เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 นายเคยดูวันพีซที่ยังเขียนไม่จบไหม

บทที่ 32 นายเคยดูวันพีซที่ยังเขียนไม่จบไหม

บทที่ 32 นายเคยดูวันพีซที่ยังเขียนไม่จบไหม


บทที่ 32 นายเคยดูวันพีซที่ยังเขียนไม่จบไหม

"ค่ำคืนที่ไม่มีหมอซูคอยอยู่เคียงข้าง ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังจริงๆ แฮะ ไม่ชินเอาซะเลย"

หลังจากกินมื้อค่ำกับครอบครัวเสร็จ หวังเย่ก็ปลีกตัวกลับเข้าห้องนอน

บรรยากาศในครอบครัวก็ถือว่าอบอุ่นกลมเกลียวดี

แต่สำหรับเขาแล้ว ความรับผิดชอบมันค้ำคออยู่มากกว่าความผูกพันทางสายเลือดซะอีก

อย่างน้อยก็ในตอนนี้ล่ะนะ

เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาอีกต่อไป

ตอนนี้ในบัญชีเงินดิจิทัลของเขามีเงินนอนนิ่งๆ อยู่ 270,000 หยวน พอบวกกับส่วนแบ่งจากการล่ามอนสเตอร์ของวันนี้เข้าไปอีก ก็ทะลุ 300,000 หยวนแล้ว

รายจ่ายหลักๆ ของผู้วิวัฒนาการก็มีอยู่แค่สองอย่างเท่านั้นแหละ ไม่ค่าอุปกรณ์ก็ค่ายาฟื้นฟู

อย่างแรก เขาก็ได้รางวัลสุดพิเศษจากการเป็นแชมป์ทดสอบมือใหม่มาแล้ว

ส่วนอย่างหลัง ก็อาจจะต้องเจียดเงินซื้อบ้างนิดหน่อย

ก็แหม ลูกแกะอ้วนท้วนสมบูรณ์อย่างหวงจื่อรุ่ย คงไม่ได้มีมาให้หลอกไถได้ทุกวันหรอก...

มั้งนะ

"หมอนี่มันบ้าไปแล้วเหรอ" หวังเย่ชะงักไปชั่วครู่ เมื่อเห็นชื่อของหวงจื่อรุ่ยโผล่หราอยู่บนบอร์ดประกาศของค่ายวิวัฒนาการ เขาจึงรีบส่งข้อความไปหาอีกฝ่ายทันที "นายไม่ได้ไปเข้ากองกำลังป้องกันฐานที่มั่นหรอกเหรอ"

"มันไม่ค่อยท้าทายเท่าไหร่น่ะ ก็เลยเปลี่ยนใจแล้ว" หวงจื่อรุ่ยตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

ไอ้ที่ว่าท้าทายนี่... คงไม่ได้หมายถึงฉันหรอกนะ... หวังเย่แอบคิดในใจ

"ทำเพื่ออวี๋สุ่ยชินล่ะสิ" หวังเย่มองออกตั้งแต่แรกแล้วว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา

"อืม" หวงจื่อรุ่ยยอมรับอย่างตรงไปตรงมา

"ในฐานะเพื่อนร่วมหน่วยกู้ภัย ฉันก็จะช่วยดูแลเธอให้อีกแรงนะ" หวังเย่พิมพ์ตอบกลับตามมารยาท

"มีนายอยู่นั่นแหละ ยิ่งอันตรายหนักเข้าไปใหญ่" หวงจื่อรุ่ยสวนกลับทันควัน

???

พูดแบบนี้มันจะหยามกันเกินไปแล้วนะเว้ยเพื่อน!

ติ๊ง

[หวงจื่อรุ่ยได้เชิญคุณเข้าร่วมกลุ่มแชต — หน่วยกู้ภัยค่ายตะวันตกรุ่น 101]

หวังเย่: "?"

