- หน้าแรก
- ระบบอัปแต้มไร้ขีดจำกัด วิวัฒนาการสู่จุดสูงสุดในวันสิ้นโลก
- บทที่ 2 แต้มศักยภาพ
บทที่ 2 แต้มศักยภาพ
บทที่ 2 แต้มศักยภาพ
บทที่ 2 แต้มศักยภาพ
หวังเย่เดินเตร็ดเตร่อยู่ในค่ายวิวัฒนาการตลอดทั้งช่วงเช้า
ไปเล่นเวทที่ฟิตเนสเพื่อเพิ่มพละกำลัง ไปฝึกความยืดหยุ่นที่ห้องโยคะ ไปคลังอาวุธเพื่อลองจับอาวุธทั้งสิบแปดชนิด ไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด และไปสวาปามอาหารที่โรงอาหาร
เขาเดินจนทั่วชั้นใต้ดินอันกว้างใหญ่ของค่ายวิวัฒนาการ แต่ก็ไม่สามารถกระตุ้นให้แต้มศักยภาพเพิ่มขึ้นมาได้เลย
'หรือว่าจะต้องไปหาผู้หญิงเพื่อลองสัมผัสระยะติดลบดูจริงๆ'
ด้วยรูปร่างหน้าตาของเขาในตอนนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ค่อยเข้ากับคำว่า 'ศักยภาพ' สักเท่าไหร่นัก
'นักเรียนไม่สามารถกลับเข้าไปในฐานที่มั่นได้'
'งั้นลองออกไปดูที่เขตป่าก็แล้วกัน'
หวังเย่สวมชุดรบสำหรับนักเรียนที่ทางค่ายวิวัฒนาการแจกให้ แล้วไปเลือกดาบเล่มที่จับถนัดมือมาจากคลังอาวุธ
เขาซ่อนอุปกรณ์ป้องกันตัวอย่างเช่น ปูนขาว สเปรย์พริกไทย และตะปูเหล็กเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะเดินออกจากชั้นใต้ดิน
แม้ว่าในมุมมองของเขา อวี๋ไห่เทาไม่น่าจะโง่เขลาถึงขนาดลงมือซ้ำในช่วงเวลานี้
แต่ป้องกันเอาไว้ก่อนย่อมไม่เสียหาย
'เกิดมันโง่ขึ้นมาจริงๆ ล่ะ'
"ติ๊ด"
ยืนยันตัวตนสำเร็จ หวังเย่เดินออกจากค่ายวิวัฒนาการไปเพียงลำพัง
ภายนอกค่ายฝุ่นตลบอบอวล รถออฟโรดที่มีสัญลักษณ์ของค่ายตะวันตกแล่นฉิวออกไป
รถของค่ายติดตั้งอาวุธสงครามไว้พร้อมสรรพ จึงไม่เกรงกลัวสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้นภายในรถยังมีผู้วิวัฒนาการอยู่ด้วย ปกติแล้วพวกเขาจะมุ่งหน้าไปยังจุดตั้งมั่นหมายเลข 3 ที่อยู่ห่างออกไป 20 กิโลเมตรเพื่อล่าสัตว์ประหลาดและฝึกฝนฝีมือ
ที่นั่นมีสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายอยู่เป็นจำนวนมาก หรือแม้กระทั่งสัตว์ประหลาดระดับฝันร้ายก็ยังมี
ขอบเขตการทำกิจกรรมของนักเรียนค่ายตะวันตกคือพื้นที่ 20 กิโลเมตรนับจากภายนอกค่ายวิวัฒนาการไปจนถึงจุดตั้งมั่นหมายเลข 3 แต่หลักๆ แล้วจะอยู่ภายในรัศมี 10 กิโลเมตร
บริเวณนี้มีสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์จำนวนค่อนข้างน้อย และโดยพื้นฐานแล้วจะไม่มีสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายปรากฏตัวออกมา
พื้นที่ตั้งแต่ 10 กิโลเมตรถึง 20 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ทำกิจกรรมของห้องหัวกะทิทั้งสามห้อง ได้แก่ ห้อง 1 ห้อง 2 และห้อง 3 ซึ่งเป็นนักเรียน 300 คนที่มีพรสวรรค์โดดเด่นที่สุดจากนักเรียนทั้งหมด 3,000 คนในแต่ละรุ่น
ในหมู่พวกเขามีหลายคนที่ฝึกฝนเคล็ดวิชาวิวัฒนาการชีวิตจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบ และมีคะแนนประเมินสมรรถภาพร่างกายเกิน 100 คะแนนไปแล้ว
