- หน้าแรก
- วิกฤตวันสิ้นโลก ยอดนักสู้พันล้านสกิลผู้กอบกู้โลก
- บทที่ 26: การเตรียมการก่อนสร้างเตียงอิฐทำความร้อน
บทที่ 26: การเตรียมการก่อนสร้างเตียงอิฐทำความร้อน
บทที่ 26: การเตรียมการก่อนสร้างเตียงอิฐทำความร้อน
คนที่ใช้แหและลอบดักปลาบ่อยๆ ย่อมรู้ดีว่ายิ่งเสียงดิ้นกระทบกันถี่เท่าไหร่ ก็แปลว่ามีปลาอยู่ข้างในเยอะเท่านั้น
เสียงที่เหมือนเม็ดฝนตกกระทบกันนี้ บ่งบอกว่าน่าจะมีปลาอยู่ข้างในถึงสองสามกิโลกรัมเลยทีเดียว!
ซูฮั่นยกลอบดักปลาขึ้นฝั่ง และเทของทั้งหมดที่อยู่ข้างในลงในตะกร้าดอกไม้ใบใหญ่ที่เขาเตรียมมาในรวดเดียว
โครม โครม
ปลาทรายแดงและปลานิลขนาดเท่าฝ่ามือจำนวนนับไม่ถ้วนเททะลักออกมาจากข้างใน
ในหมู่พวกมัน ยังมีกุ้งน้ำจืดอีกกว่าสิบตัวกำลังกระโดดโลดเต้นอยู่ด้วย
ผลเก็บเกี่ยวอันหรูหราอลังการนี้ทำเอาพวกชาวต่างชาติถึงกับจ้องมองตาค้าง
"โอ้พระเจ้า... เมื่อวานคุณปู่เอ็ดของเราใช้หอกแทงปลาหนักกิโลนึงได้ ฉันก็คิดว่าเขาเจ๋งสุดๆ แล้วนะ แต่พอเอามาเทียบกับผู้เข้าแข่งขันซูฮั่น เขากลายเป็นเด็กน้อยไปเลย!!"
"รวมๆ กันแล้ว ปลาพวกนี้คงหนักสักสองสามกิโลฯ ได้มั้ง? ปลาตั้งสองสามกิโลฯ แถมยังมีกุ้งตัวโตๆ อีกเป็นสิบตัว สวรรค์... นี่มันงานเลี้ยงชัดๆ!"
"การสานลอบดักปลาเป็นเทคนิคที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานในประเทศกิมจิของเรานะ เราขอเรียกร้องอย่างหนักแน่นให้ประเทศมังกรจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้พวกเราด้วย ซีมิดา..."
"เขาใช้แค่ต้นกกไม่กี่ต้นก็จับปลาได้เยอะขนาดนี้ เราให้ผู้เข้าแข่งขันของเราทำแบบเดียวกันได้ไหมเนี่ย?"
คำพูดเพียงประโยคเดียวก็ปลุกคนที่กำลังหลับใหลให้ตื่นขึ้น
จนถึงตอนนี้ ผู้เข้าแข่งขันหลายคนก็หาแหล่งน้ำเจอกันแล้ว
แต่ส่วนใหญ่ก็รู้จักแต่วิธีตกปลาด้วยเบ็ดหรือจับปลาด้วยมือเปล่า ต่อให้เห็นต้นกก ก็ไม่มีใครคิดจะเอามันมาสานเป็นลอบดักปลาเลย
ซูฮั่นถือได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกในเรื่องนี้เลยทีเดียว...
ในขณะเดียวกัน ที่ประเทศอินเดีย
ภายในห้องประชุม
ผู้อาวุโสท่านหนึ่งเสนอให้ใช้แต้มชะตาประเทศเพื่อแจ้งเตือนผู้เข้าแข่งขันของพวกเขา เพราะใกล้ๆ กับผู้เข้าแข่งขันของประเทศพวกเขาก็มีดงต้นกกอยู่เหมือนกัน
"ผมขอปฏิเสธข้อเสนอนี้ครับ ข้อแม้ของการแจ้งเตือนคือเขาต้องทำงานฝีมือเป็นด้วย ไม่ใช่แค่รู้ว่าต้องทำยังไง... เท่าที่ผมรู้ ผู้เข้าแข่งขันอามิทำไม่เป็นแม้กระทั่งเย็บเสื้อผ้าตอนอยู่บ้าน แล้วพวกคุณจะไปหวังให้เขาสานต้นกกเป็นลอบดักปลาเนี่ยนะ?"
ท้ายที่สุด ข้อเสนอนี้ก็ถูกปัดตกไปโดยทุกคน
ต้นกกมีอยู่ทุกที่ก็จริง แต่ถ้าไม่มีฝีมือ มันก็ไร้ประโยชน์...