"หน่วยกู้ภัยแต่ละรุ่นจะรับน้องใหม่แค่สี่คนเท่านั้น แล้วก็จัดให้พวกเราสี่คนเป็นทีมเดียวกันเวลาออกไปทำภารกิจ เพราะงั้นก็เลยอยากจะให้พวกเราทำความรู้จักและสนิทสนมกันไว้แต่เนิ่นๆ จะได้สร้างชื่อเสียงให้ค่ายตะวันตกของเราไงล่ะ" หวงจื่อรุ่ยอธิบาย

"แล้วภารกิจที่ว่านี่มันคือภารกิจอะไรเหรอ" หวังเย่พิมพ์ถามไปพลาง กดตอบรับคำเชิญเข้าร่วมกลุ่มไปพลาง

ในกลุ่มแชตมีสมาชิกอยู่ก่อนแล้วคนหนึ่ง ใช้ชื่อว่า [ลิลลี่น้ำใส] หวังเย่ไม่รอช้า กดแอดเฟรนด์ไปทันที

"ตอนนี้ยังไม่รู้รายละเอียดหรอก แต่เห็นว่าวันนี้มีคนเจอเบาะแสของพวกมนุษย์มารป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ ทิศเหนือของจุดตั้งมั่นหมายเลข 3 ด้วยนะ นายรู้เรื่องนี้ไหมล่ะ" หวงจื่อรุ่ยถาม

รู้ดีซะยิ่งกว่ารู้อีก... ฉันเพิ่งจะเชือดพวกมันทิ้งไปสองตัวเมื่อกี้เอง

"มีอะไรอีก เล่ามาให้หมดเลย" หวังเย่พิมพ์ตอบ

ทางด้านอวี๋สุ่ยชินก็กดรับแอดเฟรนด์เรียบร้อยแล้ว หวังเย่จึงส่งสติกเกอร์รูปหน้ายิ้มไปทักทายเธอ

"เป็นมารโลหิตขั้นสองสองตนน่ะ ข้อมูลที่ฉันรู้ก็มีไม่ค่อยเยอะหรอก แต่ได้ยินมาว่าคนที่จัดการพวกมันก็คือผู้วิวัฒนาการจากค่ายของเรานี่แหละ แถมยังฆ่าตายในดาบเดียวทั้งสองตนเลยด้วย โคตรเทพเลยว่ะ" หวงจื่อรุ่ยเล่าอย่างตื่นเต้น

"เหรอ คนที่ทำเรื่องแบบนั้นได้ ต้องเป็นผู้ชายที่ทั้งหล่อทั้งเท่ แล้วก็มีสง่าราศีมากแน่ๆ เลย อยากจะเห็นหน้าจัง" หวังเย่เหลือบมองเงาตัวเองในกระจก

สงสัยต้องหาหมั่นโถวมากินแกล้มซะหน่อยแล้ว ขืนกินเปล่าๆ มันจะเค็มเกินไป

ในขณะเดียวกัน อวี๋สุ่ยชินก็ส่งสติกเกอร์หน้ายิ้มตอบกลับมา

หวังเย่เลิกสนใจหวงจื่อรุ่ย หันไปรัวคีย์บอร์ดคุยกับอวี๋สุ่ยชินแทน "นี่ เธอได้ข่าวหรือเปล่า ว่ามีผู้วิวัฒนาการรูปหล่อพ่อรวย ออร่าจับคนนึง เพิ่งจะเชือดพวกมนุษย์มารตายไปตั้งสองตัวแน่ะ..."

"อื้อๆ ได้ยินมาเหมือนกัน ตอนนี้กำลังสืบหาตัวพวกมนุษย์มารอยู่เลยล่ะ"

เป็นโรคกลัวการเข้าสังคม แต่ในแชตนี่คุยเก่งเชียวนะ

หวงจื่อรุ่ย: "มีอีกเรื่องนึงที่ลืมบอกนายไป เว่ยเซิ่งเทียน ที่สอบได้อันดับหนึ่งทั้งในการสอบจบการศึกษาและการทดสอบมือใหม่ของค่ายตะวันออก ก็ยื่นใบสมัครเข้าหน่วยกู้ภัยของค่ายตะวันออกเหมือนกันนะ ถึงตอนนั้น ค่ายตะวันออกจะต้องกลายมาเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของเราแน่ๆ"

หวงจื่อรุ่ย: "?"