'มีแต่ซากปรักหักพังทั้งนั้นเลย' หวังเย่เดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวังตลอดทาง สายตากวาดมองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
ซากปรักหักพังเรียงรายเป็นแนวยาว พื้นดินแห้งแล้งไหม้เกรียม ร่องรอยของการต่อสู้และการถูกทำลายล้างปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
ตึกระฟ้าที่เคยเจริญรุ่งเรือง เขตที่อยู่อาศัยอันแสนสะดวกสบาย ถนนหนทางที่กว้างขวาง และสวนสาธารณะอันร่มรื่น บัดนี้ล้วนถูกทิ้งร้างไปหมดแล้ว
แม้จะมีความทรงจำเหล่านี้อยู่ก่อนแล้ว แต่การได้มาเห็นด้วยตาตัวเองก็ยังทำให้หวังเย่รู้สึกสะเทือนใจอยู่ดี
ยากที่จะจินตนาการได้ว่าการปะทุขึ้นของมหาภัยพิบัติและการอาละวาดของสัตว์ประหลาดนั้นจะน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
บนรถประจำทางที่เหลือเพียงครึ่งท่อน มีโฆษณาของดาราสาวที่เคยโด่งดังเป็นพลุแตกอย่างแอนนาเบลล่าในปี 2045 ติดอยู่
รถยนต์เทสล่าที่ถูกไฟไหม้จนแทบจำสภาพเดิมไม่ได้ เบาะหนังเทียมถูกสายฝนสีเลือดกัดกร่อน บนเบาะคนขับเต็มไปด้วยคราบเลือดและกลิ่นเหม็นเน่า
ในเขตป่ามีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่มาฝึกฝนฝีมือ พวกเขาจับกลุ่มกันเป็นทีมและอยู่ในอาการเตรียมพร้อมรับมือศัตรู
ทันทีที่พบเห็นสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ ก็จะเข้าปะทะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
หวังเย่เดินตรงไปข้างหน้าอีกสองกิโลเมตร จำนวนนักเรียนก็เริ่มบางตาลงมาก
เมื่อออกไปไกลกว่าห้ากิโลเมตร ก็แทบจะไม่เห็นใครอีกเลย
ทว่านานๆ ครั้งก็ยังพอจะเห็นรถยนต์ดัดแปลงที่ขับออกมาจากฐานที่มั่นแล่นผ่านไปบ้าง
เสียงลมพัดหวิว บรรยากาศรอบด้านดูวังเวงน่ากลัว ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นคาวเลือดคละคลุ้ง เสียงคำรามของสัตว์ร้ายแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะ
หวังเย่เลือกเคลื่อนไหวในพื้นที่ที่เปิดโล่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ลอบโจมตี
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังตึกตักก็แว่วมาจากทางด้านหลัง และค่อยๆ ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
หวังเย่หันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างขึ้นมาทันที อะดรีนาลีนสูบฉีดพลุ่งพล่าน
มันคือสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ลำตัวสีดำสนิท ร่างกายผอมโซจนเห็นซี่โครง กระดูกบนร่างปูดโปนออกมาอย่างน่าเกลียดน่ากลัวราวกับเม่น ขาหน้าของมันกำยำล่ำสันมาก มันอ้าปากกว้างอย่างดุร้าย เผยให้เห็นเขี้ยวอันแหลมคมที่เต็มไปด้วยน้ำลายสอ พุ่งทะยานตรงเข้ามาหาเขา
การต่อสู้ครั้งแรก!
