- หน้าแรก
- ระบบไม่ปลื้ม: ผมใช้บัคอัปเกรดของฟรีจนเป็นเทพ
- บทที่ 25 - คู่ชายโฉดหญิงชั่วที่สวรรค์สรรค์สร้าง
บทที่ 25 - คู่ชายโฉดหญิงชั่วที่สวรรค์สรรค์สร้าง
บทที่ 25 - คู่ชายโฉดหญิงชั่วที่สวรรค์สรรค์สร้าง
บทที่ 25 - คู่ชายโฉดหญิงชั่วที่สวรรค์สรรค์สร้าง
จักรวรรดิเสินหลง หมู่บ้านมือใหม่หมายเลข 9526
ตอนที่เกมหมื่นภพจุติลงมา หลิวหรูเยียนกับจ้าวซวี่อยู่ใกล้กันพอดี พวกเขาจึงโชคดีถูกสุ่มมาอยู่ในหมู่บ้านมือใหม่เดียวกัน
และที่โชคดีไปกว่านั้นคือทั้งคู่ดันปลุกพรสวรรค์ระดับ S ขึ้นมาได้เหมือนกัน!
ในขณะนี้ทั้งสองเพิ่งจะสังหารหัวหน้าก็อบลินระดับทั่วไปซึ่งเป็นบอสระดับเหล็กดำลงได้สำเร็จ
ขณะที่กำลังเตรียมตัวจะบุกตะลุยคว้าเฟิร์สเคลียร์ของหมู่บ้านมือใหม่หมายเลข 9526 ต่อให้จบๆ ไป พวกเขาก็ต้องมายืนอึ้งแดกกับประกาศระดับภูมิภาคที่ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"เชี่ยเอ๊ย ไอ้ไป๋เยี่ยนี่มันจะเวอร์เกินไปแล้วมั้ง"
จ้าวซวี่สบถออกมาด้วยความตกตะลึงกับความเร็วในการเคลียร์ดันเจี้ยน น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความอิจฉาอย่างปิดไม่มิด
"ไป๋เยี่ยเหรอ ทำไมฉันถึงรู้สึกคุ้นชื่อนี้จัง..."
หลิวหรูเยียนที่ยืนอยู่ข้างๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางทำหน้าครุ่นคิด
"คุ้นเหรอ"
จ้าวซวี่ตาลุกวาวทันทีที่ได้ยิน "หรูเยียน รีบคิดดูดีๆ สิว่าใช่ไอ้พวกหน้าโง่ที่เคยตามจีบเธอหรือเปล่า"
"ถ้าเป็นงั้นจริงล่ะก็..."
"ทำไม นายกะจะส่งฉันไปประเคนให้คนอื่นอีกแล้วเหรอ"
หลิวหรูเยียนกลอกตาใส่อย่างรู้ทัน เธอมองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่งไปถึงไส้ติ่งว่าผู้ชายตรงหน้ากำลังคิดบ้าอะไรอยู่
สองคนนี้รสนิยมวิปริตพอกัน คนนึงชอบสวมเขาให้แฟน ส่วนอีกคนก็ชอบดูแฟนตัวเองไปเอากับคนอื่น
เรียกได้ว่าเป็นคู่ชายโฉดหญิงชั่วที่สวรรค์สรรค์สร้างมาคู่กันโดยแท้
ซูมู่ไป๋ก็เป็นแค่หนึ่งในหมากตัวปูทางสำหรับเพลย์พิสดารของพวกมันในอดีตเท่านั้น
"แล้วมันจะเป็นอะไรไปล่ะ"
จ้าวซวี่ไม่ได้รู้สึกกระดากอายเลยสักนิด เขากลับหัวเราะร่วนอย่างไร้ยางอาย "เธอเองก็ไม่ได้รู้สึกฝืนใจอะไรไม่ใช่หรือไง"
"ตอนที่คบกับซูมู่ไป๋ เธอเองก็ได้เสวยสุขกับเงินทองของมันไปตั้งหลายปีนี่"
พอพูดถึงตรงนี้ สีหน้าของเขาก็พลันฉายแววเกรี้ยวกราด "ต้องโทษไอ้เกมหมื่นภพเวรนี่แหละ ชีวิตฉันกำลังจะพุ่งขึ้นจุดสูงสุดอยู่แล้วแท้ๆ ดันต้องมานั่งนับหนึ่งใหม่หมดเลย แม่งเอ๊ย"
"ซูมู่ไป๋..."