หวงจื่อรุ่ย: "ไปฝึกซ้อมแล้วเหรอ"

...

รุ่งเช้า

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องกระทบกระจกหน้าต่าง ส่องประกายระยิบระยับ

หวังเย่สิ้นสุดการฝึกฝนที่ยาวนานตลอดทั้งคืน

นักรบยีนขั้นสอง 14%!

ภายในห้องนอนว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากเขา

หวังหยาง พี่ชายคนโตไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืน

สงสัยจะทำโอทีโต้รุ่ง

ก็เข้าใจแหละนะ ลูกผู้ชายก็ต้องทุ่มเทสร้างเนื้อสร้างตัวเป็นธรรมดา แต่อย่าหักโหมจนหัวใจวายตายคาโต๊ะทำงานก็แล้วกัน...

หลังจากจัดการกับมื้อเช้าเสร็จ หวังเย่ก็มุ่งหน้าไปยังศูนย์วิจัยพันธุกรรมที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง

สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนมันสมองและหัวใจของเหล่าผู้วิวัฒนาการ เป็นการรวมเอาศูนย์วิจัย ห้องแล็บ แผนกจัดเก็บ ฐานข้อมูล และศูนย์อนาคต เข้าไว้ด้วยกัน ถือเป็นสุดยอดผลงานชิ้นเอกแห่งเทคโนโลยีสมัยใหม่เลยทีเดียว

"ติ๊ด"

สแกนใบหน้ายืนยันตัวตน

เนื่องจากเขาได้ทำการนัดหมายเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงมีเจ้าหน้าที่มารอต้อนรับและพาเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว

"ที่นี่คือหนึ่งในศูนย์วิจัยที่ล้ำสมัยที่สุดของประเทศเราเลยนะคะ ยาวิวัฒนาการทุกรุ่นก็ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นมาจากที่นี่แหละค่ะ..."

"ส่วนตึกนี้คืออาคารฐานข้อมูลค่ะ เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลของผู้วิวัฒนาการและมอนสเตอร์เกือบทุกชนิดที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และวิจัย..."

เจ้าหน้าที่สาวบรรยายสรรพคุณของแต่ละตึกให้หวังเย่ฟังอย่างฉะฉานไม่มีสะดุด

เบื้องบนสั่งการลงมาอย่างเฉียบขาด ว่าให้ต้อนรับขับสู้ 'มือใหม่ระดับราชา' คนนี้อย่างดีที่สุด

เผื่อว่าเขาจะหลงเสน่ห์บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมอันแสนจะไฮเทคของศูนย์วิจัยพันธุกรรม จนยอมเปลี่ยนใจมาร่วมงานด้วยน่ะสิ

หวังเย่เดินฟังไปพลาง ยิ้มแย้มและพยักหน้ารับอย่างมีมารยาทไปพลาง

ภายในศูนย์วิจัยนั้นเงียบสงบมาก เหมาะกับพวกเด็กเนิร์ดบ้าวิชาการ หรือไม่ก็... คนที่เป็นโรคกลัวการเข้าสังคมอย่างอวี๋สุ่ยชินสุดๆ

แต่แผนกที่ดูจะวุ่นวายที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นแผนกจัดเก็บ

รถหุ้มเกราะหลายคันวิ่งเข้าวิ่งออกกันขวักไขว่ เจ้าหน้าที่และทีมจัดเก็บต่างก็วิ่งวุ่นทำงานกันมือเป็นระวิง

หวังเย่เหลือบไปเห็นหลู่หย่งเข้าพอดี จึงส่งยิ้มและตะโกนทักทายไป

รูปร่างสูงโย่งเป็นเสาโทรเลขขนาดนั้น อยู่ที่ไหนก็เด่นเตะตาไปหมดนั่นแหละ

แผนกจัดเก็บก็ดูจะเหมาะกับหมอนี่ดีนะ

ถึงแม้มันจะเป็นงานระดับล่างสุดของผู้วิวัฒนาการ แต่ก็แลกมาด้วยความปลอดภัย รายได้ที่มั่นคง และไม่ต้องออกไปเสี่ยงตายสู้กับสัตว์ประหลาดด้วย

