- หน้าแรก
- ระบบอัปแต้มไร้ขีดจำกัด วิวัฒนาการสู่จุดสูงสุดในวันสิ้นโลก
- บทที่ 33 ผู้ใช้พลังพิเศษ
บทที่ 33 ผู้ใช้พลังพิเศษ
บทที่ 33 ผู้ใช้พลังพิเศษ
บทที่ 33 ผู้ใช้พลังพิเศษ
กองกำลังป้องกันฐานที่มั่น หน่วยลาดตระเวนภายนอก
ห้องทำงานรองหัวหน้าหน่วย
"ฮัลโหล" อวี๋หานเฉารับสายโทรศัพท์
"สืบมาได้เรื่องแล้วใช่ไหม"
"ดี เอาตามนี้แหละ บอกให้มือปืนเตรียมตัวให้พร้อม รอคำสั่งจากฉัน"
อวี๋หานเฉาวางสาย
นิ้วมือของเขาเคาะลงบนโต๊ะทำงานเป็นจังหวะ นัยน์ตาทั้งสองข้างเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ
แน่นอนว่าเขาไม่มีทางปล่อยให้หวังเย่ได้มีเวลาพักหายใจหรอก
เพราะถ้าปล่อยให้มันเข้าไปอยู่ในหน่วยกู้ภัยได้เมื่อไหร่ การจะหาโอกาสลงมือฆ่ามันก็จะยากขึ้นเป็นเท่าตัว
ต้องจัดการมันให้จบๆ ไปตั้งแต่ตอนที่มันยังอยู่ในฐานที่มั่นนี่แหละ!
"ฉันจะเอาหัวแกมาเซ่นไหว้ในงานศพครบรอบเจ็ดวันของน้องชายฉัน" อวี๋หานเฉาหลับตาลง กัดกรามแน่นจนเป็นสันนูน
—--------------------------------------------------------------------
ชุมชนสานฝัน
เช้าวันใหม่ที่แสนจะสดใสและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน!
หวังเย่บิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย หลังจากลุกจากเตียง
นักรบยีนขั้นสอง 20%!
เพิ่มขึ้นมาอีก 6%!
หลังจากกลับมาจากศูนย์วิจัยพันธุกรรมเมื่อวาน เขาก็เอาแต่หมกตัวฝึกฝนอยู่ที่บ้าน ไม่ได้ออกไปเถลไถลที่ไหนเลย แถมยังมีเวลาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวมากขึ้นด้วย
สำหรับคนเฒ่าคนแก่แล้ว การได้อยู่ใกล้ชิดลูกหลานนี่แหละคือสิ่งที่พวกท่านต้องการมากที่สุด
ตัวเขาเองก็เริ่มจะคุ้นเคยกับบรรยากาศอันแสนอบอุ่นนี้แล้วเหมือนกัน
แต่ว่านะ...
หวังเย่ก็ไม่เคยลืมหรอกว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเขาคืออะไร
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามีอยู่ในตอนนี้ ล้วนต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งของตัวเองเป็นฐานรากทั้งสิ้น
ถ้าเขาหยุดพัฒนาตัวเองล่ะก็ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องภัยพิบัติวันสิ้นโลกหรือพวกอสูรกายแห่งจักรวาลหรอก
แค่ไอ้อวี๋หานเฉาคนเดียว มันก็คงไม่ปล่อยเขาเอาไว้แน่ๆ
"เมื่อวานพี่ใหญ่ก็ทำโอทีอีกแล้วเหรอเนี่ย"
"บ้างานพอๆ กับฉันตอนก่อนตายเลยแฮะ"
หวังเย่ส่ายหัวยิ้มๆ
สมัยที่เขายังต้องปั่นโปรเจกต์หัวหมุน ชีวิตเขาก็มีแค่ที่ทำงานกับเตียงนอนเท่านั้นแหละ
เรื่องจะให้มานั่งกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวน่ะเหรอ ฝันไปเถอะ แค่มีเวลาได้แทะขนมปังหรือสั่งเดลิเวอรีมากินที่โต๊ะทำงานก็หรูแล้ว
ก็เข้าใจแหละนะ ลูกผู้ชายก็ต้องให้ความสำคัญกับหน้าที่การงานเป็นอันดับแรก
...