หลิวหรูเยียนพึมพำชื่อนี้ซ้ำๆ ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอรีบยกมือขึ้นปิดปากพร้อมกับอุทานเสียงสั่น
"เมื่อก่อนตอนที่เขาเล่นเกม เขาก็ใช้ชื่อนี้มาตลอดเลยนี่นา!"
"ว่าไงนะ"
สีหน้าของจ้าวซวี่เปลี่ยนไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว เขาส่ายหน้าปฏิเสธ
"ไม่มีทาง ซูมู่ไป๋มันน่าจะตายหงส์ไปตั้งนานแล้ว ฉันเป็นคนดึงสายน้ำเกลือมันออกด้วยมือตัวเองเลยนะเว้ย"
"คนที่ตั้งชื่อไอดีว่าไป๋เยี่ยไม่ได้มีแค่ซูมู่ไป๋คนเดียวหรอก มันต้องเป็นเรื่องบังเอิญแน่ๆ"
หลิวหรูเยียนพยักหน้าเห็นด้วย แต่ก็ยังอดถามด้วยความกังวลไม่ได้ "แล้วถ้าเกิดเป็นเขาขึ้นมาจริงๆ ล่ะ"
"ถ้าเกิดเป็นไอ้หน้าโง่ซูมู่ไป๋จริงๆ..."
จ้าวซวี่ขมวดคิ้ว ลูกตากลอกกลิ้งไปมาก่อนจะแสยะยิ้มกว้าง
"แบบนั้นมันก็ยิ่งเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือไง"
"เรื่องดีอะไรกัน พวกเราสองคนรวมหัวกันฆ่าเขานะ ถ้ารู้ความจริงขึ้นมาพวกเราได้จบเห่แน่!"
หลิวหรูเยียนยังคงไม่เข้าใจสถานการณ์
"โง่หรือเปล่า ตอนนั้นมันเป็นเจ้าชายนิทราไปแล้ว มันจะไปตรัสรู้ได้ยังไงว่าใครทำอะไรมัน"
"เรื่องนี้มีแค่เรารู้กันสองคน ขอแค่เธอรูดซิปปากให้สนิท ฉันรูดซิปปากให้แน่น ไอ้หมอนั่นก็ต้องจมอยู่กับความโง่เขลาไปชั่วชีวิตนั่นแหละ!"
ยิ่งพูดแววตาของจ้าวซวี่ก็ยิ่งทอประกายเจ้าเล่ห์ เขาเอื้อมมือไปรวบเอวหลิวหรูเยียนเข้ามากอดไว้แน่น
"ถ้าไอ้ไป๋เยี่ยคนนี้ไม่ใช่ซูมู่ไป๋ เธอคงต้องเหนื่อยหาวิธีไปอ่อยมันหน่อย"
"แต่ถ้าเป็นซูมู่ไป๋ตัวจริงล่ะก็ ทุกอย่างก็จะง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก"
"ด้วยความรักหัวปักหัวปำที่ไอ้เด็กนั่นมีให้เธอ ขอแค่เธอกระดิกนิ้วเรียก มันก็พร้อมจะหอบเอาของดีๆ มาประเคนให้ถึงที่แล้ว!"
"ไอ้โรคจิตเอ๊ย"
หลิวหรูเยียนแกล้งค้อนขวับ ทว่าประกายตาของเธอกลับวาวโรจน์ ลึกๆ ในใจเธอยอมรับแผนการของจ้าวซวี่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"ฮ่าๆๆ ด้วยเสน่ห์อันเหลือล้นของหรูเยียนของฉัน ไม่ว่ามันจะเป็นใครก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือเธอหรอก"
ทั้งสองมองสบตากันพร้อมกับส่งยิ้มร้ายกาจ พวกเขาตัดสินใจกันอย่างแน่วแน่แล้ว
รอให้ออกจากหมู่บ้านมือใหม่เมื่อไหร่ ภารกิจแรกคือต้องตามหาตัวไป๋เยี่ยให้เจอทันที
แต่สิ่งที่พวกมันไม่รู้เลยก็คือ ซูมู่ไป๋รู้ความจริงทุกอย่างหมดแล้ว
พวกมันอยากจะตามหาไป๋เยี่ย ทางด้านซูมู่ไป๋เองก็กำลังอยากจะล่าหัวพวกมันอยู่พอดี
ความคิดของทั้งสองฝ่ายดันมาตรงกันเป๊ะ ช่างเป็นการวิ่งเข้าหากันที่น่าประทับใจเสียจริง...
