- หน้าแรก
- โต้วหลัว ฝาแฝด ถังซานยกย่องข้าเป็นบิดา
- บทที่ 7 อุปสรรคเล็กน้อยเหล่านั้นเป็นเพียงเกล็ดน้ำค้างและสายลมหนาว!
บทที่ 7 อุปสรรคเล็กน้อยเหล่านั้นเป็นเพียงเกล็ดน้ำค้างและสายลมหนาว!
บทที่ 7 อุปสรรคเล็กน้อยเหล่านั้นเป็นเพียงเกล็ดน้ำค้างและสายลมหนาว!
บทที่ 7 อุปสรรคเล็กน้อยเหล่านั้นเป็นเพียงเกล็ดน้ำค้างและสายลมหนาว!
เมืองนั่วติงตั้งอยู่ตรงรอยต่อระหว่างจักรวรรดิเทียนโต้วและจักรวรรดิซิงหลัว หากผู้ใดต้องการเดินทางไปยังป่าดาราแห่งซากสถิต ย่อมต้องเดินทางผ่านเมืองวิญญาณยุทธ์
นี่ถือเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งสำหรับเจียงหลี่และถังซานในยามนี้ อัจฉริยะที่ฝึกฝนจนถึงระดับวิญญาณพรหมยุทธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย พร้อมกับพ่วงเด็กชายที่มีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดมาด้วย หากการรวมตัวเช่นนี้ถูกยัยผู้หญิงวิปลาสในเมืองวิญญาณยุทธ์ค้นพบเข้า นางจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งตัวพวกเขาไว้ที่นั่นอย่างแน่นอน
และเมื่อพิจารณาจากทัศนคติของนางที่มีต่อตระกูลทูตสวรรค์ในปัจจุบัน เมื่อนางได้พบกับคู่ศิษย์อาจารย์คู่นี้ นางย่อมต้องใช้แผนการเดิมที่คุ้นเคย นั่นคือการเชิญมาร่วมโต๊ะอาหาร ไม่เช่นนั้นก็บั่นศีรษะทิ้ง หรือไม่ก็รับไว้เลี้ยงดูเป็นสุนัขรับใช้
นอกจากนี้ ประเภทของสัตว์วิญญาณในป่าล่าวิญญาณใกล้เมืองนั่วติงนั้นช่างเบาบางเหลือเกิน ในเมื่อถังซานรับเขาเป็นอาจารย์และมีความกตัญญูถึงเพียงนี้ เจียงหลี่จึงรู้สึกว่าในฐานะผู้เป็นครู เขาต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด
ดังนั้น ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการล่าวงแหวนวิญญาณในครั้งนี้คือ ป่าอาทิตย์อัสดง ที่อยู่ใกล้กับเมืองเทียนโต้ว
ในฐานะป่าล่าวิญญาณที่ใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปโต้วหลัวในปัจจุบัน ความหลากหลายของสัตว์วิญญาณที่นั่นถือว่ากว้างขวางมาก อีกทั้งเขายังสามารถถือโอกาสนี้ดูว่าตนเองจะสามารถหาบ่อน้ำแข็งและไฟสองขั้วพบหรือไม่
ด้วยการมีถังซานที่เป็นดั่งสารานุกรมสมุนไพรเคลื่อนที่อยู่ข้างกาย หากมีสมุนไพรอมตะที่เหมาะสมกับเขา เขาก็จะสามารถยกระดับพลังของตนเองขึ้นไปได้อีกขั้น
วันต่อมา เจียงหลี่ได้จัดหาฟากรถม้าสุดหรูและเริ่มออกเดินทางไปยังป่าอาทิตย์อัสดงพร้อมกับถังซาน
ตลอดการเดินทาง ถังซานมีความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ตามคำบอกเล่าของเจียงหลี่ เนื่องจากระบบการฝึกฝนของโลกใบนี้ วิญญาณจารย์จะต้องดูดซับวงแหวนวิญญาณที่สอดคล้องกันเพื่อเลื่อนระดับ
นั่นหมายความว่าเมื่อเขาได้รับวงแหวนวิญญาณที่เหมาะสม วิชาเสวียนเทียนของเขาที่ติดอยู่ตรงคอขวดมานานก็จะสามารถทะลวงผ่านไปยังขั้นต่อไปได้อย่างราบรื่นใช่หรือไม่? เขายังเชื่ออีกว่าด้วยประสบการณ์ของอาจารย์ ท่านย่อมต้องหาวงแหวนวิญญาณที่เหมาะสมที่สุดให้แก่เขาได้อย่างแน่นอน