มุ่งหน้าสู่จุดตั้งมั่นหมายเลข 3
ในฐานที่มั่นจะมีรถประจำค่ายคอยวิ่งรับส่งไปยังจุดตั้งมั่นทั้งสี่แห่งตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นรถของกองกำลังป้องกันฐานที่มั่นนั่นแหละ
ตอนกลางวันไม่ค่อยเหมาะกับการนั่งสมาธิฝึกฝนเท่าไหร่ เอาเวลาไปล่าสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายจะคุ้มกว่าเยอะ
ได้ทั้งแต้มศักยภาพ แถมยังได้เงินเป็นกอบเป็นกำอีกต่างหาก
ถึงตอนนี้หวังเย่จะไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทองแล้ว แต่ใครจะไปรังเกียจเงินเยอะๆ กันล่ะ จริงไหม
ไม่งั้นข่าวพวกคนรวยเลี่ยงภาษีคงไม่มีให้เห็นเกลื่อนกลาดหรอก
"ต้องรีบเก็บเงินให้ได้สิบล้านหยวนไวๆ จะได้ซื้อบ้านเป็นของตัวเองสักที" ในเมื่อมีความสามารถพอ หวังเย่ก็ย่อมอยากจะยกระดับคุณภาพชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้นเป็นธรรมดา
ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ไว้สักสิบเปอร์เซ็นต์ก่อนก็แล้วกัน
แฟลตเอื้ออาทรสภาพแวดล้อมก็งั้นๆ แถมยังตั้งอยู่ซะสุดขอบฐานที่มั่นเลย
ถ้าเกิดมีฝูงสัตว์ประหลาดบุกมาโจมตีฐานที่มั่นจริงๆ ล่ะก็ คงหนีกันไม่ทันแหงๆ
"ตอนนี้ฉันพอจะล่าพวกสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายขั้นกลางได้สบายๆ แล้ว ส่วนแบ่งเฉลี่ยตัวนึงก็ตกประมาณ 2,200 หยวน" หวังเย่ก้าวเท้าเข้าสู่เขตรอบนอกของสวนสาธารณะหนานหู และเริ่มลงมือฟาร์มทันที
"ดูท่าวันนี้รายได้น่าจะดีแฮะ"
ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของหวังเย่ ตรวจพบสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายขั้นกลางที่อยู่ข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว
หมีสีน้ำตาลระดับดุร้าย สูงปรี๊ดถึงห้าเมตร!
มันกำลังฉีกทึ้งร่างของผู้วิวัฒนาการผู้โชคร้ายอย่างเมามัน ปากที่เต็มไปด้วยขนสีเทาเกรอะกรังไปด้วยเลือดสดๆ
พอเห็นเขา นัยน์ตาของมันก็เบิกกว้าง ลุกขึ้นยืนสองขา แผดเสียงคำรามลั่น ก่อนจะพุ่งเข้าใส่
ชิ้ง!
หวังเย่ชักดาบสุริยันชาดรุ่นทูออกมา
น้ำหนักและความถนัดมือยอดเยี่ยมมาก
คุณภาพวัสดุแตกต่างจากดาบกากๆ ในคลังอุปกรณ์ของค่ายอย่างลิบลับ
ทั้งหนักกว่า!
คมกว่า และอานุภาพทำลายล้างก็สูงกว่าเยอะ!
"ฉัวะ!"
ประกายดาบสว่างวาบ หวังเย่ตวัดข้อมือเพียงเล็กน้อย
กระบวนท่าอาทิตย์อุทัยเพียงดาบเดียว ก็สามารถฟันทะลุหนังอันหนาเตอะของหมีสีน้ำตาลระดับดุร้ายเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
ดาบดีจริงๆ!
ฟันเหล็กขาดเหมือนฟันหยวกกล้วยเลย
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ต่อให้เขาฟันเข้า มันก็คงเป็นแค่แผลตื้นๆ เท่านั้นแหละ
แถมแรงสะท้อนกลับมา ยังอาจจะทำให้เขาเสียจังหวะจนไม่สามารถโจมตีต่อเนื่องได้ด้วย
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว
กระบวนท่าแสงทองสาดส่องถูกเชื่อมต่ออย่างลื่นไหล ประกายดาบสาดส่องไปทั่วทิศ
เพลงดาบสุริยันชาดถูกร่ายรำออกมาอย่างดุดันและเฉียบขาด หมีสีน้ำตาลระดับดุร้ายยังไม่ทันได้เข้าประชิดตัว ก็ถูกฟันจนขาดเป็นท่อนๆ ล้มลงไปนอนจมกองเลือด
แสงสว่างวาบขึ้นตรงหน้า
[สังหารปีศาจหมีขั้นสอง]
[แต้มศักยภาพ: 3.6 -> 3.6]
ชิลๆ เลยแฮะ
ความรู้สึกมันต่างกันลิบลับเลย!
ไอ้เรื่องชุดรบแสงสีนิลที่ขาดวิ่นไปหมดนั่น กลายเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วไปเลย
"รอให้ชุดรบสั่งตัดเสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะบุกเข้าไปฟาร์มพวกสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายขั้นสูงถึงข้างในสวนสาธารณะหนานหูเลยคอยดู" หวังเย่กำดาบสุริยันชาดรุ่นทูไว้แน่น สัมผัสได้ถึงความสะใจของสายเปย์
พลังโจมตีเพิ่มขึ้นถึง 200%!
