- หน้าแรก
- ทะลุมิติสามก๊ก ยอดกุนซือลับแห่งค่ายโจโฉ
- บทที่ 48 - แผนถอยทัพรับศึกของจูกัดเหลียง!
บทที่ 48 - แผนถอยทัพรับศึกของจูกัดเหลียง!
บทที่ 48 - แผนถอยทัพรับศึกของจูกัดเหลียง!
บทที่ 48 - แผนถอยทัพรับศึกของจูกัดเหลียง!
เสเหลียง
ในฐานะสองขุนศึกใหญ่แห่งเสเหลียง หันซุยและม้าเท้งต่างก็ฝ่าฟันอุปสรรคจากกองกำลังนับสิบกลุ่มมาได้ในอดีต ความสามารถของพวกเขาจึงเป็นที่ประจักษ์โดยไม่ต้องสงสัย
เมื่อนานมาแล้ว หันซุยและม้าเท้งเคยสนิทสนมกันมาก ถึงขั้นสาบานเป็นพี่น้องต่างสายเลือด ทว่าในภายหลังเพราะผลประโยชน์ขัดกัน ทั้งสองจึงแตกหักกลายเป็นศัตรู ซ้ำร้ายหันซุยยังเคยสังหารภรรยาและบุตรของม้าเท้งไปหลายคนอีกด้วย
เรื่องนี้ทำให้ทั้งสองแตกหักกันอย่างสิ้นเชิง ต่างฝ่ายต่างต้องการกลืนกินขุมกำลังของอีกฝ่ายให้จงได้
น่าเสียดายที่ขุมกำลังของทั้งสองฝ่ายสูสีกันมาก จึงไม่อาจใช้กำลังหักหาญกันได้โดยตรง ประกอบกับการแทรกแซงของโจโฉ ทำให้พวกเขาหยุดการต่อสู้กันไปชั่วคราว แต่ทั้งสองฝ่ายก็ยังคงเฝ้ารอโอกาสอย่างเงียบๆ
วันหนึ่ง หันซุยก็ได้รับจดหมายลับฉบับหนึ่ง ซึ่งส่งมาจากผู้ไกล่เกลี่ยอย่างโจโฉนั่นเอง!
หลังจากอ่านจดหมายลับจบ หันซุยก็ลุกพรวดขึ้นทันที
"เอียมเหง เจ้าลองมาดูนี่สิ"
เอียมเหงคือขุนพลผู้กล้าหาญใต้สังกัดของหันซุย มีทั้งความกล้าหาญและสติปัญญา ซ้ำยังได้รับความไว้วางใจจากหันซุยเป็นอย่างมาก
เมื่ออ่านจดหมายลับจบ นัยน์ตาของเอียมเหงก็สาดประกายวาบ
"นายท่าน ม้าเท้งออกจากฐานที่มั่นของตนเอง ซ้ำยังพาทหารไปเพียงหยิบมือ นี่มันโอกาสทองที่หาได้ยากยิ่งสำหรับพวกเราเลยนะขอรับ!"
หันซุยพยักหน้า ทว่าบนใบหน้ากลับมีความกังวลฉายชัดอยู่
"สำหรับพวกเรา นี่เป็นโอกาสที่ดีจริงๆ แต่นี่ก็เป็นแผนยืมดาบฆ่าคนของโจโฉ เขาต้องการใช้พวกเราเป็นเครื่องมือในการกำจัดม้าเท้ง!"
ทว่าเอียมเหงกลับกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า "แล้วจะทำไมล่ะขอรับ อย่างไรเสียเรื่องนี้ก็เป็นผลดีต่อพวกเรา และโอกาสแบบนี้ก็คงไม่มีเป็นครั้งที่สองอีกแล้ว"
"นายท่าน ท่านกับม้าเท้งคุมเชิงกันมานานหลายปี ตอนนี้โอกาสทองมากองอยู่ตรงหน้าแล้ว นายท่านจะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาดนะขอรับ!"
หันซุยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อคิดดูแล้วว่าการกำจัดม้าเท้งมีแต่ผลดีไม่มีผลเสียต่อตนเอง ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด
"ตกลง การที่ม้าเท้งทำเช่นนี้ก็เท่ากับเป็นการสร้างโอกาสให้พวกเรา หากเราไม่ทำอะไรสักอย่าง ก็คงจะผิดต่อศัตรูตัวฉกาจของข้าผู้นี้มากเกินไปแล้ว!"
"เอียมเหง จงไปจัดเตรียบทหารม้าเบาห้าหมื่นนาย พวกเราจะมุ่งหน้าไปสกัดจับม้าเท้ง ขอเพียงงานนี้สำเร็จ กองทัพม้าเท้งจะต้องปั่นป่วนอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นก็จะเป็นโอกาสของเราแล้ว!"
สถานการณ์การแบ่งแยกดินแดนของสองขุนศึกใหญ่แห่งเสเหลียงกำลังจะถูกทำลายลงในไม่ช้านี้
ตัดภาพมาที่ฝั่งของเล่าปี่ การตั้งรับปักหลักอยู่ที่เมืองเล็กๆ อย่างเมืองหลัวเซี่ยน แม้จะรู้ดีว่าไม่ใช่แผนระยะยาว แต่ในตอนนี้ก็ทำได้เพียงจำใจอาศัยอยู่ที่นี่ไปก่อน
และในที่สุด พวกเขาก็ได้รับข่าวการบุกโจมตีของกองทัพโจโฉ
"นายท่าน อิกิ๋มกับเตียวคับนำทัพใหญ่สามหมื่นนายมุ่งหน้ามาทางพวกเราแล้ว วันนี้คงจะเดินทางมาถึง จะสู้หรือจะถอย ขอให้นายท่านโปรดตัดสินใจด้วยขอรับ!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เล่าปี่ก็รู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาทันที
แม้จะมีการเกณฑ์ทหารเข้ามาเสริม แต่ตอนนี้พวกเขาก็มีกำลังพลเพียงสามพันนายเท่านั้น การต้องนำกำลังพลเพียงแค่นี้ไปเผชิญหน้ากับกองทัพโจโฉสามหมื่นนาย ดูจะเป็นเรื่องที่เกินกำลังไปมากทีเดียว
"พี่ใหญ่ไม่ต้องกังวล หากกองทัพโจโฉมาถึงเมื่อใด ข้าจะนำทัพออกไปฟาดฟันพวกมัน มาหนึ่งฆ่าหนึ่ง มาสองฆ่าสอง!"
เตียวหุยเดินอาดๆ เข้ามาหาเล่าปี่ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง นับตั้งแต่ลิโป้ตาย เขาก็ไม่เคยกลัวใครหน้าไหนอีกเลย
ไม่ว่าศัตรูจะเป็นใคร เขาก็พร้อมที่จะสู้อย่างสุดกำลัง ท้ายที่สุดแล้วก่อนหน้านี้พวกเขาต้องหนีหัวซุกหัวซุนมาโดยตลอด ช่างน่าสมเพชเหลือเกิน
กวนอูก็ก้าวเข้ามากล่าวเช่นกัน "พี่ใหญ่ พวกเราจะถอยไม่ได้นะขอรับ หากถอย เราอาจจะเสียที่มั่นแห่งนี้ไป ซ้ำยังต้องถูกกองทัพโจโฉไล่ล่าต่อไปอีก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราต้องสู้ให้ถึงที่สุด!"
