- หน้าแรก
- ข้ามภพมาเป็นยอดหมอ
- บทที่ 19 การบำเพ็ญเพียร
บทที่ 19 การบำเพ็ญเพียร
บทที่ 19 การบำเพ็ญเพียร
บทที่ 19 การบำเพ็ญเพียร
ภายในถ้ำ สตรีในชุดแดงผู้มีปานแดงบดบังใบหน้าไปซีกหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนโขดหิน นางดวงตาหลับสนิท สายธารแห่งพลังวิญญาณหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของนางอย่างต่อเนื่อง
ห่างจากสตรีผู้นั้นไปไม่ไกล ก้อนขนสีขาวฟูฟ่องปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบและนิ่งขึง ทว่าดวงตากลมโตดำขลับของมันกลับจดจ้องไปยังสตรีผู้นั้นตาไม่กะพริบ
"วูบ—"
มู่หรงชิงเหยียนลืมตาขึ้นอีกครั้ง หลังจากเปลี่ยนละอองพลังวิญญาณสายสุดท้ายที่ดูดซับมาให้กลายเป็นพลังเสวียน นัยน์ตาสีเข้มของนางดุจดั่งดวงดาวในยามราตรี ทอประกายสว่างไสวไปทั่วทั้งถ้ำ
"นายหญิง ท่านตื่นแล้ว" เมื่อเห็นมู่หรงชิงเหยียนลืมตาขึ้น เสี่ยวไป๋ก็ดูตื่นเต้นดีใจเป็นพิเศษ แต่จะโทษมันก็คงไม่ได้ นับตั้งแต่มาถึงภูเขาด้านหลัง มู่หรงชิงเหยียนก็เอาแต่บำเพ็ญเพียร และเพื่อความปลอดภัย มันจึงรับหน้าที่เป็นผู้คุ้มกันให้
ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา มันไม่มีใครให้พูดคุยด้วยเลย ในอดีต ต่อให้เวลาผ่านไปนับพันปี มันก็รู้สึกราวกับเป็นเพียงชั่วพริบตาเดียว ทว่าหลังจากยอมรับผู้เป็นนาย มันกลับรู้สึกว่าหากไม่มีนางอยู่ด้วย เพียงหนึ่งวันก็ยาวนานราวกับหนึ่งปี!
เสี่ยวไป๋มองดูระดับการฝึกตนในปัจจุบันของมู่หรงชิงเหยียนแล้วก็ต้องประหลาดใจระคนยินดี "นายหญิง ท่านยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว! เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเดือน ท่านก็บรรลุถึงระดับสร้างรากฐานระดับปลายแล้ว ตอนนี้ท่านห่างจากระดับรู้แจ้งเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น"
โดยปกติแล้ว คนทั่วไปต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองปีในการทะลวงจากระดับสร้างรากฐานระดับต้นไปสู่ระดับกลาง และจากระดับกลางไปสู่ระดับปลาย ยิ่งต้องใช้เวลาเนิ่นนานกว่านั้นมาก ต่อให้หนานกงเยี่ยจะเป็นอัจฉริยะ เขาก็คงต้องใช้เวลาหลายปีในการข้ามจากระดับสร้างรากฐานไปสู่ระดับรู้แจ้ง!
ทว่าตอนนี้นายหญิงกลับก้าวกระโดดจากระดับต้นมาสู่ระดับปลายได้ในเวลาเพียงครึ่งเดือนเศษ ซ้ำยังห่างจากระดับรู้แจ้งเพียงแค่คืบ ความเร็วระดับนี้จะไม่ให้ตกตะลึงได้อย่างไร!
"เดิมทีข้าคิดว่าจะสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับรู้แจ้งได้ในรวดเดียวเสียอีก" มู่หรงชิงเหยียนไม่ได้เหลิงไปกับความสำเร็จในปัจจุบัน นางเอ่ยอย่างใจเย็น น้ำเสียงแฝงความเสียดายอยู่เล็กน้อย "ข้ารู้สึกเหมือนอยู่ห่างจากระดับรู้แจ้งเพียงแค่ก้าวเดียว แต่กลับเอื้อมไม่ถึง เกรงว่าข้าคงต้องอาศัยวาสนาบางอย่างเพื่อที่จะทำสำเร็จ"
แม้จะรู้สึกเสียดาย แต่นางก็ไม่คิดจะฝืน ต้องเข้าใจว่าการบำเพ็ญเพียรนั้นเป็นสิ่งที่เร่งรัดไม่ได้เด็ดขาด มิเช่นนั้น หากไม่ระวังจนเกิดมารในใจขึ้นมา เรื่องราวคงเลวร้ายแน่
"นายหญิง แม้ว่าท่านจะเก่งกาจมากแล้ว แต่หนานกงเยี่ยผู้นั้นอยู่ถึงระดับรู้แจ้งระดับกลางเชียวนะ!" เสี่ยวไป๋กัดนิ้วตัวเองด้วยความกังวลใจเล็กน้อย "งานชุมนุมประจำตระกูลใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว แต่นายหญิงยังตามหลังเขาอยู่ถึงสองระดับ ข้ากังวลว่า—"
"เรื่องยังไม่ทันจะเริ่ม เจ้าก็กังวลเสียแล้ว" เมื่อเทียบกับความกังวลของเสี่ยวไป๋ มู่หรงชิงเหยียนกลับดูผ่อนคลาย "ยังไม่รู้เลยว่าใครจะเป็นผู้ชนะ!"
"ถ้าน้อยนั้นนายหญิง เราจะทำอย่างไรต่อไปดี?"
เมื่อเห็นมู่หรงชิงเหยียนไม่เดือดเนื้อร้อนใจ เสี่ยวไป๋ก็รู้สึกผ่อนคลายลงตามไปด้วย อย่างมากที่สุด หากนายหญิงเอาชนะไม่ได้ มันก็จะลงมือด้วยตัวเอง ไม่ว่าอย่างไร มันก็จะทุบตีหนานกงเยี่ยผู้นั้นให้หมอบกระแตไปเลย
"ต่อไป พวกเราออกไปฝึกฝนข้างนอกกันเถอะ!" ประกายแสงบางอย่างพาดผ่านดวงตาของมู่หรงชิงเหยียน "การฝึกฝนพลังวิญญาณมาถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ฝืนทำต่อไปก็ไร้ผล ตอนนี้ถึงเวลาฝึกฝนความแข็งแกร่งทางร่างกายแล้ว"