"แต่ก็แปลกแฮะ"
"แถวๆ สวนสาธารณะหนานหูนี่ มันมีหมีสีน้ำตาลระดับดุร้ายโผล่มาได้ยังไงเนี่ย"
"หลุดมาจากสวนสัตว์หรือเปล่าวะ"
...
ประสิทธิภาพในการฟาร์มวันนี้ดีเยี่ยมเลยล่ะ
เก็บแต้มศักยภาพมาได้เกิน 30 แต้มเลยทีเดียว
หักลบกลบหนี้แล้ว ฟันกำไรเหนาะๆ ไปเกือบ 50,000 หยวน
ช่วงหัวค่ำ หวังเย่แวะกลับไปที่อพาร์ตเมนต์ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนทรรศนะทางการแพทย์ และค้นหาความเร้นลับของชีวิตกับหมอซูอย่างลึกซึ้ง
หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จ เขาก็มุ่งหน้ากลับบ้าน
หวังเย่ไม่อยากกลับบ้านในสภาพที่ตัวเหม็นคาวเลือด เพราะกลัวว่าแม่จะตกใจเอา
ส่วนยัยน้องสาวตัวดีน่ะเหรอ รายนั้นคงไม่รู้จักคำว่ากลัวหรอกมั้ง
บนโต๊ะอาหาร
"พี่คะ พี่บินได้ไหม"
"ไม่ได้"
"แล้วพี่เคยลองชิมเนื้อของพวกสัตว์ประหลาดบ้างไหมคะ"
"เหนียวจะตายชัก"
"แล้วพี่พ่นลูกไฟยักษ์ได้ไหมคะ"
"พี่พ่นได้แต่น้ำลายน่ะ"
หวังเย่ชักจะอยากรู้ซะแล้วสิ ว่าเดี๋ยวนี้หลักสูตรมัธยมต้นเขาสอนอะไรเด็กกันบ้าง
ในหัวของยัยน้องสาวตัวดีถึงได้มีแต่คำถามแปลกๆ พิสดารเต็มไปหมด
"แม่คะ วันนี้พี่ใหญ่ก็ไม่กลับมากินข้าวอีกแล้วเหรอ" หวังซินเฉินตะโกนถามแม่ที่อยู่ในครัว
"สงสัยจะทำโอทีอีกล่ะมั้ง ไม่ต้องรอหรอก ลูกกินกันไปก่อนเลย" เสียงของเฉินถิงอวี้ตอบกลับมาจากในครัว
"เย้! ลุยล่ะนะคะ!" หวังซินเฉินหยิบตะเกียบขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างอยู่กลางอากาศ
เธอมองดูจานที่เคยใส่ซี่โครงหมูน้ำแดงของโปรด ซึ่งตอนนี้ว่างเปล่าไร้ร่องรอยด้วยความงุนงง
"พี่คะ!!!"
...
นานๆ ทีได้แกล้งน้องสาวเล่นบ้าง มันก็สะใจดีเหมือนกันแฮะ
หลังจากกินข้าวเสร็จ หวังเย่ก็กลับเข้าห้องนอน
เขาบอกลาอวี๋สุ่ยชินในแชต แล้วเตรียมตัวเข้าสู่โหมดฝึกฝน
ตลอดสองวันที่ผ่านมา เขาพยายามทำความคุ้นเคยและพูดคุยกับอวี๋สุ่ยชิน จนความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นที่สามารถหยอกล้อและแซวกันเล่นได้บ้างแล้ว
ต่อไปในฐานะเพื่อนร่วมทีม พวกเขาก็ต้องสื่อสารและประสานงานกันอย่างใกล้ชิดอยู่แล้วล่ะนะ
หวงจื่อรุ่ยคิดจะจับตาดูเขางั้นเหรอ
เหอะ ฝันไปเถอะ
หวังเย่เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมา
เขาเหลือบมองแต้มศักยภาพ
1 แต้ม
เขาเพ่งสมาธิไปที่เครื่องหมายบวก ด้านหลังเคล็ดวิชาวิวัฒนาการชีวิต
นี่คือเคล็ดวิชาแรกที่เขาฝึกฝนจนถึงระดับสมบูรณ์แบบ
[ต้องการใช้แต้มศักยภาพ 50 แต้ม เพื่อเลื่อนระดับขั้นเคล็ดวิชาวิวัฒนาการชีวิตหรือไม่]
ยืนยัน!
