- หน้าแรก
- โต้วหลัว วิญญาณยุทธ์ง้าวฟางเทียน พลังกตัญญูไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 2 ทวนกรีดนภา ที่ไว้ปลิดชีพเหล่าบิดาบุญธรรมโดยเฉพาะ
บทที่ 2 ทวนกรีดนภา ที่ไว้ปลิดชีพเหล่าบิดาบุญธรรมโดยเฉพาะ
บทที่ 2 ทวนกรีดนภา ที่ไว้ปลิดชีพเหล่าบิดาบุญธรรมโดยเฉพาะ
บทที่ 2 ทวนกรีดนภา ที่ไว้ปลิดชีพเหล่าบิดาบุญธรรมโดยเฉพาะ
"ไม่จำเป็นต้องมากพิธี เวลาของข้ามีน้อย... แดนเทพกับที่แห่งนี้... ถูกตัดขาด... ไกลเกินไป"
น้ำเสียงของถังซานขาดเป็นช่วงๆ ร่างเงาของเขาพร่าเลือนสลับกับแจ่มชัด ราวกับจะสลายไปได้ทุกวินาที
นับตั้งแต่แดนเทพถูกพายุกัลปพายุห้วงอวกาศพัดพาจนขาดการติดต่อกับทวีปโต้วหลัว เขาก็พยายามทุกวิถีทางในทุกขณะจิตเพื่อสร้างการเชื่อมต่อขึ้นมาใหม่
ทว่าทั้งสองแห่งถูกกั้นขวางด้วยกาลเวลาและอวกาศอันเป็นอนันต์ แม้จะมีฐานะเป็นถึงราชันเทพ ก็ยังเป็นการยากที่จะก้าวข้ามระยะทางอันห่างไกลมหาศาลนี้ได้
แต่เมื่อสามปีก่อน พลังแห่งศรัทธาที่บริสุทธิ์และแรงกล้าสายหนึ่งกลับทะลวงผ่านชั้นมิติวางเปล่ามาถึงแดนเทพได้สำเร็จ
และพลังแห่งศรัทธาสายนั้นก็มาจากเจ้าเด็กน้อยผู้นี้เอง
ในตอนนั้น เจียงอี้กราบไหว้รูปเคารพเทพสมุทรอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ท่าทางอันเปี่ยมไปด้วยศรัทธาทำให้ถังซานไม่สงสัยในความจงรักภักดีของเขาเลยแม้แต่น้อย
ด้วยเหตุนี้ ด้วยความนึกสนุกชั่ววูบ เขาจึงรับเด็กน้อยผู้นี้เป็นบุตรบุญธรรม
ใช่แล้ว!
บุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าท่านในขณะนี้ก็คือ บุตรแห่งเทพของเทพสมุทรแห่งแดนเทพ ราชบุตรของจ้าวแห่งขุมนรก และ... บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งลัทธิวิญญาณศักดิ์สิทธิ์!
"เจ้ากลับมายังทวีปโต้วหลัวอีกครั้งได้อย่างไร"
จิตสัมผัสเทพของถังซานควบแน่นขึ้นเล็กน้อย สายตาของเขาแฝงไปด้วยร่องรอยแห่งการตรวจสอบที่ยากจะสังเกตเห็น
หลังจากที่รับเขาเป็นบุตรบุญธรรมด้วยความพลั้งเผลอเพียงชั่วครู่ เขาก็เริ่มรู้สึกเสียใจในภายหลังอย่างรวดเร็ว
ดังนั้น ตามหลักการที่จะไม่ยอมเสียประโยชน์ไปเปล่าๆ เขาจึงโยนเจียงอี้เข้าไปในมิติขุมนรกอย่างไม่ใส่ใจนัก
เขาทำให้เจียงอี้กลายเป็นร่างอวตารของวิญญาจารย์ที่ตกต่ำเพื่อเข้าร่วมกับมิติขุมนรก กลายเป็นสายลับภายในเพื่อคอยสอดแนมความเคลื่อนไหวของขุมนรกให้แก่เขา
ทว่าเหนือความคาดหมาย เจียงอี้กลับได้รับความเอ็นดูจากจ้าวแห่งขุมนรกจนถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมอีกคน
หมากที่วางไว้ส่งเดชกลับสร้างผลลัพธ์ที่เกินคาดเช่นนี้
"เรียนท่านพ่อ จ้าวแห่งขุมนรกสั่งให้ลูกกลับมายังทวีปเพื่อสืบหาข่าวกรอง และหาโอกาสสร้างความปั่นป่วนให้กับขั้วอำนาจต่างๆ บนทวีปพะยะค่ะ"
เจียงอี้กล่าวพร้อมกับประสานมือ แต่เขากลับละเลยเรื่องของจักรพรรดินีปีศาจไปอย่างแนบเนียน
"ลำบากเจ้าแล้ว! แต่เพื่อแผนการหมื่นปี ทั้งหมดนี้ก็นับว่าคุ้มค่า"