จากมุมมองของคุณปู่เอ็ด
หลังจากตั้งหลักมาได้สองสามวัน เขาก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับโลกป่าเถื่อนแห่งนี้ได้แล้ว
การรวบรวมเสบียง
การสร้างที่พัก
การล่าสัตว์
ภายใต้แรงกระตุ้นที่ได้รับจากซูฮั่น ในที่สุดเขาก็ได้แสดงฝีมือสมกับระดับปรมาจารย์ด้านการเอาชีวิตรอดในป่าออกมาเสียที
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา คุณปู่เอ็ดไม่เพียงแต่ใช้เปลือกไม้และหินมาทำหอกได้เท่านั้น แต่ยังล่าสัตว์มาได้ถึงสามตัวอีกด้วย
ในที่สุด เขาก็ไม่ใช่ 'ปู่เอ็ดผู้หิวโซ' อีกต่อไป
และเหตุผลที่คุณปู่เอ็ดมีแรงผลักดันมากมายขนาดนี้...
...หลักๆ ก็เป็นเพราะประเทศอังกฤษยอมทุ่มแต้มชะตาประเทศเพื่อให้เขาได้พบปะพูดคุยกับครอบครัวในช่วงเวลาสั้นๆ
ภายใต้แรงกระตุ้นจากครอบครัว เขายินดีที่จะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างที่มี!
"วันนี้ เป้าหมายของฉันคือการรวบรวมผลไม้ป่าและประดิษฐ์เครื่องมือที่ใช้งานได้จริง! แอลลี... เชื่อใจพ่อนะ พ่อจะต้องเอาชีวิตรอดอย่างแข็งแกร่งให้ได้"
สิ่งแรกที่คุณปู่เอ็ดทำหลังจากตื่นนอนก็คือการให้กำลังใจตัวเอง
แต่วินาทีต่อมา
ประกาศระดับโลกก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คราวนี้ ก็ไม่พ้นผู้เข้าแข่งขันชาวมังกรผู้ทรงพลัง ซูฮั่น อีกตามเคย
คราวนี้ อีกฝ่ายสามารถกระตุ้นการส่งคืนหมื่นเท่าได้ถึงห้าครั้งรวด
สองครั้งสำหรับปลานิล สองครั้งสำหรับปลาทรายแดง และอีกหนึ่งครั้งสำหรับกุ้งน้ำจืด
ตอนแรกคุณปู่เอ็ดก็ตกใจเหมือนกัน แต่พอเขาวิเคราะห์จากข่าวสารที่ได้รับ เขาก็เดาได้ทันทีว่าซูฮั่นจะต้องใช้เครื่องมืออะไรบางอย่างในการจับปลาและกุ้งจำนวนมากขนาดนี้ในคราวเดียวแน่ๆ
"สมกับเป็นคู่แข่งของฉันจริงๆ นายมันเก่งเกินไปแล้ว!"
"การจับของได้เยอะขนาดนี้ในรวดเดียวตั้งแต่ฟ้าสาง ขอฉันคิดดูก่อนนะ... ฉันเคยไปประเทศมังกรมาก่อน ถ้าฉันเดาไม่ผิด เขาจะต้องใช้เครื่องมือที่เรียกว่าลอบดักปลาแน่ๆ"
"น่าอิจฉาจริงๆ ถ้าฉันหาวัสดุที่เหมาะสมได้เมื่อไหร่ ฉันจะต้องลองทำดูบ้างแล้วล่ะ"
การตกปลาด้วยเบ็ดมันไร้ประสิทธิภาพเกินไป
ถ้าปลาไม่กินเบ็ด ก็แปลว่าคุณจะต้องเสียเวลาไปเปล่าๆ ปี้ๆ
แต่เครื่องมือพวกนี้มันต่างออกไป
ไม่เพียงแต่จะช่วยทุ่นแรงเท่านั้น แต่คุณยังไม่ต้องมานั่งเฝ้ามันตลอดเวลาอีกด้วย
เทคโนโลยีคือพลังการผลิตหลักเสมอ...
เมื่อเห็นว่าลอบดักปลาสามารถให้ปลาได้มากมายขนาดนี้ในคราวเดียว...
