- หน้าแรก
- คลินิกป่วนก๊วนปีศาจกำมะลอ
- บทที่ 13 - คดีฆาตกรรมห้องข้างๆ
บทที่ 13 - คดีฆาตกรรมห้องข้างๆ
บทที่ 13 - คดีฆาตกรรมห้องข้างๆ
บทที่ 13 - คดีฆาตกรรมห้องข้างๆ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
สถานการณ์จริงก็เป็นไปตามที่เฉินจ้าวคาดเดาไว้ ปืนของตำรวจที่บาดเจ็บถูกขโมยไปแต่ไม่กล้ารายงานเบื้องบนจึงต้องสืบหาเอง
ผลคือไปเจอคนที่ขโมยปืนแล้วก็โดนปืนของตัวเองยิงจนบาดเจ็บ
เห็นได้ชัดว่าเพื่อนร่วมงานไม่อยากให้เขาเดือดร้อนก็เลยเรียกเฉินจ้าวมาช่วย
เรื่องราวไม่ได้ซับซ้อนอะไรแค่เปิดเผยออกไปไม่ได้เท่านั้น
แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้จะเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กก็ได้ ถ้ามีเพื่อนร่วมงานคอยปกปิดแล้วตามเอาปืนที่หายไปกลับคืนมาได้ ทุกอย่างก็คุยกันได้ง่ายๆ
แต่ถ้าปืนกระบอกนี้ไปโผล่ในที่เกิดเหตุคดีอื่น หรือเอาไปก่อเหตุจนมีคนเจ็บคนตาย ปัญหาก็จะบานปลายร้ายแรงสุดๆ
เพราะแบบนี้แหละตำรวจที่ทำปืนหายถึงได้ร้อนรนตามสืบเรื่องนี้ด้วยตัวเองคนเดียว
แต่การได้ขยายเครือข่ายคนรู้จักแถมอีกฝ่ายยังเป็นตำรวจ เฉินจ้าวก็ค่อนข้างดีใจทีเดียว
"เดี๋ยวคุณมีธุระอะไรต่อไหมครับ"
"คุณตัดสินใจได้หรือยังคะว่าจะไปกินข้าวที่ไหน"
"หาร้านที่เอาสัตว์เลี้ยงเข้าไปได้ก็แล้วกันครับ"
ทั้งสองคนเลือกร้านอาหารจีนแห่งหนึ่ง หลังจากกินเสร็จก็มุ่งหน้ากลับไปที่โมเต็ลทันที
แต่แล้วเสียงปืนก็ดังขึ้นขัดจังหวะช่วงเวลาอันแสนสุขของทั้งสองคน
"ดังมาจากห้องข้างๆ" สีหน้าของเฉินจ้าวเปลี่ยนไปทันที "ผมจำได้ว่าห้องข้างๆ เป็นคู่รักหนุ่มสาวนี่นา"
เกลินรีบคว้าเสื้อมาคลุมทับแล้วพุ่งตัวไปที่หน้าห้องข้างๆ เธอใช้เท้าถีบประตูห้องจนเปิดออก
"อย่าขยับ วางอาวุธลงเดี๋ยวนี้" เกลินไม่ได้บุกพรวดพราดเข้าไป แต่เธอเล็งปืนเข้าไปในห้องแทน
เฉินจ้าวยืนอยู่ตรงประตูห้องของตัวเอง เกลินส่งสัญญาณมือบอกไม่ให้เฉินจ้าวเข้าไปใกล้
เฉินจ้าวรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังใช้ชีวิตอยู่ในหนังแอคชั่นเลย แค่ช่วงเวลาสิบวันเขาก็เจอคนถูกยิงไปแล้วถึงสี่คน แถมยังเจอคนร้ายที่ฆ่าคนเป็นผักปลาอีกต่างหาก
แล้วตอนนี้ก็ดันมาเกิดเหตุยิงกันในห้องข้างๆ อีก
ตอนที่เขาใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศจีนมาตลอดยี่สิบกว่าปี เขายังไม่เคยเจอเหตุการณ์ยิงกันในระยะประชิดแบบนี้เลยสักครั้ง
ที่เคยเจอก็มีแค่แผลถูกยิงของตำรวจสองนายเท่านั้น ซึ่งถือว่ามีความถี่น้อยมากๆ
ภายในห้องข้างๆ ไม่มีเสียงความเคลื่อนไหวใดๆ เกลินค่อยๆ ก้าวเข้าไปอย่างระมัดระวัง
เหมือนกับในซีรีส์สืบสวนสอบสวนที่ตำรวจมักจะค่อยๆ ก้าวเข้าไปพร้อมกับเล็งปืนไปตามมุมต่างๆ อย่างระแวดระวัง ทุกท่วงท่าเต็มไปด้วยความรอบคอบ
