- หน้าแรก
- ราชันไร้พ่าย แหกคุกทวงแค้น
- บทที่ 19 - บอดี้การ์ดตระกูลถัง
บทที่ 19 - บอดี้การ์ดตระกูลถัง
บทที่ 19 - บอดี้การ์ดตระกูลถัง
บทที่ 19 - บอดี้การ์ดตระกูลถัง
เมื่อเห็นฉู่หลิงเซียวหันหลังเดินกลับไปจริงๆ ถังเจียหาวก็รีบควักโทรศัพท์มือถือออกมากดโทรออกทันที
หลังจากวางสาย เขาก็หันไปพยักหน้าให้เจียงเจินเจินที่อยู่ข้างๆ แล้วกดเสียงต่ำ "คนของตระกูลถังกำลังมา!"
เจียงเจินเจินกุมหัวตัวเอง ร้องไห้สะอึกสะอื้น "เดี๋ยวพอมันมาถึง ฉันจะสั่งให้นังอีตัวสองคนนั่นขนขวดแก้วทั้งหมดที่มีในร้านออกมาให้หมด ฉันจะทุบหัวพวกมันสามคนให้เละเลย!"
ฉู่หลิงเซียวเดินกลับมาที่โต๊ะของเสิ่นหงเสีย เขาส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้สองแม่ลูก "ขอโทษด้วยนะครับครูใหญ่เสิ่น คุณหลิน พอดีเจอคนรู้จัก แล้วมีบัญชีที่ยังเคลียร์กันไม่ลงตัวนิดหน่อย มื้อนี้ผมคงอยู่ทานกับพวกคุณไม่ได้แล้ว ไว้คราวหน้าผมจะ..."
เสิ่นหงเสียยิ้มละมุน โบกมือปฏิเสธ "อาหารก็ยกมาเสิร์ฟหมดแล้ว ต่อให้เธอจะมีธุระอะไร ก็กินด้วยกันให้เสร็จก่อนเถอะ! ไม่เสียเวลาหรอก!"
"พี่หลิงเซียว พี่จะหนีเหรอคะ?" หลินอวี่โหรวกะพริบตาปริบๆ มองเขาด้วยความผิดหวัง
ทำไมสรรพนามถึงเปลี่ยนเป็นพี่หลิงเซียวไปแล้วล่ะ? ฉู่หลิงเซียวมองเธออย่างแปลกใจ ก่อนจะส่ายหน้า "ไม่ได้จะหนีหรอกครับ แค่กลัวจะทำให้พวกคุณเดือดร้อน ก็เลยอยากให้พวกคุณกลับไปก่อนน่ะ!"
ดวงตาของหลินอวี่โหรวเป็นประกายวิบวับขึ้นมาทันที เธอเอ่ยกับฉู่หลิงเซียวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน "พี่หลิงเซียวไม่ต้องห่วงพวกเราหรอกค่ะ กินข้าวกันก่อนเถอะ สั่งมาตั้งเยอะแยะ ไม่กินก็เสียดายแย่!"
เธอช่วยตักน้ำแกงใส่ถ้วยมาวางตรงหน้าเขา แถมยังใช้ตะเกียบคีบกระดูกหมูชิ้นโตใส่ชามให้เขาอีกด้วย
"ผมจัดการเองได้ครับ!" ฉู่หลิงเซียวรีบคว้าตะเกียบขึ้นมา ในใจรู้สึกอึดอัดทะแม่งๆ แค่แกล้งเล่นละครตบตาแม่เธอ ไม่เห็นต้องทุ่มทุนสร้างขนาดนี้เลยนี่นา?
ถังเจียหาวกับเจียงเจินเจินเดินออกไปนอกร้านแล้ว ไม่รู้ว่าแอบไปทำแผลที่โรงพยาบาลหรือเปล่า แต่ฉู่หลิงเซียวก็ไม่ได้ขัดขวางแต่อย่างใด
ในเมื่อกำลังเสริมของอีกฝ่ายยังมาไม่ถึง เรื่องนี้ก็ยังไม่จบหรอก แต่ฉู่หลิงเซียวไม่ได้รีบร้อนอะไร เขารอได้สบายมาก
หลังจากกินข้าวเป็นเพื่อนสองแม่ลูกเสร็จ ฉู่หลิงเซียวก็ตั้งใจจะไปจ่ายเงิน แต่ปรากฏว่าเสิ่นหงเสียแอบไปจ่ายตัดหน้าเขาไปแล้ว
เสิ่นหงเสียโบกมือลาทั้งสองคน "งั้นฉันกลับไปทำงานที่โรงเรียนก่อนนะ เสี่ยวโหรวตอนบ่ายก็ไม่ได้มีธุระอะไร ลูกก็อยู่เดินเที่ยวเป็นเพื่อนเขาก็แล้วกัน จะเที่ยวจนดึกดื่นแค่ไหนก็ไม่เป็นไร ไม่กลับบ้านนอนก็ไม่ว่า แค่โทรมาบอกแม่คำเดียวก็พอ!"
ฉู่หลิงเซียวถึงกับพูดไม่ออก เขาเพิ่งจะอ้าปากปฏิเสธ หลินอวี่โหรวก็รีบชิงพูดหน้าแดงแจ๋ "แม่พูดอะไรเนี่ย! หนูพาพี่หลิงเซียวเดินเที่ยวแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับแล้ว แม่รีบไปทำงานเถอะค่ะ!"
เมื่อเห็นเสิ่นหงเสียเดินออกจากร้านไป หลินอวี่โหรวก็รีบหันมาถามฉู่หลิงเซียวทันที "พี่หลิงเซียว ทำไมพวกนั้นยังไม่มาอีกคะ? หรือว่าพวกนั้นจะไม่กล้ามาแล้ว? น่าเบื่อจัง อุตส่าห์นึกว่าไอ้แซ่ถังนั่นจะแน่สักแค่ไหน ที่แท้ก็เก่งแต่ปาก ดีแต่เห่า แต่พอเอาเข้าจริงก็ปอดแหก ไม่กล้าแม้แต่จะกลับมาแก้แค้น!"
ฉู่หลิงเซียวเบิกตากว้าง มองยัยเด็กผู้หญิงข้างกายด้วยความประหลาดใจ เขารู้สึกว่ายัยนี่ตอนอยู่กับแม่ กับตอนลับหลังแม่นี่มันคนละคนกันชัดๆ!
"ฉู่หลิงเซียว!" เสียงตวาดกร้าวหน้าประตูดังขึ้น เจียงเจินเจินที่เพิ่งออกไปเมื่อกี้เดินกลับเข้ามาแล้ว บนหัวพันผ้าพันแผลไว้ลวกๆ ดูตลกพิลึก
ด้านหลังเธอมีถังเจียหาว และชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัดในชุดกีฬาเดินตามเข้ามาด้วย
"ฉันบอกแล้วไงว่ามันยังอยู่ ฉันให้คนจับตาดูมันอยู่ข้างนอกตลอดนั่นแหละ!" เจียงเจินเจินจ้องหน้าฉู่หลิงเซียวเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น เธอกัดฟันด่า "แกมันสวะสันดานทรามของแท้ หน้าตัวเมียรังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิง! แถมยังกล้าลงไม้ลงมือกับคุณชายสามแห่งตระกูลถังอีก แกไม่รู้หรือไงว่าตระกูลถังมีอิทธิพลคับฟ้าแค่ไหนในจงโจว? คนอย่างแกมีปัญญาไปแหยมกับพวกเขาเหรอ?"
ถังเจียหาวชี้นิ้วมาทางนี้ แล้วหันไปบอกชายในชุดกีฬา "อาจารย์ไช่ มันนั่นแหละครับ!"
ชายวัยกลางคนพยักหน้า เอ่ยเสียงขรึม "คนไม่เกี่ยวข้องถอยออกไป!"
ลูกค้าใหม่บางคนที่เพิ่งเข้ามายังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร พากันชะโงกหน้ามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ชายวัยกลางคนเดินเข้ามา คว้าชามกระเบื้องเคลือบบนโต๊ะข้างๆ ขึ้นมา บีบมันราวกับบีบก้อนดินสอ ขยี้ปลายนิ้วเพียงนิดเดียว เศษกระเบื้องก็ร่วงกราวหลุดคามือ!