...ปฏิกิริยาแรกของซูฮั่นก็คือ เขาสามารถปลีกเวลาไปสร้างเตียงอิฐทำความร้อนได้แล้ว
ในฤดูใบไม้ร่วงที่อุณหภูมิลดต่ำลงทุกวันแบบนี้ การมีเตียงอิฐทำความร้อนที่ให้ความอบอุ่นอย่างต่อเนื่องย่อมเป็นความสุขขั้นสุดยอด
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะเริ่มลงมือ เขาตั้งใจจะสานลอบดักปลาเพิ่มอีกสักสองสามอันเพื่อเอาไว้จับปลาและกุ้งให้ได้มากขึ้น
เมื่อมีทรัพยากรล้นเหลือแล้วเท่านั้น เขาจึงจะสามารถปลีกเวลาไปก่อสร้างได้อย่างสบายใจ
ถ้าแม้แต่จะกินให้อิ่มท้องยังทำไม่ได้ ใครมันจะมีกะจิตกะใจไปทำอย่างอื่นล่ะ?
ซูฮั่นจัดการควักเหงือก ขอดเกล็ด และเอาเครื่องในออกทีละตัว จากนั้นก็โยนปลาลงไปในหม้อเพื่อต้ม พอน้ำเดือด เขาก็ใส่ต้นหอมป่าและเกลือลงไปนิดหน่อย
เท่านี้ ซุปปลาสดๆ ร้อนๆ หนึ่งหม้อก็พร้อมเสิร์ฟแล้ว
เนื้อปลาที่นุ่มละมุนช่างเย้ายวนใจยิ่งนัก แค่ได้กลิ่นก็ทำเอาน้ำลายสอแล้ว
ซูฮั่นคีบปลาขึ้นมาหนึ่งตัวและเอาเข้าปากเพื่อค่อยๆ ลิ้มรสชาติ
"สดจัง!!"
"ปลาสดมาก แถมยังไม่มีกลิ่นดินเลยสักนิด"
แม้จะเป็นแค่ปลาทรายแดง แต่มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังกินปลากะพงเลยทีเดียว
ดูเหมือนว่าปลาในโลกนี้จะแตกต่างจากปลาบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินแฮะ
แน่นอนว่า นี่อาจจะเป็นปัญหาทางระบบนิเวศก็ได้
ดาวเคราะห์สีน้ำเงินเต็มไปด้วยขยะอุตสาหกรรมและสภาพแวดล้อมก็ถูกทำลายไปนานแล้ว ในขณะที่สถานที่แห่งนี้ยังคงความเป็นระบบนิเวศดั้งเดิมเอาไว้อย่างสมบูรณ์
ซูฮั่นแทะปลาหนักกิโลฯ กว่าลงท้องไปทีละตัวๆ ก่อนจะวางตะเกียบลง
เขายกหม้อขึ้นและซดน้ำซุปปลาอึกใหญ่
กระเพาะอาหารของเขาอุ่นวาบและรู้สึกสบายสุดๆ
อาหารเช้ามือนี้ทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก และแม้แต่ความง่วงเหงาหาวนอนที่หลงเหลืออยู่ก็ถูกปัดเป่าหายไปจนหมดสิ้น
หลังจากจัดการฝังกระดูกปลาลงดินข้างนอกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซูฮั่นก็เริ่มเต้นแอโรบิก
ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน การเช็กอินประจำวันก็ขาดไม่ได้เด็ดขาด
จนกระทั่งได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ เขาจึงยอมหยุดพัก
ซูฮั่นเช็ดเหงื่อ หยิบอุปกรณ์และเป็ดย่างเตรียมพร้อม แล้วก็ออกเดินทาง
เขาใช้เวลาตลอดทั้งเช้าไปกับการรวบรวมต้นกก
รวบรวม
จัดระเบียบ
มัดรวมเป็นฟ่อนใหญ่
จากนั้นก็ทำซ้ำขั้นตอนพวกนี้ไปเรื่อยๆ
พอเหนื่อย เขาก็จะนั่งพักริมแม่น้ำ รับลมเย็นๆ และกินบลูเบอร์รี
พอหิว เขาก็จะสวาปามเป็ดย่างที่พกมาด้วย ควบคู่ไปกับผักเล็บมังกรที่ต้มเตรียมไว้แล้ว
แม้การกินของเย็นๆ มันจะเลี่ยนไปบ้าง แต่คนทำงานในป่าใครเขาจะมาใส่ใจเรื่องพรรค์นั้นกันล่ะ ขอแค่กินอิ่มท้องก็พอแล้ว
ช่วงบ่าย
ซูฮั่นแบกต้นกกที่มัดไว้กลับบ้าน
ขนกลับไปรอบแล้วรอบเล่า
รวมทั้งหมดสิบฟ่อนใหญ่
