- หน้าแรก
- ปฐมบทมหาสงครามข้ามมิติ ทะลุโลกซูเปอร์ฮีโร่
- บทที่ 34 - การผจญภัยสุดพิศวงของโทนี่ สตาร์ค (4): โปรเจกต์มาร์ควัน
บทที่ 34 - การผจญภัยสุดพิศวงของโทนี่ สตาร์ค (4): โปรเจกต์มาร์ควัน
บทที่ 34 - การผจญภัยสุดพิศวงของโทนี่ สตาร์ค (4): โปรเจกต์มาร์ควัน
บทที่ 34 - การผจญภัยสุดพิศวงของโทนี่ สตาร์ค (4): โปรเจกต์มาร์ควัน
และหลังจากที่ยินเซนทายาให้โทนี่เสร็จ เวลาอันรวดเร็วก็ล่วงเลยผ่านไป ราตรีได้มาเยือนในพริบตา
ตอนนี้ภายในถ้ำทั้งเปียกชื้นและหนาวเหน็บ ความแตกต่างของอุณหภูมิที่รุนแรงระหว่างกลางวันและกลางคืนในทะเลทราย ทำให้โทนี่และยินเซนต้องทนทุกข์ทรมานไม่น้อย โดยเฉพาะโทนี่ที่เพิ่งจะโดนซ้อมมาหมาดๆ เมื่อตอนกลางวัน
เพื่อขับไล่ความหนาวเย็นที่แทงทะลุถึงกระดูกในยามค่ำคืนของทะเลทราย โทนี่และยินเซนจำต้องก่อกองไฟขึ้นมา
ทั้งสองคนนั่งเผชิญหน้ากัน ในมือถือแก้วน้ำชาสีขุ่น พวกเขาพยายามอย่างยากลำบากในการตามหาความอบอุ่นและแสงสว่างอันน้อยนิดท่ามกลางค่ำคืนอันหนาวเหน็บ
"ทหารของกองทัพอเมริกาจะต้องกำลังตามหาคุณอยู่แน่ๆ เพียงแต่พวกเขาคงจะตามหาที่นี่เจอได้ยาก ตอนนี้ถ้าอยากจะให้พวกเขาหาคุณเจอ ก็คงต้องพึ่งโชคชะตาฟ้าลิขิตแล้วล่ะ"
ยินเซนถือแก้วน้ำชาสีขุ่นไว้ในมือ จ้องมองโทนี่ที่อยู่ตรงหน้าและเอ่ยปากพูดขึ้น
ทว่าในเวลานี้โทนี่กลับไม่ได้สนใจเขาเลย ดวงตาของเขาเอาแต่จ้องมองเปลวไฟที่อยู่ตรงหน้า ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่ในนั้น
เห็นได้ชัดว่าเรื่องราวที่เขาได้เห็นนอกถ้ำเมื่อตอนกลางวัน ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจและละอายใจเป็นอย่างมาก อาวุธที่บริษัทของเขาเป็นคนคิดค้นขึ้นมาตกไปอยู่ในมือของผู้ก่อการร้ายพวกนี้ และถูกนำไปใช้เข่นฆ่าพลเรือนผู้บริสุทธิ์
ยินเซนมองดูโทนี่ที่แววตาเหม่อลอยและเอาแต่นิ่งเงียบ เมื่อนึกถึงอุดมการณ์และประสบการณ์ของตัวเอง เขาก็ตัดสินใจที่จะทำอะไรบางอย่าง
เขาแก่เกินไปแล้ว แต่โทนี่ยังหนุ่มแน่น เขายังสามารถทำอะไรได้อีกตั้งมากมาย เขาอาจจะสามารถสอนอะไรบางอย่างให้กับโทนี่ได้ เหมือนกับที่เขาเคยสอนเหล่านักเรียนที่ยอมกลับบ้านเกิดมาพร้อมกับเขาในอดีต
ยินเซนเดินไปนั่งยองๆ อยู่ไม่ไกลจากโทนี่เพื่อขัดจังหวะการนั่งจ้องกองไฟของโทนี่ ดวงตาทั้งสองข้างของเขาจ้องเขม็งไปที่โทนี่ก่อนจะพูดขึ้น