แม้สองพี่น้องจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่พวกเขาก็ไม่แนะนำให้ถอยหนี
ในเวลานี้จูล่งก็ก้าวเข้ามาประสานมือคารวะ "นายท่าน มิสู้ให้ข้าคุ้มกันนายท่านและครอบครัวหนีออกจากเมืองไปก่อน ส่วนพวกเราจะคอยต้านทานกองทัพโจโฉอยู่ในเมือง เพื่อถ่วงเวลาให้นายท่านหนีไปขอรับ"
เล่าปี่รีบก้าวเข้าไปพยุงจูล่งให้ลุกขึ้นพลางกล่าว "ข้าจะทอดทิ้งพวกเจ้าแล้วหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวได้อย่างไร ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับอะไร พวกเราก็จะร่วมเป็นร่วมตายไปด้วยกัน!"
ในฐานะบุคคลสำคัญที่เป็นศูนย์รวมจิตใจ เล่าปี่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังที่ทำให้ผู้คนรอบข้างยอมสวามิภักดิ์และตายแทนได้ คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของเขาก็ทำให้เหล่าแม่ทัพรู้สึกฮึกเหิม จนแทบอยากจะถวายชีวิตให้แก่เล่าปี่เดี๋ยวนี้เลย!
ทว่าแม้บรรดาแม่ทัพจะมีขวัญกำลังใจฮึกเหิมเพียงใด แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองทัพโจโฉสามหมื่นนาย ภายในใจของเล่าปี่ก็ยังคงเต็มไปด้วยความวิตกกังวลอยู่ดี
ในวินาทีนั้นเอง นัยน์ตาของเขาก็เบิกกว้างเป็นประกาย
"จริงสิ ก่อนที่กุนซือจะจากไป ได้มอบถุงแพรให้ข้าสามใบ พร้อมบอกว่าหากกองทัพโจโฉบุกมา ให้ข้าทำตามแผนในถุงแพร รับรองว่าจะสามารถตีแตกกองทัพโจโฉได้อย่างแน่นอน!"
กวนอูและคนอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้ายินดี "พี่ใหญ่ รีบหยิบออกมาดูเร็วเข้าเถิด"
เล่าปี่ล้วงหยิบถุงแพรออกมาจากอกเสื้อ เมื่อเปิดออกก็พบกระดาษแผ่นหนึ่งอยู่ด้านใน ซึ่งบนกระดาษได้เขียนวิธีการรับมือเอาไว้จริงๆ
"ห้ามตั้งรับยืดเยื้อ ให้นำทัพของเอ๊กเต๊กและจูล่งออกไปป้วนเปี้ยนอยู่นอกเมือง เพื่อคอยสอดประสานกัน บุกโจมตีก่อกวนกองทัพโจโฉ ทำให้พวกมันพะวักพะวนหน้าหลัง ส่วนคนที่เหลือให้คอยรักษาเมืองเอาไว้"
"ถ่วงเวลาจนถึงยามวิกาล ให้ใช้แผนโจมตีด้วยน้ำเพื่อหยุดยั้งข้าศึก อาศัยจังหวะที่กองทัพศัตรูกำลังปั่นป่วน ล่าถอยไปยังเมืองเตียงสา!"
หลังจากอ่านเนื้อหาในจดหมายจบ เล่าปี่ก็เผยรอยยิ้มออกมาทันที
เตียวหุยรีบก้าวเข้ามา หัวเราะร่วนแล้วกล่าว "พี่ใหญ่ ตอนนี้ข้าเพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมกุนซือถึงสั่งให้คนขุดขยายคูเมืองทันทีที่มาถึงเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ที่แท้ก็เพื่อเตรียมการสำหรับวันนี้นี่เอง!"
เล่าปี่เองก็รู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก "ใช่แล้ว กุนซือเตรียมการล่วงหน้า คาดการณ์ความเคลื่อนไหวของข้าศึกได้อย่างแม่นยำ หากพวกเราทำตามแผนของกุนซือ จะต้องคว้าชัยชนะมาได้อย่างแน่นอน!"
หลังจากนั้น เล่าปี่ก็สั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันไปเตรียมตัว
จูล่งและเตียวหุยรับหน้าที่นำทหารคนละหนึ่งพันนาย แอบย่องออกจากเมืองไปดักซุ่มอยู่ทางซ้ายและขวา ส่วนเล่าปี่กับกวนอูรั้งรออยู่ภายในเมืองหลัวเซี่ยนเพื่อตั้งรับปักหลัก
เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดหลังเที่ยงวัน กองทัพโจโฉก็ยกมาถึง!
ผู้นำทัพทั้งสองก็คืออิกิ๋มและเตียวคับ
"ท่านขุนพลเตียวคับ ท่านดูเมืองเล็กๆ ข้างหน้านั่นสิ จะต้านทานกองทัพของพวกเราได้อย่างไร"
เมื่ออิกิ๋มเห็นเมืองหลัวเซี่ยน เขาก็หัวเราะเยาะออกมาทันที ท้ายที่สุดในสายตาของเขา เมืองเล็กๆ ที่มีกำแพงเมืองเตี้ยติดดินเช่นนี้ สามารถตีแตกได้อย่างง่ายดาย
ทว่าใบหน้าของเตียวคับกลับยังคงเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา
"ท่านขุนพลอิกิ๋มอย่าได้ประมาทไป จูกัดเหลียงผู้นี้เจ้าเล่ห์เพทุบายนัก ไม่แน่ว่าอาจจะวางกำลังซุ่มโจมตีไว้ที่นี่แล้วก็ได้ พวกเราควรระมัดระวังตัวเอาไว้ก่อน"
ทั้งสองคนล้วนเป็นคนรอบคอบ พวกเขาส่งทหารสอดแนมออกไปสำรวจ และพบว่ากองทัพเล่าปี่ตั้งค่ายรอรับศึกอยู่อย่างแน่นหนาจริงๆ ทว่าเบื้องหน้ากลับไม่มีค่ายกลหรือกับดักใดๆ เลย
เมื่อเป็นเช่นนี้ อิกิ๋มและเตียวคับจึงรู้สึกผ่อนคลายลงมาก
"เตรียมตัวบุกเมือง!"
เมื่อมาถึงหน้ากำแพงเมือง กองทัพโจโฉก็ไม่รอช้า พวกเขางัดเอาบันไดพาดกำแพงเมืองออกมาและเริ่มบุกโจมตีทันที
"ฆ่ามัน!"
"บุกขึ้นไปบนกำแพงเมือง ตัดหัวเล่าปี่มาให้ได้!"
"บุกเข้าไป!"
เสียงตะโกนบุกโจมตีดังกึกก้อง ทหารกองทัพโจโฉแต่ละคนพุ่งทะยานราวกับเสือหิวหมาป่ากระหายเลือด
ขณะที่เหล่าทหารกำลังปีนขึ้นไปบนกำแพงเมือง พวกเขากลับถูกทหารรักษาเมืองบนกำแพงเมืองฟาดฟันจนตกลงมา บุรุษร่างใหญ่กำยำผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนกำแพงเมือง มองลงมาจากเบื้องบน เพียงแค่สะบัดง้าวมังกรเขียวในมือ ทหารกองทัพโจโฉหลายนายก็ร่วงหล่นลงมาจากกำแพงเมืองแล้ว!
เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น ก็แผ่ซ่านรังสีอำมหิตประดุจขุนพลผู้เดียวต้านทานคนนับหมื่น!
"นั่นมันกวนอู!"
เมื่อเตียวคับและอิกิ๋มเห็นกวนอูอยู่บนกำแพงเมือง สีหน้าของพวกเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
การบุกโจมตีเมืองดำเนินต่อเนื่องไปพักใหญ่ ทว่าแม้พวกเขาจะใช้กำลังคนที่มากกว่าเข้าบดขยี้ และกุมความได้เปรียบเอาไว้ในมืออย่างสมบูรณ์แบบ แต่กลับไม่อาจยึดกำแพงเมืองเพียงแห่งเดียวนี้ได้เลย!
[จบแล้ว]