- หน้าแรก
- ทะยานสู่จุดสูงสุด จากข้าราชการปลายแถวสู่เลขาฯ ไร้พ่าย
- บทที่ 44 - เผ่นหนีหัวซุกหัวซุน
บทที่ 44 - เผ่นหนีหัวซุกหัวซุน
บทที่ 44 - เผ่นหนีหัวซุกหัวซุน
บทที่ 44 - เผ่นหนีหัวซุกหัวซุน
"เฉียนชุนฮวางั้นเหรอ" เฉินชิงชะงักไปครู่หนึ่ง
"ใช่ค่ะ" ซุนผิงผิงตอบเสียงเบา "เถ้าแก่เอาให้ฉันตั้งแต่เมื่อวานแล้ว สั่งไว้ว่าให้เอามามอบให้คุณวันนี้ค่ะ"
เฉินชิงกำแฟลชไดรฟ์ที่ยังคงเย็นเฉียบไว้แน่น ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย
ถ้าข้อมูลข้างในเป็นแค่ข้อความสั่งเสียก่อนจากลาของเฉียนชุนฮวา เขาก็ไม่อยากจะเปิดดูมันหรอก
"รู้ไหมว่าข้างในนี้คืออะไร" เฉินชิงมองหน้าซุนผิงผิงพลางเอ่ยถาม
ซุนผิงผิงส่ายหน้า
"หยิบโทรศัพท์มาให้ผมหน่อย" เฉินชิงสั่งเสียงเบา
เขาหยิบตัวแปลงสัญญาณออกจากกระเป๋าเอกสาร เสียบแฟลชไดรฟ์เข้ากับโทรศัพท์ ทันทีที่เชื่อมต่อ ข้อมูลภายในแฟลชไดรฟ์ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
มันคือรายละเอียดบัญชีรายรับรายจ่ายของกลุ่มธุรกิจต้าเซิ่งในช่วงสองปีที่ผ่านมา ดูแวบเดียวก็รู้เลยว่าเป็นข้อมูลที่ดาวน์โหลดมาจากระบบบัญชีภายในบริษัทอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเป็นบัญชีลับอีกด้วย
เฉินชิงรู้สึกเหมือนแฟลชไดรฟ์อันนี้หนักอึ้งดั่งขุนเขา ผู้หญิงที่ชื่อเฉียนชุนฮวาคนนี้เป็นใครกันแน่ ถึงสามารถเข้าถึงข้อมูลลับของบริษัทที่สำคัญขนาดนี้ได้
เขามั่นใจเต็มร้อยว่าข้อมูลชุดนี้เป็นของจริง
แต่วิธีที่จะใช้ข้อมูลเหล่านี้จัดการกับเฝิงเสี่ยวฉีแห่งกลุ่มธุรกิจต้าเซิ่งนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ทว่าการจะสาวไปถึงตัวจ้าวอี้ลู่ได้ ยังต้องอาศัยหลักฐานแวดล้อมอื่นๆ มาประกอบเพิ่มเติมอีก
ทว่าเมื่อเทียบกับการไม่มีหลักฐานเอาผิดอะไรในมือเลย อย่างน้อยรายงานงบการเงินฉบับนี้ก็ช่วยชี้เป้าหมายในการสืบสวนหาความผิดของจ้าวอี้ลู่ได้อย่างชัดเจน
ซุนผิงผิงเอ่ยขึ้น "เถ้าแก่ยังฝากมาเตือนด้วยว่า ให้ระวังหลี่ยั่วเย่วเอาไว้ อินตั่วกับอินเจี้ยนกั๋วกำลังพยายามติดต่อกับเธออยู่ค่ะ"
ข่าวนี้ยิ่งทำให้เฉินชิงใจหายวาบ ครอบครัวอินยังคงไม่ยอมลดละความพยายามจริงๆ
แต่เขาก็เชื่อว่าหลี่ยั่วเย่วคงไม่ถึงขั้นยอมร่วมมือกับคนพวกนั้นมาทำร้ายเขาหรอก อย่างมากก็อาจจะถูกหลอกใช้โดยไม่รู้ตัวมากกว่า
ดูท่าเขาคงต้องหาโอกาสไปพบหลี่ยั่วเย่วเป็นการส่วนตัว เพื่อพูดคุยอธิบายเรื่องที่กังวลใจให้เธอฟังเสียแล้ว
"ผิงผิง ขอบใจมากนะ" เฉินชิงเข้าใจดีว่าที่ซุนผิงผิงมาดักรอเขาที่หน้าหมู่บ้านวันนี้ เป็นเพราะได้รับมอบหมายจากเฉียนชุนฮวามานั่นเอง
"พี่เฉินเรียกฉันว่าผิงผิงก็ได้ค่ะ ฉันไม่ได้ช่วยอะไรพี่เลย กลับทำให้พี่ต้องเดือดร้อนไปด้วยซ้ำ" ซุนผิงผิงมองด้วยแววตาสำนึกผิด "ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน เฝิงเสี่ยวฉีก็คงไม่มาหาเรื่องพี่ วันนี้ยังเป็นต้นเหตุให้พี่โดนตีจนต้องเข้าโรงพยาบาลอีก"
หลังจากนั้นซุนผิงผิงก็ขอตัวลากลับไป
สิ่งที่เฉินชิงไม่ทันสังเกตเห็นเลยก็คือ ในกระเป๋าเอกสารของเขาดันมีกุญแจเพิ่มมาอีกหนึ่งดอกเสียแล้ว
คืนนั้นที่โรงพยาบาล เดิมทีเฉินชิงตั้งใจจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ซุนผิงผิงฟังตั้งแต่แรก แต่พอนึกถึงตอนที่ถูกหลิวอ้ายจินต่อว่าเมื่อตอนกลางวัน เขาก็ลังเลขึ้นมา
หม่าเป่ากั๋วเป็นลูกน้องของอู๋ถู การกระทำของเขาย่อมสะท้อนถึงท่าทีของอู๋ถู แต่มันไม่ได้หมายความว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นแผนการของหลิวอ้ายจินเสมอไป
ความลังเลใจนั้น ยิ่งทวีความตระหนกตกใจให้เฉินชิงมากขึ้นไปอีก เมื่อหม่าเป่ากั๋วกลับมาหาเขาที่ห้องพักผู้ป่วยในช่วงกลางดึก
"ท่านเลขาฯ เฉินครับ มีข่าวลือแปลกๆ ข่าวหนึ่ง ผมอยากจะขอคำยืนยันจากคุณหน่อยครับ" สีหน้าของหม่าเป่ากั๋วดูเคร่งเครียดมาก
สายตาของเขาตวัดมองไปที่ซุนผิงผิง
ซุนผิงผิงรู้ตัวทันที รีบผุดลุกขึ้น "เดี๋ยวฉันลงไปซื้อของกินรอบดึกมาให้พี่เฉินนะคะ เชิญพวกคุณคุยกันตามสบายเลยค่ะ"
รอจนซุนผิงผิงเดินคล้อยหลังไปแล้ว หม่าเป่ากั๋วถึงยอมเปิดปากพูด "คืออย่างนี้ครับ ท่านเลขาฯ เฉิน ก่อนที่คุณจะย้ายมารับตำแหน่งที่สำนักงานรัฐบาลเมือง ท่านนายกเทศมนตรีหลิวเคยประสบอุบัติเหตุพลัดตกแม่น้ำจินใช่ไหมครับ"
เฉินชิงไม่ได้ตอบคำถามทันที ในเมื่อหลิวอ้ายจินไม่เคยปริปากเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังในที่สาธารณะเลย
เมื่อเห็นเฉินชิงนิ่งเงียบ หม่าเป่ากั๋วก็รู้ตัวว่าถามโพล่งเกินไป
เขารีบอธิบาย "คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ ระหว่างการสอบสวนคืนนี้ มีเบาะแสประหลาดโผล่ขึ้นมา แต่ยังยืนยันความแน่ชัดไม่ได้ มีคนกำลังพยายามลบร่องรอยเรื่องที่ท่านนายกเทศมนตรีหลิวพลัดตกน้ำทิ้งไปครับ"
"ลบร่องรอยงั้นเหรอ" ในที่สุดเฉินชิงก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ใช่ครับ" หม่าเป่ากั๋วชี้แจง "คืนนี้มีปฏิบัติการลับที่นำโดยคณะกรรมการตรวจสอบวินัยระดับมณฑล จับกุมผู้ต้องสงสัยมาได้หลายคน มีนักเลงคนนึงอยากจะขอความดีความชอบ ก็เลยสารภาพข้อมูลบางอย่างออกมา มันบอกว่าอุบัติเหตุพลัดตกน้ำของท่านนายกเทศมนตรีหลิวน่ะ มีคนจงใจจัดฉากขึ้นมาครับ"
"นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายเลยนะ ถึงขั้นเป็นการลอบสังหารผู้นำเลยทีเดียว"
"แล้วไอ้คนที่ให้การนั่นอยู่ไหน" หัวใจของเฉินชิงหล่นวูบ
"ถูกแยกไปกักตัวไว้แล้วครับ" หม่าเป่ากั๋วตอบ
ดวงตาของเฉินชิงกลอกไปมาอย่างใช้ความคิด
ทำไมหลิวอ้ายจินถึงไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย เป็นเพราะเธอมีความกังวลใจส่วนตัว หรือมีเหตุผลอื่นแอบแฝงอยู่กันแน่
"ผู้กองหม่า เรื่องนี้คุณควรจะไปรายงานท่านนายกเทศมนตรีหลิวด้วยตัวเองจะดีกว่านะครับ" เฉินชิงตัดสินใจถอยออกมาหนึ่งก้าว ตอนนี้เขายังเดาใจหลิวอ้ายจินไม่ออก ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลิวอ้ายจินคิดยังไงกับเขากันแน่
ในจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของเฉินชิงก็แผดเสียงร้องขึ้นมา หน้าจอโชว์หราว่า 'ท่านนายกเทศมนตรีหลิว' โทรมา
เฉินชิงส่งซิกให้หม่าเป่ากั๋วเงียบเสียง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกดรับสาย พยายามคุมน้ำเสียงให้ดูอ่อนแรงแต่ก็ยังคงความนิ่งสงบเอาไว้ "สวัสดีครับท่าน"
น้ำเสียงของหลิวอ้ายจินจากปลายสายกลับฟังดูเยือกเย็นผิดปกติ "เฉินชิง ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ยังมีเรื่องต้องจัดการอีกเยอะ"
"รับทราบครับท่าน" เฉินชิงตอบรับพลางตลบผ้าห่มบนเตียงออก
"มารายงานตัวภายในครึ่งชั่วโมงนะ" หลิวอ้ายจินสั่งการจบก็ตัดสายทิ้งไปทันที
เฉินชิงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ดับมืดลง ขยับสองขาก้าวลงจากเตียงราวกับหุ่นยนต์
"ท่านเลขาฯ เฉิน ท่านนายกเทศมนตรีหลิวสั่งว่ายังไงบ้างครับ"
เฉินชิงส่ายหน้า "ท่านนายกเทศมนตรีหลิวสั่งให้ผมกลับไปปฏิบัติหน้าที่เดี๋ยวนี้เลยครับ"
ถึงแม้ในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เฉินชิงก็เปลี่ยนเสื้อผ้า กล่าวลาซุนผิงผิงที่รออยู่ด้านนอก แล้วติดรถตำรวจของหม่าเป่ากั๋วมุ่งตรงไปที่อาคารสำนักงานรัฐบาลเมืองทันที
ค่ำคืนนี้ที่สำนักงานรัฐบาลเมือง หน้าต่างหลายบานยังคงเปิดไฟสว่างไสว
ทันทีที่เฉินชิงก้าวเข้าสู่ห้องทำงานนายกเทศมนตรีที่เปิดประตูอ้าไว้ หลิวอ้ายจินก็ลุกขึ้นยืนต้อนรับ "หลักฐานที่มัดตัวเฉินต้าหมิง ตัวแทนบริษัททำความสะอาดชิงเต้าฟู และเฝิงเสี่ยวฉี แห่งกลุ่มธุรกิจต้าเซิ่ง ว่ามีส่วนพัวพันกับแก๊งมาเฟีย ถูกรวบรวมไว้หมดแล้ว ทางอู๋ถูจัดการล็อกเป้าหมายเรียบร้อย แล้วส่งมอบให้คณะกรรมการตรวจสอบวินัยระดับมณฑลจัดการต่อแล้ว"
หลิวอ้ายจินพูดพลางตบแฟ้มเอกสารในมือลงบนขอบโต๊ะทำงาน "ส่วนเรื่องที่ว่าสมาชิกแก๊งมาเฟียพวกนี้ จะมีเส้นสายโยงใยไปถึงผู้บริหารระดับสูงบางคนในเมืองเจียงหนานหรือไม่ อีกไม่นานคงรู้ผล"
"คุณรีบเอาข้อมูลพวกนี้ไปจัดการให้เรียบร้อย อย่างช้าที่สุดพรุ่งนี้เช้าต้องสรุปเป็นรายงานออกมาให้ได้ พรุ่งนี้เช้าในที่ประชุมคณะกรรมการประจำพรรคระดับเมือง เราจะเอาเรื่องนี้มาเปิดโปงและหารือกัน"
พูดถึงตรงนี้ หลิวอ้ายจินก็สังเกตเห็นว่าเฉินชิงยังยืนนิ่งไม่ขยับ มุมปากของเธอจึงกระตุกยิ้มบางๆ "เป็นอะไรไป อึ้งไปเลยเหรอ"
เฉินชิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะร้องอ้ออย่างเข้าใจแจ่มแจ้ง "ที่แท้เมื่อตอนกลางวัน ท่านจงใจแสดงละครด่าผมต่อหน้าคนอื่นก็เพื่อ..."
"ถ้าไม่ทำแบบนั้น จะล่อให้พวกที่ซ่อนตัวอยู่ออกมางับเหยื่อ แล้วทำให้พวกมันหมากัดกันเองได้ยังไงล่ะ" น้ำเสียงของหลิวอ้ายจินเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ "ระหว่างที่คุณนอนอยู่โรงพยาบาล พวกเราก็จัดการทลายบ่อนเถื่อนของพวกแก๊งมาเฟียไปได้ถึงสองแห่ง แถมยังลากคอพวกหนอนบ่อนไส้ออกมาได้อีกเพียบ"
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!" เฉินชิงถอนหายใจอย่างโล่งอก
"อย่ามาโกรธที่ฉันปิดบังคุณเลยนะ ถ้าเล่นละครไม่เนียน ก็หลอกพวกมันให้หลงเชื่อไม่ได้หรอก ความจริงรายละเอียดลึกๆ ฉันเองก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย แผนทั้งหมดนี่อู๋ถูเป็นคนคิดขึ้นมา เพื่อจะได้รีบรวบรวมหลักฐานให้เร็วที่สุดน่ะ" หลิวอ้ายจินถอนหายใจ "รอให้เรื่องวุ่นๆ นี้จบลงเมื่อไหร่ คุณค่อยลาพักร้อนไปพักผ่อนสักสองสามวันก็แล้วกัน"
"ผมไม่เป็นไรครับ!" เฉินชิงลิงโลดในใจ "ก็แค่แผลถลอกนิดหน่อยเองครับ"
"รีบไปทำงานเถอะ คืนนี้คงต้องเหนื่อยหน่อยนะ" หลิวอ้ายจินโบกมือไล่
เฉินชิงรีบก้าวเข้าไปหอบแฟ้มเอกสารทั้งหมดเตรียมตัวจะออกจากห้อง แต่หลิวอ้ายจินก็เรียกตัวเขาไว้เสียก่อน "เฉินชิง อาการบาดเจ็บของคุณไม่เป็นอะไรมากจริงๆ ใช่ไหม"
เฉินชิงชูแขนขึ้นทำท่าเบ่งกล้าม "ท่านดูสิครับ ผมสบายมาก ต่อให้ต้องโต้รุ่งทำงานทั้งคืน ผมก็ยังไหวครับ!"
"ทั้งคืนเลยเหรอ" หลิวอ้ายจินทวนคำถามซ้ำ นัยน์ตาแฝงแววขบขันปนสงสัย
"ผมหมายถึง... โต้รุ่งปั่นงานทั้งคืนไม่มีปัญหาครับ" เฉินชิงรีบเผ่นหนีหัวซุกหัวซุน ปล่อยให้หลิวอ้ายจินยืนอมยิ้มอย่างมีเลศนัยอยู่เบื้องหลัง
กลับมาถึงห้องทำงานเลขา เฉินชิงก็พยายามสลัดความสงสัยและเรื่องราวต่างๆ ที่ตีรวนอยู่ในหัวทิ้งไป แล้วลงมือจัดการกับเอกสารกองโต
ความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับตอนที่เรินซิง รองนายกเทศมนตรีบริหาร กับชุยเซิง ลงพื้นที่ไปรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ ก็คือ ครั้งนั้นดูออกเลยว่าเป็นการพยายามหาแพะรับบาป ขนาดกลุ่มธุรกิจลวี่ตี้ที่เป็น 'ผู้เสียหาย' ยังยอมถอยให้เลย
แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นการกวาดล้างจับกุมแก๊งมาเฟียและกลุ่มผู้มีอิทธิพลมืดแทน โดยที่ไม่มีใครรู้เนื้อรู้ตัวมาก่อนเลยแม้แต่น้อย คนที่ถูกจับกุมตัวก็คือเฉินต้าหมิง เฝิงเสี่ยวฉี และลูกน้องระดับแกนนำอีกหลายคน
มีผู้ถูกจับกุมรวมแล้วกว่ายี่สิบคน
ปฏิบัติการในครั้งนี้ ทางคณะกรรมการตรวจสอบวินัยระดับมณฑลเป็นผู้ริเริ่ม จากที่ซุ่มเงียบมานาน ก็เปิดเผยตัวลงมาสั่งการอย่างเป็นทางการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล
ผู้เข้าร่วมประชุมวางแผนปฏิบัติการทุกคน ถูกยึดโทรศัพท์มือถือและสั่งห้ามออกจากห้องประชุมเด็ดขาด จนกว่าจะถึงเวลาเริ่มปฏิบัติการ จึงจะได้รับอนุญาตให้นำทีมออกไปปฏิบัติหน้าที่ตามเวลาที่กำหนด
การบุกจับกุมผู้ต้องหาระดับแกนนำ มีช่างภาพจากคณะกรรมการตรวจสอบวินัยระดับมณฑลและฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับมณฑลคอยตามเก็บภาพเหตุการณ์ทุกฝีก้าว
ข้ออ้างที่ใช้บังหน้าก็คือ การอาศัยจังหวะชุลมุนตอนที่ชายหน้าบากและพรรคพวกบุกเข้าทำร้ายเฉินชิง แล้วอ้างผลจากการสืบสวนขยายผล แต่ในความเป็นจริง เป้าหมายทั้งหมดล้วนมาจากหลักฐานที่อู๋ถูรวบรวมมาได้ และรายชื่อที่ถูกระบุไว้ชัดเจนแล้ว
ส่วนเหตุผลที่เสนอให้ใช้ข้อหาบุกจับกุมสมาชิกแก๊งมาเฟียและทลายบ่อนเถื่อนเป็นจุดเริ่มต้น ก็เพราะเกรงว่าหากพุ่งเป้าไปที่ผู้บริหารระดับสูงของเมืองตั้งแต่แรก อาจจะทำให้เบื้องบนมองว่าเมืองเจียงหนาน หรือตัวหลิวอ้ายจินเอง กำลังพยายามจะก่อกบฏยึดอำนาจก็เป็นได้
และในเมืองเจียงหนานเอง แค่ด่านของหลินฮ่าวรื่อก็ยากที่จะผ่านไปได้แล้ว
นี่คือคำแนะนำที่อู๋ถูเสนอต่อหลิวอ้ายจิน ในฐานะอดีตทหารผ่านศึกและนักสืบสวนผู้โชกโชน เขาย่อมมีกลเม็ดเด็ดพรายที่เหนือกว่าการสืบสวนสอบสวนแบบธรรมดาทั่วไป
การจู่โจมทำลายฐานอำนาจระดับล่างของพวกมันอย่างกะทันหัน ย่อมต้องมีใครสักคนเกิดอาการร้อนรนกระวนกระวายใจขึ้นมาแน่ๆ
ต่อให้พวกมันจะเตรียมแผนรับมือเอาไว้ล่วงหน้า และอาจจะหาทางดิ้นหลุดรอดไปได้ แต่พวกมันก็ไม่มีทางกลับมายิ่งใหญ่คับฟ้า หรือมีลูกสมุนคอยรับใช้เป็นมือเป็นเท้าได้เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว
หลังจากนี้ ไม่ว่าพวกมันจะลงมือทำอะไร ก็ต้องลงมือด้วยตัวเอง ไม่ก็ต้องยอมล่าถอยไป
วิธีนี้จะช่วยซื้อเวลาให้คณะกรรมการตรวจสอบวินัยระดับมณฑลทำงานได้ง่ายขึ้น
[จบแล้ว]