เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 - ข่าวคราวงานแสดงเครื่องหยก

บทที่ 27 - ข่าวคราวงานแสดงเครื่องหยก

บทที่ 27 - ข่าวคราวงานแสดงเครื่องหยก


บทที่ 27 - ข่าวคราวงานแสดงเครื่องหยก

เป็นไปตามที่เถ้าแก่หลิวบอก ในเมืองมีร้านขายมอเตอร์ไซค์อยู่จริงและมีมากกว่าหนึ่งร้าน หลังจากจางเว่ยตงกินอาหารเช้าเสร็จ เขาก็เดินเท้าไปยังถนนเหวินซิง และเพียงแค่เงยหน้าขึ้นก็เห็นร้านมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ที่มีป้ายสะดุดตาจนหาไม่ยาก

ในตอนนั้นร้านเปิดให้บริการแล้ว แต่ยังไม่มีลูกค้ามากนัก มีเพียงชายหนุ่มสองสามคนคอยดูแลร้าน บางคนยังหาววอดๆ เพราะยังนอนไม่อิ่ม ในห้องโถงกว้างขวางมีมอเตอร์ไซค์ใหม่เอี่ยมจอดเรียงรายอยู่ทุกยี่ห้อและทุกรูปแบบ ทั้งแบบทั่วไป แบบไฮบริด แบบสำหรับผู้หญิง และแบบวิบาก ราคาเองก็มีหลากหลายตั้งแต่พันกว่าหยวนไปจนถึงหมื่นกว่าหยวน แต่ส่วนใหญ่ราคาถือว่าถูกมากในปัจจุบันเนื่องจากรถยนต์กลายเป็นของพื้นฐานไปแล้ว

"คุณต้องการรุ่นไหนครับ เดี๋ยวผมช่วยแนะนำให้? จะซื้อแบบผู้ชายหรือแบบผู้หญิงดี?" พนักงานชายเดินเข้ามาต้อนรับแม้จะดูเหนื่อยล้าอยู่บ้าง

"ต้องการทั้งสองแบบเลยครับ มีแบบไหนบ้างช่วยแนะนำหน่อย" จางเว่ยตงพยักหน้าบอก

พนักงานเริ่มแนะนำด้วยความอดทน จางเว่ยตงพยักหน้าฟังเป็นระยะและสอบถามข้อมูลที่จำเป็น จนผ่านไปครึ่งชั่วโมงเขาก็ตัดสินใจซื้อได้สำเร็จ จางเว่ยตงเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์สามคัน คันแรกเป็นแบบวิบากระบบไฮบริดที่ใช้ได้ทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน มีพละกำลังแรงและดูเท่พร้อมกล่องเก็บของขนาดใหญ่สำหรับเขาใช้เอง คันที่สองเป็นแบบไฟฟ้าสำหรับผู้หญิงซึ่งน้ำหนักเบาและมีกล่องเก็บของไว้สำหรับซื้อของได้สะดวก

ส่วนคันที่สาม เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจซื้อให้หลิ่วเจี้ยนเซ่อ ในเมื่อหลิ่วติงย้ายเข้ามาอยู่ด้วยแล้ว ในเมืองหรงที่แสนแปลกตาแห่งนี้พวกเขาก็เปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน ปกติหลิ่วเจี้ยนเซ่อเดินทางไปมาระหว่างเมืองกับหมู่บ้านต้องเดินเท้าหรืออาศัยรถคนอื่น ซึ่งมันลำบากเกินไป ถ้ามีมอเตอร์ไซค์สักคันทุกอย่างจะสะดวกขึ้นมาก

มอเตอร์ไซค์คันที่สามเป็นรุ่นธรรมดาราคาแค่พันกว่าหยวน จางเว่ยตงไม่ได้เสียดายเงินเล็กน้อยนี้เลยจึงซื้อเพิ่มไปอีกคัน ทางร้านบริการจดทะเบียนให้พร้อมส่งถึงบ้านและเติมน้ำมันให้เต็มถัง ทั้งสามคันราคาไม่ถึงแปดพันหยวนด้วยซ้ำ พอเจ้าอ้วนหวังตื่นมาพร้อมหาววอดๆ และหลิ่วติงลุกขึ้นมาเตรียมมื้อเช้า มอเตอร์ไซค์ทั้งสามคันก็มาจอดสงบนิ่งอยู่ในร้านเรียบร้อยแล้ว

