- หน้าแรก
- ร้านของฉันเชื่อมหมื่นมิติพันพิภพ
- ตอนที่ 3 เครื่องเคลือบลายคราม และไม้หนานมู่
ตอนที่ 3 เครื่องเคลือบลายคราม และไม้หนานมู่
ตอนที่ 3 เครื่องเคลือบลายคราม และไม้หนานมู่
ตอนที่ 3 เครื่องเคลือบลายคราม และไม้หนานมู่
หลี่เหิงรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้แปลกใจ “ขอบคุณเถ้าแก่ ไม่ทราบว่าต้องใช้เวลาอีกนานเพียงใด ข้าจึงจะมารับเมล็ดพันธุ์ที่ท่านกล่าวถึงได้?”
เสิ่นโย่วตอบว่า “ฝั่งฉันขอเวลาแค่สามวัน อยู่ที่ว่าพวกคุณจะเตรียมของได้เมื่อไร”
“ได้ งั้นอีกสามวันให้หลัง” หลี่เหิงพยักหน้า “รบกวนแล้ว”
[ คุณมีคำสั่งซื้อใหม่ ได้รับเงินมัดจำจากองค์รัชทายาทแห่งแคว้นต้าฉี ทองคำสองร้อยตำลึง หยกหนึ่งชิ้น ]
หลี่เหิงที่เพิ่งเดินไปถึงหน้าประตู จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงประหลาดน้ำเสียงแปลกหูดังขึ้น เขาหันกลับมาอย่างงุนงง
“ที่นี่มีคนอื่นอยู่อีกหรือ?”
เสิ่นโย่วเงยหน้าขึ้นจากหลังเคาน์เตอร์ “ไม่มี ร้านเป็นคนพูดน่ะ”
ร้านพูดได้ด้วย?
หลี่เหิงหันไปมองหลิวเจิ้ง อีกฝ่ายก็ส่ายหน้าอย่างมึนงงเหมือนกัน สีหน้าราวกับสมองประมวลผลไม่ทัน ออกประตูไปแล้วยังหันกลับมามองด้านหลังอีก
จ้งจิ้งที่รออยู่ตรงช่องประตูด้านนอกทุบอกกระทืบเท้า ถอนหายใจติดกันหลายครั้ง พอเห็นทั้งสองออกมา และได้ยินว่าร้านนี้น่าอัศจรรย์เพียงใด เขาก็ยิ่งอยากเข้าไปเปิดหูเปิดตาสักครั้ง
แต่ทำไมถึงเข้าไปไม่ได้กัน!
เดินทะลุเข้าออกอยู่หลายรอบ ก็ยังเป็นลานทรุดโทรมเดิมนั้น
ถ้าไม่ได้ยินจากปากองค์รัชทายาทว่ามีร้านเซียนอยู่จริง และได้พบเถ้าแก่ เขาคงสงสัยว่าตัวเองประสาทหลอนไปแล้ว
ครืนๆๆ
เสียงฟ้าร้องสนั่นจากท้องฟ้าทำเอาจ้งจิ้งสะดุ้ง เขานึกว่าเถ้าแก่กำลังไล่คน รีบทำความเคารพขออภัยแล้วถอยออกไปทันที
…
วันนี้โควตาการรับแขกของมิติแคว้นต้าฉีเต็มแล้ว
ข้างนอกฟ้ามืดครึ้ม แถมยังมีฝนตก เสิ่นโย่วจึงตั้งค่าให้ร้านปิดไปเลย ระหว่างกินอาหารเช้าก็นั่งศึกษาข้อมูลการจัดเตรียมสินค้าไปด้วย
ในระบบบริหารร้านค้ามีภารกิจอัปเดตแล้ว
[ ทำสัญญาเรียบร้อย หากทำธุรกรรมสำเร็จตรงเวลา จะได้รับรางวัล แต้ม + 50 ช่องเก็บของ + 1 มูลค่าธุรกิจ +10 ]
[ หากทำธุรกรรมล้มเหลว มูลค่าธุรกิจ - 20 จำนวนแขกที่รับได้ -1 ]