...
จักรวรรดิเสินหลง หมู่บ้านมือใหม่หมายเลข 9527
สายหมอกหนาทึบที่ปกคลุมทั่วผืนป่าถูกเรจจี้สูบกลืนไปจนหมดสิ้น ดินแดนแห่งสายหมอกจึงได้ต้อนรับแสงสว่างที่ห่างหายไปนานแสนนานอีกครั้ง
แสงแดดส่องลอดผ่านหมู่แมกไม้ลงมาอาบไล้พื้นดิน นำพาความมีชีวิตชีวากลับคืนสู่ผืนป่าแห่งความตายแห่งนี้
ซูมู่ไป๋ทำหูทวนลมไม่สนใจเสียงประกาศจากระบบ เขาก้มหน้าก้มตาเก็บกวาดไอเทมที่ดรอปจากเรจจี้อย่างอารมณ์ดี
ด้วยความแข็งแกร่งที่นับวันจะยิ่งทะลุหลอดของเขา หลังจากนี้การปั่นหัวระบบให้ขึ้นประกาศแจ้งเตือนคงจะกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันไปแล้ว
กะอีแค่ประกาศระดับภูมิภาคครั้งเดียว มันไม่เห็นจะมีอะไรให้น่าตื่นเต้นตกใจเลยสักนิด
"อุตส่าห์ฆ่าแกตั้งสองรอบ ถ้าไม่ดรอปของดีๆ ออกมาให้ชื่นใจหน่อยคงจะน่าเกลียดแย่เลยนะ"
ซูมู่ไป๋ถูมือไปมาก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือไปแตะซากศพของเรจจี้
แกรกๆๆ...
หลังจากถูกสูบปราณมรณะออกไปจนเหือดแห้ง โครงกระดูกของเจ้านี่ก็เปราะบางราวกับแก้วร้าวอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด
เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ มันก็แหลกละเอียดกลายเป็นเศษกระดูกกองโต เผยให้เห็นกองไอเทมที่ดรอปออกมามากมายก่ายกอง
"ดรอปยับๆ เลยเว้ย!"
พอมองเห็นไอเทมที่เกลื่อนกลาดเต็มพื้น ดวงตาของซูมู่ไป๋ก็เปล่งประกายวาววับ เขารีบกวาดของทั้งหมดเข้ากระเป๋าทันที
[คุณได้รับเหรียญทอง 10 เหรียญ เหรียญเงิน 38 เหรียญ]
[คุณได้รับอัญมณีสเตตัสเลเวล 1 ×10]
[คุณได้รับอัญมณีคริติคอลเลเวล 1 ×3]
[คุณได้รับอุปกรณ์ระดับทอง ×5]
"ทำไมถึงเป็นอุปกรณ์เลเวลห้าหมดเลยล่ะ"
ซูมู่ไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเลเวลของอุปกรณ์ทั้งห้าชิ้น
ตามหลักแล้วบอสเลเวลสิบก็ควรจะดรอปอุปกรณ์เลเวลสิบสิถึงจะถูก
เขากวาดสายตาดูค่าสถานะของอุปกรณ์ทั้งห้าชิ้นลวกๆ ก่อนจะโยนพวกมันเข้าไปกองรวมกันในช่องเก็บของ
แต่พอเห็นไอเทมชิ้นถัดไป คิ้วที่ขมวดมุ่นก็คลายออกทันที
[คุณได้รับอุปกรณ์ระดับทองคำมืด "สร้อยคอผู้วายชนม์"]
[คุณได้รับอุปกรณ์ระดับทองคำมืด "รองเท้าบูตแห่งเงามืด"]
[คุณได้รับอุปกรณ์ระดับทองคำมืด "ดาบยักษ์โครงกระดูก"]
[คุณได้รับอุปกรณ์ระดับทองคำมืด "เกราะหนักโครงกระดูก"]