"ให้ตายสิ ซื้อมอเตอร์ไซค์มาจริงๆ เหรอเนี่ย?! เว่ยตง นายจะซื้อเยอะแยะไปทำไมกัน?" เจ้าอ้วนหวังเดินลงมาเห็นจางเว่ยตงกำลังตรวจรับรถถึงกับตะลึง เขาคิดว่าเพื่อนพูดเล่นเสียอีก ใครจะไปนึกว่าเศรษฐีเงินล้านจะซื้อมอเตอร์ไซค์แทนรถยนต์ แต่ความจริงที่ปรากฏตรงหน้าพิสูจน์แล้วว่าจางเว่ยตงเอาจริง

"แล้วนึกว่าฉันพูดเล่นหรือไง? มอเตอร์ไซค์ในชนบทมันสะดวกกว่าเยอะ ถึงจะหายก็ไม่เสียดายเท่าไหร่ ทำไมจะไม่ซื้อล่ะ? ดูสิ สามคันนี้รวมกันแค่เจ็ดพันกว่าหยวนเอง คุ้มจะตาย!" จางเว่ยตงยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน

เขารู้ดีว่าความปรารถนาสูงสุดของเจ้าอ้วนหวังคือการมีบ้านและรถเป็นของตัวเองเพื่อพาพยาบาลสาวไปขับรถเล่น แต่ความฝันนั้นยังคงห่างไกล "ไม่ต้องมาทำหน้าเศร้าหรอกนะสหาย ความปรารถนาของนายน่ะวันหลังก็หาเงินซื้อเองเถอะ อย่าหวังว่าฉันจะซื้อให้เชียว!" จางเว่ยตงพูดจาแทงใจดำเพื่อนสนิททันที

"ฉันเหรอ? กว่าจะถึงวันนั้นก็ไม่รู้เมื่อไหร่ ลำพังแค่เงินเดือนนิดเดียว เฮ้อ" เจ้าอ้วนหวังบ่นอุบ

"ถ้ามีโอกาสรวยแบบถูกกฎหมาย ฉันจะเรียกนายเอง!" จางเว่ยตงหัวเราะร่า

"นายพูดเองนะ ถ้ารอบก่อนฉันแทงตามนาย ป่านนี้คงได้เงินหลายแสนไปแล้ว ไม่ใช่แค่สามหมื่นแบบนี้!" เจ้าอ้วนหวังตาเป็นประกายทันทีเมื่อนึกถึงเรื่องตีไก่คราวก่อน เขาจดจำคำพูดนี้ไว้ขึ้นใจราวกับเห็นกองเงินลอยมาหา

"พอใจเถอะ นายทำงานในระบบข้าราชการ มีเงินเยอะเกินไปจะอธิบายที่มาลำบากเอา เดี๋ยวจะหาเรื่องใส่ตัวเปล่าๆ"

"นั่นก็จริง หึหึ!" สำหรับข้าราชการการทำธุรกิจถือเป็นข้อห้าม อีกอย่างเจ้าอ้วนหวังก็ไม่ใช่คนที่มีหัวทางการค้า ช่องทางการทำเงินแบบถูกกฎหมายจึงมีน้อยมาก อาจจะเล่นหุ้นแต่ความเสี่ยงก็สูง หรือจะเก็บตกของเก่าแต่ก็ต้องใช้สายตาที่แหลมคม ซึ่งคนทั่วไปพลาดได้ง่าย หรือจะไปพนันหินหยกที่แม้จะเป็นเรื่องถูกกฎหมายแต่ก็มักจะหมดตัวกันไปเป็นส่วนใหญ่

ในทางกลับกัน จางเว่ยตงไม่ได้อยู่ในระบบข้าราชการแล้ว เขาจึงไม่มีข้อจำกัดเรื่องที่มาของรายได้มากนัก หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ เจ้าอ้วนหวังก็ได้รับโทรศัพท์และต้องรีบกลับเข้าเมืองไปจัดการธุระ ความฝันที่จะได้กินดื่มอย่างสำราญใจหลายวันจึงต้องจบลงเพียงเท่านี้