คราวนี้ทุกคนเข้าใจสถานการณ์แล้ว ต่างพากันลุกพรวดพราดแตกตื่นตกใจกันสุดขีด
"ไม่ต้องไป!" ฉู่หลิงเซียวลุกขึ้นยืน บอกกับชายวัยกลางคนว่า "ออกไปสู้กันข้างนอก อย่าทำให้ร้านเขาเดือดร้อน!"
ชายวัยกลางคนจ้องเขาตาขวาง "ข้าบอกว่าตรงไหนก็ต้องตรงนั้น เอ็งไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่ง!"
ฉู่หลิงเซียวแสยะยิ้ม ก้าวดาหน้าเข้าไปหามัน เอ่ยเสียงเรียบ "มึงหยุดกูได้ค่อยว่ากัน!"
เจียงเจินเจินที่ยืนอยู่ตรงประตู กระซิบถามถังเจียหาว "เจียหาว ทำไมคุณโทรตามคน ตระกูลถังถึงส่งมาแค่คนเดียวล่ะคะ? พ่อคุณไม่เป็นห่วงคุณเลยเหรอ? ลูกชายโดนตีซะขนาดนี้ แค่ส่งคนมาจัดการส่งเดชแค่นี้เองเหรอ?"
"คุณจะไปรู้อะไร!" ถังเจียหาวหน้าตึง หันไปด่าเจียงเจินเจิน "อาจารย์ไช่เฉียงคือบอดี้การ์ดประจำตัวพ่อผมโว้ย! ทั่วทั้งมณฑลจงโจว จะมีสักกี่คนที่รับมือแกได้เกินสามกระบวนท่า? ยอดฝีมือเขาเน้นคุณภาพไม่เน้นปริมาณ ผู้หญิงโง่ๆ อย่างคุณไม่มีวันเข้าใจหรอก!"
ด้วยความที่เพิ่งโดนซ้อมมาหมาดๆ อารมณ์จึงขุ่นมัวสุดขีด บวกกับคำด่าทอของฉู่หลิงเซียวที่แฉเรื่องเจียงเจินเจินก่อนหน้านี้ ก็เริ่มทำให้เขาสงสัยในตัวเธอ ท่าทีที่เขามีต่อเธอในตอนนี้จึงไม่เหมือนตอนที่คอยเอาอกเอาใจเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
เมื่อสัมผัสได้ถึงความหมางเมินในน้ำเสียงของถังเจียหาว เจียงเจินเจินก็ใจหายวาบ การได้เกาะตระกูลถังแห่งจงโจวคือกลยุทธ์ก้าวต่อไปในการขยายอิทธิพลของตระกูลเจียง เธอจะปล่อยให้เรื่องนี้พังไม่ได้เด็ดขาด!
"ใช่ค่ะ ฉันมันก็แค่ผู้หญิงผมยาวความรู้สั้นคนหนึ่ง!" เจียงเจินเจินแสร้งทำเสียงเศร้า "ฉันก็แค่เห็นแฟนตัวเองโดนแฟนเก่าทำร้าย ทั้งเจ็บใจทั้งสงสาร ก็เลยอยากจะให้คนแห่กันมาเยอะๆ เพื่อรุมกระทืบไอ้สารเลวนั่นให้สาสม ฉันไม่รู้เรื่องหรอกว่ายอดฝีมือเขาเน้นคุณภาพไม่เน้นปริมาณน่ะ! โดนคุณรำคาญใส่ก็สมควรแล้วล่ะค่ะ!"
เมื่อเห็นท่าทางตัดพ้อและน่าเวทนาของเธอ ถังเจียหาวก็ใจอ่อนยวบ เขาแพ้ทางลูกไม้นี้ของเธอจริงๆ
ที่ผ่านมาเขาถูกเธอปั่นหัวมาตลอด ไม่เคยได้แตะเนื้อต้องตัวเธอเลยสักครั้ง ในใจลึกๆ เขาเองก็แอบหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย พอตอนนี้เธอเป็นฝ่ายเอ่ยปากยอมรับสถานะแฟนอย่างเป็นทางการ เขาก็ดีใจจนเนื้อเต้น รู้สึกเหมือนฟ้าหลังฝน ความขุ่นเคืองในใจเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เขาคว้าร่างเธอเข้ามากอดไว้แน่น กระซิบปลอบใจ "คอยดูเถอะ ว่าอาจารย์ไช่จะจัดการไอ้เวรนั่นยังไง! เดี๋ยวพอมันโดนอัดจนหมอบ จะจับมันเป็นหรือตาย ก็ขึ้นอยู่กับคำพูดของเราสองคนแล้ว!"
เมื่อเห็นว่าฉู่หลิงเซียวเดินเข้ามาหาอย่างสบายๆ โดยไม่มีท่าทีระแวดระวังเลยแม้แต่น้อย ไช่เฉียงก็หน้าดำทะมึน ตวาดลั่น "รนหาที่ตาย!"
มันลงมือจู่โจมอย่างกะทันหัน เหวี่ยงหมัดหนักๆ พุ่งทะลวงเข้าใส่หน้าของฉู่หลิงเซียว!
ทว่าในจังหวะที่หมัดของมันกำลังจะปะทะเข้ากับใบหน้าของฉู่หลิงเซียว จู่ๆ เป้าหมายตรงหน้าก็หายวับไปกับตา!
กว่ามันจะตั้งสติได้ ฉู่หลิงเซียวก็โผล่ไปอยู่ด้านหลังมันแล้ว!
หางตาของมันมองเห็นว่าฉู่หลิงเซียวบิดกายหลบหลีก พริ้วไหวดุจปลากระดี่ หลบหมัดของมันไปได้อย่างง่ายดาย แต่ร่างกายของมันกลับตอบสนองไม่ทัน ไม่สามารถเปลี่ยนกระบวนท่าได้ทันเวลา จึงหยุดยั้งเขาไว้ไม่ได้!
ไช่เฉียงตกใจสุดขีด ไอ้เด็กนี่มันทำได้ยังไง? ถึงแม้หมัดเมื่อกี้มันจะไม่ได้ทุ่มสุดกำลัง เป็นเพียงแค่การหยั่งเชิง แต่การที่ฉู่หลิงเซียวหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่วและง่ายดายปานนั้น ก็เหนือความคาดหมายของมันไปมาก!
เมื่อเห็นฉู่หลิงเซียวหลบไช่เฉียงมาได้อย่างสบายๆ แล้วเดินตรงดิ่งมาหาพวกตน ถังเจียหาวและเจียงเจินเจินต่างก็สะดุ้งโหยงตกใจกลัว
ถังเจียหาวผลักมือออกไปตามสัญชาตญาณ ตะคอกด่าฉู่หลิงเซียว "ไอ้เวร ถอยกลับไปเดี๋ยวนี้นะ!"
ทว่าฉู่หลิงเซียวกลับยกเท้าขึ้นถีบเปรี้ยงเข้าที่ท้องของมัน จนกระเด็นกระดอนออกไปนอกประตู!
เจียงเจินเจินที่ถูกมันกอดอยู่เมื่อกี้ก็พลอยโดนร่างของถังเจียหาวกระแทกล้มหงายหลังลงไปกองกับพื้นด้วย เธอร้องเสียงหลง ตวาดใส่ฉู่หลิงเซียว "ไอ้แซ่ฉู่ แกอย่ามาทำร้ายแฟนฉันนะ แน่จริงก็มาลงที่ฉันนี่!"
"ได้ งั้นกูก็จะทำร้ายมึงนี่แหละ!" ฉู่หลิงเซียวไม่เกรงใจ เขายกเท้าขึ้นเตรียมกระทืบใส่ร่างเจียงเจินเจิน!
เจียงเจินเจินกรีดร้องเสียงแหลม พยายามกระชากตัวถังเจียหาวมาบังหน้าตัวเองไว้สุดชีวิต
ถังเจียหาวที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น แสยะยิ้มเย้ยหยันฉู่หลิงเซียว "ถึงมึงจะเก่งแค่ไหน แฟนมึงก็เสร็จกูแล้ว มึงจะทำอะไรกูได้?"
ฉู่หลิงเซียวแค่นเสียงหยัน เหยียบเท้าค้างไว้ตรงหน้ามันพลางหัวเราะร่วน "ก็แค่ของเหลือเดนที่กูเคยใส่แล้ว มึงยังจะเก็บมาทำเป็นของล้ำค่าอีกเหรอ? ทำไม ไม่เชื่อล่ะสิ? งั้นมึงก็ลองถามหล่อนดูสิ ว่าเคยโดนกูเอามาแล้วหรือเปล่า?"
(จบแล้ว)