'น่าเสียดายที่อาจารย์ไม่ใช่ศิษย์ของสำนักถัง มิเช่นนั้นข้าจะส่งมอบวิชาเสวียนเทียนให้อาจารย์ได้ฝึกฝนอย่างแน่นอน' ถังซานคิดในใจ
แต่ไม่นานเขาก็ตระหนักได้ว่า อย่างไรเสียเขาก็ตั้งใจจะก่อตั้งสำนักถังขึ้นในโลกต่างมิตินี้อยู่แล้ว เมื่อรากฐานของสำนักถังมั่นคง เขาจะให้อาจารย์ดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุด เมื่อถึงเวลานั้นเขาก็จะสามารถมอบเคล็ดวิชาการฝึกฝนที่เหมาะสมให้อาจารย์ได้อย่างถูกต้องตามธรรมเนียม
แน่นอนว่าก่อนออกเดินทาง เขาได้มอบหน้าไม้จูเก่อที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเป็นพิเศษให้แก่เจียงหลี่ ซึ่งฝ่ายหลังก็ได้แสดงความเห็นชอบต่อความปรารถนาของเขาที่อยากจะทำงานช่างตีเหล็ก
ในระหว่างการเดินทาง เจียงหลี่ที่กำลังพักผ่อนโดยหลับตาลงพลันนึกถึงเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ ในอุปกรณ์วิญญาณประเภทจัดเก็บของเขามีกาววาฬคุณภาพเยี่ยมอยู่หลายชิ้น
ย้อนกลับไปตอนที่พลังวิญญาณของเขายังต่ำ เขาไม่มีความสามารถพอจะหาของพวกนี้มาได้ แต่พอเขามีความสามารถพอแล้ว ประโยชน์ที่กาววาฬจะมอบให้เขาก็กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยจนมองข้ามไปได้
'เสี่ยวซาน ข้ามีเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่งที่เจ้าต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง'
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่จริงจังของเจียงหลี่ ถังซานก็ยืดหลังตรงทันที 'อาจารย์ โปรดว่ามาเถอะครับ'
'เสี่ยวซาน ตามความรู้ทั่วไปของโลกวิญญาณจารย์ในทวีปโต้วหลัว ขีดจำกัดของวงแหวนวิญญาณวงแรกของวิญญาณจารย์มักจะอยู่ที่ประมาณ 400 ปี'
'แต่ข้ามีวิธีการลับที่สามารถทำให้วงแหวนวิญญาณวงแรกของเจ้าไปถึง 600 หรือแม้แต่ 700 ปีได้ หากเป็นเช่นนั้น วงแหวนวิญญาณวงที่สองของเจ้าก็อาจสร้างปาฏิหาริย์ด้วยการเป็นวงแหวนพันปีได้เลย'
'ช่วงเวลาทองของวิญญาณจารย์มีเพียงไม่กี่ปี ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าการนำหน้าไปหนึ่งก้าวหมายถึงการนำหน้าไปในทุกๆ ก้าว'
'อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ข้ากังวลในตอนนี้คือ หากในอนาคตเจ้ามีวงแหวนที่สองเป็นระดับพันปี มันจะนำพาปัญหามาให้ไม่รู้จบ ส่วนเหตุผลนั้น ข้าเชื่อว่าด้วยสติปัญญาของเจ้าเจ้าน่าจะเดาได้'
เมื่อได้ยินสิ่งที่อาจารย์พูด ถังซานขบคิดเพียงครู่เดียวแววตาก็กลับมาแน่วแน่ การฝึกฝนคือการกระทำที่ฝืนลิขิตสวรรค์ อุปสรรคเล็กน้อยเหล่านั้นเป็นเพียงเกล็ดน้ำค้างและสายลมหนาวเท่านั้น!
'อาจารย์ โปรดช่วยข้าด้วย!' ถังซานยืนขึ้นและก้มคำนับเจียงหลี่อย่างสง่างาม
'ดี! ในเมื่อเจ้ามีความทะเยอทะยานถึงเพียงนี้ เสี่ยวซาน ต่อให้ข้าต้องเสี่ยงชีวิต ข้าก็จะช่วยให้เจ้าเติบโตขึ้นให้ได้!'