ถังซานพยักหน้าเล็กน้อยโดยไม่ซักไซ้ไล่เลียงต่อ
จากนั้น ฝ่ามือลวงตาของเขาก็ค่อยๆ กำเข้าหากัน แสงเทพสีฟ้าทองไหลเวียน สามง่ามที่ดูสง่างามและศักดิ์สิทธิ์พลันปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า
"ข้าสัมผัสได้ว่า เมล็ดพันธุ์จิตสัมผัสที่ข้าทิ้งไว้บนทวีปโต้วหลัวได้ตื่นขึ้นแล้ว จงไปหามันให้พบ แล้วพลังของข้าจะสามารถส่งผ่านไปยังที่นั่นได้"
ถังซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา จิตสัมผัสเทพของเขาแฝงไปด้วยร่องรอยแห่งความเร่งรัดที่ยากจะสังเกต
แดนเทพกับที่นี่ถูกแยกออกจากกันด้วยกาลเวลาและอวกาศอันไร้ที่สิ้นสุด การจะเข้าแทรกแซงมิติโต้วหลัวนั้น ลำพังเพียงพิกัดเดียวยังไม่เพียงพอ
"ลูกอยากทราบว่า เมล็ดพันธุ์จิตสัมผัสที่ท่านพ่อกล่าวถึงนั้นตั้งอยู่ที่ใดหรือพะยะค่ะ"
ใจของเจียงอี้กระตุกวูบ เขาพลันนึกถึงบางสิ่งได้ทันที แต่ยังคงแสร้งถามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย
"ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน..."
"อย่างไรก็ตาม ขอเพียงเจ้าเข้าใกล้เมล็ดพันธุ์จิตสัมผัสนั้น สามง่ามเทพสมุทรจะส่งสัญญาณเตือนเอง"
น้ำเสียงของถังซานดูอับจนหนทางอยู่บ้าง ก่อนจะส่งมอบสามง่ามเทพสมุทรให้แก่เจียงอี้
โชคดีที่เจ้าเด็กนี่ไม่ตายในขุมนรกไปเสียก่อน... ความโล่งใจพาดผ่านดวงตาของถังซานวูบหนึ่ง
ด้วยเหตุผลบางประการ คนสองคนอย่างถังฮ่าวที่เป็นเจ้าแห่งมิติ กลับตกอยู่ในห้วงนิทราอันลึกซึ้ง จนเขาไม่สามารถติดต่อได้เลย
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ร่างที่พร่าเลือนอยู่แล้วของถังซานก็พลันสั่นไหวอย่างรุนแรง วูบวาบราวกับเปลวเทียนท่ามกลางสายลม
หมดเวลาแล้ว... ถังซานทอดถอนใจยาว
ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่จิตสัมผัสเทพจะสลายไปโดยสมบูรณ์ เขามีเวลาเพียงพอแค่สั่งเสียประโยคสุดท้ายเท่านั้น
"จำไว้! อย่าทำการใดโดยบุ่มบ่าม ความปลอดภัยของทวีปโต้วหลัว... ทั้งหมดฝากไว้ที่เจ้าแล้ว"
น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตานั้น ทำให้เขาดูราวกับเป็นเทพสมุทรผู้คอยห่วงใยความปลอดภัยของทวีปอยู่ตลอดเวลาจริงๆ
"เหอะ"
หลังจากจิตสัมผัสเทพของถังซานสลายไป เจียงอี้ก็แค่นหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา
"ใครที่ไม่รู้ความจริง คงจะนึกว่าขุมนรกมันโผล่มาเองกระมัง"
ไม่มีใครเข้าใจความจอมปลอมภายใต้หน้ากากของถังซานได้ดีไปกว่าเขา หากไม่มีระบบ ป่านนี้เขาคงตายอยู่ในมิติขุมนรกไปนานแล้ว
"ไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะให้ท่านได้ลิ้มรสทวนกรีดนภาของข้าเช่นกัน"
เจียงอี้พึมพำกับตัวเอง แววตาคมกล้าดุจสัตว์ร้ายพาดผ่านดวงตาของเขา
เขาครอบครองวิญญาณยุทธ์แฝด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือทวนกรีดนภาแบบเดียวกับอุปราชแห่งราชวงศ์ฮั่นผู้เลื่องชื่อ
ทวนกรีดนภา ที่ไว้ปลิดชีพเหล่าบิดาบุญธรรมโดยเฉพาะ!
