอนนี้เขาไม่เห็นผู้มีอำนาจคนอื่นเลย

“เดิมข้าคิดว่าจะมีผู้ยื่นมือมาช่วยเหลือคนของคฤหาสน์ราชาลู่ พวกเขาถึงหาญกล้ากล้าที่จะบุกเข้ามาในตระกูลโจวของข้า”

“กลายเป็นว่า, พวกเขาลงมือโดยไม่สนความตายอีกเเล้ว!”

ในขณะที่โจวเป่ยฉินกำลังจะลงมือ

ทันใดนั้นเขาก็สังเกต​เห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งจากคฤหาสน์ราชาลู่

อีกฝ่ายยืนเอามือไพล่หลัง, เเละไม่ได้ลงมือสังหาร​ใครเลย

สิ่งนี้ทำให้เขาค่อนข้าง​ประหลาดใจ

ชายหนุ่มยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน และเมื่อเขาเห็นใครก็ตามในตระกูลลู่ที่ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต, เขาถึงจะลงมือ

“ลู่ชิงซวน?”

ในไม่ช้า, โจวเป่ยฉินก็จำชายหนุ่มคนนี้ได้

และมันทำให้​เขารู้สึกประหลาดใจอย่างมาก

เขาจะไม่สามารถจดจำใบหน้าของผู้นำคฤหาสน์ลู่ที่เพิ่งถูกแต่งตั้งใหม่ได้อย่างไร?

เเต่เขาเเค่ไม่คาดคิดว่าผู้นำคฤหาสน์ตัวน้อยจะมาที่นี่ด้วยตนเอง

เมื่อเผชิญหน้ากับการจ้องมองของโจวเป่ยฉิน ลู่ชิงซวนก็สังเกตเห็นอีกฝ่ายและหันไปสบตากับอีกฝ่ายเช่นกัน

เเต่เมื่อเขาเห็นคนอีกสองคนที่อยู่ข้างๆโจวเป่ยฉิน, แววตาของลู่ชิงซวนก็ฉายแววประหลาดใจ

เขาไม่คาดคิดว่าผู้นำตระกูล​ทั้งสองของตระกูลฝางและตระกูลฮั่นก็จะอยู่ที่นี่ทั้งคู่

ซึ่งสิ่งนี้มันน่าสนใจมาก

“ถ้าเจ้ากล้ามาที่นี่เพื่อแสวงหาความตาย งั้นก็อย่ากล่าวโทษข้าที่รังแกรุ่นเยาว์​!”

ทันทีที่เขาเห็นลู่ชิงซวน, ดวงตาของโจวเป่ยฉินก็เปล่งประกายด้วยแสงเย็นเยือก​

ดังสุภาษิตที่ว่า, จับโจรต้องจับหัวหน้าโจรก่อน!

โดยไม่ลังเล, เขาก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าและโจมตีลู่ชิงซวนโดยตรง

"ตาย!"

ร่างของโจวเป่ยฉินยังคงอยู่ในอากาศ และมือขวาของเขาก็พุ่งโจมตีอย่างรวดเร็ว​

บูมมม!!!

ฝามือจิตวิญญาณที่มีขนาดสามถึงสี่จั้งพุ่งออกไปบนท้องฟ้า

มันรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ และพุ่งไปที่ลู่ชิงซวนอย่างรุ่งแรง

เมื่อเห็นสิ่ง​นี้​

ผู้นำ​ตระกูล​ทั้งสองของตระกูลฝางและตระกูลฮั่นต่างมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า

โจวเป่ยฉินลงมือจับกุมลู่ชิงซวนด้วยตนเอง, สิ่งนี้นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้เห็นเลย

ในความเข้าใจของพวกเขา ลู่ชิงซวนเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับต่ำที่ยังไม่ได้เข้าสู่อาณาจักรพระราชวัง​สีม่วง​ด้วยซ้ำ

เเล้วเเบบนี้, เขาจะสามารถต้านทานผู้ฝึกตนอาณาจักรแก่นแท้ลึกล้ำขั้นที่หกอย่างโจวเป่ยฉินได้อย่างไร?

อย่างไรก็ตาม, วินาทีต่อมา รอยยิ้มของพวกเขาก็ชะงักลงในทันที

ในการมองเห็นของพวกเขา

ลู่ชิงซวนได้สร้างหมัดที่ราวกับหมอกควัน

เเละทันทีที่มันสัมผัสกับฝ่ามือที่สร้างด้วยพลังจิตวิญญาณของโจวเป่ยฉิน

ฝ่ามือ​จิตวิญญาณที่ทรงพลังนั้นก็แตกสลายเหมือนแก้วที่เปราะบาง

นอกจากนี้, พลังของหมัดยังคงไม่ลดลง และพุ่งไปตกลงบนร่างของโจวเป่ยฉินด้วยความเร็วดุจสายฟ้า

บูมมม~~~!!!

โจวเป่ยฉินเป็นเหมือนกระสอบทรายที่ถูกระเบิดขว้างใส่อย่างรุนแรง

เขากระอั่คเลือดในขณะที่เขายังคงอยู่กลางอากาศ

เเละในที่สุด, ร่างของเขาก็พุ่งชนเข้ากับห้องใต้หลังคาหลายหลังก่อนจะล้มลงกับพื้น

เมื่อมองดูหน้าอกของเขาที่เกือบครึ่งหนึ่งมีรอยบุบจากแรงหมัด

เขาดูน่าสังเวชเวทนาอย่างมาก

จากการปะทะกันครั้งนี้, เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส และยากที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

การโจมตีนี้เป็นพลังจากทักษะหมัดหลิงชิงทลายสวรรค์ของลู่ชิงซวน

หมัดที่น่าสะพรึงกลัวจากขั้นแรกของกายาทรราชศักดิ์สิทธิ์นั้นยากเกินไป​สำหรับผู้ฝึก​ตน​อาณาจักร​แก่นแท้​ล้ำลึกที่จะสามารถ​รับไว้ได้

โจวเป่ยฉินซึ่งอยู่ในอาณาจักรแก่นแท้ลึกล้ำขั้นที่หกย่อมไม่สามารถต้านทานพลังอันดุดันเช่นนี้ได้

นอกจากนี้, หากเขาไม่ได้สวมชุดเกราะด้านในไว้

หมัดนี้คงจะส่งเขาไปหายมบาล​เรียบร้อย​แล้ว​

ในเวลานี้ สมาชิก​ของคฤหาสน์ราชาลู่ที่กำลังต่อสู้อยู่ได้เห็นว่าท่านผู้นำคฤหาสน์ของพวกเขาจัดการ​ผู้นำตระกูลโจวอย่างรุนแรงด้วยหมัดเพียงหมัดเดียว

สิ่งนี้ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นมากและพวกเขาก็มีกำลัง​ใจมากขึ้นในขณะที่ต่อสู้

เเต่ในทางกลับกัน, ทุกคนในตระกูลโจวกลับมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อฉายชัดบนใบหน้า

เเละสิ่งนี้ทำให้จิตวิญญาณการต่อสู้ของพวกเขาลดลงมากกว่าครึ่ง

……….

“ให้ตายเถอะ ผู้เยาว์ผู้นี้ไม่ใช่ผู้ฝึกตนระดับต่ำอย่างแน่นอน!”

จากระยะไกล ผู้นำของตระกูลฝางและฮั่นต่างตกอยู่ในความหวาดกลัว และรูม่านตาของเขาสั่นสะท้าน

การโจมตีเพียงครั้งเดียวจากผู้ฝึกตนระดับต่ำจะทำให้ชายที่แข็งแกร่งในอาณาจักรแก่นแท้ลึกล้ำได้รับบาดเจ็บสาหัสได้อย่างไร?

พวกเขาดูเคร่งขรึมเเละตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ

แต่แม้ว่าพวกเขาจะปลดปล่อยพลังทางจิตวิญญาณและพยายามสำรวจอย่างเต็มที่

พวกเขาก็ไม่สามารถสัมผัสถึงสถานะเฉพาะตัวของลู่ชิงซวนได้

ในยามนี้ทั้งสองมองหน้ากันและพยักหน้าพร้อมกัน

ความหมายชัดเจน, คือหยิบอาวุธแล้วลงมือจัดการทันที

"ตาย!"

ฮั่นหยาน, ผู้นำตระกูลฮั่นตะโกนและก้าวเป็นผู้นำ

ตูมมม!

หม้อต้มสีแดงลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า และในขณะที่มันหมุน แสงศักดิ์สิทธิ์สีแดงก็บานสะพรั่ง

จากนั้น, มังกรเพลิงตัวหนึ่งก็พุ่งออกมาจากมัน แยกฟันกางกรงเล็บพร้อมสร้างความหายนะให้กับโลก

เกือบจะในเวลาเดียวกัน

ผู้นำตระกูลฝางก็ลงมือเช่นกัน

"ไป!"

สิ้นเสียงคำสั่งของเขา

มันก็ตามด้วยเสียงฟ้าร้องในฤดูใบไม้ผลิ

เขาได้เปิดใช้งานสมบัติซึ่งเป็นภูผาแห่งแสงที่ไหลออกมา หมายฟาดฟันใส่ลู่ชิงซวน

ณ ขณะนี้, ผู้นำของทั้งสองตระกูล ได้ใช้สมบัติอันทรงพลังเพื่อขับไล่ลู่ชิงซวนที่กำลังขวางทางพวกเขา​

เเต่เมื่อเผชิญหน้ากับฉากนี้

ลู่ชิงซวนก็ยังคงสงบนิ่ง

เขาเพียงกำหมัดข้างหนึ่ง

จากนั้นปล่อยหมัดที่สั่นสะเทือนท้องฟ้า พุ่งโจมตีไปยังหม้อต้มสีแดง

ครืนนนน!!!

มังกรเพลิงจำนวนนับไม่ถ้วนถูกบดขยี้ด้วยพลังหมัด, จากนั้นหมัดนี้ก็ปะทะหม้อต้มโดยตรง

เปรี๊ยะ!!!

หม้อต้มส่งเสียงแตกร้าวราวกับว่าถูกภูเขาศักดิ์สิทธิ์กระแทก

ช่วงเวลาต่อมา

หม้อต้มก็แตกออกเป็นชิ้นๆและเศษสมบัติก็แหลกสลาย​ หวนคืนสู่ความว่างเปล่า

ในเวลาเดียวกัน

สมบัติภูผาที่กำลังจะโจมตีมาที่ลู่​ชิง​ซวน​

หมัดของลู่ชิงซวนก็ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นฝ่ามือขนาดยักษ์พุ่งออกไปปะทะในแนวนอน

บูมมมม!!!

สมบัติภูผาเป็นเหมือนเต้าหู้ที่ถูกลู่ชิงซวนทุบเป็นชิ้นๆจนสาดกระเซ็นสู่ความว่างเปล่า

ตูม!!! ตูม!!!

ทันทีที่สมบัติทั้งสองถูกทำลาย

ผู้นำทั้งสองของตระกูลฝางและตระกูล​ฮั่นล้วนได้รับบาดเจ็บสาหัสจนอดไม่ได้ที่จะพ่นเลือดออกมาจากปาก

“ได้ไง...มันเป็นไปได้ยังไง!”

พวกเขาหวาดกลัวและเริ่มร้องหาความเป็นธรรมต่อสวรรค์​

สมบัติระดับปฐพีขั้นสูงทั้งสองชิ้นถูกทำลายด้วยมือเปล่าของลู่ชิงซวน

นี่อีกฝ่ายยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า?

ร่างกายของเขาแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ได้อย่าง​ไร?

ในความเป็นจริง พวกเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าลู่ชิงซวนจะได้รับพรจากกายาผู้แข็งแกร่งแห่งสรวงสวรรค์มา

นอกจากนี้, เขายังได้ฝึกฝนคัมภีร์​โบราณขั้นสูงสุดของผู้ฝึกร่ายกายอีกด้วย

ดังนั้น, ตอนนี้ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาถึงระดับที่น่ากลัวอย่างยิ่ง

ในสายตาของลู่ชิงซวน, มันคงจะแปลกมากกว่า ถ้าเขาไม่สามารถทุบสมบัติระดับปฐพีได้แม้จะใช้กำลังทั้งหมดของเขาเเล้วก็ตาม

ขณะที่ผู้นำทั้งสองของตระกูลฝางและตระกูลฮั่นต่างก็กำลังตกตะลึง

รอยฝ่ามือที่ปกคลุมท้องฟ้าก็เคลื่อนที่ไปทั่วท้องฟ้าและกำลังคืบคลานเข้ามาหาพวกเขา

ลู่ชิงซวนคือผู้ที่ลงมือ

ร่างของเขาเต็มไปด้วยแสงของพลังวิญญาณ

จากนั้น, ไอน้ำจากโลหิตก็ปรากฏ​เเละกลายร่างเป็นเหมือนกับมังกรที่ตื่นขึ้นจากขุมนรก

“อาณาจักรแก่นแท้ลึกล้ำขั้นที่เจ็ด!”

“เขา...จริงๆแล้วเขามีระดับพลังยุทธ์ของอาณาจักรแก่นแท้ลึกล้ำ!”

“นี่มันเป็นไปได้ยังไงกัน?”

ในยามนี้

ในที่สุด​ผู้นำทั้งสองของตระกูลฝางและตระกูล​ฮั่นก็ค้นพบระดับพลังยุทธ์ที่แท้จริงของลู่ชิงซวน

เเต่พวกเขา​เเทบจะไม่อยากเชื่อสายตาของตนเลย

เพราะจากข้อมูลข่าวกรอง, ผู้นำคฤหาสน์ราชาลู่คนปัจจุบันยังไม่ได้เข้าสู่อาณาจักรพระราชวังสีม่วงเลยไม่ใช่หรือ?

เเล้วคนผู้นี้สามารถเข้าสู่อาณาจักรแก่นแท้ลึกล้ำขั้นที่เจ็ดภายในเวลาไม่กี่เดือนได้อย่างไร?

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่พวกเขาจะสามารถตอบสนองได้ทัน

รอยฝ่ามือก็ได้บดขยี้ความว่างเปล่าและตกลงมาบนร่างกาย​ของพวกเขาแล้ว

บูมมมมม!!!

มีเสียงดังก้องกังวาน, ทั้งแผ่นดินและภูเขาต่างสั่นสะเทือน

จากนั้น, ผู้นำตระกูล​ทั้งสองของตระกูลฝางและตระกูลฮั่นต่างก็กลายเป็นคนนอนจมกองเลือดในทันที​

เเละหากลู่ชิงซวนไม่หยุดมือในนาทีสุดท้าย, ทั้งสองคนคงตายไปแล้ว

ลู่ชิงซวนเข้าใจว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เขาควรจะฆ่าคนสองคนนี้

มันคงจะไม่ดี ถ้าทั้งสองตระกูลใหญ่สังเกตเห็นอะไรบางอย่างก่อนที่เขาจะไปเยี่ยมเยียน​

……….

นับตั้งแต่เวลาที่ผู้นำตระกูลฝางและตระกูล​ฮั่นลงมือ จนกระทั่งทั้งสองคนถูกกำราบไปพร้อมๆกัน

มันดูเหมือนว่าจะเป็นเวลานาน แต่จริงๆแล้วมันเป็นเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น

ลู่​ชิง​ซวน​ทุบสมบัติระดับปฐพีขั้นสูงด้วยมือเปล่า และปราบผู้นำของสองตระกูลด้วยฝ่ามือเดียว

เมื่อเห็นฉากนี้ ทุกคนในคฤหาสน์ราชาลู่ ก็รู้สึกตื่นเต้นและการตอบสนองของพวกเขาก็พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

นี่คือผู้นำแห่งคฤหาสน์ราชาลู่ของพวกเขา, เขามีพลังมากจนไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้

ในเวลาเดียวกัน ลู่ชิงซวนก็สะบัดนิ้วของเขา และแสงวิญญาณสองดวงก็ถูกยิงออกไปทางผู้นำตระกูลทั้งสอง

มันปิดผนึกการฝึกฝนของพวกเขาชั่วคราวและยังตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ตายในยามนี้

หลังจากทำเช่นนี้ เขาก็เพิกเฉยต่อทั้งสองคน และหันไปจ้องมองไปที่โจวเป่ยฉินซึ่งนอนอยู่บนพื้น

ลู่ชิง​ซวน​ใช้ฝ่ามือของเขาคว้าโจวเป่ยฉินมาไว้เบื้องหน้า

แต่ทันใดนั้น​เอง​

เสียงความโกรธอันลึกล้ำก็ดังมาจากส่วนลึกภายในตระกูลโจว

“บุกดินแดนตระกูลโจวของข้าและยังสังหารคนตระกูลโจวของข้าอีก”

“เจ้าหนู, เจ้ากำลังรนหาที่ตาย”

เสียงเหมือนสายฟ้าดังก้องในหูของทุกคน

…………………………….

จบบทที่ บทที่ 10 : ทุบสมบัติระดับปฐพีด้วยมือเปล่า!

คัดลอกลิงก์แล้ว