ในช่วงเวลานี้ เขายังได้นำกิ่งไม้สปรูซที่เหมาะสำหรับนำมาทำเชือกป่านมัดรวมกันกลับมาด้วย
พลบค่ำ
ซูฮั่นนั่งอยู่หน้าบ้าน ใช้ขวานลอกเปลือกกิ่งไม้ออกทีละกิ่ง จากนั้นก็นำไปแช่ในน้ำทะเลสาบ
ขั้นตอนนี้เรียกว่า: การทำให้เส้นใยอ่อนตัวลง
กระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ดังนั้น พอหาที่ยึดพวกมันไว้ในน้ำได้แล้ว เขาก็ปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นได้เลย
ต่อไปนี้ ถ้าเขามีเวลาว่างและเจอกิ่งไม้ที่เหมาะสม เขาก็จะเอากลับมาทำแบบนี้อีก
เชือกยังคงเป็นสิ่งสำคัญมากเมื่ออยู่ในป่า
ไม่ว่าจะใช้เสริมความแข็งแรงให้บ้านหรือทำกับดัก
แม้แต่การทำเสื้อผ้า ก็ยังขาดเชือกไปไม่ได้เลย
อย่างไรก็ตาม มีวิธีที่เร็วกว่าการแช่น้ำ นั่นก็คือการนำเปลือกไม้ที่ลอกแล้วไปต้มในหม้อสักสองสามชั่วโมง ผลลัพธ์ที่ได้ก็เหมือนกันเป๊ะ
แต่ปัญหาคือ เขาไม่มีหม้อใบใหญ่ขนาดนั้น
ดังนั้น เขาจึงทำได้แค่ล้มเลิกความคิดที่จะต้มและใช้วิธีที่โบราณที่สุดแทน
"เฮ้อ... ต่อไป ฉันต้องรีบก้าวเข้าสู่ยุคเครื่องปั้นดินเผาให้เร็วที่สุดแล้วล่ะ..."
"ไม่อย่างนั้น ไม่ว่าจะทำอะไรมันก็ชักช้าไปหมด..."
ซูฮั่นบ่นอุบอิบ แต่มือของเขาก็ไม่ได้หยุดพัก เขาสานลอบดักปลาอย่างคล่องแคล่ว
คราวนี้ เขาใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีในการสานลอบดักปลาเสร็จไปหนึ่งอัน
ตามด้วยอันที่สอง
หลังจากสานลอบดักปลาเสร็จไปสามอันติดต่อกัน ท้องฟ้าก็มืดสนิทพอดี
โครกคราก
กระเพาะอาหารส่งสัญญาณประท้วงอย่างไม่ค่อยรู้เวล่ำเวลาเท่าไหร่นัก
ซูฮั่นลุกขึ้นยืนและยิ้มบางๆ
"ช่างเถอะ วันนี้พอแค่นี้ก่อนละกัน เดี๋ยวไปเช็กลอบดักปลาก่อนดีกว่า ทำงานมาทั้งวันแล้ว ถึงเวลาหม่ำๆ ซะที..."
เขาดึงคบเพลิงออกมาจากกองแคมป์ไฟและถือลอบดักปลาสามอันที่เพิ่งทำเสร็จเดินตรงไปยังริมทะเลสาบ
เมื่อยกลอบดักปลาขึ้นมา เสียงดิ้นกระทบกันอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดถึงกับอึ้งกิมกี่
"ไม่เอาน่า ในทะเลสาบมีปลาเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?"
"บ้าเอ๊ย ฟังแค่เสียงก็รู้แล้วว่าปลาเพียบ..."
"แข็งแกร่งเกินไปแล้ว ต่อจากนี้ไป แค่พึ่งพาลอบดักปลาพวกนี้ เทพซูก็จะมีปลากินล้นเหลือเลยล่ะ..."
"เดี๋ยวนะ ฉันมีคำถาม! ถ้าลอบดักปลาอันเดียวจับปลาได้เยอะขนาดนี้ แล้วเทพซูจะทำเพิ่มอีกตั้งหลายอันทำไม? ถ้ากินไม่หมดจะทำยังไงล่ะเนี่ย..."
"คนข้างบนนี่ 'อัจฉริยะ' จริงๆ ตราบใดที่ลอบดักปลายังจมอยู่ใต้น้ำและไม่ถูกยกขึ้นมา มันก็เท่ากับเป็นการขังปลาพวกนี้ไว้ในลอบนั่นแหละ ไม่เข้าใจหรือไง?"
...ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างเมามัน ซูฮั่นก็ค้นพบเซอร์ไพรส์บางอย่างในลอบดักปลา
"พี่น้องทั้งหลาย วันนี้เรามีของแปลกใหม่ให้กินกันแล้ว ดูสิ นี่ตัวอะไร?"
เขาล้วงมือเข้าไปในลอบดักปลา และสิ่งมีชีวิตยาวสี่สิบเซนติเมตรที่กำลังดิ้นกระแด่วๆ ก็ปรากฏแก่สายตาผู้ชมทุกคน