ซึ่งมันช่างสอดคล้องกับระบบของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
เปิดแผงข้อมูลส่วนตัว
เจียงอี้รวบรวมสมาธิ กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง แล้วเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมา
โฮสต์ เจียงอี้
วิญญาณยุทธ์ ทวนกรีดนภา ธงจักรพรรดิมนุษย์
ไอเทม กระดูกวิญญาณส่วนลำตัวราชาปลาวาฬปีศาจเก้าแสนเก้าหมื่นปี (รอการกดรับ) กระดูกวิญญาณส่วนขาจักรพรรดิหญ้าเงินครามแสนปี (หลอมรวมเสร็จสิ้น) สามง่ามเทพสมุทร (เครื่องมือเทพชั้นเลิศ) ทวนตัดสวรรค์พิฆาตขุมนรก (เครื่องมือเทพชั้นเลิศ)
ฝ่ายที่สังกัด ถังซาน (บิดาบุญธรรมลำดับที่หนึ่ง) จ้าวแห่งขุมนรก (บิดาบุญธรรมลำดับที่สอง) จักรพรรดินีปีศาจ (มารดาบุญธรรมลำดับที่สาม)
พรสวรรค์ ยอดคนคือลิโป้ ยอดม้าคือเซ็กเธาว์ ร่างกายของท่านดูเหมือนจะมีเสน่ห์ดึงดูดใจเป็นพิเศษ ยิ่งท่านแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ผู้อื่นก็จะยิ่งรู้สึกอยากรับท่านเป็นบุตรบุญธรรมมากขึ้นเท่านั้น
ตอนเขาอายุได้สามขวบ พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุทางทะเลและจากไปทั้งคู่ ในตอนนั้นเองที่ระบบได้ตื่นขึ้นอย่างเงียบเชียบ
เจียงอี้ยึดถือหลักการที่ว่า หากจะทำอะไรต้องทำให้สุด เขาจึงพุ่งเป้าไปที่ราชันเทพถังโดยตรง
กระดูกวิญญาณส่วนขาจักรพรรดิหญ้าเงินครามแสนปีชิ้นนี้ ก็คือรางวัลที่ดรอปออกมาเมื่อครั้งที่เขาถูกถังซานรับเป็นบุตรบุญธรรมนั่นเอง
"กดรับกระดูกวิญญาณ"
เพียงชั่วความคิด เจียงอี้ก็กดรับรางวัลจากระบบ
ในห้วงความว่างเปล่า แสงสีครามพลันกระเพื่อมไหว คลื่นพลังซัดสาดออกมาดุจน้ำหลาก เติมเต็มไปทั่วทั้งห้องในพริบตา
กระดูกส่วนลำตัวชิ้นหนึ่งที่มีแสงสีม่วงดำไหลเวียนและแผ่กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้นกลางอากาศ แสงอันลึกล้ำของมันดูเหมือนจะสามารถกลืนกินได้แม้กระทั่งแสงสว่าง
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนจะมีพลังที่มองไม่เห็นโอบล้อมมันไว้ ทำให้ภาพนิมิตนี้ถูกกักขังอยู่เพียงภายในห้อง โดยไม่มีเล็ดลอดออกไปแม้แต่น้อย
เจียงอี้ชายตามองเพียงครู่เดียวโดยไม่มีท่าทีแปลกใจ
นี่คือผลงานของระบบ
แม้ว่าระบบของเขาจะไม่ค่อยมีความคิดความอ่านนัก แต่ฟังก์ชันพื้นฐานบางอย่างก็ยังนับว่าครบถ้วน
มิเช่นนั้น เขาคงไม่กล้าบรรจุทั้งสามง่ามเทพสมุทรและทวนตัดสวรรค์พิฆาตขุมนรกไว้ในโลกแห่งจิตวิญญาณพร้อมกันหรอก
เพราะหากวันใดถังซานและจ้าวแห่งขุมนรกดันปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน สถานการณ์คงจะวุ่นวายน่าดู
เจียงอี้ไม่ลังเลที่จะโคจรพลังวิญญาณ ดึงดูดกระดูกวิญญาณส่วนลำตัวราชาปลาวาฬปีศาจที่ลอยอยู่กลางอากาศเข้ามา
ด้วยบริการหลังการขายของระบบ เรื่องอันตรายนั้นย่อมไม่มีทางเกิดขึ้น
"อึก"
เจียงอี้ครางออกมาแผ่วเบา เมื่อกระแสความร้อนอันมหาศาลและดุดันพุ่งพล่านไปตามเส้นลมปราณและเข้าสู่ร่างกายของเขาในทันที
แกรก แกรก แกรก
ลูกบอลแสงสีม่วงดำค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับเจียงอี้ กระดูกของเขาเกิดเสียงลั่นเบาๆ แต่ชัดเจน เป็นหลักฐานว่าพลังงานกำลังหล่อหลอมร่างกายของเขาขึ้นมาใหม่
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่
แสงสว่างจางลง ร่างของเจียงอี้ปรากฏขึ้นในห้องอีกครั้ง
"ระดับยี่สิบแปด พลังวิญญาณของข้าเพิ่มขึ้นถึงห้าระดับ"
เจียงอี้พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาคำยาว ปรับสมดุลความผันผวนของพลังวิญญาณในร่างกาย และรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
นี่เป็นเพียงการหลอมรวมขั้นต้นเท่านั้น ระบบได้ผนึกแก่นแท้ส่วนใหญ่เอาไว้ มิเช่นนั้นร่างกายของเขาคงระเบิดตายไปแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้นกระดูกชิ้นนี้ก็มีอายุถึงเก้าแสนเก้าหมื่นปี รากฐานของมันช่างมหาศาลนัก เพียงแค่พลังที่เล็ดลอดออกมาเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะทำให้พลังวิญญาณของเขาพุ่งพรวดขึ้นมาได้
เจียงอี้ยืนขึ้น ข้อต่อทั่วร่างส่งเสียงลั่นกรอบแกรบ แววตาของเขาเป็นประกายโชติช่วง
"ถ้าอย่างนั้น ต่อไปก็ถึงเวลาไปพบกับ... พระเอกแห่งยุคสมัยนี้เสียที"
"น้องชายผู้งมงายของข้า..."
...หนึ่งเดือนต่อมา
ณ ชายฝั่งทะเลตะวันออก เรือสำราญสุดหรูลำหนึ่งแล่นฝ่าผืนน้ำสีคราม มุ่งหน้าสู่เมืองที่เริ่มปรากฏเค้าโครงรางๆ ให้เห็นอย่างช้าๆ
เจียงอี้ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ ลมทะเลพัดผ่านใบหน้า จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่พลุ่งพล่าน
สามปีแล้ว... ตั้งแต่ถูกถังซานโยนลงไปในขุมนรก แล้วย้ายไปยังลัทธิวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ เขาเกือบจะลืมไปแล้วว่าโลกปกติทั่วไปนั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร
ในขณะที่เจียงอี้กำลังตกอยู่ในภวังค์ เสียงหัวเราะหยันๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเขา
"ชู่ว ท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์ การมายืนรับลมคนเดียวมันจะไปสนุกอะไรล่ะ ทำไมไม่ลงมาเล่นสนุกด้วยกันข้างล่างล่ะ"