ยังมีข้อความเตือนเด่นชัดอีกบรรทัดหนึ่ง
[ หากทำธุรกรรมล้มเหลวหลายครั้ง หรือขายของปลอม สิทธิ์ของร้านจะถูกปิด ]
แต่ไม่ได้บอกว่าจะปิดสิทธิ์อะไร
เดิมทีเสิ่นโย่วก็ตั้งใจจะทำธุรกรรมนี้ให้สำเร็จอยู่แล้ว รับเงินแล้วทำงานให้เรียบร้อยคือเส้นตายของเธอ
หลังจากง่วนอยู่สองชั่วโมง ในที่สุดก็หาข้อมูลจนชัดเจน
การปลูกข้าวในพื้นที่หนึ่งหมู่ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ 1 - 2 ถุง ซึ่งแต่ละถุงหนักหนึ่งกิโลกรัม พันธุ์ให้ผลผลิตสูงราคาประมาณถุงละ 65 หยวน สามารถสั่งซื้อออนไลน์จากร้านค้าที่มีใบอนุญาตจำหน่ายในพื้นที่ได้
ส่วนหัวมันฝรั่งสำหรับเพาะปลูกราคาประมาณถุงละ 2 หยวน
เธอเลือกร้านค้าไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าซื้อในปริมาณมากเกินไปโดยไม่มีเหตุผลรองรับ ก็จัดการได้ยาก
แน่นอนว่าระบบร้านก็สามารถจัดซื้อวัตถุดิบจากโลกนี้ได้ แต่เพราะระดับร้านยังต่ำ มันฝรั่งกับข้าวจึงซื้อได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แถมยังมีข้อจำกัดด้านปริมาณอีกด้วย
แก้ปัญหาได้แค่พอสำหรับพื้นที่สองร้อยหมู่เท่านั้น
หากคำนวณตามอัตรากำลังซื้อของระบบ หนึ่งตำลึงทองแห่งแคว้นต้าฉี เท่ากับสิบตำลึงเงิน หรือเท่ากับหนึ่งหมื่นห้าพันหยวนในโลกปัจจุบัน
เสิ่นโย่วตัดสินใจแลกออกมาหนึ่งร้อยตำลึง ส่วนแท่งทองต้องเก็บไว้ก่อน
ในระยะสั้นยังเอาออกขายอีกไม่ได้ ทั้งเงินแท่งเงิน และทองแท่ง แถมยังเป็นปีศักราชเดียวกันด้วย ถ้าเป็นปีศักราชที่มีหมุนเวียนในตลาดมากก็ว่าไปอย่าง แต่วัตถุ ‘เฉพาะทาง’ แบบนี้ จะไม่ให้คนจับตาย่อมเป็นไปไม่ได้เลย
ขณะที่เธอเองก็ต้องใช้เงินทุนไปจัดซื้อสินค้า
หนึ่งล้านห้าแสน หักค่าธรรมเนียม 20% แล้ว เหลือหนึ่งล้านสองแสน ยังถูกระบบร้านตัดกำไรไปอีกก้อนหนึ่งอยู่ดี
เสิ่นโย่วหาร้านค้าหลายเจ้าในอินเทอร์เน็ต แล้วโทรศัพท์ไปยืนยันเวลาจัดส่ง
เธอให้เหตุผลกับคนนอกว่า มีเพื่อนคนหนึ่งจะกลับบ้านเกิดไปเช่าที่ดินทำเกษตร เลยขอเช่าที่ของเธอระยะสั้นไว้เป็นคลังสินค้า
ตลอดวันนั้นใช้เงินออกไปประมาณหกแสนหยวน
เมื่อก่อนจะจ่ายแค่หกร้อยยังต้องลังเล ตอนนี้พอลงมือก็เป็นธุรกิจหลักแสนแล้ว
หลังจัดการทุกอย่างเสร็จ เสิ่นโย่วนับยอดเงินในแอปธนาคารบนโทรศัพท์ซ้ำสองรอบถึงค่อยวางใจ ตอนนี้เธอมีเงินจริงๆ แล้ว!
