- หน้าแรก
- เวียนว่ายตายเกิดเป็นทารก เส้นทางจักรพรรดิไร้พ่าย
- บทที่ 14 - นักปรุงยาอัจฉริยะ ซูฉิงอวี่!
บทที่ 14 - นักปรุงยาอัจฉริยะ ซูฉิงอวี่!
บทที่ 14 - นักปรุงยาอัจฉริยะ ซูฉิงอวี่!
บทที่ 14 - นักปรุงยาอัจฉริยะ ซูฉิงอวี่!
เมืองเป่ยหยวน จวนตระกูลเย่
เย่เจี้ยนหมิงต้อนรับสองแม่ลูกเย่หลิวลี เมื่อทราบถึงสาเหตุ เขาก็โกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก "เจียงเหวินคังมันจะบัดซบเกินไปแล้ว เพียงเพราะคำพูดของซินแสดูดวงคนเดียว ก็ไล่พวกเจ้าสองแม่ลูกออกมาเลยงั้นหรือ?"
"ท่านพ่อ คนในจวนโหวไร้เยื่อใยและเนรคุณเช่นนี้ไม่ใช่เพิ่งจะเป็นวันหรือสองวัน แทนที่จะอาศัยอยู่ในจวนโหวให้เฉินเอ๋อร์ต้องทนรับความอยุติธรรม สู้รีบออกมาเสียแต่เนิ่นๆ ก็ถือเป็นการปลดแอกตัวเองอย่างหนึ่งกระมัง" เย่หลิวลีปลงตกแล้ว นางส่ายหน้าอย่างเปิดเผย
"พูดได้มีเหตุผล" เย่เจี้ยนหมิงพยักหน้า จากนั้นก็คว้าตัวเย่อู๋เฉินเข้ามากอดไว้แน่น "หึๆ หลานตาคนเก่งของตา ต่อไปเจ้าก็มาอยู่กับตานะ ตาจะหาของอร่อยๆ มาให้เจ้ากินทุกวันเลย!"
"ขอบคุณขอรับท่านตา" เย่อู๋เฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วแบบเด็กน้อย
เมื่อเทียบกับจวนโหวที่ปู่ไม่รักย่าไม่เอ็นดูแล้ว การอยู่ที่ตระกูลเย่แห่งนี้ทำให้เขารู้สึกสบายใจกว่ามาก
แม้แต่เย่หรงเฟิ่งและเย่เทียนอวี่ เมื่อทราบข่าวก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาตั้งใจเดินทางมาเยี่ยมเยียนสองแม่ลูกโดยเฉพาะ
"น้องพี่ เจ้าก็พักอยู่ที่เรือนอู๋ถงที่เจ้าเคยอยู่เมื่อก่อนนี้แหละ!" เย่หรงเฟิ่งกล่าวอย่างร่าเริง นางแย่งตัวเย่อู๋เฉินมาจากมือของเย่เจี้ยนหมิง ทั้งหอมทั้งกอด จนบนใบหน้าของเขามีรอยจูบเพิ่มขึ้นมาหลายรอย
"เฮ้อ คิดถึงตอนนั้น ข้าก็เป็นถึงมหาจักรพรรดิผู้เกรียงไกร ท่องเที่ยวไปทั่วจักรวาล แต่ตอนนี้กลับต้องมากลายเป็นของเล่นเสียได้" เย่อู๋เฉินรู้สึกจนใจเล็กน้อย ภายนอกเขาจำต้องเล่นละครไปตามน้ำกับผู้ใหญ่
เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนอย่างรวดเร็ว
ชีวิตความเป็นอยู่ในตระกูลเย่นั้นดีกว่าในจวนโหวเจิ้นเป่ยอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน ที่พักอาศัย การเดินทาง หรือแม้แต่สถานะและการปฏิบัติต่อกัน ล้วนแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
สิ่งเดียวที่ทำให้เย่อู๋เฉินรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยก็คือ ความเร็วในการฝึกตนของเขาลดลง
พลังกฎเกณฑ์แห่งอัสนีในรัศมีหลายร้อยลี้ ถูกเขาดูดซับจนเกลี้ยงไปนานแล้ว หากต้องการฝึกตนอย่างรวดเร็วต่อไป คงต้องออกไปนอกเมืองเป่ยหยวนเท่านั้น
ทว่าเขามีอายุเพียงสามขวบเศษเท่านั้น ถูกคนในตระกูลเย่เฝ้าดูแลประดุจไข่ในหิน แทบไม่มีโอกาสได้ออกไปข้างนอกเลย
วันหนึ่ง เย่อู๋เฉินกำลังฝึกกระบี่อยู่ในลานของเรือนอู๋ถง
"น้องพี่ น้องพี่ รีบตามข้ามาเร็ว พวกเราจะไปดูคนสวยกัน!" จู่ๆ เย่อิงสยงก็พุ่งพรวดเข้ามา คว้าตัวเย่อู๋เฉินและกำลังจะพาเขาไปที่อื่น
"ข้าเพิ่งจะสามขวบ จะไปดูผู้หญิงสวยๆ ทำไมกัน?" เย่อู๋เฉินทำหน้างง
เย่อิงสยงยิ้มอย่างมีเลศนัย "สามขวบแล้วมันเกี่ยวอะไรเล่า พวกเราลูกผู้ชายอกสามศอก จะหาเมียก็ต้องหาแต่เนิ่นๆ สิ แถมคนสวยในครั้งนี้ยังเป็นถึงหนึ่งในสี่หญิงงามแห่งชิงโจว สวยหยาดเยิ้มไปเลยล่ะ!"
"หนึ่งในสี่หญิงงามแห่งชิงโจว?" เย่อู๋เฉินถามด้วยความงุนงง "ถ้าสวยขนาดนั้นจริงๆ คงถูกพวกราชวงศ์หรือตระกูลอ๋องหมายตาไปตั้งนานแล้ว จะมาทำอะไรที่เมืองเป่ยหยวนเล็กๆ แห่งนี้เล่า?"
"เฮ้อ ต้องบอกว่าหญิงงามผู้นี้ชะตาอาภัพนัก!" เย่อิงสยงอธิบาย "ซูฉิงอวี่ถูกฆ่าล้างตระกูลตั้งแต่ยังเด็ก แต่นางมีพรสวรรค์ด้านการปรุงยาที่สูงส่งยิ่งนัก จึงถูกปรมาจารย์แห่งวงการปรุงยาอย่างเป่ยมู่รับเป็นศิษย์สายตรง อายุเพียงยี่สิบสามปี กลับบรรลุถึงระดับนักปรุงยาระดับห้าแล้ว!"
"นักปรุงยาระดับห้าในวัยยี่สิบสามปี?" เย่อู๋เฉินแอบแปลกใจ พรสวรรค์ด้านการปรุงยาระดับนี้ นับว่าเป็นอัจฉริยะโดยแท้
"ใช่แล้ว พวกราชวงศ์และตระกูลอ๋องใหญ่ๆ ต่างก็เคยส่งคำเชิญทาบทามให้ซูฉิงอวี่กันทั้งนั้น แต่กลับถูกปฏิเสธไปเสียหมด!"
"นั่นก็เพราะซูฉิงอวี่ติดพิษร้ายแรง แม้แต่นักปรุงยาในตำนานอย่างเป่ยมู่ก็ไม่อาจยื้อชีวิตเอาไว้ได้ ชาตินี้นางคงอยู่ไม่ถึงสามสิบปี เหลืออายุขัยเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น"
เย่อู๋เฉินกล่าวขึ้นว่า "ถึงแม้จะเหลือนักปรุงยาระดับห้าที่มีอายุขัยเพียงไม่กี่ปี ก็ยังเป็นที่หมายปองของตระกูลใหญ่ต่างๆ ที่ต่างแย่งชิงตัวกันอยู่ดีไม่ใช่หรือ?"
