เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 973 – ไม่เสแสร้ง

บทที่ 973 – ไม่เสแสร้ง

บทที่ 973 – ไม่เสแสร้ง


เกาหยางและหลี่จินฟางกลับบ้านเกิดไม่ได้ ดังนั้น ฉุ่ยป๋อจึงกลายเป็นช่องทางเดียวที่พวกเขาจะใช้ติดต่อกับครอบครัว

ฉุ่ยป๋อยิ้มกริ่มพลางถาม “ว่าไงล่ะ? จะฝากเงินหรือฝากจดหมาย? บอกมาได้เลย เดี๋ยวฉันจดไว้”

เกาหยางลดเสียงลง “เดี๋ยวฉันจะเขียนจดหมาย ฝากนายช่วยเอากลับไปให้ที แล้วก็... ฉันเปิดบัญชีใหม่ไว้ให้พ่อกับแม่ ในนั้นมีเงิน 3 ล้านดอลลาร์ มากพอให้ท่านใช้ไปตลอดชีวิต นายจำเลขบัญชีกับรหัสผ่านไว้ให้ดี พอกลับไปถึงแล้วบอกท่านด้วย... อืม นายลองไปเช็กสถานการณ์ดูนะว่าจะส่งมอบให้พวกท่านยังไงให้ปลอดภัยที่สุด แล้วก็หาวิธีโอนเงินบางส่วนเข้าธนาคารในประเทศด้วย เรื่องพวกนี้พ่อฉันไม่สะดวกจัดการเอง นายต้องช่วยคิดหาทางหน่อย”

หลี่จินฟางกล่าวสมทบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ของฉันก็ฝากไว้ 3 ล้านดอลลาร์เหมือนกัน เงินน่ะพอแน่ๆ แต่นายอย่าเพิ่งประเคนให้ท่านทีเดียวหมดนะ พอกลับไปแล้วนายลองหาทางส่งเป็นเงินสดให้พวกท่านใช้ก่อน ส่วนที่เหลือฝากนายเก็บไว้ แล้วค่อยแวะไปเยี่ยมพ่อกับแม่ฉันบ่อยๆ ก็พอ”

รอยยิ้มของฉุ่ยป๋อแข็งค้าง เขาโพล่งออกมาเสียงเข้ม “เชี่ย... พวกนายหมายความว่าไงวะ?”

เกาหยางกระแอมไอเบาๆ “กระต่าย... ทั้งฉันและจินฟาง ต่างก็เป็นลูกชายคนเดียว”

ฉุ่ยป๋อรีบสวน “เฮ้ย หยุดก่อน! หยุดเดี๋ยวนี้ พวกนายไม่คิดจะรับครอบครัวออกมาแล้วเหรอ?”

เกาหยางยิ้มขื่น “อยากรับสิ แต่ตอนนี้เรามีเรื่องต้องทำอีกเยอะ ชีวิตพวกเรามันแขวนอยู่บนเส้นด้าย วันนี้รอดพรุ่งนี้อาจไม่รอด ถ้ารับพวกท่านออกมาแล้วเกิดอะไรขึ้นกับเราจะทำยังไง สู้ให้ท่านอยู่ที่นั่นยังจะปลอดภัยกว่า ถ้าจะรับออกมาจริงๆ ก็ต้องรอให้ล้างแค้นให้บรูซจนจบสิ้นก่อนนั่นแหละ”

ฉุ่ยป๋อส่ายหน้า สีหน้าดูละเหี่ยใจสุดขีด “โธ่เว้ย! พวกนายกำลังบีบให้ฉันทำเรื่องยากนะเนี่ย!”

เกาหยางถอนหายใจ “ฉันรู้ว่าพูดแบบนี้มันอาจจะฟังดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่ในเมื่อเราสองคนเป็นลูกคนเดียว ถ้าเราไม่เป็นอะไรก็คงไม่ต้องพูดให้มากความ แต่ถ้าเราเป็นอะไรไปจริงๆ แล้วทิ้งเงินก้อนโตไว้โดยที่พ่อแม่ยังต้องลำบาก มันก็คงยอมรับไม่ได้ กระต่าย... เราคบกันมานานหลายปี ฉันกับจินฟางก็มีแต่นายเท่านั้นที่ฝากผีฝากไข้ได้”

หลี่จินฟางเสริม “กระต่าย เราเป็นพี่น้องกัน เรื่องแบบนี้มันก็ไม่ควรฝาก แต่คิดดูสิ พวกเราสามคน อย่างน้อยก็ต้องมีสักคนอยู่ดูแลพ่อแม่ใช่ไหม? ฉันกับพี่หยางกลับไปไม่ได้แล้ว ก็ต้องฝากนายจริง ๆ”

นี่คือการ ‘ฝากฝังครอบครัว’ อย่างแท้จริง หากเกิดอะไรขึ้น เกาหยางและหลี่จินฟางทำได้เพียงหวังพึ่งฉุ่ยป๋อให้ดูแลพ่อแม่ของตน

ฉุ่ยป๋อทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลางส่ายหัวรัวๆ “พวกนายนี่มันเหลือเกินจริงๆ บีบคั้นกันชัดๆ เอาอย่างนี้ไหม ฉันมีน้องชายคนหนึ่ง เดี๋ยวฉันกลับไปแล้วฝากเรื่องทั้งหมดไว้ที่มันได้ไหม?”

เกาหยางทอดถอนใจ “กระต่าย พวกเราไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ แต่รักกันยิ่งกว่าพี่น้องเสียอีก แต่น้องชายนายคนนั้น... นายคิดว่าฉันกับจินฟางจะไว้ใจเขาได้เท่าไว้ใจนายเหรอ?”

ฉุ่ยป๋อทำหน้ากลุ้ม ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หลี่จินฟางจึงพูดอย่างเกรงใจว่า “กระต่าย ถือว่าฉันกับพี่หยางติดหนี้นายก็แล้วกัน ถ้าเรื่องทุกอย่างจบ แล้วเรายังไม่ตาย…พวกเราก็จะสู้ด้วยกันต่อ”

ทั้งสามคนคุยกันเป็นภาษาจีน แต่ในห้องนั้นมีไอลีนและเบอร์สิบสามที่ฟังออก ไอลีนจึงค่อยๆ แปลเป็นภาษาอังกฤษให้คนอื่นๆ ฟัง

พอฟังจบ เกรกลอรอฟก็ถอนหายใจยาว “กระต่าย ฉันเข้าใจความรู้สึกนายนะ แต่ที่พวกนั้นพูดมาก็ถูกแล้ว นายลองเก็บไปคิดดูเถอะ ฉันว่าในบรรดาพวกเขาสามคน นายคือความหวังเดียวจริงๆ”

ตอนนั้นเองเกาหยางก็พูดเสียงเข้มขึ้น “ไม่ใช่แค่กระต่ายนะ ทุกคนก็เหมือนกัน สิ่งที่ฉันพูดไปเมื่อกี้ ผมไม่ได้เสแสร้ง พวกนายทุกคนมีครอบครัว กลับไปคิดดูให้ดีถ้าที่บ้านขาดนายไม่ได้ สิบวันหลังจากนี้ก็ไม่ต้องกลับมา เรายุบกลุ่มกันแล้ว ไม่ต้องรู้สึกผิดหรือละอายใจใดๆ ทั้งสิ้น เรายังใจถึงใจกันเสมอ แต่เรื่องล้างแค้น... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนที่ไม่มีห่วงจะดีกว่า ฉันกับจินฟางน่ะมีห่วง แต่ยังไงเราก็กลับไปไม่ได้ เลยต้องฝากฝังไว้กับกระต่าย แต่สำหรับพวกนาย... มันไม่เหมือนกัน”

แอนดี้ยกมือกุมหน้า “พับผ่าสิ เอาอีกแล้วนะ นายก็รู้ว่าฉันทนฉากเรียกน้ำตาพรรค์นี้ไม่ค่อยได้”

ราฟาเอลยิ้มแล้วพูดว่า “ผมไม่มีห่วง หนี้ที่บ้านก็เคลียร์หมดแล้ว แถมผมก็ไม่ใช่ลูกชายคนเดียว ผมยังติดค้างเงินของ ‘หลอดทดลอง’ อยู่เลย งั้นผมขอไม่คืนเงินละกัน แต่จะใช้การล้างแค้นให้เขาเป็นการล้างหนี้แทน ถือว่าผมติดค้างเขา”

เกาหยางโบกมือ “ส้อม พอแล้ว ไม่ว่าตอนนี้นายจะตัดสินใจยังไง คิดให้ถ้วนถี่ก่อนค่อยว่ากัน”

ราฟาเอลผายมือแล้วเงียบไป เกาหยางจึงพูดต่อ “เอาล่ะ ทุกคนไม่ต้องพูดแล้ว พิจารณาให้ดีก่อนค่อยตัดสินใจ เรามีเวลาเหลือเฟือตั้งสิบวัน อ้อ แล้วถ้าต้องใช้เงิน ฉันจะขอพวกนายเอง ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น และที่สำคัญ... ไม่ต้องห่วงเรื่องกำลังคน อย่างที่เห็น เราสามารถจ้างคนฝีมือดีราคาถูกได้ ตายก็จ้างใหม่ ตายอีกก็หาใหม่ ยังไงก็ไม่เปลืองเงินเท่าไหร่หรอก โลกนี้ไม่เคยขาดแคลนทหารรับจ้างอยู่แล้ว จริงไหม?”

เพราะความเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายนี่เอง เกาหยางถึงต้องคิดแทนคนอื่น สมาชิกซาตานทุกคนมีพันธะ มีเหตุผลที่จะตายไม่ได้ ดังนั้นเกาหยางจึงต้องวางแผนเผื่อไว้ให้ทุกคน

แค้นต้องชำระ แต่เกาหยางไม่อยากให้สมาชิกซาตานต้องเอาชีวิตมาสังเวยตามบรูซไป ในเมื่อเรื่องนี้มีคนลงมือทำอยู่แล้ว และยังมีทหารรับจ้างข้างนอกที่ใช้เงินจ้างได้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องให้พี่น้องทุกคนไปเสี่ยงตายโดยไม่จำเป็น

บรรยากาศเริ่มหนักอึ้ง แต่เรื่องที่ต้องพูดก็ต้องพูด เกาหยางยิ้มออกมา “เลิกคิดมากได้แล้ว กลับบ้านไปใช้เวลากับครอบครัวให้เต็มที่ พอกันทีสำหรับหัวข้อนี้ เลิกทำหน้าอมทุกข์กันได้แล้ว... ฟลาย เปิดทีวีดูข่าวซิ”

ฟลายเปิดทีวี และก็เป็นไปตามคาด ข่าวแทบทุกช่องกำลังรายงานคดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในแมนฮัตตัน

ผู้ประกาศข่าวมีสีหน้าเคร่งเครียดขณะรายงานเหตุการณ์ล่าสุด พร้อมกับเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งเป็นภาพสมาชิกแก๊งวิหค สาดกระสุนใส่รถโรลส์-รอยซ์

เกาหยางอุทานอย่างแปลกใจ “มีภาพแค่นี้เหรอ?”

เบอร์สิบสามตอบเสียงเรียบ “พวกคนเก็บกวาดไง”

เกาหยางทนสงสัยไม่ไหวอีกต่อไป เขาหันไปถามเบอร์สิบสาม “นายบอกหน่อยได้ไหม ว่าพวกคนเก็บกวาดน่ะไปเอาอิทธิพลมหาศาลมาจากไหน? พวกเขาทำเรื่องระดับนี้ได้ยังไง?”