อุปกรณ์ระดับทองคำมืดสี่ชิ้นเน้นๆ แถมยังเป็นอุปกรณ์เลเวลสิบทั้งหมดอีกด้วย
ดูเหมือนว่าอุปกรณ์เลเวลห้าพวกนั้นคงเป็นของดรอปจากเรจจี้ในร่างก่อนที่จะกลายสภาพเป็นอันเดดสินะ
เพียงแต่อุปกรณ์เหล่านี้ต้องผ่านการตรวจสอบก่อนถึงจะดูค่าสถานะได้
ดังนั้นซูมู่ไป๋จึงยังไม่รีบร้อนใช้พรสวรรค์ 'หายนะ' เพื่อรับของฟรี เขาจับพวกมันยัดลงกระเป๋าไปก่อน
แต่จากของทั้งหมดที่ได้มา เขาค่อนข้างจะไม่พอใจเท่าไหร่นัก
แม้จะยังไม่ได้ตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งสี่ชิ้นนั้น แต่เขาก็พอมองออกว่ามันเป็นอุปกรณ์ประเภทไหน
นอกจาก [สร้อยคอผู้วายชนม์] ที่เป็นเครื่องประดับแล้ว อีกสามชิ้นที่เหลือล้วนเป็นชุดเกราะหนักที่เขาเอามาใส่ไม่ได้เลยสักชิ้น
"มันควรจะมีของดีๆ โผล่มาบ้างสิวะ!"
ซูมู่ไป๋สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ขณะจ้องมองตำราเก่าคร่ำคร่าห้าเล่มกับลูกแก้วคริสตัลทรงกลมเกลี้ยงเกลาที่เหลืออยู่บนพื้น เขาเริ่มตรวจสอบของสะสมชุดสุดท้าย
[คุณได้รับตำราสกิลระดับ C "อัญเชิญผู้กล้าโครงกระดูก"]
[คุณได้รับตำราสกิลระดับ C "อัญเชิญพลแม่นธนูโครงกระดูก"]
[คุณได้รับตำราสกิลระดับ C "อัญเชิญนักเวทโครงกระดูก"]
[คุณได้รับตำราสกิลระดับ B "ออร่าผู้วายชนม์"]
[คุณได้รับตำราสกิลระดับ B "อัสนีบาตฟาดฟัน"]
"แม่เจ้าโว้ย นี่กะจะเหมาสกิลของเรจจี้มาให้หมดเลยหรือไงเนี่ย!"
ในบรรดาตำราสกิลทั้งห้าเล่ม มีถึงสี่เล่มที่ซูมู่ไป๋สามารถเรียนรู้ได้
แต่เขาก็รู้สึกลังเลนิดหน่อย สกิลอัญเชิญโครงกระดูกตั้งสามแบบ มันจะไปเบียดบังช่องสกิลตั้งสามช่อง ดูยังไงก็สิ้นเปลืองชัดๆ
ทว่าสกิลทั้งสามนี้ดันเป็นสกิลที่เนโครแมนเซอร์ขาดไม่ได้เสียด้วยสิ
ในระหว่างที่ซูมู่ไป๋กำลังคิดหนัก เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังกู้สถานการณ์ขึ้นมาพอดี
[คำแนะนำ: คุณมีตำราสกิล "อัญเชิญผู้กล้าโครงกระดูก" "อัญเชิญพลแม่นธนูโครงกระดูก" และ "อัญเชิญนักเวทโครงกระดูก" อยู่ในครอบครองพร้อมกัน ยืนยันที่จะผสานตำราสกิลทั้งสามเล่มให้กลายเป็น "อัญเชิญโครงกระดูกขั้นสูง" หรือไม่]
"ผสาน!"
ดวงตาของซูมู่ไป๋สว่างวาบ เขากดตกลงอย่างไม่ลังเล
ตำราสกิลทั้งสามเล่มส่องแสงสว่างวาบก่อนจะหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว
เพียงอึดใจเดียว ตำราสกิลเล่มใหม่เอี่ยมก็ปรากฏขึ้นในมือของซูมู่ไป๋
[จบแล้ว]