เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 คำขู่

บทที่ 30 คำขู่

บทที่ 30 คำขู่


บทที่ 30 คำขู่

หลินกวงสยงยังคงนิ่งเงียบ เห็นได้ชัดว่าเขาเห็นด้วยกับนาง

ทว่ามู่หรงชิงเหยียนกลับไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ด้วยทักษะของนางในตอนนี้ แม้จะยังไม่ใช่คู่มือของหลินกวงสยง แต่นางก็สามารถหลบหนีเอาตัวรอดได้ ต่อให้นางจะสิ้นไร้หนทางจริงๆ นางก็ยังมีเสี่ยวไป๋อยู่ทั้งตัว ขนาดมู่หรงสยง เสี่ยวไป๋ยังไม่เห็นอยู่ในสายตา แล้วจะนับประสาอะไรกับแค่หลินกวงสยงเล่า?

ยิ่งไปกว่านั้น นางยังมั่นใจเต็มเปี่ยม วันนี้ไม่เพียงแต่หลินกวงสยงจะไม่อาจแตะต้องตัวนางได้แม้แต่ปลายก้อย แต่นางจะยังทำให้เขาต้องคายทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยฮุบของนางไปตลอดหลายปีที่ผ่านมาออกมาให้หมดสิ้น

"อย่างนั้นหรือ?" ริมฝีปากของมู่หรงชิงเหยียนโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา "หากเป็นเมื่อก่อน ต่อให้ข้าหายตัวไปในตระกูลมู่หรง ก็คงไม่มีผู้ใดใส่ใจอย่างแท้จริง ทว่าในยามนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาอันเปราะบาง หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับข้า เกรงว่าท่านผู้นำตระกูลคงจะต้องสืบสวนเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นแน่!"

"ตระกูลหนานกงเพิ่งจะถอนหมั้นไปหมาดๆ หากข้ามาเป็นอันตรายไปในเวลานี้ ชื่อเสียงของตระกูลมู่หรงย่อมต้องเสื่อมเสียอย่างใหญ่หลวงหาใดเปรียบ ลองบอกข้ามาสิ ถึงเวลานั้น ท่านผู้นำตระกูลจะยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้หรือ?"

สิ้นคำกล่าว มู่หรงชิงเหยียนก็ปรายตามองหลินกวงสยงด้วยรอยยิ้มมุมปาก วาจาของนางหาใช่คำกล่าวเลื่อนลอย แต่มันคือความจริงแท้แน่นอน หากนางต้องประสบเคราะห์ร้ายทันทีหลังจากที่ตระกูลหนานกงมาขอถอนหมั้น ตระกูลมู่หรงย่อมต้องถูกคนนอกตราหน้าว่าเป็นพวกใจแคบไร้ความปรานีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หลังจากได้ฟังถ้อยคำของมู่หรงชิงเหยียน ประกายแสงที่ไม่อาจคาดเดาความหมายก็พาดผ่านนัยน์ตาของหลินกวงสยง เห็นได้ชัดว่าเขาเก็บเอาคำพูดของนางไปคิดทบทวนแล้ว

"ในเมื่อเรื่องราวในวันนี้หลินเวยเวยเป็นฝ่ายผิดก่อน ชายชราผู้นี้ก็ไม่มีสิ่งใดจะกล่าวอีก" หลินกวงสยงที่กระจ่างแจ้งในสถานการณ์แล้ว ทำได้เพียงยอมถอยให้ก้าวหนึ่ง "ต้องขออภัยที่มารบกวนคุณหนู"

เอ่ยจบ เขาก็ทำท่าจะลากตัวหลินเวยเวยออกไป

"ท่านปู่ เหตุใดท่านถึงยอมจากไปเช่นนี้เล่าเจ้าคะ?" เมื่อเห็นว่าหลินกวงสยงกำลังจะจากไป หลินเวยเวยก็ไม่อาจทนเก็บความสงสัยไว้ได้ "ท่านบอกเองไม่ใช่หรือว่าจะมาทวงความยุติธรรมให้ข้า?"

"เวยเวย กลับไปแล้วค่อยคุยเรื่องนี้กัน"

ใบหน้าของหลินกวงสยงเคร่งขรึมลงขณะที่เขาพยายามดึงตัวหลินเวยเวยออกไป ทว่าน่าเสียดายที่พวกเขายังเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงของมู่หรงชิงเหยียนก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน

"พ่อบ้านหลินช่างไปมาหาสู่ได้อย่างอิสระเสรีตามใจชอบเสียจริง! หากเป็นผู้ที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง คงคิดว่าท่านคือเจ้านายของที่นี่ไปแล้วกระมัง! ดูท่าอีกไม่นาน ตระกูลมู่หรงก็คงจะต้องเปลี่ยนไปใช้แซ่หลินแล้วกระมัง"

คิดจะไปงั้นหรือ เกรงว่ามันคงจะไม่ง่ายดายถึงเพียงนั้น

"คุณหนู อย่าได้คืบจะเอาศอกให้มันมากนัก" เมื่อได้ยินวาจาเชือดเฉือนของมู่หรงชิงเหยียน หลินกวงสยงย่อมไม่อาจเดินจากไปเฉยๆ ได้ มิฉะนั้น หากถ้อยคำเหล่านี้ลอยไปเข้าหูท่านผู้นำตระกูล เขาคงไม่อาจหลุดพ้นจากความผิดได้จริงๆ

"ข้าก็แค่พูดไปตามความจริง" มู่หรงชิงเหยียนยักไหล่พลางกล่าวอย่างไม่หยี่ระ "เพียงแต่ว่า หากถ้อยคำเหล่านี้เผลอแพร่งพรายออกไป มันก็ไม่เกี่ยวอันใดกับข้าก็แล้วกัน"

"เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่?" หลินกวงสยงกัดฟันกรอด จ้องมองมู่หรงชิงเหยียนที่มีท่าทีสงบเยือกเย็น

ใจจริงเขาก็อยากจะหันหลังเดินจากไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่เขาไม่อาจนำตัวเองไปเสี่ยงได้ วันนี้เขาคงไม่อาจจัดการกับมู่หรงชิงเหยียนได้อย่างแน่นอน ในช่วงเวลาอันละเอียดอ่อนเช่นนี้ หากเกิดอันใดขึ้นกับนาง ท่านผู้นำตระกูลจะต้องสืบสาวราวเรื่องอย่างถึงที่สุดเป็นแน่

เป็นดั่งที่มู่หรงชิงเหยียนเพิ่งกล่าวไป ต่อให้นางจะเป็นเพียงเศษสวะ ทว่านางก็ยังคงใช้แซ่มู่หรง ท่านผู้นำตระกูลอาจจะหลับตาข้างหนึ่งปล่อยให้พวกเขาทำอะไรก็ได้ในที่ลับ ทว่าเรื่องราวเหล่านี้จะให้คนนอกล่วงรู้ไม่ได้เด็ดขาด

ดูจากท่าทีของมู่หรงชิงเหยียนในยามนี้ ดูเหมือนว่านางตั้งใจจะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ หากเรื่องราวบานปลายใหญ่โตขึ้นมาจริงๆ มู่หรงชิงเหยียนย่อมไม่สูญเสียอันใด แต่เขาซึ่งเป็นเพียงพ่อบ้าน คงจะต้องพบจุดจบเป็นแน่

จบบทที่ บทที่ 30 คำขู่

คัดลอกลิงก์แล้ว