เบอร์สิบสามลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมเอ่ยปาก “เทคนิคไงล่ะ พวกคนเก็บกวาดเตรียมการเรื่องนี้มานานแล้ว มุมกล้องที่เห็นน่ะถูกเซตไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว ส่วนคนที่ไปดึงข้อมูลวิดีโอจากตำรวจน่ะ ก็คนของพวกคนเก็บกวาด ถ้าคนที่ทำคดีนี้เป็นพวกเดียวกัน มันจะออกมาหน้าตาแบบไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละ... เอาละ เลิกถามซอกแซกได้แล้ว ฉันบอกได้แค่นี้”

พูดจบเบอร์สิบสามก็โบกมือ “เรื่องพวกนี้ปกติพวกนายไม่มีทางเข้าถึงหรอก แต่นายดันเป็น ‘ลูกค้าระดับสอง’ ฉันไม่รู้ว่านายไปได้สถานะนี้มายังไง แต่บอกได้เลยว่า สถานะระดับสองน่ะมันน่าทึ่งมาก... น่าทึ่งสุดๆ เลย”

เกาหยางคิดในใจว่า สถานะลูกค้าเกรดสองของพวกคนเก็บกวาดนี่แหละ คือของขวัญชิ้นใหญ่ที่สุดที่ ‘บิ๊กอีวาน’ มอบให้เขา

ฟลายมองเบอร์สิบสามด้วยความอยากรู้ “ผมขอถามเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นความลับหน่อยนะ... ไม่ว่าเรื่องอะไร หรือที่ไหน พวกคนเก็บกวาดจัดการให้ได้หมดเลยเหรอ?”

เบอร์สิบสามยิ้ม “ไม่... เป็นไปไม่ได้หรอก นิวยอร์กเป็นมหานคร มีวอลล์สตรีท เรื่องสกปรกที่สุดในอเมริกาแทบจะรวมอยู่ที่นี่ เพราะงั้นพวกคนเก็บกวาดในนิวยอร์กถึงยิ่งใหญ่มาก แต่พวกเขาไม่มีอิทธิพลเท่ากันทุกที่หรอก ที่ไหนที่มีงานมีเงินไหลเข้าเยอะ พวกเขาก็เก่ง แต่ถ้าที่ไหนไม่มีงาน อำนาจของพวกเขาก็จะน้อยลง หรืออาจจะไม่มีตัวตนอยู่เลยด้วยซ้ำ”

ฟลายเป่าปาก “เข้าใจละ ขอบใจที่บอกนะ”

เบอร์สิบสามตบมือ “เอาละ ส่งปืนของพวกนายมาให้ฉัน ฉันต้องเอาไปคืนพวกคนเก็บกวาด... อ้อ หัวหน้า นายต้องไปเจอกับพวกนั้นอีกรอบนะ เพราะสถานการณ์มันรุนแรงกว่าที่คาดไว้ นายต้องจ่ายเงินเพิ่มด้วย”

เกาหยางชักปืนพกออกมา กำลังจะยื่นให้เบอร์สิบสาม แต่แล้วก็ชะงัก “ปืนกระบอกนี้ใช้ยิงทอมเลอร์ ผมอยากเก็บไว้เป็นของสะสมได้ไหม?”

เบอร์สิบสามนิ่งคิด “ได้ ปืนกระบอกนี้เป็นปืนเถื่อน ไม่มีประวัติการจดทะเบียน แต่อย่าเอามันออกมาใช้อีกจะดีกว่า”

เกาหยางหันไปถามไอลีน “แล้วปืนของทอมเลอร์ล่ะ? พวกนายเอามาด้วยหรือเปล่า?”