ทว่าสิ่งที่เจียงหลี่คิดในใจก็คือ ในเมื่อมีถังห่าวจอมค้อนอยู่แถวนี้ เขาคงจะช่วยคู่ศิษย์อาจารย์คู่นี้จัดการปัญหาทุกอย่างเองนั่นแหละ
ถังซานรู้สึกตื้นตันใจอย่างลึกซึ้ง เขาโขกศีรษะให้เจียงหลี่อีกหลายครั้งจนเกิดเสียงดังสนั่น
ไม่นานนัก เจียงหลี่ก็นำวัตถุที่มีลักษณะคล้ายผลึกสีขาวน้ำนมปนเทาอ่อนและมีเนื้อสัมผัสกึ่งโปร่งใสออกมาจากอุปกรณ์วิญญาณ สิ่งนี้ดูคล้ายกับวุ้นที่แข็งตัวเพียงบางส่วนในชาติก่อนของเขา
กาววาฬชิ้นนี้มีอายุหลายพันปี ซึ่งพอดีสำหรับถังซานในยามนี้ที่จะบริโภคเข้าไป
จากนั้นเจียงหลี่จึงให้คนขับหยุดรถม้าในบริเวณใกล้เคียง เขาคว้าไหล่ถังซานแล้วทะยานเพียงไม่กี่ครั้งก็มาถึงป่าทึบที่มีแหล่งน้ำ
'เสี่ยวซาน หลังจากที่เจ้ากินสิ่งนี้เข้าไปแล้ว ไม่ว่าร่างกายจะรู้สึกไม่สบายเพียงใด เจ้าต้องอดทนเอาไว้'
'ในระหว่างกระบวนการนี้ ร่างกายของเจ้าจะขับสิ่งสกปรกออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าสามารถล้างออกได้ในลำธารแห่งนี้' เจียงหลี่กำชับเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม เขายังเชื่อว่าด้วยพลังใจของคนที่มีชีวิตมาสองชาติภพอย่างถังซาน เหตุการณ์แบบเดียวกับไต้หยู่ห่าวที่เกิดขึ้นในทะเลสาบเทพสมุทรในอีกหนึ่งหมื่นปีต่อมาจะไม่มีวันเกิดขึ้นแน่นอน
'ข้าเข้าใจแล้วครับอาจารย์!' ถังซานพยักหน้าอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกว่าตนเองเป็นหนี้บุญคุณอาจารย์มากขึ้นเรื่อยๆ ยาลับที่สามารถชำระไขกระดูกและล้างเส้นเอ็นได้เช่นนี้ ย่อมเป็นของล้ำค่าอย่างยิ่งแม้แต่ในสำนักถังแห่งปาสู่ในชาติก่อน แต่อาจารย์กลับเต็มใจมอบของล้ำค่าเช่นนี้ให้แก่เขาโดยตรง!
พระคุณของอาจารย์เขาคงมิอาจตอบแทนได้หมดสิ้น!
ในไม่ช้า เมื่อเจียงหลี่ปลดปล่อยพลังวิญญาณ กาววาฬในมือก็ค่อยๆ อ่อนตัวลง เขาประคองมันใส่ชามแล้วยื่นให้ถังซาน ทันใดนั้นทั่วบริเวณก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมประหลาด
ถังซานจ้องมองชามในมือของเจียงหลี่อย่างแน่วแน่ เขากัดฟันแล้วดื่มมันลงไปจนหมด
ในพริบตา กลิ่นคาวปลาจากท้องทะเลที่รุนแรงก็พุ่งเข้าสู่โพรงจมูกของถังซาน ก่อนที่รสคาวนั้นจะจางหายไปจากปลายลิ้น มันก็ควบแน่นกลายเป็นกระแสความร้อนที่ไหลลื่นลงสู่ลำคอและเข้าสู่กระเพาะอาหาร
ความรู้สึกประหลาดที่เย็นและร้อนถักทอเข้าด้วยกันทำให้ถังซานต้องหรี่ตาลงด้วยความสบายตัว ทว่าไม่นานเขาก็รู้สึกราวกับมีเตาหลอมที่ลุกโชนถูกยัดเข้าไปในทรวงอกและท้อง
ความอบอุ่นนั้นไม่ได้กระจายอยู่เพียงไม่กี่จุดอีกต่อไป แต่มันค่อยๆ แผ่ซ่านไปตามกล้ามเนื้อและผิวหนัง แม้แต่ปลายนิ้วมื้อปลายนิ้วเท้าก็สัมผัสได้ถึงความร้อนจางๆ
ต่อจากนั้น กระแสความร้อนก็พุ่งพล่านผ่านเส้นลมปราณไปยังทั่วร่างกาย ถึงเวลานี้ผิวหนังทั่วร่างของถังซานได้กลายเป็นสีแดงระเรื่อราวกับโปร่งแสง แม้แต่เหงื่อที่ไหลซึมออกมาก็ยังมีสีน้ำตาลแดงจางๆ
สิ่งสกปรกที่หลับใหลอยู่ลึกภายในเส้นลมปราณซึ่งยากจะขจัดออก ค่อยๆ ซึมออกจากร่างกายพร้อมกับเหงื่อ และควบแน่นเป็นชั้นน้ำค้างแข็งบางๆ บนผิวหนัง
เขาไม่สนใจสิ่งอื่นใด รีบถอดเสื้อผ้าแล้วก้าวลงไปในลำธารเพื่อรวบรวมสมาธิในการหลอมรวมตัวยาอย่างจดจ่อ