หวังเย่เตรียมใจเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
เมื่อชาติที่แล้วตอนที่เขาเล่นฟิตเนส เขาเคยเรียนชกมวยมาบ้าง จึงพอจะมีประสบการณ์การต่อสู้จริงอยู่เล็กน้อย
เพียงแต่ครั้งนี้สิ่งที่เขาต้องเผชิญหน้าด้วยไม่ใช่คน
เขาก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็ว สายตาจดจ้องทุกการเคลื่อนไหวของสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์อย่างไม่กะพริบ
เนื่องจากขาหน้าและขาหลังเกิดการกลายพันธุ์ที่ไม่เหมือนกัน ท่าวิ่งของสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์จึงดูพิลึกพิลั่นเป็นอย่างมาก จังหวะการส่งแรงระหว่างขาหลังและขาหน้ามีการหยุดชะงักอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อคำนวณระยะห่างได้แม่นยำ ในชั่วพริบตาที่ขาหลังของสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์แตะลงบนพื้น...
หวังเย่ก็เบี่ยงตัวหลบพร้อมกับชักดาบออกมา แล้วฟันฉับเข้าที่คอของมัน
ความเร็วของเขานั้นไวมาก ทว่าเสียงเคร้งกลับดังสนั่นราวกับฟันโดนท่อนเหล็ก
แขนขวาทั้งท่อนชาหนึบไปในทันที ง่ามมือฉีกขาดจนเกิดเป็นบาดแผล
สัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ถูกฟันจนกระเด็นลอยละลิ่ว มันกลิ้งหลุนๆ ไปบนพื้นหลายตลบ รอยเลือดลึกปรากฏขึ้นที่บริเวณลำคอ เลือดสีแดงคล้ำไหลซึมออกมา
สัตว์ประหลาดกลายพันธุ์แผดเสียงคำรามลั่น ก่อนจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาโจมตีอีกครั้ง แต่มันก็ตะครุบได้เพียงความว่างเปล่า
ประกายแสงเย็นเยียบวาบขึ้น เป็นการฟันดาบที่ทรงพลังและรุนแรงอีกครั้ง
เปรี้ยง!
เป้าหมายยังคงเป็นที่ลำคอ
แต่ครั้งนี้หวังเย่ใช้สองมือจับดาบ เส้นเลือดปูดโปน ฟันสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์จนล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นอย่างแรง
เขาไม่เปิดโอกาสให้มันได้ลุกขึ้นมาอีก หวังเย่กัดฟันกรอด ใช้ดาบฟันลงไปราวกับผ่าฟืน เสียงฉึกๆๆ ดังขึ้นต่อเนื่อง เขาฟันคอของมันจนขาดสะบั้นอย่างโหดเหี้ยม
"แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก"
หวังเย่หอบหายใจเฮือกใหญ่ เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก สองมือที่กำดาบเอาไว้สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
ไม่ใช่เพียงเพราะความเหนื่อยล้าจนแทบหมดแรงชั่วขณะ แต่เป็นเพราะนี่คือการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์เป็นครั้งแรก และเป็นการพรากชีวิตอย่างแท้จริง
เบื้องหน้ามีแสงสว่างวาบขึ้นมา
[สังหารสัตว์ป่ากลายพันธุ์]
[แต้มศักยภาพ: 0 -> 1]
"ฮะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า" หวังเย่หัวเราะออกมา เขารู้สึกโล่งใจและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
ภายในใจรู้สึกเบิกบานเป็นพิเศษ
เขาชอบวิธีการได้รับแต้มศักยภาพแบบนี้มาก เป็นรองก็แค่วิชาบำเพ็ญคู่เท่านั้น
เรียบง่ายและดุดัน
เขาสามารถใช้แต้มศักยภาพเพื่อแข็งแกร่งขึ้นได้!
เมื่อแข็งแกร่งขึ้นแล้ว เขาก็จะสามารถสังหารสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ได้มากขึ้น เพื่อรับแต้มศักยภาพให้มากขึ้นไปอีก จากนั้นก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีก!