ไอลีนยิ้มกริ่มพลางหยิบปืนพกออกมา “เอามาสิ ปืนยาวก็อยู่นั่น แต่กระบอกนี้แหละคือปืนคู่กายของทอมเลอร์”

เกาหยางรับปืนพกที่ดูผ่านศึกมาอย่างโชกโชนมาจากไอลีน ช่างบังเอิญที่ปืนของทอมเลอร์ก็เป็นรุ่น M1911 ยี่ห้อโคลท์เหมือนกัน

เกาหยางยิ้ม “คนอเมริกันนี่รัก 1911 กันจริงๆ ดูท่ากระบอกนี้จะอยู่กับทอมเลอร์มานานมาก อืม... ฉันควรเก็บมันไว้เป็น ‘ถ้วยรางวัล’ ดีไหมนะ? วางไว้คู่กัน กระบอกหนึ่งคือปืนของ ‘เทพเจ้าแห่งปืน’ และอีกกระบอกคือปืนที่ปลิดชีพ ‘เทพเจ้าแห่งปืน’”

ทุกคนพากันหัวเราะ เกรกลอรอฟเสริมว่า “เก็บไว้เถอะ มีความหมายดีออก นายโค่นเทพเจ้าแห่งปืนได้แล้วยึดปืนเขามา สำหรับพวกเราชาวรัสเซีย ไม่มีรางวัลสงครามชิ้นไหนมีค่าไปกว่านี้แล้วละ”

ขณะที่ทุกคนกำลังคุยเรื่องปืน เบอร์สิบสามก็โพล่งขึ้นมาว่า “พวกนายแน่ใจนะว่าจะไม่ฆ่าเจ้าตัวใหญ่คนนั้น?”

เกาหยางชะงัก “นายหมายถึงลุดวิก?”

“ใช่ ฉันว่าฆ่าทิ้งจะชัวร์ที่สุด ถ้านายตกลง ฉันยินดีลงมือให้ แล้วจะก็ใช้เขาเชื่อมโยงเพื่อโยนความผิดเรื่องการตายของทอมเลอร์ไปที่พลโทจอร์จแทน”

เกาหยางอึ้งไปครู่หนึ่ง หันมองคนอื่นที่ทำหน้ามึนตึ้บพอกัน ก่อนจะบอกว่า “ไม่ฆ่าได้ไหม? ฉันว่าหมอนี่ก็นิสัยดีนะ อืม... ผมไม่อยากฆ่าเขา”

เบอร์สิบสามนิ่งไปครู่หนึ่ง “งั้นก็ได้ นายบอกไม่ฆ่าก็ไม่ฆ่า ฉันทำตามคำสั่งนาย เราตกลงกันไว้แล้วนี่”

เกาหยางรีบถาม “ไม่ใช่สิ ประเด็นคือ เขาจะไม่ทำให้งานของพวกคนเก็บกวาดยุ่งยากใช่ไหม?”

เบอร์สิบสามตอบเสียงเข้ม “ไม่หรอก แค่ถ้าเขาตาย ผลลัพธ์มันจะเนียนกว่านี้ ส่วนเรื่องอื่น ถ้านายรับประกันว่าเขาจะปิดปากเงียบได้ก็ไม่มีปัญหา เพื่อความปลอดภัยและไม่ให้เขามาสร้างความเดือดร้อนให้พวกนายทีหลัง ฉันมีคำแนะนำสามข้อ

หนึ่ง... สั่งให้เขาหุบปากซะ ถึงฉันจะเชื่อว่ามีแต่คนตายเท่านั้นที่รักษาความลับได้

สอง... รีบส่งเขาออกนอกอเมริกาไปซะ และอย่าให้กลับมาเหยียบที่นี่อีกตราบเท่าที่พวกนายยังอยู่ที่นี่

และสาม... ให้เขาเปลี่ยนชื่อซะ บอกลาชื่อ ‘ลุดวิก ฮันท์’ ไปตลอดกาลได้เลย”

------

(จบบทที่ 973)

จบบทที่ บทที่ 973 – ไม่เสแสร้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว