เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 425 : ไม่เคยกลัวใคร (อ่านฟรี)

ตอนที่ 425 : ไม่เคยกลัวใคร (อ่านฟรี)

ตอนที่ 425 : ไม่เคยกลัวใคร (อ่านฟรี)


ณ วังดาบสวรรค์ที่นี่มีเขตต้องห้ามที่ผู้คนในโลกต่างหวาดกลัว มันถูกตั้งชื่อว่าสุสานดาบ

อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่มักรู้จักกันในชื่อที่ดูโบราณๆ แบบนั้น และไม่รู้ทำไมชื่อมันถึงได้น่ากลัวชวนขนลุกเช่นนั้น มีเพียงกองกำลังหลักๆ เท่านั้นที่ได้รู้ความลับของมัน

เส้นทางอันลำบากคดเคี้ยวภายในวังดาบนั้นคล้ายกับเขาวงกต ส่วนสุสานดาบนั้นอยู่ลึกเข้าไปอีกในภูเขาภายในอาณาเขตของกองกำลัง มีเพียงเส้นทางคดเคี้ยวเส้นนี้ที่จะพาไปถึงยิ่งเข้าไปลึกมาเท่าไรแสงก็เริ่มหรี่ลง

ช่องว่างที่เชิงเขาลึกราวกับเหว ความมืดมิดที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้ถึงความตื้นลึกมันน่ากลัวและพร้อมจะกลืนผู้คนเข้าไปข้างในทุกเมื่อ

ความมืดมิดทำให้พวกเขาจำต้องจุดไฟเพื่อนำทางให้มองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้า .. ตอนนี้จิตใจของพวกเขาเป็นกังวลไปหมด

มีสุสานทั้งหมดร้อยแปดแห่งที่นี่ในดินแดนขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตามสุสานส่วนใหญ่ถูกทำลายและเหลือเพียงแค่ไม่กี่แห่งเท่านั้น .. ในความมืดขณะนี้เสียงโซโลหะ ครืด ครืด ดังขึ้น

หลายคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างคุกเข่าต่อหน้าหลุมฝังศพด้วยเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งพร้อมโซ่

“ว่ากันว่า .. กลุ่มดาบอมตะของวังดาบสวรรค์เคยฆ่าผู้เป็นอมตะ มันจริงหรือ?” ฟางฉีหันไปตามเสียงคำถามของหลี่หลันเหลียวอย่างสงสัย

สำหรับผู้ฝึกฝนในโลกปัจจุบันพวกเขาเชื่อว่าผู้เป็นอมตะนั้นมีอยู่จริงในตำนานอันแสนนานโพ้นเท่านั้น คนส่วนใหญ่มองว่ามันเป็นนิทายในอดีตอันกลายเป็นตำนานไปเสียแล้ว

“ตามตำนานนั้นเป็นเรื่องจริง ..” ผู้อาวุโสหลี่วู่หยากล่าว “มีคำเรื่องเล่าต่อกันมาว่าปรมาจารย์ระดับบรรพบุรุษคนหนึ่งจากตระกูลหนานกงเป็นผู้ควบคุมกองกำลังของวังดาบ พวกเขาสูญเสียไปมากกับการต่อสู้ครั้งนั้น ...”

“มันนานมากแล้วที่ไม่มีใครพูดถึง ไม่มีใครรู้ว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือไม่ นอกจากนี้มันยังมีความเกี่ยวข้องกับความรุ่งเรืองในอดีต แม้ว่าลูกหลานจะสืบทอดพลังมาแต่ก็อาจจะไม่ได้ทรงพลังเท่า”

แสงลึกลับจางๆ ส่องระเรื่อมาจากสุสานอันทรุดโทรม ยิ่งแสงไฟสว่างขึ้นเท่าไรสายตาของผู้คนที่ถูกล่ามด้วยโซ่ตวนก็ยิ่งสว่างแสดงให้เห็นมากเท่านั้น ภายใต้แสงไฟเราจะเห็นได้ว่าสุสานไม่มีมนุษย์อยู่

ณ วังดาบสวรรค์

ในห้องโถ่งอันกว้างใหญ่ชายวัยกลางคนกำลังนั่งฟังรายงานจากผู้ฝึกฝนของตระกูลหนานกง ใบหน้าของเขาดูสง่างามเงียบสงบ

“พวกเขาอยู่ที่ไหน? เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนคนนี้คือใคร?”

“แม้ว่าผู้อาวุโสรองจะใช้คาถาเรียกคืนแสง แต่เราก็ยังไม่พบผู้โจมตีอยู่ดี (แม้แต่ผู้ชมที่ดูการถ่ายทอดสดเองก็ยังไม่เห็นว่าฟางฉีใช้การโจมตีแบบไหน) อย่างไรก็ตามแต่ตามที่เราได้เห็น เราจะตามล่าฆาตรกรที่แท้จริง แต่..”

“แต่อะไร?” ชายวัยกลางคนถามด้วยเสียงเย็นชา

“แต่หากว่าผู้โจมตีมาจากครอบครัวใหญ่ ข้ากลัวว่ามันจะ .. ลำบาก”

“ข้าไม่ได้สนใจว่าผู้โจมตีจะมีภูมิหลังอย่างไร” ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาแต่แฝงไปด้วยความดุดัน “แม้ว่าสำนักสวรรค์จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับครอบครัวใหญ่ๆ ข้าเพียงต้องการตัวฆาตรกร หากเป็นการกระทำของตระกูลใหญ่แม้จะมีอำนาจมากแค่ไหน ตระกูลหนานกงของข้าจะไม่ยอมให้ใครหนีจากการทำผิดนี้ได้!”