'การต่อสู้ของจริง มันช่างแตกต่างจากที่จินตนาการไว้เลยแฮะ'
หวังเย่หยิบผ้าพันแผลออกมาพันที่บริเวณง่ามมือขวา จากนั้นก็กำดาบไว้แน่น แล้วใช้ผ้าพันแผลพันมือขวาและด้ามดาบเข้าด้วยกัน
ขืนทำดาบหลุดมือตอนที่สู้กับสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ มีหวังได้ซวยแน่
'เป้าหมายของวันนี้คือ 1 แต้มศักยภาพ' หวังเย่จุดประกายความมุ่งมั่นขึ้นมา
—------------------------------------------------------------------------------------
ห้องพยาบาลค่ายตะวันตก
ซูเมิ่งโอวถอดชุดกาวน์สีขาวออก แล้วนวดลำคอที่ปวดเมื่อย
การมีรูปร่างดีเกินไปก็ถือเป็นความน่าหนักใจอย่างหนึ่งเหมือนกัน
ขณะที่เธอกำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อกลับบ้าน ก็มีพยาบาลผลักประตูเข้ามาเบาๆ "หมอซูคะ มีคนไข้มาหาค่ะ"
"ได้ค่ะ" ซูเมิ่งโอวสวมชุดกาวน์กลับเข้าไปใหม่
เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่พบเห็นได้บ่อยมากในค่ายวิวัฒนาการ
ไม่ว่าจะเป็นผู้วิวัฒนาการหรือนักเรียนธรรมดา ล้วนหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บไม่ได้ทั้งนั้น
ครึ่งนาทีต่อมา
เมื่อเห็นหวังเย่ที่เพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลไปเมื่อวาน กลับมาพร้อมกับบาดแผลเต็มตัวอีกครั้ง ซูเมิ่งโอวก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
เธอไม่ได้เพิ่งเคยเจอนักเรียนแบบนี้เป็นครั้งแรกหรอกนะ
เธอจัดการฆ่าเชื้อทำแผลให้หวังเย่อย่างรวดเร็ว ฉีดยาแก้อักเสบ และพันแผลจนเสร็จสรรพ
"ครั้งนี้ยังถือว่าโชคดีนะ เป็นแค่บาดแผลภายนอกทั้งนั้นเลย" ซูเมิ่งโอวพูดกับหวังเย่ "ต้องการขอเตียงพักฟื้นสักเตียงไหม"
"ไม่เป็นไรครับ ให้นอนคนเดียวผมคงนอนไม่หลับ"
หวังเย่ลุกขึ้นยิ้มๆ พร้อมกับขยับมือทั้งสองข้างไปมา "ฝีมือของหมอซูนี่ยอดเยี่ยมจริงๆ เลยนะครับ"
"แน่นอนสิ ฉันเป็นมืออาชีพนะ" ซูเมิ่งโอวกอดอก ดันตัวการที่ทำให้ชุดกาวน์ตึงเปรี๊ยะให้ยกสูงขึ้น
"ไว้เจอกันใหม่นะครับ หมอซู" หวังเย่โบกมือลาแล้วเดินจากไป
เมื่อออกจากห้องพยาบาล เขาก็แวะไปหาอะไรกินรองท้องที่โรงอาหาร ก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปยังลานฝึกซ้อม
ทางค่ายวิวัฒนาการสนับสนุนให้นักเรียนฝึกฝน
ลานฝึกซ้อมจึงเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และมีไฟสว่างไสวอยู่เสมอ
ทว่าในช่วงกลางคืนจะมีนักเรียนน้อยกว่ามาก ทำให้ดูโล่งกว้างไปถนัดตา
นักเรียนส่วนใหญ่จะฝึกซ้อมต่อสู้จริงในช่วงกลางวันที่ร่างกายมีพละกำลังเต็มเปี่ยมที่สุด และจะฝึกฝนเคล็ดวิชาวิวัฒนาการในตอนกลางคืน
แน่นอนว่าคนที่ฝึกฝนเคล็ดวิชาวิวัฒนาการตลอดทั้งวันก็มีอยู่ถมเถไป
เป้าหมายของหวังเย่นั้นชัดเจนมาก
ฝึกฝนอาวุธ!
การฝึกฝนฝีมือตลอดทั้งวันในวันนี้ ทำให้เขารับรู้ถึงข้อบกพร่องของตัวเองได้อย่างชัดเจน การมีแค่พละกำลังแต่ไร้ทักษะนั้นยังไม่เพียงพอ
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังไม่มีพละกำลังที่ว่านั่นอีกด้วย
หากต้องการหาแต้มศักยภาพ ก็จำเป็นจะต้องยกระดับพลังรบให้สูงขึ้น!
เจ้าของร่างเดิมเคยฝึกฝนเพลงกระบี่มาบ้าง แต่เขาชอบเพลงดาบและเพลงทวนมากกว่า เพราะมันตรงไปตรงมาดี
โดยเฉพาะเพลงทวน เมื่อสั่นด้ามทวน ทวนก็จะพุ่งทะยานราวกับรุ้งขาวพาดผ่านดวงอาทิตย์ ปลายทวนแทงทะลุทะลวง เรียกเลือดได้ในพริบตา
มือซ้ายถือทวน มือขวาถือดาบ
หวังเย่คิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจฝึกเพลงดาบก่อน
ร้อยวันฝึกดาบ พันวันฝึกทวน เมื่อเทียบกับดาบแล้ว ทวนจำเป็นจะต้องอาศัยทักษะพื้นฐานที่แน่นกว่ามาก
สิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้คือการทำความคุ้นเคยกับอาวุธที่ถนัดมือให้ได้ภายในเวลาที่สั้นที่สุด
เริ่มต้นฝึกจากทักษะพื้นฐาน
เพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่า
วิดีโอสอนแบบครบถ้วนในค่ายวิวัฒนาการนั้นละเอียดมาก ซึ่งก็มาจากเครือข่ายดวงจันทร์เช่นเดียวกัน
ตัวตนอันลึกลับและทรงพลัง
นี่คือความหวังและแหล่งพลังงานของมนุษยชาติในการต่อกรกับสัตว์ประหลาด
บนเครือข่ายดวงจันทร์มีเคล็ดวิชาวิวัฒนาการ เคล็ดวิชาการต่อสู้ หรือแม้กระทั่งมิติฝึกฝนอยู่มากมาย
เป็นสิ่งที่ล้ำหน้ากว่าเทคโนโลยีของมนุษย์ในยุคปัจจุบันไปไกลมาก โดยสามารถเชื่อมต่อกันได้โดยตรงผ่านทางจิตใต้สำนึก
คนธรรมดาย่อมไม่สามารถทำได้
มีเพียงผู้วิวัฒนาการเท่านั้นที่ทำได้
"ฮ่า!" "ฟุ่บ!" "ฉึก!"
หวังเย่ฝึกฝนเพลงดาบอย่างตั้งใจทุกระเบียดนิ้ว
ฟัน งัด เสย สกัด ผลัก แทง สับ...
เขาพยายามร่ายรำทุกท่วงท่าออกมาให้สมบูรณ์แบบที่สุด
เขาไม่ได้เลือกเพลงดาบแบบเป็นชุดกระบวนท่าที่มีอานุภาพร้ายแรงกว่า
เพราะเขารู้ซึ้งถึงความสำคัญของพื้นฐาน ตึกระฟ้าสูงตระหง่านย่อมต้องสร้างจากรากฐานที่มั่นคง จะมักใหญ่ใฝ่สูงเกินตัวไม่ได้
เพลงดาบแบบเป็นชุดกระบวนท่าไม่เพียงแต่จะเรียนรู้ได้ช้ากว่า
แต้มศักยภาพที่ต้องใช้ในการเลื่อนระดับชั้นก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
หวังเย่นอนพิงประตูเหล็กด้านหน้าโรงฝึกดาบเพื่อพักสายตา
จากการฝึกฝนมาตลอดทั้งคืน เขาเริ่มคุ้นเคยกับเพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่าในระดับเบื้องต้นแล้ว
แต่มันยังไม่ปรากฏขึ้นบนหน้าต่างสถานะส่วนตัว ซึ่งหมายความว่าเขายังไม่ได้บรรลุเข้าสู่ขั้นเริ่มต้นอย่างแท้จริง
เขารู้ดีว่าตัวเองต้องการคำชี้แนะที่ตรงจุด เพื่อช่วยให้เขาก้าวข้ามอุปสรรคของการบรรลุเพลงดาบขั้นเริ่มต้นนี้ไปให้ได้
ภายในโรงฝึกดาบมีครูฝึกที่เชี่ยวชาญเพลงดาบประจำการอยู่มากมาย
ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาคือผู้วิวัฒนาการที่เคยต่อสู้กับสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายจนได้รับบาดเจ็บและปลดประจำการลงมา
เวลาหกโมงเช้า ประตูเหล็กบานยักษ์ทั้งสองบานของโรงฝึกดาบก็ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ
หวังเย่ลืมตาขึ้น
เขาลุกขึ้นยืน รู้สึกหน้ามืดเล็กน้อย
เขาสะบัดหัวแรงๆ ตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
จากนั้นหวังเย่ก็รีบพุ่งพรวดเข้าไปในโรงฝึกดาบทันที
มีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่มารอคอยเช่นเดียวกับเขา
ทันทีที่ถึงช่วงเช้าอันแสนวุ่นวาย ที่นี่ก็จะถูกเบียดเสียดจนแทบจะไม่มีที่ยืน
อย่าว่าแต่จะขอคำชี้แนะจากครูฝึกเลย แค่จะเบียดเข้าไปได้หรือเปล่าก็ยังเป็นปัญหา
หลังจากหวังเย่สอบถามครูฝึกเสร็จ เขาก็หามุมสงบๆ เพื่อฝึกฝนด้วยตัวเอง
พอเจอข้อสงสัยตรงไหน เขาก็จะหาจังหวะเข้าไปถามครูฝึก แล้วก็กลับมาฝึกต่อ
ยังไงซะเขาก็จะหน้าด้านหน้าทนอยู่แบบนี้ ฝึกไปจนกว่าโรงฝึกดาบจะปิดตอนหกโมงเย็นนั่นแหละ
พอปิดแล้วค่อยเปลี่ยนที่ฝึกต่อ!
การฝึกฝนตลอดทั้งช่วงกลางวัน ทำให้ความสงสัยของหวังเย่กระจ่างแจ้งจนหมดสิ้น
แม้ว่า 'เพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่า' จะยังไม่เข้าสู่ขั้นเริ่มต้น แต่เขาก็กวาดล้างอุปสรรคที่อยู่ตรงหน้าไปจนหมดแล้ว
ที่เหลือก็แค่ต้องขยันฝึกฝนอย่างไม่ย่อท้อ จนกว่าจะเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง!
บนลานฝึกซ้อมมีแสงไฟสว่างไสว เหล่านักเรียนต่างก็หลั่งเหงื่อราวกับสายฝน
หวังเย่ฝึกฝนลากยาวมาจนถึงตีสี่อีกครั้ง
ดาบในมือวาดลวดลายเป็นเส้นโค้งอันงดงาม เพลงดาบช่างเฉียบขาดและหมดจด
[เพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่า ขั้นเริ่มต้น ↑]
เบื้องหน้ามีแสงสว่างวาบขึ้นมา
หวังเย่เผยรอยยิ้มออกมา นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดง
สำเร็จแล้ว!
เพียงแค่คิด หน้าต่างสถานะก็ปรากฏขึ้นมาในทันที
6 หวังเย่
ระดับสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตเริ่มต้น
เคล็ดวิชา เคล็ดวิชาวิวัฒนาการชีวิต ขั้นชำนาญ
การต่อสู้ เพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่า ขั้นเริ่มต้น
แต้มศักยภาพ 1
ที่ด้านหลังของเพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่า ก็มีเครื่องหมายบวกปรากฏขึ้นมาเช่นเดียวกัน หวังเย่เพ่งสมาธิไปที่ตรงนั้น
[ต้องการใช้แต้มศักยภาพ 1 แต้ม เพื่อเลื่อนระดับเพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่าหรือไม่]
ยืนยัน
ส่วนลึกในสมองของหวังเย่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
จิตสำนึกถูกดึงเข้าไปอีกครั้ง
เขาฝึกฝนเพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับถูกเปิดเครื่องเร่งความเร็ว
ความเร็วสิบเท่า ความร้อยเท่า...
เขาฝึกฝนติดต่อกันสิบวัน ยี่สิบวัน จนเกิดความเข้าใจในเพลงดาบอย่างทะลุปรุโปร่ง
บึ้ม!
เกิดความกระจ่างแจ้งในทันที
ในวินาทีนี้ นัยน์ตาที่แดงก่ำของหวังเย่ก็เปล่งประกายเจิดจ้าออกมา
เพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่า ขั้นเชี่ยวชาญ!
[จบตอน]