เมื่อเจ้าอ้วนหวังกลับไป จางเว่ยตงก็ว่างงานทันที หลิ่วติงบอกว่าอยากกลับบ้านสักหน่อย จางเว่ยตงเห็นว่าไม่มีอะไรทำจึงตัดสินใจไปเป็นเพื่อนและเอามอเตอร์ไซค์คันใหม่ไปให้พ่อของเธอด้วย เขาแวะซื้อผักและเนื้อสัตว์ติดมือไปด้วยแต่ไม่ได้ซื้อของบำรุงสุขภาพ เพราะตอนนี้แม่ของหลิ่วติงยังพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลตำบล ทั้งสามคนแวะไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลก่อนจะมุ่งหน้าไปหมู่บ้าน

"ป่านนี้พ่อต้องอยู่ที่นาแน่ๆ ส่วนน้องชายน่าจะหลับอยู่ พี่เว่ยตง จะให้โทรบอกที่บ้านก่อนไหมคะ?" ระหว่างทางจางเว่ยตงขี่มอเตอร์ไซค์คันใหม่โดยมีหลิ่วติงซ้อนท้ายและหลิ่วอิงนั่งปิดท้าย รถวิ่งฉิวไปตามถนนอย่างคล่องตัว มอเตอร์ไซค์ในชนบทช่างรวดเร็วและสะดวกสบายจริงๆ

"ไม่ต้องหรอก งานในนาสำคัญกว่า" จางเว่ยตงตอบ เขาไม่เคยทำงานเกษตรมาก่อน อย่างมากตอนเด็กๆ ก็แค่ช่วยปู่ปลูกต้นไม้รดน้ำดอกไม้ เขาจึงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย

เมื่อมอเตอร์ไซค์ใกล้ถึงหมู่บ้านเอ้อร์สือลี่พู่ ก็เห็นหลิ่วเจี้ยนเซ่อกำลังลากสายยางเตรียมจะรดน้ำในนา ช่วงนี้ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือฝนตกน้อยมาก ต้นกล้าหลายอย่างเริ่มขาดน้ำจึงต้องรดน้ำช่วย "หลิ่วติง? หลิ่วอิง? เว่ยตง พวกเธอมาได้ยังไงกัน?" เขาหยุดรถรดน้ำด้วยความประหลาดใจแต่ก็ดีใจมาก

"พ่อคะ พวกเราไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาลมาแล้วเลยกลับมาหาพ่อค่ะ พี่เขยซื้อมอเตอร์ไซค์มาฝากพ่อด้วยนะคะ ขับมาถึงนี่เลย!" หลิ่วอิงปากไวรีบบอกข่าวดีทันที

"ใช่ครับอา เมื่อเช้าผมไปซื้อมอเตอร์ไซค์มาเห็นว่าราคาไม่แพง เลยซื้อมาสามคัน ของผมคันหนึ่ง ของหลิ่วติบคันหนึ่ง แล้วก็ของอาคันหนึ่งครับ ต่อไปอาจะเข้าเมืองหรือไปที่นาจะได้สะดวกขึ้น" จางเว่ยตงยิ้มบอก

หลิ่วเจี้ยนเซ่อตื้นตันจนพูดไม่ออก "เปลืองเงินเปล่าๆ..."

"พวกเธอกลับบ้านไปก่อนเถอะ พ่อขอทำงานต่ออีกหน่อยเดี๋ยวตามไป เที่ยงนี้อย่าเพิ่งกลับนะ กินข้าวด้วยกันก่อน!" เมื่อก่อนเขามีภรรยาคอยช่วยรดน้ำ แต่ตอนนี้ทำคนเดียวงานจึงเดินช้าลงมาก

จางเว่ยตงเห็นแล้วจึงบอกว่า "ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมส่งหลิ่วติงกับหลิ่วอิงกลับบ้านเอาของไปเก็บก่อน เดี๋ยวแดดแรงของจะเสีย แล้วผมจะกลับมาช่วยรดน้ำครับ!" ไม่รอให้หลิ่วเจี้ยนเซ่อคัดค้าน จางเว่ยตงก็พาพี่น้องตระกูลหลิ่วกลับบ้านไปเก็บของเพียงสิบนาทีแล้วรีบกลับมาช่วยรดน้ำทันที

จางเว่ยตงไม่เคยทำนา แต่ตอนนี้เขามีพละกำลังมหาศาล งานหนักๆ อย่างการลากท่อหรือแบกสายยางเขาจึงเหมาทำเองทั้งหมด ส่วนหลิ่วเจี้ยนเซ่อทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมทางเทคนิค คอยบอกว่าต้องรดน้ำแค่ไหนอย่างไร ทั้งคู่ช่วยกันทำงานไปคุยกันไปจนงานเสร็จรวดเร็วในช่วงสิบเอ็ดโมงเช้า สายยางและอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ใช่ของบ้านหลิ่วแต่เป็นการเช่ามา เมื่อเสร็จงานเจ้าของก็มารับไปให้คนอื่นเช่าต่อทันที

หลิ่วเจี้ยนเซ่อประทับใจในตัวจางเว่ยตงมาก เขามองจางเว่ยตงด้วยความเอ็นดูราวกับเป็นลูกเขยจริงๆ ลูกเขยคนนี้หาเงินเก่ง ทำงานเป็น แถมยังดูแลครอบครัวหลิ่วเป็นอย่างดีและเข้ากับลูกสาวเขาได้ดีมาก หาแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว เขายังคิดเผื่อเรื่องการเดินทางไปมาระหว่างเมืองกับหมู่บ้านจนซื้อมอเตอร์ไซค์ให้ และยังมาช่วยทำงานหนักในนาโดยไม่บ่นสักคำ หลิ่วเจี้ยนเซ่อรู้สึกซาบซึ้งใจที่สุด

อาหารกลางวันมื้อนั้นอุดมสมบูรณ์มากด้วยวัตถุดิบที่จางเว่ยตงซื้อมา หลังกินเสร็จจางเว่ยตงกะว่าจะนอนพักผ่อนที่ห้องข้างบ้านหลิ่วรอให้แดดร่มลมตกค่อยกลับเมือง เพราะที่ร้านก็ไม่ได้มีลูกค้าอะไรนัก แต่ทันทีที่เอนตัวลงนอน เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าอ้วนหวัง

"เว่ยตง ข่าวดี ข่าวดีสุดยอดเลย! ฉันได้ยินมาว่าอีกไม่กี่วันในเมืองจะมีงานแสดงเครื่องหยกครั้งใหญ่ที่สุดในมณฑลเลยนะ พ่อค้าหยกจากทั่วประเทศจะมากันเพียบ งานนี้อลังการมาก นายสนใจไปดูหน่อยไหม?" เจ้าอ้วนหวังเพิ่งกลับถึงเมืองก็รีบคาบข่าวมาบอกทันที เขาแอบหวังเรื่องพนันหินหยกและอยากรู้ว่าจางเว่ยตงจะไปไหม

"งานแสดงเครื่องหยกเหรอ? มีแต่ของใหม่ใช่ไหม?" จางเว่ยตงเริ่มสนใจ

"ไม่ใช่ มีทั้งของใหม่และของเก่า เพื่อนฉันบอกว่าทุกอย่างที่เกี่ยวกับหยกจะมีให้เห็นหมดเลย แถมยังมีนิทรรศการหยกที่เป็นสมบัติของชาติด้วยนะ แต่โซนสำคัญๆ ต้องมีจดหมายเชิญถึงจะเข้าได้ ส่วนคนทั่วไปก็ต้องซื้อบัตรเข้าชมโซนอื่น—"

หยกโบราณระดับสมบัติชาติย่อมมีมูลค่ามหาศาล การที่ต้องจำกัดเฉพาะคนที่มีจดหมายเชิญจึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผลเพื่อความปลอดภัย แม้แต่งานแสดงทั่วไปก็ต้องซื้อบัตรเพื่อควบคุมจำนวนคน จางเว่ยตงได้ยินเรื่องหยกโบราณเขาก็ใจสั่นทันที ของใหม่เขาอาจจะไม่สนใจ แต่หยกโบราณเขามีความลับบางอย่างที่อยากพิสูจน์

"อ้วน จดหมายเชิญนี่หายากไหม?" จางเว่ยตงถามเจ้าอ้วนหวัง

"เรื่องนี้ตำแหน่งอย่างฉันคงไม่มีบารมีพอ แต่ฉันรู้ว่ามีคนหนึ่งที่หาได้ง่ายๆ เลยล่ะ—"

"ใครเหรอ?"

"ผู้เฒ่าสวี่ไง! ถ้าผู้เฒ่าสวี่ยังจำนายได้ ถ้านายเอ่ยปากขอ ก็น่าจะมีหวังนะ!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 27 - ข่าวคราวงานแสดงเครื่องหยก

คัดลอกลิงก์แล้ว