แต่ไม่นานเกลินก็ลดปืนลง ห้องนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไรอยู่แล้วจึงไม่มีที่ให้ซ่อนตัว
บนพื้นมีศพนอนอยู่หนึ่งศพ ส่วนหน้าต่างก็เปิดทิ้งไว้
เฉินจ้าวเดินตามเข้าไปในห้อง เขาจำได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้คือชายหนุ่มที่มากับแฟนสาวก่อนหน้านี้
"ผู้หญิงคนนั้นหายไปแล้วครับ" เฉินจ้าวบอก
"ผู้หญิงลักษณะแบบไหนคะ"
"อายุราวๆ ยี่สิบปี ผมสีน้ำตาล สูงประมาณร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรครับ"
ตอนนั้นเองก็มีเงามืดสายหนึ่งปรากฏขึ้น เจ้าดำงั้นเหรอ
เจ้าดำมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง
เห็นแค่เพียงเจ้าดำใช้เคียวในมือตวัดผ่านศพบนพื้นเบาๆ วิญญาณของผู้ชายคนนี้ก็ถูกเกี่ยวออกมา
"เจ้าดำ นายมาทำอะไรที่นี่ ที่นี่ไม่ใช่ถิ่นของนายไม่ใช่เหรอ"
"ข้ามาหาเจ้าเพื่อคุยเล่นน่ะสิ ช่วงนี้ย่านที่ข้าอยู่ไม่มีเหยื่อเลย ข้าก็เลยแวะมาหาเจ้าที่นี่ แล้วก็ดันมาเจอเจ้านี่เข้าพอดี การตามติดเจ้าเนี่ยมีรายได้เข้ามาตลอดเลยนะ ดีจริงๆ"
"ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย ช่วยด้วย ฉันยังไม่อยากตาย หมอนี่คือยมทูตใช่ไหม"
ตอนนี้ผู้ตายอยู่ในสภาพวิญญาณ เขาพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือของเจ้าดำอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือจากเฉินจ้าวและเกลิน
แต่เขาไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างเฉินจ้าวกับเจ้าดำ เฉินจ้าวปรายตามองวิญญาณของผู้ตาย
พอวิญญาณผู้ตายสบตาเข้ากับเฉินจ้าวก็เหมือนกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ได้
"นายมองเห็นฉันใช่ไหม ช่วยฉันด้วย ช่วยฉันด้วย ได้โปรดช่วยฉันที ฉันมีเงินนะ ฉันให้เงินนายได้ ขอแค่นายช่วยฉันก็พอ"
ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่เฉินจ้าวก็คงไม่รังเกียจที่จะช่วยชีวิตเขาหรอกนะ แต่สมองของเขากระจุยกระจายออกมาขนาดนั้นแล้ว เฉินจ้าวไม่มีความสามารถในการชุบชีวิตคนตายเสียหน่อย ต่อให้เป็นเจ้าดำก็ทำไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเขาคงช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ
"เจ้ามีอะไรอยากจะถามเขาสักหน่อยไหม ข้าสั่งให้เขาบอกข้อมูลบางอย่างกับเจ้าได้นะ แต่ทางที่ดีควรจะรีบหน่อย เพราะยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่วิญญาณคนตายก็จะสูญเสียความทรงจำไปมากเท่านั้น"
"ช่วยถามเขาทีว่าใครเป็นคนฆ่าเขา ใช่ผู้หญิงที่มาด้วยกันหรือเปล่า"
"ใช่ ใช่แล้ว นังแพศยานั่นแหละ"
"ทำไมเธอถึงฆ่านาย พวกนายเป็นอะไรกัน แล้วนายเป็นใคร"
