- หน้าแรก
- เนตรจุติสะเทือนโลกนินจา
- บทที่ 22 - แข่งขันกันดุเดือด
บทที่ 22 - แข่งขันกันดุเดือด
บทที่ 22 - แข่งขันกันดุเดือด
บทที่ 22 - แข่งขันกันดุเดือด
เนิ่นนาน คุชินะก็ยอมแพ้ เธอมองยาคุรุมารุที่เย็นชาอีกครั้ง แล้วหันไปบ่นกับมินาโตะ
"ลูกศิษย์ที่นายหามาทำไมถึงเป็นแบบนี้กันหมด ร่าเริงกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง"
"รินก็มองโลกในแง่ดีไม่ใช่เหรอ" ร่างแยกเงาของมินาโตะหัวเราะอย่างจนใจ
"เมื่อก่อนน่ะใช่ แต่ตอนนี้ก็ไม่ร่าเริงแล้ว"
เมื่อนึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่สงครามนำมาสู่ทีมมินาโตะ คุชินะก็รู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย
สงครามมักจะหมายถึงการสูญเสียเสมอ...
ช่วงนี้เธอมักจะฝันร้าย ฝันว่าลูกของเธอในอนาคตก็เอาแต่อมทุกข์ทั้งวันเหมือนคาคาชิ ในใจรู้สึกไม่ดีเลย
ถ้าเธอเปลี่ยนคาคาชิและเด็กหนุ่มฮิวงะตรงหน้าไม่ได้ อนาคตจะสอนลูกให้มองโลกในแง่ดีได้อย่างไร
เป็นแบบโอบิโตะน่าจะเบาใจกว่า หวังว่าลูกของตัวเองจะร่าเริงเหมือนเขา
"..." มินาโตะนิ่งเงียบ
คุชินะกลับมาร่าเริงอย่างรวดเร็ว เธอถามอย่างกระตือรือร้น "เรียกฉันมาทำไมเหรอ ให้ช่วยฝึกหน่วยองครักษ์หรือไง"
"ฉันอยากให้เธอใช้จักระสัตว์หางช่วยปกป้องพวกเขาสักหน่อย วิชามิติยังไงก็อันตรายเกินไป"
ร่างแยกเงาของมินาโตะกวาดสายตามองยาคุรุมารุและฮาเนะ แล้วกล่าวอย่างจริงจัง
"ในระหว่างการเคลื่อนย้าย หากเกิดข้อผิดพลาด จะทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บได้ง่าย แต่หากมีจักระสัตว์หางคอยช่วยเหลือ นอกจากพลังป้องกันของร่างกายจะเพิ่มขึ้นแล้ว พลังการฟื้นฟูก็จะแข็งแกร่งขึ้นด้วย ซึ่งช่วยได้มากทีเดียว"
"อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง" คุชินะพยักหน้าอย่างเข้าใจ ตบหน้าอกตัวเอง "ถ้าอย่างนั้นก็วางใจให้ฉันจัดการเถอะ พวกเธอใครจะเริ่มก่อน"
"ท่านคุชินะ ผมขอเริ่มก่อนครับ!"
ด้านข้าง อุจิวะ ยาคุรุมารุกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
สีหน้าของเขาสงบนิ่ง มองไม่ออกเลยว่าในใจกำลังร้อนรนแค่ไหน
แต่ในใจเขากลับคิดว่า ต้องเรียนรู้วิชาเทพอัสนีให้เร็วกว่าฮิวงะ ฮาเนะให้ได้!
สายตาของคุชินะจับจ้องไปที่ยาคุรุมารุ โดยเน้นหยุดอยู่ที่เนตรวงแหวนของเขาครู่หนึ่ง แล้วพึมพำ "คนในตระกูลของโอบิโตะ ไม่เห็นเหมือนเขาเลย"
ยาคุรุมารุขมวดคิ้ว สีหน้าเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง "ผมย่อมไม่เหมือนโอบิโตะอยู่แล้ว"
เขาไม่อยากถูกนำไปเปรียบเทียบกับโอบิโตะที่เป็นคนรั้งท้ายอันโด่งดังในตระกูลหรอกนะ แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นฮีโร่ของโคโนฮะในตอนนี้ก็เถอะ!
"โอ้ ไม่เหมือนงั้นเหรอ"
กล้าว่าโอบิโตะต่อหน้าฉันกับมินาโตะงั้นเหรอ เจ้าเด็กนี่ดูสถานการณ์ไม่เป็นหรือไง
ก็ใช่นะ คนตระกูลอุจิวะส่วนใหญ่มักจะดูสถานการณ์ไม่เป็น โอบิโตะก็มีนิสัยเสียแบบนี้เหมือนกัน
สายตาของคุชินะเย็นชาลง จักระสีแดงสดบนร่างของเธอทำให้หลายคนรู้สึกว่าอุณหภูมิรอบด้านลดลง
มีนิสัยเสียก็ต้องแก้!
ในขณะที่ร่างแยกเงาของมินาโตะกำลังยิ้มเจื่อนๆ และเตรียมจะเข้ามาไกล่เกลี่ย ฮิวงะ ฮาเนะก็ก้าวออกมาข้างหน้าอย่างสมัครใจ ท่ามกลางสายตางุนงงของยาคุรุมารุ เขาตบไหล่ยาคุรุมารุเบาๆ แล้วพูดกับคุชินะ
"ท่านคุชินะครับ คำพูดของยาคุรุมารุก่อนหน้านี้ไม่ได้มีความหมายแบบที่ท่านคิดหรอกครับ"
"เขาแค่คิดว่าตัวเองไม่สามารถปกป้องเกียรติยศของตระกูลอุจิวะไว้ได้และพ่ายแพ้ให้กับผม จึงไม่คู่ควรที่จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับฮีโร่อย่างโอบิโตะต่างหากครับ"
ยาคุรุมารุเบิกตากว้างมองฮิวงะ ฮาเนะ
ไอ้บ้านี่พูดอะไรของมัน!
ในสายตานาย ฉันยังแย่กว่าคนรั้งท้ายอย่างโอบิโตะอีกเหรอ
มินาโตะเองก็ทำหน้าเหมือนเพิ่งรู้จักฮิวงะ ฮาเนะใหม่ แต่เมื่อเห็นจักระสีเลือดบนร่างคุชินะ เขาก็ยิ้มอย่างเข้าใจ
คงกลัวว่าจะโดนหางเลขตอนฝึกทีหลังสินะ...
ฮิวงะ ฮาเนะเมินสายตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์รุนแรงของยาคุรุมารุ ด้วยสีหน้าที่ยังคงเรียบเฉย
นี่เป็นโอกาสหายากที่จะได้สัมผัสกับจักระของเก้าหาง อย่ามาทำเสียเรื่องนะ
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าจะในฐานะตัวร้ายหรือคนดี นายก็เทียบโอบิโตะไม่ได้จริงๆ หมอนั่นสุดโต่งทั้งสองด้านเลย
"อ้อ เป็นแบบนี้นี่เอง"
คุชินะเก็บจักระกลับไป เผยรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง บรรยากาศกดดันรอบๆ ตัวหายไปในพริบตา "ยาคุรุมารุทำหน้าเย็นชาเหมือนฮาเนะ ฉันก็เลยนึกว่าเธอหมายความว่าไม่อยากลดตัวไปเปรียบเทียบกับคนรั้งท้ายอย่างโอบิโตะซะอีก"
ยาคุรุมารุเพิ่งนึกขึ้นได้ ท่านรุ่นที่สี่คืออาจารย์ของโอบิโตะ ส่วนคนตรงหน้าคือภรรยาของอาจารย์โอบิโตะ
ที่เขาพูดไปเมื่อกี้ไม่ได้รนหาที่ตายหรอกเหรอ
โอบิโตะก็พลีชีพอย่างกล้าหาญไปแล้ว ทำไมเขาถึงต้องยึดติดกับเรื่องคนรั้งท้ายด้วย
"จะเป็นไปได้ยังไงครับ ผมแค่ชินกับการทำหน้าเย็นชาเท่านั้นเองครับ"
ยาคุรุมารุฝืนยิ้ม ยอมทิ้งความหยิ่งยโสอย่างจำใจ
"อืม ดีมาก"
เธอมองฮิวงะ ฮาเนะอย่างพอใจ คุชินะหยิบที่ผูกผมออกมา มัดผมสีแดงสดใสที่สยายอยู่ให้เป็นหางม้าเดี่ยว
"เก้าหาง ขอยืมจักระหน่อย"
ฮาเนะไม่รู้ว่าเก้าหางในผนึกโดนกระทำชำเราแบบไหน แต่จากกลิ่นอายที่ค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นบนร่างของคุชินะ ก็เดาได้เลยว่าต้องเป็นการทุบตีอย่างทารุณไร้มนุษยธรรมแน่นอน
คุชินะที่แย่งชิงจักระเก้าหางมาได้ ร่างกายก็ค่อยๆ แผ่แสงสีทองเจิดจ้าออกมา บนผิวหนังปรากฏลวดลายสีทอง และมีเสื้อคลุมจักระล้อมรอบร่างกาย
โหมดจักระสัตว์หาง!
จักระที่มหาศาลและหนาแน่นขนาดนี้เป็นสิ่งที่ฮิวงะ ฮาเนะไม่เคยเห็นมาก่อน!
"ฉันชิงจักระมาจากเก้าหางได้เยอะเลย พวกเธอเข้ามาพร้อมกันเลย"
เธอให้ทั้งสองคนจับมือของเธอไว้ คุชินะถ่ายทอดจักระให้ฮิวงะ ฮาเนะและอุจิวะ ยาคุรุมารุ
ชั่วพริบตา ภายนอกร่างกายของทั้งสองคนก็มีเสื้อคลุมจักระสีแดงเดือดพล่านเพิ่มขึ้นมา
'นี่สินะพลังของเก้าหาง'
ฮิวงะ ฮาเนะกำมือแน่น สัมผัสถึงจักระที่เพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่งพลางทอดถอนใจอยู่เงียบๆ
โคโนฮะในยุคนี้ แข็งแกร่งจริงๆ
สองในสามนินจาในตำนานอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม รุ่นที่สามก็ยังมีฝีมืออยู่ สามีภรรยารุ่นที่สี่ก็เก่งกาจเหนือกว่าระดับคาเงะทั่วไปมาก
ไกผู้เปิดประตูด่านทั้งแปดก็กำลังพัฒนาฝีมือ
รุ่นเด็กก็ยังมีอัจฉริยะอุจิวะอีกสองคนที่กำลังเติบโต
ความแข็งแกร่งและศักยภาพแบบนี้น่ากลัวสุดๆ หากโคโนฮะไม่ทำตัวเองพัง หมู่บ้านนินจาอื่นก็คงต้องเป็นรองตลอดไป
"ท่านคุชินะครับ ยังมีจักระเก้าหางเหลืออีกเยอะ ขอแบ่งให้ร่างแยกเงาของผมด้วยได้ไหมครับ" ฮิวงะ ฮาเนะถาม
"เธออยากฝึกพร้อมกับร่างแยกเหรอ"
คุชินะที่แสงสีทองบนร่างหม่นลงเล็กน้อย หันไปมองมินาโตะ เมื่อเห็นเขาไม่ได้ว่าอะไร เธอจึงตกลง
"ได้สิ เอาเลย"
ยังไงก็เป็นจักระของเก้าหาง ถ้าไม่พอก็แค่แย่งมาใหม่ เธอไม่เสียดายหรอก
เมื่อมองดูฮิวงะ ฮาเนะทั้งสี่คนสวมเสื้อคลุมจักระไปฝึก ยาคุรุมารุก็รีบใช้วิชาร่างแยกเงา สร้างร่างแยกออกมาห้าร่าง
"เดี๋ยวก่อนครับท่านคุชินะ ร่างแยกของผมก็ขอรบกวนด้วยครับ!"
"จ้าๆ" คุชินะยิ้มอย่างอ่อนใจ
เมื่อรอให้ทั้งสองคนและร่างแยกออกไปไกล คุชินะถึงได้หันไปยิ้มให้มินาโตะ
"ตอนนี้คือร่างจริงใช่ไหม"
"อืม มาอยู่เป็นเพื่อนเธอสักพักน่ะ" ร่างจริงของมินาโตะที่โผล่มาตอนไหนก็ไม่รู้ ยิ้มตอบ
ด้วยวิชาเทพอัสนี การที่เขาจะออกจากอาคารโฮคาเงะโดยไม่มีใครรู้เป็นเรื่องที่ง่ายมากจริงๆ
รอยยิ้มของคุชินะอ่อนโยนลง แต่ปากกลับพูดว่า "อย่ามาพูดเอาใจเลย คงเป็นเพราะงานของโฮคาเงะไม่สำคัญล่ะสิถึงได้มา"
"งานของโฮคาเงะสำคัญทุกงานนั่นแหละ" มินาโตะส่ายหน้า "แต่ครั้งนี้พิเศษหน่อย ฉันได้รับข่าวกรองจากแนวหน้าว่า เจ็ดดาบนินจาแห่งคิริหายตัวไปจากแนวหน้า ฉันเลยต้องวางแผนรับมือที่นอกหมู่บ้านสักหน่อย"
"หืม หรือว่าพวกนั้นคิดจะ..."
"ใช่แล้วล่ะ คงคิดว่าโคโนฮะเพิ่งจะเปลี่ยนโฮคาเงะใหม่ๆ มีเรื่องการส่งมอบงานและภารกิจต่างๆ ให้จัดการ การป้องกันน่าจะมีช่องโหว่ เลยอยากจะมาฉวยโอกาส"
"บางทีอาจจะมีความคิดที่อยากช่วยลดแรงกดดันให้แนวหน้าด้วยกระมัง เพราะอาจารย์จิไรยะก็นำกองหน้าไปสนับสนุนสมรภูมิคิริแล้ว การต้องเผชิญหน้ากับสองในสามนินจาในตำนาน หมู่บ้านคิริคงรับแรงกดดันอย่างหนักแน่ๆ"
มินาโตะยืนยันข้อสันนิษฐานของคุชินะ
"สายลับคิริที่ยาคุรุมารุจับได้ก่อนหน้านี้ ภายใต้ความช่วยเหลือของตระกูลยามานากะ ได้เปิดเผยแผนการโจมตีครั้งนี้แล้ว ฉันจึงต้องเตรียมการล่วงหน้า"
"อย่างนี้นี่เอง... ให้ฉันไปช่วยไหม"
"ไม่ต้องหรอก ถ้าพวกนั้นกล้ามา ก็อย่าหวังว่าจะได้รอดกลับไปจากโคโนฮะแม้แต่คนเดียว!"
แววตาของมินาโตะฉายแววเย็นเยียบ
ไกลออกไป ฮิวงะ ฮาเนะที่เปิดเนตรสีขาวก็คอยจับตาดูทั้งสองคนอยู่เช่นกัน เขาใช้การอ่านริมฝีปากเพื่อรับรู้ข้อมูลนี้ คิ้วของเขาเลิกขึ้นเล็กน้อย
จากการที่ต้องเผชิญหน้ากับไมโตะ ไดผู้เปิดประตูด่านทั้งแปด กลายมาเป็นต้องเผชิญหน้ากับมินาโตะ แถมยังอาจถูกสามีภรรยารุ่นที่สี่รุมกินโต๊ะอีก
บอกยากเหมือนกันแฮะว่าแบบไหนเป็นผลดีกับพวกนั้นมากกว่า...
แต่นี่ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้รวบรวมข้อมูลส่วนตัวของนินจาที่แข็งแกร่ง และยังช่วยให้อาจารย์ไดรอดพ้นจากความตายไปได้ด้วย
เมื่อคิดอะไรบางอย่างได้ ฮิวงะ ฮาเนะก็เริ่มฝึกต่อไป
เขาปาคุไนที่ทำเครื่องหมายไว้ไปที่ต้นไม้ไกลๆ ฮิวงะ ฮาเนะพยายามจะย้ายร่างแยกเงาของตัวเองไปที่นั่น
ฟุ่บ...
เสียงแหวกอากาศสั้นๆ ดังขึ้น ร่างแยกเงาของเขาเบลอไปชั่วขณะ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เปลี่ยนตำแหน่ง คว้าน้ำเหลวอีกตามเคย
ในแววตาของฮิวงะ ฮาเนะที่ใช้เนตรสีขาวสังเกตกระบวนการนี้ มีแสงสีฟ้าเปล่งประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง ทำให้เขาที่กำลังจะทำต่อไปต้องชะงักการกระทำ
"นี่ ปกตินายฝึกโดยใช้ร่างแยกเงาใช่ไหม"
เสียงของอุจิวะ ยาคุรุมารุขัดจังหวะความคิดของฮิวงะ ฮาเนะ เขายิ้มหยัน "ฉันสามารถแยกร่างฝึกได้มากกว่านายอีกร่างนึง คอยดูเถอะ ฉันจะต้องก้าวข้ามแกให้ได้!"
ร่างจริงของฮิวงะ ฮาเนะปรายตามองเขา แล้วพูดเสียงเรียบ "นายลองดูก็ได้นะ พรุ่งนี้ฉันอาจจะไม่ได้เจอนายแล้วก็ได้"
"???"
บนหัวของอุจิวะ ยาคุรุมารุเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
[จบแล้ว]