อีกไม่กี่วันก็ค่อยปรับปรุงทั้งในบ้านนอกบ้าน
แอร์กลาง เครื่องชงกาแฟ ต้องจัดให้ครบ
พอฝนหยุด เสิ่นโย่วก็รีบขนขยะหลายถุงที่เก็บไว้เมื่อวานออกไปทิ้ง วิ่งไปวิ่งกลับอย่างรวดเร็วตลอดทาง
ในห้องมีแท่งทองกับหยกหนึ่งชิ้นวางอยู่ เธอยังไม่ค่อยสบายใจเท่าไร
ระบบป้องกันพื้นฐานมีผลเฉพาะกับแคว้นต้าฉี ส่วนในมิตินี้ก็ยังมีโอกาสถูกขโมยไปได้อยู่ดี
ตอนกลางคืน เสิ่นโย่วสั่งบะหมี่มันปูมากินหนึ่งที่
ฟังเสียงฝน มองดอกไฮเดรนเยียลายคาไลโดสโคปที่ไหวเอนอยู่ในลาน กินมื้อเย็นไปพลาง ดูคลิปแก้เบื่อไปพลางๆ
แต่ปลายทางอีกฝั่งของแคว้นต้าฉีกลับไม่ได้สงบเช่นนี้
ในความมืดยามค่ำคืน แสงเย็นเยียบที่สะท้อนจากคมดาบยิ่งเด่นชัด ไอพิฆาตปกคลุมไปทั่วทั้งซอย
คนชุดดำกลุ่มหนึ่งค้นสถานที่นี้จนพลิกแผ่นดิน แต่ก็ไม่พบอะไรเลย
“เป็นไปไม่ได้ เขาไม่มีทางมาที่แบบนี้โดยไร้เหตุผล”
ชายหัวหน้ากลุ่มยืนอยู่กลางสายฝน ขมวดคิ้วพลางครุ่นคิด
การที่องค์รัชทายาทเดินทางมาอวิ๋นโจว ฝ่ายอื่นๆ หวังให้เขามาแล้วไม่ได้กลับไปอยู่แล้ว
มีสายตาจากเงามืดมากมายจับตาดูอยู่ เมื่อวานหลิวเจิ้งอุ้มของชิ้นหนึ่งกลับไปที่ที่พัก พอถึงวันรุ่งขึ้นพวกเขาก็มายังเรือนร้างแห่งนี้ แถมยังมีคนลงมือซื้อเรือนนี้อีกด้วย
จากนั้นองค์รัชทายาทก็สกัดของบรรณาการไว้ชุดหนึ่ง จะบอกว่าไม่มีปัญหาได้อย่างไร
“หรือว่ามาพบใครบางคน? ที่นี่เป็นเพียงจุดนัดพบ?” ลูกน้องคาดเดา
“ก็เป็นไปได้ หาทางสืบดูว่าของที่หลิวเจิ้งนำกลับไปเมื่อวานคืออะไร” ชายคนนั้นลูบด้ามดาบเบาๆ
“ขอรับ”
คนที่ได้รับคำสั่งรีบลงมือทันที
ใช้เวลาไปหนึ่งวันหนึ่งคืน ทั้งชิงไหวชิงพริบและต่อสู้กันอย่างหนัก สุดท้ายก็ได้เห็นเพียงขวดแก้วใบหนึ่ง
“ที่นี่เป็นเขตอวิ๋นโจว ได้ยินมาว่าบรรพบุรุษตระกูลหลิวเคยพบเซียนที่นี่ และได้ยาวิเศษมา หรือว่าจะเป็นเรื่องจริง?” มีคนถามอย่างไม่แน่ใจ
ชายหัวหน้ากลุ่มแค่นเสียงเย็น
“คำพูดเหลวไหลแบบนี้เจ้าก็เชื่อรึ? ตระกูลหลิวแต่งเรื่องขึ้นมาเท่านั้น เฝ้าเรือนร้างนี้ให้ดีเถิด”
หากหาจุดผิดพลาดของคนผู้นั้นได้ พวกเขาก็จะได้ความชอบอันดับหนึ่ง
…
ติดต่อกันสองวันเต็ม เสิ่นโย่วเอาแต่รับสินค้า เธอกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ ทำให้บรรดาตัวแทนจำหน่ายเมล็ดพันธุ์หลายเจ้าให้การต้อนรับเป็นอย่างดี
“น้องสาว พวกคุณนี่หนุ่มสาวมีอนาคตจริงๆ เพื่อนของเธอไปเช่าที่ดินอยู่แถวไหนล่ะ?”
ตัวแทนจำหน่ายที่มาส่งสินค้าด้วยตัวเองเอ่ยถามขึ้นมา
“แถบหนานเฉิง” เสิ่นโย่วบอกเพียงชื่อเมืองเกษตรใหญ่แห่งหนึ่ง ไม่ได้บอกที่อยู่ชัดเจน
ร้านขายของเก่าที่ทำกิจการฝืดเคือง ปล่อยเช่าให้คนใช้เป็นคลังสองวันเพื่อหารายได้เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังพอฟังขึ้น
“คราวหน้าฝั่งผมช่วยประสานส่งตรงไปที่นั่นให้ได้ ค่าขนส่งรับรองว่าคิดราคาต่ำแน่นอน”
เช่าที่ดินผืนใหญ่ขนาดนี้ ถ้าร่วมงานกันระยะยาวได้ ทุกปีเขาก็จะได้เงินกินเปล่าเป็นก้อน ตัวแทนจำหน่ายคำนวณในใจอยู่เงียบๆ
“ฝั่งนั้นแค่ลองทำสักปีเดียว ถ้าไม่เวิร์กก็คงไม่ทำต่อ” เสิ่นโย่วตอบ
เจ้าของตัวแทนจำหน่ายคิดว่าก็จริง การเช่าที่ดินทำเกษตรแบบส่วนบุคคลมีความเสี่ยงขาดทุนอยู่ไม่น้อย
“หลังจากนี้ถ้าฝั่งเธอต้องการอะไร โทรหาผมได้ตลอด รับรองให้ราคาดีที่สุดแน่นอน”
“ได้ค่ะ” เสิ่นโย่วยิ้มแล้วพยักหน้า
มีคนช่วยยกของเข้าไปในคลังเก็บของ เธอเพียงแค่ตรวจนับ และยืนยันเท่านั้น
แต่ถึงอย่างนั้นงานนี้ก็ไม่ได้เบาเลย เมล็ดพันธุ์แต่ละชนิดราคาต่างกัน แถมยังต้องตรวจวันผลิตให้ละเอียดด้วย
บ่ายวันที่สาม สินค้าล็อตสุดท้ายก็มาถึง หลังเซ็นรับของก็ชำระเงินกันตรงนั้นทันที
ในที่สุดก็พอมีเวลาพักหายใจได้บ้าง
เสิ่นโย่วนอนเอนอยู่บนเก้าอี้โยกสานไม้ไผ่ตรงหน้าประตู ถือชานมแก้วหนึ่ง เลื่อนดูบัญชีของบล็อกเกอร์แต่งบ้านอยู่พักหนึ่ง เอาไว้เป็นตัวอย่างการตกแต่งบ้านของตัวเอง
ร้านฝั่งแคว้นต้าฉีไม่ได้เปิดเลยตลอดสามวันนี้ เธอคิดว่าจะตั้งใจเตรียมสินค้าสำหรับออร์เดอร์ใหญ่รอบนี้ให้ครบก่อน
เวลาที่นัดกันไว้คือสิบโมงเช้า หรือก็คือยามซื่อของสมัยโบราณ
เช้าเกินไป เธอตื่นไม่ไหวหรอก
ในวันทำธุรกรรม เสิ่นโย่วกะเวลาเปิดร้านพอดี และแทบจะในวินาทีถัดมา หลี่เหิงแห่งแคว้นต้าฉีก็พาคนเข้ามาทันที
ครั้งนี้คนที่ตามมาไม่ใช่หลิวเจิ้ง แต่เป็นบัณฑิตในสังกัดผู้หนึ่งที่คุ้นเคยเรื่องเกษตรกรรม
ดูท่าพวกเขาคงรออยู่ข้างนอกมาสักพักแล้ว
“เถ้าแก่ ของเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง?”
“แน่นอน” เสิ่นโย่วชี้ไปทางคลังเก็บของด้านหลังที่เปิดประตูอ้าไว้
ถุงแล้วถุงเล่า ภายในล้วนเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าว ส่วนที่วางอยู่บนพื้นในตะกร้าพลาสติกคือหัวมันฝรั่งสำหรับเพาะปลูกที่เริ่มงอกแล้ว
“ถุงแบบนี้กันน้ำได้ ไม่ชื้นง่าย ขอแค่พวกคุณไม่แกะออก ก็เก็บไว้ได้นาน”
“อ้อ แล้วก็มันฝรั่งชนิดนี้ไม่ค่อยเลือกดิน แต่หลังแตกหน่อแล้วกับแบบที่ยังปรุงไม่สุกมีพิษ กินไม่ได้”
หลี่เหิงพยักหน้า “ขอบคุณมาก”
“ที่ฉันเลือกเป็นพันธุ์ที่ต้านโรคได้ดี และให้ผลผลิตสูงสุด เรื่องการเพาะปลูก พวกคุณจดกันเองก็แล้วกัน”
เสิ่นโย่วเปิดคอมพิวเตอร์ แล้วอธิบายตามหัวข้อสำคัญที่เธอเตรียมไว้ให้พวกเขาฟัง
บัณฑิตในสังกัดของหลี่เหิงมองกล่องสี่เหลี่ยมประหลาดบนเคาน์เตอร์ เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าเหตุใดของสิ่งนี้จึงมีตัวอักษรอยู่ข้างใน แถมยังเรียกดูได้ทุกเมื่ออีก
ก่อนมา เขาไม่เชื่อเลยว่าในโลกนี้จะมีธัญพืชที่ให้ผลผลิตสูงขนาดนั้น ถึงขั้นสงสัยว่าองค์รัชทายาทถูกหลอกลวงหรือเปล่า
จนกระทั่งเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ และได้เห็นเมล็ดพันธุ์จำนวนมากกับตาตัวเอง จึงเชื่อไปแล้วเจ็ดแปดส่วน
ร้านนี้ประหลาดอย่างที่องค์รัชทายาทกล่าวไว้จริงๆ แต่ผลผลิตของธัญพืชนั้นยังดูไม่ออกในตอนนี้ จะจริงหรือเท็จก็คงต้องรอจนถึงเวลาเก็บเกี่ยวก่อน
เขาดึงสายตากลับมา หยิบกระดาษกับพู่กันออกมาจดบันทึก
ลายมือของบัณฑิตยุคโบราณช่างงดงามจริงๆ
เสิ่นโย่วเหลือบมองแวบหนึ่ง ทั้งหน้ากระดาษไม่มีผิดสักอักษร ตัวอักษรบรรจงเป็นระเบียบราวกับพิมพ์ออกมา
เธอค่อยๆ ดันสมุดคัดลายมือบนโต๊ะของตัวเองเข้าไปด้านในเงียบๆ
“เถ้าแก่ เมล็ดพันธุ์เต็มคลังเช่นนี้ หากมีเพียงพวกเราสองคน เกรงว่าจะขนย้าย...” หลี่เหิงพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ
ความหมายของเขาคือ จะให้คนอื่นเข้ามาได้หรือไม่
เสิ่นโย่วตอบ “ไม่ต้องกังวล ฉันจะส่งของไปให้ถึงฝั่งพวกคุณเอง”
จะให้ลูกค้ารายใหญ่ขนของเองได้อย่างไร
ค่าถ่ายโอนสิ่งของ 50 แต้ม เท่ากับห้าพันหยวน
จะว่าแพงก็แพงอยู่หรอก แต่คิดดูว่านี่เป็นการขนส่งข้ามมิติ แถมของก็มีไม่น้อย แพงหน่อยก็สมควรแล้ว เสิ่นโย่วเกลี้ยกล่อมตัวเองสำเร็จ
เมื่อได้ยินเธอพูดเช่นนี้ หลี่เหิงกลับไม่แปลกใจอีก ร้านนี้พูดได้ทั้งร้านแล้ว จะมีเรื่องประหลาดอะไรเกิดขึ้นที่นี่ก็ดูเป็นเรื่องปกติ
“ของเหล่านี้ขอเชิญเถ้าแก่ตรวจดู หากยังไม่พอ ข้าจะไปเตรียมมาเพิ่ม”
หลี่เหิงเปิดหีบไม้ที่วางอยู่ในลาน
“ตามบัญชีคลังในจวน เครื่องเคลือบที่ล้ำค่าที่สุดก็คือของไม่กี่ชิ้นนี้ เทคนิคการเผาเคลือบลายครามสูญหายไปนานแล้ว ของที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลกมีน้อยยิ่ง ไม่ทราบว่าจะพอเข้าตาได้หรือไม่?”
เข้าตาสิ เข้าตามากด้วย!
นี่มันชุดน้ำชาเคลือบลายครามของเตาเผารูเหยา แล้วก็ยังมีกระถางธูปอีก ของแบบนี้ปกติมักจะอยู่ในพิพิธภัณฑ์ทั้งนั้น แม้แต่ของชิ้นเดียวที่ไปประมูลในต่างประเทศก็ราคาสูงลิ่วแล้ว
แต่เพราะสุดท้ายแล้วนี่ไม่ใช่มิติเดียวกัน เทคนิคการเผาอาจต่างจากเตาเผารูเหยาในโลกปัจจุบันอยู่บ้าง
เสิ่นโย่วหันไปมองเก้าอี้ไท่ซือไม้หนานมู่ลายทองสองตัวกับโต๊ะน้ำชาที่วางอยู่ข้างๆ อีกครั้ง ล้วนเป็นของล้ำค่าเหนือของล้ำค่าทั้งนั้น
“เท่านี้ก็พอแล้ว” เสิ่นโย่วยิ้ม
เธอกลับไปที่เคาน์เตอร์ กดสั่งถ่ายโอนของในคลังไปให้พวกเขา พร้อมหยิบของแถมสองชิ้นอย่างน้ำมันหอมที่เคยพูดไว้ยื่นส่งให้กับมือ
มุมปากหลี่เหิงยกขึ้น ในใจคิดว่า เดาถูกแล้ว
ไม้หนานมู่ลายทองทั่วไปหาไม่ยาก แต่ของชั้นเลิศนั้นหาได้ยากยิ่ง
องค์รัชทายาทอย่างเขายังนั่งตำแหน่งได้ไม่มั่นคงนัก การสกัดของบรรณาการย่อมมีคนฉวยโอกาสหาเรื่องแน่นอน
เถ้าแก่บอกว่าต้องการไม้หนานมู่ลายทอง เกรงว่าคงอยากทดสอบความจริงใจของเขา
[ ติ๊ง! คำสั่งซื้อเสร็จสมบูรณ์แล้ว ]
รางวัลถูกส่งเข้ามาแล้ว
เสิ่นโย่วรีบกดจัดการเก็บเครื่องเคลือบล้ำค่า ทองอีกสองแท่งที่เหลือ และหยกชิ้นนั้นลงในช่องเก็บของหน้าเคาน์เตอร์
แม้จะมีพื้นที่เพียงหนึ่งตารางเมตร แต่ถ้ายัดดีๆ ก็แทบจะใส่ได้พอดี
คราวนี้ค่อยวางใจ ไม่ต้องกลัวว่าพอออกไปข้างนอกแล้วบ้านจะถูกงัดแงะ