"ฉันคือนักล่าค่าหัว เธอไม่ใช่แฟนฉันหรอก เธอคือเหยื่อของฉันต่างหาก เธอหลอกฉัน เธอหลอกลวงฉัน" วิญญาณดวงนั้นมีท่าทีตื่นเต้นมาก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น
เห็นได้ชัดว่าเขายังทำใจยอมรับความตายของตัวเองไม่ได้
ดังนั้นตอนที่ตอบคำถามเขาจึงพูดจาวกไปวนมา
แต่ไม่นานเฉินจ้าวก็ปะติดปะต่อเรื่องราวความจริงจากปากของผู้ตายได้
ผู้หญิงคนนั้นเป็นผู้ร้ายหนีคดี แต่เธอตั้งใจมามอบตัวกับผู้ตาย ทว่าผู้ตายไม่ได้คิดจะส่งตัวเธอให้ตำรวจ เขาตั้งใจจะเอาเธอไปขายให้กับหัวหน้าแก๊งมาเฟีย ผู้หญิงคนนั้นก็เลยลงมือฆ่าเขาแล้วหลบหนีไป
เรื่องนี้มีจุดน่าสงสัยอยู่หลายอย่าง ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงมามอบตัวกับผู้ตาย ถ้าเธออยากจะมอบตัวจริงๆ ทำไมไม่ไปที่สถานีตำรวจล่ะ ทำไมถึงมาหานักล่าค่าหัว
นักล่าค่าหัวถือเป็นอาชีพที่พบเห็นได้ทั่วไปในสังคมอเมริกา พวกเขาไม่ใช่ตำรวจ แต่พวกเขามีอำนาจในการจัดการมากกว่าตำรวจ ไม่สิ ต้องบอกว่าพวกเขามีข้อจำกัดในการทำงานน้อยกว่าตำรวจต่างหาก
ขอบเขตงานของพวกเขาคือการไล่ล่าตัวผู้ร้ายหนีคดีแล้วนำไปขึ้นเงินรางวัล
แต่อาชีพนี้รายได้ดีกว่าตำรวจเยอะเลย แน่นอนว่าต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงกว่าตำรวจเช่นกัน
ถึงแม้จะได้ข้อมูลจากวิญญาณดวงนี้มาเยอะพอสมควร แต่เฉินจ้าวก็บอกความจริงกับเกลินตรงๆ ไม่ได้
เพราะถ้าขืนเขาเล่าข้อมูลพวกนี้ให้เกลินฟัง เกลินก็อาจจะเริ่มสงสัยในตัวเฉินจ้าวได้
และประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ ก่อนตายผู้ชายคนนี้ไม่ได้ตั้งใจจะส่งตัวผู้ร้ายหนีคดีให้ตำรวจ แต่คิดจะเอาไปขายต่อให้แก๊งมาเฟียที่เสนอราคาให้สูงกว่า ผู้ตายไม่ได้พูดชื่อออกมา หรือไม่ก็อาจจะลืมไปแล้ว
วิญญาณหลังจากออกจากร่างแล้วจะค่อยๆ สูญเสียความทรงจำไป จะจำได้ก็แค่เรื่องราวที่ฝังใจหรือมีความผูกพันลึกซึ้งที่สุดเท่านั้น
นั่นก็หมายความว่าถ้าถามเสร็จในครั้งนี้ ต่อให้คราวหน้าเรียกวิญญาณเขามาถามอีก เขาก็คงจำได้แค่ว่าของที่กินแล้วไม่อร่อยที่สุดในชีวิตคืออะไรเท่านั้นแหละ
ผ่านไปไม่นานตำรวจก็มาถึง เกลินกำลังยืนคุยกับเพื่อนร่วมงานอยู่
ตำรวจผิวดำร่างสูงใหญ่ที่เคยเจอหน้ากันก่อนหน้านี้เดินเข้ามาหาเฉินจ้าว "ไงพวก เจอกันอีกแล้วนะ ฉันชื่อเมลสัน เป็นหัวหน้าแผนกคดีอุกฉกรรจ์"
"ผมชื่อเฉินจ้าว คุณจะเรียกผมว่าเฉินก็ได้นะ ดูเหมือนผมจะไปทำอะไรขัดใจพระเจ้าเข้าล่ะมั้ง ช่วงนี้ถึงได้เจอแต่เรื่องแบบนี้ตลอดเลย"
"ที่นี่คืออเมริกา นายต้องหัดชินกับเรื่องพวกนี้ไว้ซะนะ"
"บางทีผมอาจจะไม่มีวันชินเลยก็ได้"
"นายกับเกลินมาถึงที่เกิดเหตุเป็นคนแรก พอจะเจอเบาะแสอะไรบ้างไหม"
"ไม่เจออะไรเลยครับ ผมไม่ใช่ตำรวจซะหน่อย เป็นแค่หมอ แถมยังไม่ใช่หมอที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย"
[จบแล้ว]