"โทนี่ ฟังนะ สิ่งที่คุณเห็นก่อนหน้านี้ ทั้งหมดมันคือผลงานชิ้นเอกของคุณ ผลการวิจัยทั้งหมดของคุณตกไปอยู่ในมือของเพชฌฆาตพวกนั้น คุณตั้งใจจะนั่งรอความตายอยู่ที่นี่จริงๆ งั้นเหรอ คุณไม่อยากจะทำอะไรสักหน่อยเหรอ คุณยอมแพ้แค่นี้จริงๆ น่ะเหรอ"
"ผมจะทำไปเพื่ออะไรล่ะ ยังไงพวกมันก็ต้องฆ่าผมอยู่ดี แถมยังจะต้องฆ่าคุณด้วย พวกเราอยู่ได้อีกไม่นานหรอก มันก็แค่เรื่องของเวลาว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้นแหละ"
น้ำเสียงของโทนี่ในตอนนี้ไม่มีความทะนงตัวเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไปแล้ว โทนี่ สตาร์คเพลย์บอยผู้รักอิสระและไม่แคร์โลกคนนั้นได้ตายไปแล้ว
ดังคำกล่าวที่ว่า หงส์ที่โดนถอนขนยังสู้ไก่ไม่ได้เลย
โทนี่ สตาร์คในตอนนี้มีเพียงความสิ้นหวังจางๆ แผ่ซ่านออกมา สิ่งที่เขาได้เห็นและได้ยินนอกถ้ำก่อนหน้านี้สร้างความตกตะลึงให้เขามากเกินไป
และมันก็ทำให้เขาเข้าใจแล้วว่าตัวเองได้ทำเรื่องบัดซบอะไรลงไปบ้าง มีผู้คนกี่คนที่ต้องบ้านแตกสาแหรกขาดเพราะอาวุธของเขา
ความกดดันที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นสึนามิทำให้โทนี่แทบหายใจไม่ออก มันทำให้เขารู้สึกสิ้นหวัง จุดประสงค์เดิมในการสร้างอาวุธของเขามันช่างสวนทางกับความโหดร้ายของความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร โทนี่ในจักรวาลมาร์เวลแห่งนี้ถึงได้อัปเกรดความรุนแรงของขีปนาวุธเจริโคด้วยมือของเขาเองเพราะเหตุการณ์ของโจ๊กเกอร์
และโทนี่ที่เพิ่งจะเหลิงในความสำเร็จของตัวเองไปเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อนึกถึงพฤติกรรมอันน่าขันของตัวเอง โทนี่ก็เกิดอาการซึมเศร้าขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เพียะ!!!
เสียงฝ่ามือกระทบหน้าโทนี่ดังก้อง ยินเซนจ้องมองเขาด้วยความโกรธจัด ยินเซนในตอนนี้เปรียบเสมือนกระทิงเปลี่ยวที่กำลังเดือดดาล ใบหน้าของเขาแดงก่ำไปด้วยความโกรธ
เมื่อยินเซนนึกถึงบ้านเกิดและครอบครัวของตัวเอง แล้วหันมาเห็นสภาพของโทนี่ในตอนนี้ เขาก็รู้สึกโกรธขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรออกมา?"
โทนี่เอามือกุมหน้าตัวเองด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ นอกจากพ่อของเขาแล้วก็ไม่เคยมีใครกล้าตบหน้าเขามาก่อนเลย
"คุณอยากจะฟังเรื่องราวของผมไหมล่ะ!!!!!!"
"ครอบครัวของผม บ้านเกิดของผม และก็อุดมการณ์อันยาวนานแต่แสนโง่เขลาของผมไง!!!"
จากนั้นยินเซนก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เขาได้ทำมาในช่วงครึ่งชีวิตแรกให้โทนี่ฟัง และบทสนทนาในค่ำคืนนี้นี่แหละที่ทำให้โทนี่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน และมันก็กลายเป็นจุดกำเนิดของไอรอนแมน
····················································
วันต่อมาหลังจากที่โทนี่ตื่นขึ้น เขาก็บอกกับยินเซนว่าเขาต้องการพบหัวหน้าคนนั้น
"คุณจะไปหาพวกมันทำไม พวกมันไม่ใช่คนมีอารยธรรมหรอกนะ"
"แน่นอนว่าเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของพวกเราไง บางทีเราอาจจะต้องการของชิ้นใหญ่สักชิ้นเพื่อช่วยให้เราหนีออกไปได้ แต่ผมต้องการวัตถุดิบจากพวกผู้ก่อการร้าย ถึงจะสร้างของชิ้นใหญ่แบบนั้นออกมาได้"
ยินเซนเข้าใจความหมายของเขาทันที เขามองไปยังโทนี่ที่มีสีหน้าและท่าทางเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงในชั่วข้ามคืนก่อนจะพูดขึ้น
"ดูเหมือนคุณจะมีแผนแล้วสินะ เดี๋ยวผมจะไปเรียกพวกมันมาให้"
และเมื่อเรียกหัวหน้าเคราครึ้มมา โทนี่ก็ให้ยินเซนบอกกับเขาว่า เขายินดีที่จะช่วยสร้างขีปนาวุธเจริโคให้
เพียงแต่โทนี่ต้องการอาวุธและวัตถุดิบต่างๆ เมื่อได้ยินการยอมจำนนของโทนี่ หัวหน้าเคราครึ้มก็ตกลงอย่างยินดี และมอบเสบียงรวมถึงอุปกรณ์สำหรับสร้างอาวุธจำนวนมากให้กับโทนี่และยินเซน
และหลังจากได้วัตถุดิบที่สามารถนำไปสร้างอาวุธลับมาแล้ว โทนี่และยินเซนก็เริ่มลงมือทันที ยินเซนที่อยู่หน้าโต๊ะทำงานกำลังใช้คีมคีบอะไรบางอย่างอยู่
"ยินเซน ระวังหน่อย อย่าขยับมือเร็วเกินไป ต้องรู้ไว้นะว่าแร่พัลลาเดียมที่อยู่ในอาวุธพวกนี้มีอยู่แค่นี้เท่านั้น เพราะงั้นเรามีโอกาสแค่ครั้งเดียว"
ในวินาทีนี้สีหน้าของโทนี่ดูจริงจังมาก เขาหิ้วแบตเตอรี่รถยนต์ที่ห้อยอยู่ตรงหน้าอก พลางจ้องมองยินเซนที่กำลังใช้คีมคีบบีกเกอร์เหล็กที่ถูกเผาจนแดงฉาน เพื่อสกัดแร่พัลลาเดียมและเติมลงไปในอุปกรณ์ที่เขาออกแบบไว้อย่างไม่วางตา
"วางใจเถอะ มือผมนิ่งมาก บาดแผลที่หน้าอกของคุณผมก็เป็นคนจัดการเอง ฝีมือการแพทย์ของผมถือว่าติดอันดับต้นๆ ของโลกเลยนะ"
ถึงแม้ด็อกเตอร์ยินเซนจะขยับมืออย่างรวดเร็ว แต่เขาก็ยังคงรักษาสมดุลของบีกเกอร์เหล็กเอาไว้ได้อย่างมั่นคง
ด็อกเตอร์ยินเซนเทของเหลวพัลลาเดียมที่หลอมละลายในบีกเกอร์เหล็กจิ๋วลงในภาชนะ ยินเซนผู้มีอาชีพเป็นหมอจัดการกับขั้นตอนต่อไปอย่างใจเย็น
และเมื่อโทนี่เห็นว่ายินเซนสกัดพัลลาเดียมเหลวได้สำเร็จแล้ว เขาก็ใช้แหนบคีบวงแหวนพัลลาเดียมที่เย็นและแข็งตัวแล้วออกมาอย่างเบามือ จากนั้นโทนี่ก็ใช้แหนบประกอบและฝังวงแหวนโลหะเข้าไปอย่างตั้งใจและมีสมาธิ เขาใช้เครื่องเชื่อมเชื่อมขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้า และเริ่มกระบวนการสร้างเตาปฏิกรณ์อาร์ค
และด้วยขั้นตอนที่ซับซ้อนเหล่านี้ ยินเซนจึงกลายเป็นเพียงผู้ชมไปโดยปริยาย เขามองดูโทนี่จัดการกับขั้นตอนต่างๆ อย่างชำนาญ อยากจะช่วยแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงแค่รอให้โทนี่สร้างมันจนเสร็จ
โทนี่ต่อสายไฟเข้ากับวัตถุครึ่งวงกลมนั้น หลอดไฟบนเตาปฏิกรณ์อาร์คกะพริบถี่ๆ บ่งบอกว่าเตาปฏิกรณ์อาร์คได้สร้างกระแสไฟฟ้าขึ้นมาไม่น้อย เมื่อมองดูวัตถุตรงหน้าที่เปล่งประกายแสงสีฟ้าใสอมเขียวอันน่าหลงใหล
โทนี่ก็รู้ดีว่าขั้นตอนที่ยากที่สุดในแผนการของเขาได้สำเร็จลงแล้ว ตอนนี้เขาสามารถเอาชนะอุปสรรคนี้ไปได้แล้ว
"นี่คือของสิ่งนั้นใช่ไหม เตาปฏิกรณ์อาร์คที่คุณพูดถึงน่ะ?"