เย่อิงสยงพยักหน้า "พูดถูกแล้ว แต่ซูฉิงอวี่เพียงแค่อยากกลับมายังเมืองเป่ยหยวนซึ่งเป็นบ้านเกิดของนาง เพื่อรับศิษย์ที่เฉลียวฉลาดสักคน และถ่ายทอดวิชาความรู้ทั้งหมดที่มีให้ ตอนนี้ตระกูลใหญ่ๆ ในเมืองเป่ยหยวนต่างก็แทบคลั่ง พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อดึงตัวซูฉิงอวี่มาให้ได้"
"หมายความว่า หากซูฉิงอวี่รับศิษย์จากตระกูลไหนเป็นลูกศิษย์ นางก็จะเข้าร่วมกับตระกูลของศิษย์คนนั้นงั้นหรือ?"
"ถูกต้อง เป็นแบบนั้นแหละ หากข้าสามารถเป็นศิษย์ของแม่นางซูได้ ตระกูลเย่ของข้าคงจะเจริญรุ่งเรืองครั้งใหญ่เลยทีเดียว! นักปรุงยาระดับห้าเชียวนะ มากพอที่จะพลิกชะตากรรมของตระกูลหนึ่งได้เลย"
เย่อิงสยงตื่นเต้นจนถูมือไปมา แต่แล้วสีหน้าก็หม่นหมองลง "น่าเสียดายที่ลูกหลานตระกูลเย่ของข้าไม่มีใครมีพรสวรรค์ด้านการปรุงยาเลย ต่อให้ข้าไปร่วมวงด้วย ก็คงไม่ถูกตาพี่สาวซูอย่างแน่นอน"
"เรื่องนั้นก็ไม่แน่หรอกนะ" เย่อู๋เฉินลูบปลายคาง แววตาเจ้าเล่ห์วาบผ่านดวงตา
หากสามารถหลอกล่อให้ซูฉิงอวี่ผู้นี้เข้าร่วมกับตระกูลเย่ได้ ก็จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตระกูลเย่ได้อย่างมหาศาล
"ไป พวกเราไปดูลาดเลากันเถอะ!" เย่อู๋เฉินตัดสินใจจะไปพบแม่นางซูผู้นี้เสียหน่อย
เมืองเป่ยหยวน หอชุมนุมเซียน
วันนี้ หอชุมนุมเซียนทั้งหอถูกซูฉิงอวี่เหมารอบไว้หมดแล้ว
ผู้ฝึกตนจากตระกูลต่างๆ ล้วนพาลูกหลานที่เฉลียวฉลาดมาเพื่อลองเสี่ยงโชค
เย่หลิวลีพาเย่อู๋เฉินและเย่อิงสยงมา เมื่อแสดงป้ายประจำตระกูลเย่แล้ว ก็สามารถเข้าไปในหอชุมนุมเซียนได้อย่างราบรื่น
ในตอนนี้ ภายในหอชุมนุมเซียนเนืองแน่นไปด้วยผู้คน แต่กลับไร้เงาของซูฉิงอวี่
ทว่า ไม่นานเย่อู๋เฉินก็สังเกตเห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาสี่คน!
เห็นฮูหยินเฒ่าแห่งตระกูลเจียง โจวลี่ถิง เจียงเหวินคัง และเจียงมู่เหยี่ยยืนอยู่ไม่ไกล
เมื่อเจียงเหวินคังเห็นเย่หลิวลีปรากฏตัว สายตาของเขาก็ซับซ้อนขึ้นมา เขาก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด ไม่กล้าสบตากับนาง
ส่วนโจวลี่ถิงกลับแสดงออกในรูปแบบที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นางเชิดหน้าขึ้นสูง มองไปที่เย่หลิวลีแล้วพูดว่า "น้องหลิวลี ช่างบังเอิญเสียจริง นึกไม่ถึงเลยว่าวันนี้เจ้าก็จะมาร่วมดูความสนุกที่หอชุมนุมเซียนแห่งนี้ด้วย!"