"พี่เย่!" หลู่หย่งโบกไม้โบกมือตอบอย่างตื่นเต้นดีใจ

เขารู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของหวังเย่จากใจจริง

ถ้าไม่ได้หวังเย่คอยช่วยเหลือล่ะก็ ต่อให้เขารอดตายจากการทดสอบมือใหม่มาได้แบบฟลุกๆ อย่างดีก็คงได้ไปเป็นแค่พนักงานเอกสาร นั่งพิมพ์ข้อมูลก๊อกๆ แก๊กๆ ไปวันๆ นั่นแหละ

"เห็นไหมล่ะ นั่นน่ะลูกพี่ฉันเอง! หวังเย่ไง! เราซี้กันมาตั้งแต่เด็กๆ แก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันมาแล้ว!" หลู่หย่งหันไปคุยโวโอ้อวดกับพวกผู้วิวัฒนาการหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานพร้อมกัน "พี่แกน่ะคว้าอันดับหนึ่งในการทดสอบมือใหม่ของค่ายตะวันตกมาเลยนะโว้ย!"

"บุกเดี่ยวขึ้นภูเขาฝังกระดูก ฆ่าฟันสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายไปเป็นร้อยๆ ตัว! จนในที่สุดก็ลากคอบอสใหญ่ของภูเขาฝังกระดูกออกมาได้สำเร็จ พวกนายเคยเห็นสัตว์ประหลาดประเภทตื่นรู้กันไหมล่ะ แถมยังเป็นถึงขั้นสองด้วยนะเว้ย! ลูกพี่ฉันตวัดดาบเดียว หัวมันก็หลุดกระเด็น ตายคาที่ไปเลย!"

เหล่าผู้วิวัฒนาการระดับต้นจากค่ายต่างๆ ต่างพากันอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงและอิจฉา

ท่ามกลางฝูงชนนั้น มีหญิงสาวในชุดเจ้าหน้าที่แผนกจัดเก็บคนหนึ่ง กำลังยืนมองแผ่นหลังของหวังเย่ด้วยสายตาละห้อย เล็บจิกแน่นเข้าไปในฝ่ามือจนห้อเลือด

ทำไมตอนนั้นเธอถึงได้หูเบา เชื่อคำยุยงของยัยเพื่อนตัวแสบนั่นนะ ทำไมเธอถึงไม่รู้จักรักษาของมีค่าเอาไว้ให้ดี...

เธอผิดไปแล้ว

เธอรู้ตัวแล้วว่าเธอคิดผิดมหันต์

หยาดน้ำตาแห่งความเสียใจรินไหลออกมาจากดวงตาของจ้าวเสี่ยวอวี่อย่างสุดกลั้น

เธออยากจะย้อนเวลากลับไปเหลือเกิน กลับไปในตอนที่หวังเย่คอยทะนุถนอมและเอาอกเอาใจเธอสารพัด...

เธออยากจะบอกเขา ว่าเธอรักเขามากแค่ไหน!

—-------------------------------------------------------

ห้องแล็บ

เป็นแผนกที่สำคัญพอๆ กับศูนย์วิจัยเลยทีเดียว

ที่นี่คือสถานที่สำหรับการทดลองและวิจัยชิ้นส่วนต่างๆ ของมอนสเตอร์ อาวุธยุทโธปกรณ์และชุดเกราะทั้งหมดของผู้วิวัฒนาการ ล้วนถูกผลิตและประกอบขึ้นที่นี่ทั้งสิ้น

ชิ้นส่วนมอนสเตอร์ที่แผนกจัดเก็บแยกส่วนมา กว่า 99% จะถูกส่งมาแปรรูปและดัดแปลงที่ห้องแล็บแห่งนี้แหละ

"อาวุธกับชุดเกราะเยอะแยะไปหมดเลย!" หวังเย่ตื่นตาตื่นใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า

มองไปทางไหนก็เจอแต่อาวุธและชุดเกราะละลานตาไปหมด

ถ้าเอาของพวกนี้ไปขายในมอลล์ผู้วิวัฒนาการ มูลค่ารวมกันคงมหาศาลจนนับไม่ถ้วนแน่ๆ

"พวกนี้เป็นแค่สินค้าตัวอย่างน่ะค่ะ" เจ้าหน้าที่สาวพูดด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ

"อ๋อ แค่ของตัวอย่างสินะ" หวังเย่พยักหน้าเข้าใจ

"ขอสักชิ้นได้ไหมครับ"

"..."

ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็เดินเข้าไปถึงพื้นที่ทำงานภายในห้องแล็บ

การสร้างอาวุธและชุดเกราะในยุคนี้ แตกต่างจากการตีเหล็กในสมัยโบราณอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้ทุกอย่างถูกควบคุมและผลิตโดยเครื่องจักรผ่านระบบสายพานการผลิตทั้งหมด

โดยเฉพาะพวกอาวุธ

เพื่อให้มั่นใจว่ารูปร่างหน้าตาและรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว จะออกมาเป๊ะเหมือนกับโมเดลอาวุธในเครือข่ายดวงจันทร์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์

"สวัสดีครับ หวังเย่ ผมเฉิงหลง วิศวกรฝ่ายผลิตระดับสูง ที่จะมารับหน้าที่ออกแบบและสร้างชุดอุปกรณ์ประจำตัวให้กับคุณครับ" ชายรูปร่างผอมเกร็งแต่ท่อนแขนกลับเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ยื่นมือที่หยาบกร้านและเต็มไปด้วยรอยด้านจากการทำงานมาให้

"สวัสดีครับ"

หวังเย่ยื่นมือไปจับทักทาย

"เดี๋ยวรบกวนเข้าไปสแกนร่างกาย เพื่อเก็บข้อมูลและสัดส่วนอย่างละเอียดก่อนนะครับ" เฉิงหลงพาหวังเย่เดินไปหยุดอยู่ใต้เครื่องสแกนขนาดใหญ่ ก่อนที่ระบบจะทำการสแกนเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่กี่วินาที

เฉิงหลงดูข้อมูลพื้นฐานบนหน้าจอ แล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "นักรบยีนขั้นสอง ถือว่าไม่เลวเลย"

"คุณชมได้แบบขอไปทีมากเลยนะครับ" หวังเย่ยิ้มขำๆ

เฉิงหลงหัวเราะตอบ "ก็แหม ระดับมือใหม่ระดับราชาอย่างคุณ อย่างต่ำก็ต้องเป็นนักรบยีนขั้นสองอยู่แล้วนี่ครับ"

"ก็จริงแฮะ" หวังเย่พยักหน้าเห็นด้วย

ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวหรอก หวงจื่อรุ่ย หวังจวิ้น และคนอื่นๆ ก็เป็นนักรบยีนขั้นสองกันหมดแล้ว

"บางคนถึงกับทะลวงขึ้นเป็นนักรบยีนขั้นสามไปแล้วด้วยซ้ำนะครับ" เฉิงหลงพูดเสริม

"ไวขนาดนั้นเลยเหรอครับ" หวังเย่อุทานด้วยความแปลกใจ

เฉิงหลงพยักหน้ารับ "สำหรับพวกนักเรียนระดับหัวกะทิที่มีพรสวรรค์ทางด้านร่างกายสูงๆ พอวิวัฒนาการสำเร็จปุ๊บ พวกเขาก็จะก้าวข้ามไปเป็นนักรบยีนขั้นสองทันที พอบวกกับการใช้ยาบำรุงเคสามสอง ซึ่งเป็นยาที่ดีที่สุดในตอนนี้ ควบคู่ไปกับการกินผลไม้วิวัฒนาการ และการฝึกฝนเคล็ดวิชาวิวัฒนาการขั้นสูง การจะทะลวงขึ้นเป็นขั้นสามในเวลาอันสั้น ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอกครับ"

สมกับเป็นวิศวกรระดับสูงที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนจริงๆ

อะไรๆ ก็ดูเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับแกไปซะหมด... หวังเย่แอบคิดในใจ

ไอ้ยาบำรุงเคสามสองอะไรนั่น เขาไม่รู้หรอกนะว่ามันคืออะไร แต่เพิ่งจะรู้นี่แหละว่าผลไม้วิวัฒนาการมันมีวิธีใช้แบบนี้ด้วย

แต่ก็สมเหตุสมผลอยู่ เพราะพลังงานในผลไม้วิวัฒนาการนั้นทั้งบริสุทธิ์และอ่อนโยน จึงไม่สร้างภาระหรือผลข้างเคียงใดๆ ให้กับร่างกายเลย

"แต่เอาจริงๆ มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากมายหรอกครับ" เฉิงหลงเหลือบมองหวังเย่ ราวกับอ่านความคิดของเขาออก "ต่อให้ช่วงแรกๆ จะอัปเลเวลได้ไวปานจรวดแค่ไหน สุดท้ายก็มาตกม้าตายตอนที่จะก้าวข้ามจากผู้วิวัฒนาการระดับต้นไปเป็นผู้วิวัฒนาการระดับกลางอยู่ดี โอกาสสำเร็จแค่ 50% มันก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงสูงเกินไปอยู่ดีครับ"

"เป็นผู้ใช้พลังพิเศษนี่ดีจริงๆ เลยนะครับเนี่ย"

"เรียบร้อยแล้วครับ"

เฉิงหลงยื่นแท็บเล็ตในมือให้หวังเย่ "ลองเลือกดูสิครับว่าอยากได้ชุดรบระดับความหนาประมาณไหน และชอบดีไซน์แบบไหน"

หวังเย่รับแท็บเล็ตมาดู

ก็มีให้เลือกคล้ายๆ กับในมอลล์ผู้วิวัฒนาการนั่นแหละ

แต่จะมีระดับความหนาเพิ่มขึ้นมาอีกสองแบบ คือแบบบางเฉียบ กับแบบหนาเตอะ

"สองแบบนี้ความต้องการในตลาดค่อนข้างน้อยครับ ก็เลยไม่ได้ผลิตออกมาทีละเยอะๆ" เฉิงหลงอธิบายเสริม

นี่คุณแน่ใจเหรอครับว่าแบบบางเฉียบความต้องการมันน้อยน่ะ

หวังเย่แอบค่อนขอดอยู่ในใจ ก่อนจะรีบจิ้มเลือกชุดรบแบบบางดีไซน์หนึ่งอย่างรวดเร็ว

ชุดรบยิ่งหนา พลังป้องกันก็ยิ่งสูง แต่ความคล่องตัวก็จะลดลงตามไปด้วย

มันไม่มีแบบไหนที่ดีที่สุดหรือแย่ที่สุดหรอก มีแค่ว่าแบบไหนจะเหมาะกับสไตล์การต่อสู้ของตัวเองมากกว่ากันก็เท่านั้น

"ได้ครับ ใช้เวลาผลิตประมาณสองถึงสามวัน ไม่ทราบว่าคุณจะมารับด้วยตัวเอง หรือจะให้จัดส่งไปที่อพาร์ตเมนต์ผู้วิวัฒนาการดีครับ" เฉิงหลงสอบถามเพื่อยืนยันขั้นตอนสุดท้าย

"ให้จัดส่งไปที่อพาร์ตเมนต์ก็แล้วกันครับ" หวังเย่ยังไม่รู้กำหนดการรวมพลของหน่วยกู้ภัยที่แน่ชัด

อีกสามวันข้างหน้า เขาอาจจะไม่ได้อยู่ในฐานที่มั่นแล้วก็ได้

"รับทราบครับ" เฉิงหลงพยักหน้า "ต่อไปก็เลือกอาวุธครับ"

"พวกอาวุธไม่ต้องสั่งทำพิเศษหรอกครับ เพราะอาวุธทุกชิ้นของเราจะถูกผลิตขึ้นตามมาตรฐานของโมเดลในเครือข่ายดวงจันทร์เป๊ะๆ คุณหวังเย่ใช้ดาบสุริยันชาดใช่ไหมครับ" เฉิงหลงเหลือบมองปลอกดาบที่หวังเย่เหน็บอยู่ข้างเอว