หวังเย่อยากรู้นักเชียว
ไอ้การ 'เลื่อนระดับขั้น' ที่ต้องใช้แต้มศักยภาพมากกว่าปกติถึงสิบเท่าเนี่ย มันคืออะไรกันแน่
แล้วมันต่างจากการทะลวงขีดจำกัดยังไง
ฟุ่บ!
ในวินาทีที่เขากดยืนยัน หวังเย่ก็รู้สึกเหมือนจิตสำนึกของตัวเองถูกดึงดูดเข้าสู่มิติแห่งใหม่
เขารู้สึกเหมือนตัวเองได้ล่องลอยอยู่ท่ามกลางจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล ราวกับเป็นเพียงธุลีฝุ่นเล็กๆ ที่ค่อยๆ เติบโตและดูดซับพลังงานอย่างไม่หยุดยั้ง ตามวิวัฒนาการของชีวิต...
ชีวิตเริ่มต้นการวิวัฒนาการ ละอองดาวเกิดการเปลี่ยนแปลง
กาลเวลาล่วงเลยไปอย่างไม่สิ้นสุด ธุลีฝุ่นเหล่านั้นค่อยๆ หลอมรวมกันกลายเป็นจุดแสงเล็กๆ ที่ส่องประกายเจิดจรัส...
ซู่!~
ราวกับได้รับการชำระล้างอย่างสมบูรณ์แบบ
ทันใดนั้น พลังงานมหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา มันก่อตัวและทำปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลงอยู่ภายใน ราวกับเป็นการชุบตัวใหม่
[เคล็ดวิชาวิวัฒนาการละอองดาวขั้นต้น ขั้นเริ่มต้น ↑]
ข้อความแจ้งเตือนสว่างวาบขึ้นตรงหน้า
หวังเย่ยังไม่ทันตั้งตัว
พลังงานอันมหาศาลที่ถูกดูดซับเข้าไป ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนแปลงเซลล์ในร่างกายของเขาเท่านั้น แต่มันยังช่วยปัดเป่าความมืดมิดในห้วงมิติแห่งจิตสำนึกของเขาให้กระจ่างใสขึ้นด้วย
จุดแสงอันงดงามและเปล่งประกายปรากฏขึ้น มันค่อยๆ เติบโตขึ้นราวกับดวงดาว ก่อนจะหลอมรวมกันกลายเป็นแก่นดาวจักรวาล
ตู้ม!
ขอบเขตของสมองถูกขยายออก
ความมืดมิดในห้วงมิติแห่งจิตสำนึกได้เปิดพื้นที่เล็กๆ ที่ใสสะอาดและกว้างขวางขึ้น โดยมีแก่นดาวจักรวาลเป็นศูนย์กลาง
สติสัมปชัญญะของเขาแจ่มชัดถึงขีดสุด ในวินาทีนี้ หวังเย่สามารถควบคุมร่างกายและจิตใจของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงพลังงานทุกอณูที่ไหลเวียนอยู่ในห้วงมิติแห่งจิตสำนึกด้วย
[ผู้ใช้พลังพิเศษที่ตื่นรู้ -> ผู้ใช้พลังพิเศษขั้นหนึ่ง]
มาแล้ว!
ในที่สุดก็มาจนได้!
หวังเย่ดีใจจนเนื้อเต้น
ห้วงมิติแห่งจิตสำนึก จะเปิดออกได้ก็ต่อเมื่อชีวิตได้รับการยกระดับเท่านั้น!
ในวินาทีที่เคล็ดวิชาวิวัฒนาการชีวิตเลื่อนระดับขั้น และเขาได้บรรลุเคล็ดวิชาวิวัฒนาการละอองดาว ขอบเขตของสมองเขาก็ถูกขยายออกจนทะลุเกณฑ์มาตรฐาน!
ก้าวข้ามขีดจำกัดของการเป็นผู้ใช้พลังพิเศษได้สำเร็จ!
เพียงแค่คิด หน้าต่างสถานะก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้า
6 หวังเย่
ระดับสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตระดับดาวเคราะห์ขั้นต้น
ระบบการฝึกฝน นักรบยีนขั้นสอง (26%), ผู้ใช้พลังพิเศษขั้นหนึ่ง (1%)
เคล็ดวิชา เคล็ดวิชาวิวัฒนาการละอองดาวขั้นต้น (ขั้นเริ่มต้น), เคล็ดวิชาวิวัฒนาการสุริยันชาดขั้นต้น (ขั้นสมบูรณ์แบบ)
การต่อสู้ เพลงดาบสุริยันชาดขั้นต้น (ขั้นสมบูรณ์แบบ), เพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่า (วิชาทะลวงขีดจำกัด: สี่เหลี่ยมวงกลม)
แต้มศักยภาพ 1
[จบตอน]