- หน้าแรก
- ระบบอัปแต้มไร้ขีดจำกัด วิวัฒนาการสู่จุดสูงสุดในวันสิ้นโลก
- บทที่ 25 งั้นเธอคิดได้เมื่อไหร่ค่อยมาใหม่นะ
บทที่ 25 งั้นเธอคิดได้เมื่อไหร่ค่อยมาใหม่นะ
บทที่ 25 งั้นเธอคิดได้เมื่อไหร่ค่อยมาใหม่นะ
บทที่ 25 งั้นเธอคิดได้เมื่อไหร่ค่อยมาใหม่นะ
กองกำลังป้องกันฐานที่มั่น หน่วยลาดตระเวนภายนอก
ห้องทำงานรองหัวหน้าหน่วย
"ก๊อก ก๊อก"
"เข้ามา"
อวี๋หานเฉาในชุดรบแสงเร้นลับนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังบุนวมอย่างดี สองมือประสานกันวางบนโต๊ะทำงาน นัยน์ตาดุดันดุจพยัคฆ์จ้องมองผู้มาเยือน "มีอะไรว่ามา"
"ไม่พบศพของอวี๋ไห่เทาเลยครับ อาจจะ... ถูกสัตว์ประหลาดกินไปแล้ว เราเจอแค่นาฬิกาข้อมือสำหรับเดินป่าของเขาตกอยู่" เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนภายนอกลอบสังเกตสีหน้าที่เรียบเฉยของรองหัวหน้าหน่วยอย่างหวั่นๆ
"เข้าใจแล้ว" น้ำเสียงของอวี๋หานเฉาเย็นชาไร้ความรู้สึก
สายตาของเขาจับจ้องไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งกำลังแสดงผลการจัดอันดับของการทดสอบมือใหม่ค่ายตะวันตก รุ่น 101
"ไปสืบจากเพื่อนร่วมห้อง 23 ของไห่เทาดูสิ ว่าระหว่างการทดสอบมันพูดอะไร หรือทำอะไรลงไปบ้าง" อวี๋หานเฉาสั่งการ
"รับทราบครับ ท่านรอง" เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนภายนอกลุกขึ้นยืน
"เดี๋ยวก่อน"
อวี๋หานเฉาเรียกเจ้าหน้าที่ที่กำลังจะเดินออกจากห้องเอาไว้ "แล้วก็ถือโอกาสนี้ ไปทาบทามหวังเย่ คนที่ได้ที่หนึ่งในการทดสอบครั้งนี้มาด้วยล่ะ"
"เอ่อ..." เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนภายนอกลังเลเล็กน้อย "เราเป็นแค่หน่วยงานอันดับสองของกองกำลังป้องกันฐานที่มั่นนะครับ เขาอาจจะไม่สนใจก็ได้..."
"บอกเขาไปว่า ถ้าเขายอมมาร่วมงานกับหน่วยลาดตระเวนภายนอก ฉันจะให้เขาข้ามขั้นขึ้นไปรับตำแหน่งและสวัสดิการเทียบเท่าเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนระดับกลางทันที พร้อมทั้งจัดโปรแกรมการฝึกฝนระดับสูงสุดให้ และไม่ว่าเขาจะขออะไร ฉันก็จะหามาประเคนให้หมดทุกอย่าง" อวี๋หานเฉายื่นข้อเสนอสุดปัง
"แบบนี้มันจะผิดกฎเอานะครับท่าน..." เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนภายนอกท้วงติงเสียงแผ่ว
"กฎมันก็แค่ตัวหนังสือ"
ประกายตาอันเฉียบคมวาบผ่านดวงตาของอวี๋หานเฉา "ส่วนต่างที่เกินมา ฉันจะเป็นคนจ่ายเอง"
"ขอแค่ดึงตัวเขามาให้ได้ก็พอ!"
—-------------------------------------------
อพาร์ตเมนต์สำหรับผู้วิวัฒนาการ
ห้องหมายเลข 714
ติ๊ง
หวังเย่ที่เพิ่งจะฝึกฝนมาทั้งคืน และกำลังนั่งกินมื้อเช้าอยู่ ได้รับข้อความแจ้งเตือนบางอย่าง ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาทันที
[เงินเข้าบัญชีเงินดิจิทัลของคุณ: 175,200 หยวน]
เงินก้อนแรกในชีวิต!
ในที่สุดก็มีเงินสักที!