เย่อู๋เฉินขมวดคิ้ว "ท่านแม่ ไม่ต้องไปสนใจผู้หญิงใจร้ายคนนี้หรอก"
"อืม" เย่หลิวลียิ้มพยักหน้า
ทว่าโจวลี่ถิงกลับไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด นางเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจว่า "น้องหลิวลี แม้เจ้าจะแค่มาดูความสนุก แต่ที่วันนี้ข้าพามู่เอ๋อร์มา ก็เพื่อจะมากราบอาจารย์นะ!"
ในชั่วพริบตา สายตาของผู้คนรอบข้างก็หันมาจับจ้องทันที
"นั่นเจียงมู่เหยี่ยไม่ใช่หรือ?"
"หลานชายกิเลนแห่งจวนโหวเจิ้นเป่ย แม้แต่เขาก็มาด้วยหรือนี่!"
"สวรรค์ นี่คืออัจฉริยะปีศาจผู้มีรากวิญญาณระดับเจ็ดแต่กำเนิดเลยนะ ถ้าเขามาร่วมแข่งขันด้วย พวกเราคงไม่มีโอกาสแล้วล่ะ"
"ดูเหมือนว่าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเราแล้ว แม่นางซูฉิงอวี่คงจะได้เข้าร่วมกับจวนโหวเจิ้นเป่ยเป็นแน่!"
ภายในหอชุมนุมเซียน ผู้คนเริ่มซุบซิบนินทากัน
ทุกคนต่างคิดว่าเจียงมู่เหยี่ยจะเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดในวันนี้!
อย่างไรเสีย เขาก็มีรากวิญญาณระดับเจ็ดเป็นเครื่องยืนยัน พรสวรรค์ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ขอเพียงวันนี้เจียงมู่เหยี่ยแสดงความสามารถได้ตามปกติ ย่อมต้องเป็นที่ถูกตาต้องใจของซูฉิงอวี่ และถูกรับเป็นศิษย์อย่างแน่นอน
โจวลี่ถิงได้ยินเสียงเยินยอจากรอบข้าง ความภาคภูมิใจก็มิอาจปิดบังได้อีกต่อไป นางพูดอย่างไม่อ้อมค้อมว่า "ช่างลำบากให้ทุกท่านต้องมาเสียเที่ยวแล้วจริงๆ การที่แม่นางซูเข้าร่วมกับจวนโหวเจิ้นเป่ย ถือเป็นการตัดสินใจที่ฉลาดหลักแหลมที่สุด!"
"หึ เรื่องรับศิษย์ยังไม่ทันจะตัดสินเลย โจวลี่ถิง เจ้าจะดีใจเร็วเกินไปหน่อยกระมัง!"
ทันใดนั้น เย่หรงเฟิ่งก็ปรากฏตัวขึ้น
รวมถึงเย่เจี้ยนหมิงและเย่เทียนอวี่ก็มาด้วย พวกเขาพาลูกหลานเยาวชนของตระกูลเย่มาอีกสองสามคน
จุดประสงค์ที่พวกเขามาที่นี่ ก็ย่อมต้องเป็นเรื่องการรับศิษย์ของซูฉิงอวี่เช่นกัน
แม้ว่าในหมู่ลูกหลานเยาวชนของตระกูลเย่จะไม่มีใครมีพรสวรรค์ด้านการปรุงยาที่โดดเด่นเลย แต่ก็ถือว่าลองสู้ตายดูสักตั้ง เผื่อจะโชคดีบ้าง
โจวลี่ถิงทำเสียงขึ้นจมูกด้วยความเหยียดหยาม "ก็แค่ลูกหลานตระกูลเย่ของพวกเจ้าเพียงไม่กี่คน หน้าตาก็ไม่ได้เรื่อง จะเอาอะไรมาเทียบกับมู่เอ๋อร์ของข้าได้? ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ไม่ต่างอะไรกับตั๊กแตนขวางรถหรอก!"
(จบแล้ว)