"ใช่ครับ"

เฉิงหลงทำเสียงอืมม์เบาๆ ในลำคอ "ดาบเล่มที่คุณใช้อยู่เป็นรุ่นธรรมดา งั้นเดี๋ยวผมจะจัดดาบสุริยันชาดรุ่นทูให้คุณก็แล้วกันนะครับ"

ดวงตาของหวังเย่เปล่งประกายขึ้นมาทันที

ในมอลล์ผู้วิวัฒนาการ ดาบสุริยันชาดรุ่นวัน ราคาเล่มละ 100,000 หยวน ส่วนรุ่นทู ราคาปาเข้าไป 1,000,000 หยวนเลยนะเว้ย

แค่มูลค่าของดาบเล่มนี้เล่มเดียว ก็สูสีกับรางวัลของอันดับสองในการทดสอบมือใหม่แล้ว

"พี่เฉิงครับ พี่เคยดูการ์ตูนเรื่องวันพีซที่ยังเขียนไม่จบไหมครับ" หวังเย่นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาดื้อๆ

เฉิงหลงส่ายหน้าด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าจู่ๆ หวังเย่จะมาถามเรื่องการ์ตูนทำไม

"ในการ์ตูนเรื่องนั้น มีนักดาบคนนึงชื่อโซโล เขาใช้วิชาดาบสามเล่มในการต่อสู้น่ะครับ" หวังเย่จ้องหน้าเฉิงหลงเขม็ง

"แล้ว... คุณกำลังจะสื่ออะไรเหรอครับ" เฉิงหลงหลุดขำออกมา

"ความจริงแล้ว... ผมก็เป็นนักดาบสามเล่มเหมือนกันครับ"

...

หวังเย่เดินก้าวฉับๆ ออกมาจากศูนย์วิจัยพันธุกรรม โดยมีปลอกดาบเหน็บอยู่ที่เอวถึงสองเล่ม

ศูนย์วิจัยเบ้อเริ่มเทิ่มซะเปล่า ขี้งกชะมัด

สุดท้ายก็หลอกไถดาบมาเพิ่มได้แค่อีกเล่มเดียวเอง

อืม

เป็นดาบจันทรา รุ่นทรี มูลค่า 600,000 หยวน

ซึ่งเป็นโมเดลเดียวกับดาบที่ใช้ฝึกเพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่า ในโซน [เคล็ดวิชา] ของเครือข่ายดวงจันทร์นั่นเอง

"วิชาดาบคู่เหรอ" หวังเย่ครุ่นคิด ก็เป็นไปได้อยู่นะ

ตอนที่อยู่ในห้องแล็บ เขาได้สาธิตการใช้ดาบสองมือให้พี่เฉิงดูไปแล้ว

โดยการใช้เพลงดาบสุริยันชาดไปพร้อมๆ กับเพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่า

ไม่งั้นพี่แกคงไม่โง่ยอมประเคนดาบมาให้เขาฟรีๆ อีกเล่มหรอก

"ต้องอาศัยสมาธิขั้นสูงเลยล่ะ" หวังเย่รู้ดีถึงหัวใจสำคัญของการใช้วิชาดาบคู่

ไม่เพียงแต่จะต้องแยกสมาธิออกเป็นสองส่วนเท่านั้น แต่ยังต้องผสานเพลงดาบของมือซ้ายและมือขวาให้เข้ากันอย่างลงตัว ซึ่งต้องใช้สมาธิและการควบคุมอย่างหนักหน่วงเลยทีเดียว

ไม่ใช่สิ่งที่จะฝึกฝนให้เชี่ยวชาญได้ในเวลาอันสั้นแน่ๆ

เว้นเสียแต่ว่า...

เขาจะปลุกพลังเป็นผู้ใช้พลังพิเศษอย่างเต็มตัว

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 32 นายเคยดูวันพีซที่ยังเขียนไม่จบไหม

คัดลอกลิงก์แล้ว