"ดูท่าแก่นพลังของปีศาจงูทับสมิงคลาจะราคาแพงหูฉี่เลยแฮะ" หวังเย่ลองคำนวณดูคร่าวๆ
เขาฆ่าสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายขั้นต้นในการทดสอบมือใหม่ไปกว่า 60 ตัว ถ้าคิดส่วนแบ่ง 100% ก็ควรจะได้ประมาณแสนสองถึงแสนสามหมื่นหยวน
ส่วนที่เหลือก็คงมาจากปีศาจงูทับสมิงคลาประเภทตื่นรู้ขั้นสองตัวนั้นแหละ
ล่อไปตั้ง 50,000 หยวนเลยเชียว!
"ถือซะว่าเป็นค่าชดเชยยาสองหลอดนั้นก็แล้วกัน" หวังเย่ไม่ได้คิดจะไปทวงเงินจากอวี๋สุ่ยชินหรอก
ลูกผู้ชายอกสามศอกเขาไม่ทำเรื่องพรรค์นั้นกันหรอกน่า
ตอนนี้เขาเป็นถึงนักรบยีนขั้นสองแล้ว เรื่องหาเงินน่ะจิ๊บๆ
ต่อให้ไม่มีโบนัสสำหรับมือใหม่ ได้ส่วนแบ่งแค่ 50% ก็เถอะ ตีซะว่าฆ่าสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายได้ตัวละ 1,000 หยวน วันนึงหาได้สักสองสามหมื่นหยวนก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
"ติ๊งหน่อง" เสียงออดหน้าประตูดังขึ้น
หวังเย่อุทานเบาๆ ด้วยความแปลกใจ
เขาหันไปมองหมอซูที่เพิ่งจะทำมื้อเช้าและออกกำลังกายยามเช้าเสร็จจนสลบเหมือดไปแล้ว ก่อนจะลุกไปเปิดประตู
แกร๊ก
ทันทีที่บานประตูเปิดออก ร่างที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เธอรวบผมเป็นหางม้า ดูสวยใสบริสุทธิ์ ชุดรบมาตรฐานของค่ายสวมอยู่บนร่างของเธออย่างหลวมๆ เธอยืนกุมมือไว้ด้านหน้า ในมือหิ้วถุงอาหารเช้ามาด้วย เมื่อเห็นเขาเงยหน้าขึ้นมอง เธอก็คลี่ยิ้มหวานหยดย้อยส่งมาให้
"อรุณสวัสดิ์จ้ะ หวังเย่" จ้าวเสี่ยวอวี่แต่งหน้าอ่อนๆ ดูละมุนละไม เผยให้เห็นเสน่ห์ของหญิงสาวอย่างเต็มเปี่ยม "ฉันซื้อข้าวเช้ามาฝากน่ะ กินด้วยกัน—"
สายตาของเธอเหลือบไปเห็นอาหารเช้าที่วางอยู่บนโต๊ะผ่านช่องประตูที่แง้มอยู่ รอยยิ้มของจ้าวเสี่ยวอวี่แข็งค้างไปชั่วขณะ แต่เธอก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว "เอ่อ... เดี๋ยวพอจะมีเวลาว่างคุยกันหน่อยไหม"
"มีอะไรเหรอ" หวังเย่ดึงประตูให้ปิดแคบลงอีกนิด
จ้าวเสี่ยวอวี่เม้มริมฝีปากบางเบาๆ "เราเข้าไปคุยกันข้างในห้องได้ไหม"
หึ
ลีลาเยอะจริงนะแม่คุณ
"เธอคิดได้แล้วเหรอ" หวังเย่จ้องมองอดีตแฟนสาว ผู้เป็นรักแรกพบที่แสนบริสุทธิ์ของเจ้าของร่างเดิมเขม็ง
"เอ๊ะ" จ้าวเสี่ยวอวี่สะดุ้งเฮือก ราวกับถูกมองทะลุไปถึงขั้วหัวใจ เธอรีบหลบสายตา ใบหน้าแดงซ่านลามไปจนถึงใบหู "ปะ เปล่านะ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น..."
"งั้นเหรอ งั้นเธอคิดได้เมื่อไหร่ค่อยมาใหม่นะ" หวังเย่เตรียมจะปิดประตู
ใบหน้าของจ้าวเสี่ยวอวี่เดี๋ยวซีดเดี๋ยวแดง นิ้วเรียวงามทั้งสิบเกร็งแน่นจนบิดเบี้ยว เธอพูดเสียงอ้อมแอ้มราวกับยุงบิน "แต่ถ้า... ถ้านายต้องการจริงๆ ล่ะก็... ฉันก็... ไม่ติดขัดอะไรหรอกนะ..."
พูดจบเธอก็ก้มหน้างุด ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาหวังเย่
"เธอไม่ติด แต่ฉันติด" หวังเย่มองดูหญิงสาวตรงหน้าที่เปลี่ยนจากความเขินอายกลายเป็นความอับอายและโกรธเคือง เธอหน้าแดงก่ำ กระทืบเท้าเร่าๆ ก่อนจะวิ่งหนีไป
ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายเดือนก่อน ที่เจ้าของร่างเดิมคอยตามเอาอกเอาใจและทะนุถนอมเธอราวกับไข่ในหิน ผุดขึ้นมาในหัวของเขา
แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับมา กลับเป็นการหมางเมินและการบอกเลิกแบบฝ่ายเดียว
ผู้หญิงแบบนี้ มันคู่ควรให้เสียเวลาด้วยเหรอ
...
ออกเดินทางสู่เขตป่า!
เขาจัดการสวมชุดรบแสงสีนิลที่เพิ่งสั่งซื้อจากมอลล์ผู้วิวัฒนาการเมื่อวานนี้เรียบร้อยแล้ว
ชุดนี้เขาใช้คูปองแลกอุปกรณ์แลกมา ขืนไม่ใช้ก็เสียดายแย่
ส่วนอุปกรณ์ประจำตัวที่ออกแบบเฉพาะจากศูนย์อนาคตนั้น ต้องใช้เวลาสั่งทำ ไม่ได้ปุบปับจะได้เลย
ต้องยอมรับเลยว่า ประสิทธิภาพการป้องกันของชุดรบแสงสีนิลนั้น เหนือกว่าชุดรบมาตรฐานของค่ายวิวัฒนาการหลายขุมเลยทีเดียว
ช่วยลดอัตราการบาดเจ็บไปได้เยอะเลยล่ะ
[สังหารปีศาจหมาขั้นหนึ่ง]
[แต้มศักยภาพ: 2.2 -> 2.7]
หวังเย่ตวัดดาบเดียวปลิดชีพสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายขั้นต้นได้อย่างง่ายดาย
ด้วยสมรรถภาพร่างกายระดับนักรบยีนขั้นสอง ผสานกับเพลงดาบสุริยันชาดขั้นบรรลุ พลังโจมตีของเขาก็บดขยี้สัตว์ประหลาดระดับดุร้ายขั้นต้นได้อย่างราบคาบ
"เหลือแค่ 0.5 แต้มจริงๆ ด้วย"
หวังเย่ไม่ได้แปลกใจอะไร
เพราะตอนนี้ถ้าเขาฆ่าพวกสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ธรรมดาก็จะได้แต้มศักยภาพแค่ 0.2 แต้มเท่านั้น
การฆ่าสัตว์ประหลาดที่เลเวลต่ำกว่าเขาหนึ่งขั้น จะได้แต้มศักยภาพลดลงเหลือ 50%
และถ้าฆ่าตัวที่ต่ำกว่าสองขั้น ก็จะได้แค่ 20% เท่านั้น
ระบบนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เขามักง่าย เอาแต่ไล่ฆ่าพวกสัตว์ประหลาดกากๆ เพื่อปั่นแต้ม ซึ่งมันไม่ได้ช่วยพัฒนาฝีมือการต่อสู้ของเขาเลยสักนิด
"เปลี่ยนที่ฟาร์มดีกว่า"
หวังเย่ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
เขาเป็นพวกเน้นประสิทธิภาพอยู่แล้ว
ในเมื่อทางทิศเหนือมันไม่เวิร์ก ก็ย้ายไปฟาร์มทางทิศตะวันตกแทนสิ
ถึงแม้ว่าฝั่งตะวันตกจะอันตรายกว่า แต่จำนวนสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายขั้นกลางก็มีเยอะกว่าทางทิศเหนือมาก
สามชั่วโมงต่อมา
แสงแรกแย้ม!
ดาบของหวังเย่ร้อนแรงดั่งเปลวเพลิง เพลงดาบสุริยันชาดแผลงฤทธิ์ดุดันไร้เทียมทาน
แม้จะโดนกรงเล็บข่วนจนเป็นรอยเลือดรอยหนึ่ง แต่ด้วยพลังป้องกันของชุดรบแสงสีนิล มันก็เป็นแค่แผลถลอกเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
[สังหารปีศาจหนูขั้นสอง]
[แต้มศักยภาพ: 7.8 -> 8.8]
"ได้ 1 แต้มแฮะ" หวังเย่นึกย้อนไปถึงตอนที่ฆ่าปีศาจงูทับสมิงคลาประเภทตื่นรู้ขั้นสองในการทดสอบมือใหม่
ตอนนั้นเขาได้แต้มศักยภาพมาตั้ง 3 แต้ม
แต่ก็นะ ตอนนั้นเขายังเป็นแค่นักรบยีนขั้นหนึ่งอยู่นี่นา
"การฆ่าข้ามระดับจะได้แต้มศักยภาพ 150% งั้นก็แสดงว่าสัตว์ประหลาดประเภทตื่นรู้จะให้แต้มศักยภาพมากกว่าสัตว์ประหลาดทั่วไปในระดับเดียวกันถึงสองเท่าสินะ" หวังเย่เริ่มจับทางได้แล้ว
พูดง่ายๆ ก็คือ ยิ่งฆ่าสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งกว่าและหายากกว่า ก็จะได้แต้มศักยภาพมากขึ้น
ในทางกลับกัน ยิ่งอ่อนแอและหาง่าย ก็จะได้แต้มน้อยลง
"แค่ระวังตัวให้ดี การล่าสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายขั้นกลางก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอก"
"แถมยังได้ฝึกปรือฝีมือการต่อสู้ไปด้วยในตัว"
แม้จำนวนสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายทางทิศตะวันตกของจุดตั้งมั่นหมายเลข 3 จะเพิ่มขึ้นมาก แต่ถ้าเทียบกับฝูงมอนสเตอร์ในการทดสอบมือใหม่แล้ว ก็ยังถือว่าห่างชั้นกันเยอะ
เพราะงั้น ฟาร์มแถวนี้ก็ยังถือว่าปลอดภัยกว่าอยู่ดี
...
ยามค่ำคืน
หวังเย่ปลีกตัวมาฝึกฝนเคล็ดวิชาวิวัฒนาการสุริยันชาดขั้นสมบูรณ์แบบเงียบๆ คนเดียว
หมอซูสลบเหมือดไปอีกแล้ว
เพียงคืนเดียว ระดับนักรบยีนขั้นสองของเขาก็ขยับจาก 2% ขึ้นมาเป็น 6% แล้ว
สมรรถภาพร่างกายพัฒนาขึ้นอย่างราบรื่นไร้รอยสะดุด และยังห่างไกลจากขีดจำกัดอีกโข
ยิ่งเข้าใกล้ขีดจำกัดเท่าไหร่ การพัฒนาร่างกายก็จะยิ่งทำได้ยากขึ้นเท่านั้น
ขีดจำกัดร่างกายของผู้วิวัฒนาการระดับต้นอยู่ที่ประมาณ 2,000 คะแนน
เส้นทางจากขั้นสอง (500 คะแนน) ไปจนถึงขั้นสาม (1,000 คะแนน) เป็นเส้นทางที่ราบเรียบไร้อุปสรรค ขอแค่อดทนฟาร์มต่อไปเรื่อยๆ ก็พอ
"วันนี้ประสิทธิภาพในการฟาร์มน่าจะดีกว่าเมื่อวานนะ" หวังเย่สวมชุดรบแสงสีนิล คาดดาบสุริยันชาด เตรียมตัวออกเดินทางสู่เขตป่า
เมื่อวานเขาใช้เวลาไปกับการสำรวจและทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมทางทิศตะวันตก รวมถึงเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการสู้กับสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายขั้นกลาง ก็เลยยังไม่ได้ปล่อยของเต็มที่
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังเก็บแต้มศักยภาพมาได้ถึง 20 แต้ม
เป้าหมายของเขาวันนี้คือ 30 แต้มศักยภาพ
เพื่อเอามาอัปเลเวลเพลงดาบสุริยันชาดขั้นต้นซะก่อน
เพิ่มพลังรบต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง!
"แกร๊ก" หวังเย่เปิดประตูออก แล้วก็ต้องชะงักงัน
?
พี่น้องครับ ถ้าชอบก็ช่วยกันอ่านตอนล่าสุดเยอะๆ นะครับ! อย่าเพิ่งดองไว้นะ ขอร้องล่ะ ยอดวิวตอนล่าสุดสำคัญกับนักเขียนตาดำๆ คนนี้มากเลย!
[จบตอน]