เมื่อยินเซนเห็นโทนี่หยุดมือ เขาก็เดินเข้าไปดูผลงานที่หน้าโต๊ะ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าก่อนจะเอ่ยถามโทนี่อย่างระมัดระวัง
"ใช่แล้ว นี่คือเตาปฏิกรณ์อาร์คขนาดจิ๋วที่ผมเล่าให้คุณฟังไง ที่สตาร์คอินดัสตรี้ในอเมริกา ผมก็มีเตาปฏิกรณ์อาร์คขนาดใหญ่อยู่อันหนึ่ง ทั้งบริษัทใช้มันเป็นแหล่งจ่ายไฟเพียงอย่างเดียว เพียงแต่เตาปฏิกรณ์อาร์คอันนี้ถูกผมย่อส่วนลงมา แต่การจ่ายพลังงานไม่ได้น้อยลงเลย"
"พอมีเตาปฏิกรณ์อาร์คอันนี้แล้ว ผมก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเศษขีปนาวุธที่หน้าอกอีกต่อไป มันน่าจะช่วยป้องกันไม่ให้เศษพวกนั้นเข้าไปในหัวใจของผมได้"
"ของชิ้นเล็กๆ แบบนี้จ่ายไฟได้มากแค่ไหนล่ะ กำลังการผลิตไฟฟ้าของมันอยู่ที่เท่าไหร่?"
ยินเซนมองดูของชิ้นเล็กๆ ที่เปล่งแสงสีฟ้าสว่างไสวตรงหน้าและเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น ในฐานะนักฟิสิกส์คนหนึ่ง เขาสนใจของแบบนี้มากจริงๆ
"ถ้าผมคำนวณไม่ผิด มันสามารถผลิตพลังงานได้ถึงสามพันล้านจูลต่อวินาที"
โทนี่มองดูเตาปฏิกรณ์ที่กำลังผลิตพลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องตรงหน้า วินาทีนี้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีใจ ส่วนที่สำคัญที่สุดในแผนการหลบหนีของเขาประสบความสำเร็จแล้วในที่สุด
ยินเซนมองดูเตาปฏิกรณ์ขนาดจิ๋วที่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมหาศาลตรงหน้า ก่อนจะหลุดเสียงอุทานออกมา
"นี่มันสามารถจ่ายพลังงานให้หัวใจของคุณไปได้ถึงห้าสิบชาติเลยนะ มากพอให้หัวใจของคุณใช้ไปได้อีกหลายพันปีเลย"
"ใช่ หรือไม่ก็สามารถจ่ายพลังงานให้กับของชิ้นใหญ่ของพวกเราได้ครึ่งชั่วโมงเหมือนกัน"
โทนี่มองดูแบบร่างที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานคู่กับเตาปฏิกรณ์อาร์ค บนนั้นมีรูปวาดของของชิ้นใหญ่ที่ดูล้ำสมัยและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเครื่องจักรกล
นี่คือแบบร่างของมาร์ควัน โปรเจกต์สร้างมาร์ควันได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
[จบแล้ว]