เขาโบกมือ “ทำตามที่ผู้อาวุโสรองกล่าว ส่งสารไปยังซูเอ๋อ บอกเขาว่าข้าจะส่งมือดาบสองคนไปให้เขา จะดีมากถ้าหากเขาเองสามารถหาตัวฆาตรกรได้”

“รับทราบ!”

“ยังไงก็ตามเราต้องตามหาหยกก่อนที่ข่าวจะแพร่สะพัดออกไป”

“ใช่!”

เขาหรี่ตาลง “ถ้านี่คือไม้เด็ดของเจ้า ข้าจะบอกให้เจ้ารู้ไว้นะว่ามันน่าขันแค่ไหน!”

สิ่งที่สำคัญที่สุดในฐานะเจ้าของร้านมืออาชีพคือการหาทำเลที่ตั้งในการเปิดร้าน ขณะที่เขากำลังทำเช่นนั้นเขาเองก็พิจารณาพื้นที่เพื่อคอยดูแลป้องกันเสี่ยวหยูอยู่ห่างๆ

“อืม .. ที่นี่ยิ่งใหญ่” ฟางฉีดูตื่นตาหลังจากเดินออกจากโรงแรมไต้หวัง เขามองไปรอบๆ และพึมพำกับตัวเอง

เมืองนี้ไม่เพียงแต่จะใหญ่โต มันเจริญรุ่งเรืองกว่าที่จิวหัวมาก มีร้านค้ามากมายขายของเกือบทุกประเภทให้เลือกสรร รวมไปถึงสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณ น้ำอมฤตและแม้แต่ของหายากจากอสูร เห็นได้ชัดว่าเป็นช่วงเวลาที่คึกคักที่สุดของปีสำหรับนอกเขตโรงแรม

เห็นได้ชัดว่าไม่มีร้านขายใดอยู่รอบโรงแรมสักร้าน ฟางฉีไม่มีทางเลือกนอกจากเดินออกไปข้างนอก หลังจากเดินวนไปวนมาอยู่นานเขาเองก็ยังไม่พบร้านค้าหรือทำเลว่างเปล่า

เมื่อเขากำลังจะเดินกลับไปที่โรงแรม ตาของเขาสะดุดเข้ากับชายชราร่างเล็กผมหงอกกำลังร้องโหยหวนจากการโดนรังแก

ผู้คนที่เดินผ่านไปมาพบเห็นเข้าต่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

“เกิดอะไรขึ้น?”

“ว่ากันว่าชายชราคนนี้ทำให้คนจากตระกูลหนานกงขุ่นเคือง ..”

“คนจากตระกูลหนานกงคือใคร? พวกมันก็แค่หมาของตระกูลนั้น”

“ชู่ว! ระวังคำพูดของเจ้าด้วย”

“ว่ากันว่าชายคนนี้ทำงานหนักเกือบทั้งชีวิตของเขาเพื่อย้ายร้านไปที่เมืองหยวนหยาง แต่เห็นว่าตอนนี้เขาไม่สามารถเปิดมันได้อีกต่อไป มิฉะนั้นจะถูกรบกวนโดยคนนอกผู้ประจบเอาใจตระกูลหนานกง แล้วนับประสาอะไรหากเจอเข้ากับสมาชิกในตระกูลหนานกงโดยตรง”

“ไม่มีอะไรที่เขาทำไม่ได้ พวกเขาเป็นพวกมีพลังยิ่งใหญ่สามารถทำอะไรได้ดั่งใจต้องการ”

ฟางฉีคิดในใจว่าเหตุใดเขาจึงต้องเจอคนประเภทนี้ทุกที่ไป

“ในความคิดของข้า เขาควรจะขายร้านและออกจากที่นี่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทั้งหมดที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต!”

“ขายร้าน?” มีคนพูดทวนซ้ำ “เจ้ากล้าซื้อไหม? เจ้ากล้ายุ่งกับธุรกิจของตระกูลหนานกงหรือ?”

ขณะที่พวกเขากำลังพูดกัน ร่างหนึ่งเดินผ่านเข้าไป “สวัสดีท่านผู้อาวุโส ที่นี่ใช่ร้ายของท่านหรือไม่?”

“...” ผู้ฝึกฝนที่ยืนอยู่ที่นั้นจ้องมองชายหนุ่มด้วยสายตาดูแคลน “ชายหนุ่มคนนี้ไร้สติปัญญาหรือไร?”

“เขามาจากไหน”

ชายชราจ้องมองฟางฉีด้วยสายตาไม่เชื่อ เขาตอบกลับว่า “พ่อหนุ่ม .. เจ้าต้องการที่จะซื้อมันจริงๆหรือ!?”

เขาชี้ไปที่คนรอบข้าง “เจ้าไม่ได้ยินที่พวกเขาพูดหรือ?”

ฟางฉีหยักไหล่โดยไม่สน “สมาคมเกมออนไลน์ของข้าไม่เคยกลัวใคร”

อย่างไรก็ตามเขาได้กำจัดพวกมันไปร้อยกว่าคน มันคงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหากเขาจะฆ่าและสร้างความขัดแย้งมากขึ้น

ทุกคนที่อยู่รอบข้างเงียบลง

“ขอบคุณ! ขอบคุณมาก!” ใบหน้าของชายชราเต็มไปด้วยความหวัง

จบบทที่ ตอนที่ 425 : ไม่เคยกลัวใคร (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว