- หน้าแรก
- ยอดระบบผู้สร้างเส้นทางการฝึกฝน
- บทที่ 23 นายไม่เหมาะเป็นผู้ช่วยหรอก
บทที่ 23 นายไม่เหมาะเป็นผู้ช่วยหรอก
บทที่ 23 นายไม่เหมาะเป็นผู้ช่วยหรอก
ซูเสี่ยวไป๋หาวหวอด ๆ แล้วกลับเข้าไปในบ้าน
เขาไม่ได้นอนมาสามวันแล้ว
ดูเหมือนว่าวันนี้ต้องพักผ่อนเสียที
จริง ๆ แล้วซูเสี่ยวไป๋ยังทนได้อีกนาน
หลัก ๆ เป็นเพราะสถานการณ์การป้องกันเมืองไท่ยงในช่วงสองสามวันมานี้ตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ
ภายใต้สภาพแวดล้อมที่กดดันขนาดนี้ ซูเสี่ยวไป๋ก็ชักจะทนไม่ไหวเหมือนกัน
ในตอนนั้นเอง ประตูบ้านก็ถูกเปิดออก
หลินซูเดินเข้ามา พร้อมกับหิ้วเสี่ยวเสี่ยวไป๋และเสี่ยวเสี่ยวเฮยไว้ในมือ
รูม่านตาของซูเสี่ยวไป๋หดเกร็งอย่างรุนแรง เขาหันหลังเตรียมวิ่งหนี
ไม่ผิดแน่ หมอนี่ต้องปักใจเชื่อว่าฉันเป็นฆาตกรแน่ ๆ
เขามาแก้แค้นให้พ่อแล้ว
หลินซูทำหน้าเซ็ง เขาพอจะเดาออกว่าซูเสี่ยวไป๋กำลังคิดอะไรอยู่
“คุณซู คุณแน่ใจเหรอว่าจะหันหลังให้ผม? การหันหลังให้กับร่างกายวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นการกระทำที่อันตรายมากเลยนะครับ”
ซูเสี่ยวไป๋รีบหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมา
“น้องชาย ฉันไม่ใช่คนที่ฆ่าพ่อนายจริง ๆ นะ นายหาผิดคนแล้วล่ะ”
ในขณะที่ซูเสี่ยวไป๋พูด เขาก็อัปความทนทานและความเร็วไปด้วย
เขาใช้พลังจินตนาการทั้งหมดที่สะสมมาตลอดหนึ่งเดือนนี้จนเกลี้ยง
……
หน้าต่างสถานะ: ซูเสี่ยวไป๋
ความแข็งแกร่ง: 10+20
ความเร็ว: 10+430
ความทนทาน: 10+355
พลังเวท: 15700/15700
พลังจินตนาการ: 5
……
ซูเสี่ยวไป๋ไม่ได้มีความคิดที่จะเพิ่มพลังความแข็งแกร่งของตนเองเลยแม้แต่น้อย
ถึงยังไงก็ไม่ได้ไปสู้กับใคร ความเร็วและความทนทานยิ่งสูง อัตราการรอดชีวิตของเขาก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น
“ผมทราบครับ” หลินซูตอบเสียงเรียบ
“ถ้างั้นน้องชายมาที่นี่เพื่อ...? ขอแค่ไม่ยืมเงิน เรื่องอื่นเราคุยกันได้หมด”
“ผมไม่ได้มายืมเงินครับ ตรงกันข้าม ผมมาใช้หนี้ต่างหาก”
ซูเสี่ยวไป๋รีบฉีกยิ้มประจบประแจง ถูมือไปมาทันที “ฮ่าฮ่า ฉันรู้อยู่แล้วล่ะว่าพ่อลูกอย่างพวกนายเป็นคนรักษาคำพูด มาใช้หนี้เร็วขนาดนี้ ฉันล่ะเกรงใจจริง ๆ”
“แต่ผมไม่มีเงินหรอกนะครับ” หลินซูพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
สีหน้าของซูเสี่ยวไป๋แข็งค้างไปในทันที “ถ้างั้นน้องชายหมายความว่าอย่างไร?”
“ผมตั้งใจจะทำงานให้คุณหนึ่งปี เพื่อเป็นการชดใช้เงินที่พ่อผมยืมไปครับ”
แล้ว... หลินซูก็เห็นสีหน้ารังเกียจของซูเสี่ยวไป๋
ซูเสี่ยวไป๋ไม่ต้องการให้ใครมาเป็นลูกจ้างเขาหรอก
เขาไม่สนใจที่จะแบ่งเงินให้คนอื่น
ถ้าหากวันหนึ่งเขาต้องการผู้ช่วยจริง ๆ เขาจะหาผู้หญิงสาวสวย หุ่นเซ็กซี่ ทรวดทรงองค์เอวเย้ายวนใจ
แต่จะไม่มีวันเอาพวกที่มีไอ้จ้อนเด็ดขาด!
“คุณซู ผมสามารถเป็นหนูทดลองแบบเป็น ๆ ได้นะครับ” หลินซูเสนอ
ซูเสี่ยวไป๋เลิกคิ้ว “เอาจริงดิ?”
“แน่นอนครับ” หลินซูพยักหน้า
“ฉันได้ยินพ่อนายบอกว่า นายยังเรียนไม่จบนี่?”
“สิ่งที่โรงเรียนสอน ผมเรียนรู้หมดแล้วครับ และผมก็ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมปีสุดท้ายด้วย”
“พ่อนายเพิ่งยืมเงินฉันไปไม่ใช่เหรอ? น่าจะพอจ่ายค่าเทอมปีสุดท้ายของนายอยู่นะ?”
“เงินก้อนนั้น ผมเอาไปจัดการงานศพของพ่อหมดแล้วครับ” หลินซูบอก
ซูเสี่ยวไป๋เริ่มลังเล เขายังไม่ได้ตรวจสอบคุณสมบัติของไอ้เด็กนี่เลย
แถมการทดลองของเขาส่วนใหญ่ ก็ไม่ใช่การทดลองแบบปกติทั่วไปด้วย
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหมอนี่จะทำประโยชน์อะไรได้บ้าง
“คุณซู ผมมีร่างกายวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นะครับ คุณรู้ไหมว่ามีสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์ตั้งมากมายเสนอเงินให้ผมปีละเท่าไร?”
“ร่างกายของนายจะยอดเยี่ยมแค่ไหน มันก็ต้องดูความเหมาะสมของงานวิจัยด้วยถึงจะมีค่า ฉันไม่รู้หรอกนะว่านาย...”
“งั้นคุณซูต้องการตรวจสอบแบบไหนล่ะครับ?” หลินซูมั่นใจในร่างกายของตนเองมาก
ร่างกายของเขาได้รับการถ่ายทอดมาจากแม่ ร่างกายวิญญาณศักดิ์สิทธิ์
ตั้งแต่เขาเข้าเรียน ก็มีสถาบันและบริษัทนับไม่ถ้วนยื่นข้อเสนอให้เขามาโดยตลอด
ถ้าไม่ใช่เพราะโรงเรียนเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยอย่างแท้จริงล่ะก็
เขาอาจจะถูกพวกหมาป่าเสือร้ายเหล่านั้นฉีกทึ้งไปแล้ว
ซูเสี่ยวไป๋มองหลินซู แล้วยกนาฬิกาข้อมือขึ้น
ธาตุหลัก: แสง 50%
ธาตุรอง: ไฟ 10%, น้ำ 10%, ดิน 10%, ลม 10%, ความมืด 10%
ซูเสี่ยวไป๋มองหลินซู
หลินซูเองก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย นาฬิกาข้อมือที่ซูเสี่ยวไป๋สวมอยู่นั่นคืออุปกรณ์ตรวจสอบงั้นเหรอ?
“ยินดีด้วย นายผ่านการสัมภาษณ์แล้ว”
“ง่ายขนาดนี้เลยเหรอครับ? ไม่ต้องตรวจเลือด ตรวจร่างกาย อะไรพวกนั้นเลยเหรอ?”
“งานวิจัยของฉันไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ร่างกายหรือเลือดของนายนี่” ซูเสี่ยวไป๋ตอบ “นายรอเดี๋ยวนะ ฉันไปเอาสัญญามาให้ อีกอย่าง นายช่วยวางผู้ช่วยของฉันสองคนนั้นลงก่อนเถอะ”
“คุณแน่ใจนะครับว่าพวกมันคือผู้ช่วยของคุณ? ตอนที่ผมมาถึง ผมเห็นแต่ห้องทดลองที่เละเทะไปหมด”
สีหน้าของซูเสี่ยวไป๋แข็งค้าง เขารีบพุ่งกลับเข้าไปในห้องทดลองของตนเองทันที
เสี่ยวเสี่ยวเฮยและเสี่ยวเสี่ยวไป๋ที่ถูกหลินซูหิ้วอยู่ สัมผัสได้ถึงลางร้าย จึงเริ่มดิ้นรนทันที
จากนั้นพวกมันก็ทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัว เพราะเห็นซูเสี่ยวไป๋กลายร่างเป็นจอมมารไปแล้ว
หลินซูรู้สึกตาพร่าไปชั่วขณะ เสี่ยวเสี่ยวไป๋และเสี่ยวเสี่ยวเฮยก็ถูกซูเสี่ยวไป๋แย่งกลับไปแล้ว
หลินซูอึ้งไปเลย เร็วมาก!
เขามีร่างกายอะไรกันแน่?
วายุพริ้วไหว? หรือว่าปักษาสะท้าน?
“พวกแกสองตัว ไปตายซะ!”
ด้วยความโกรธจัด ซูเสี่ยวไป๋ใช้มือทั้งสองข้างโยนออกไปอย่างแรง
เสี่ยวเสี่ยวไป๋และเสี่ยวเสี่ยวเฮยถูกโยนออกไปพร้อมกัน
“มา เซ็นชื่อตรงนี้” ซูเสี่ยวไป๋ยื่นสัญญาให้หลินซู
หลินซูกวาดสายตาอ่านเนื้อหาในสัญญาอย่างลวก ๆ แล้วก็เซ็นชื่อลงไป
“นายจะเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการของฉันได้เมื่อไร?”
“ได้ตลอดเวลาครับ” หลินซูตอบ “ที่นี่มีที่พักให้ไหมครับ?”
“ไม่มี เว้นแต่ว่านายจะมีพี่สาว”
“แต่ผมเห็นว่าที่นี่มีห้องว่างเยอะแยะเลยนะครับ”
“นายฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง ฉันบอกว่าไม่มีก็คือไม่มี”
“แต่กระเป๋าเดินทางของผม ขนเข้ามาแล้วนะครับ”
หน้าซูเสี่ยวไป๋ดำทะมึน ไอ้เด็กนี่ทำไมนิสัยไม่เหมือนพ่อมันเลยสักนิด
พ่อของเขากระตือรือร้นจะตาย ทำไมไอ้เด็กนี่ถึงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเลยล่ะ?
ไอ้เด็กนี่เป็นลูกแท้ ๆ ของหลินไท่แน่เหรอ?
ผ่านไปไม่นาน เสี่ยวเสี่ยวไป๋ก็ยืนอยู่บนหัวของเสี่ยวเสี่ยวเฮย กลับมาอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
หลินซูรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ตอนแรกเขาคิดว่าซูเสี่ยวไป๋กะจะฆ่าพวกมันให้ตายจริง ๆ
ไม่อย่างนั้นคงไม่ขว้างพวกมันออกไปด้วยแรงมหาศาลขนาดนั้น
แรงที่ซูเสี่ยวไป๋ขว้างไปเมื่อกี้ไม่ใช่น้อย ๆ เลย
เจ้าสองตัวเล็กนี้น่าจะถูกโยนขึ้นไปสูงตั้งหลายสิบเมตรเชียวล่ะ
หลินซูอดไม่ได้ที่จะสงสัย
เจ้าสองตัวเล็กนี่รอดชีวิตมาได้ยังไง
แถมดูเหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลยด้วยซ้ำ
“อย่ามัวแต่ยืนบื้อ เอาเจ้านี่ไปท่องจำให้ขึ้นใจ”
“นี่คืออะไรครับ?”
“นี่คือโครงการของฉัน การทำสมาธิ”
หลินซูก้มลงมองข้อมูล ในโรงเรียนเขาก็เคยสัมผัสกับระบบพลังบางอย่างมาบ้างแล้ว
แต่ไม่มีระบบพลังไหนที่เหมาะสมกับการฝึกฝนของร่างกายวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เลย
ดังนั้นทิศทางการฝึกฝนหลักของเขาในโรงเรียน จึงเป็นการพัฒนาร่างกาย
เขาจึงไม่ค่อยจะมองข้อมูลที่ซูเสี่ยวไป๋มอบให้ในแง่ดีนัก
แถมเจ้านี้เขาก็ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลยด้วย
มันจะฝึกฝนอะไรออกมาได้จริง ๆ เหรอ?
หรือว่าเป็นการเอาของจากระบบพลังอื่น ๆ มายำรวมกัน?
เหตุการณ์ลอกเลียนแบบแบบนี้พบเห็นได้ทั่วไปมาก
นักวิจัยระบบพลังรูปแบบใหม่หลายคนมักจะนำสิ่งของจากระบบพลังหลาย ๆ อย่างมายำรวมกัน
จากนั้นก็ตีพิมพ์ออกมา แล้วก็อ้างว่าตนเองวิจัยของใหม่ ๆ ออกมาได้
หลินซูอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่า แค่ห้องทดลองส่วนตัวเล็ก ๆ ของซูเสี่ยวไป๋ จะสามารถวิจัยระบบพลังรูปแบบใหม่แกะกล่องออกมาได้จริง ๆ เหรอ?
ต้องรู้ไว้ก่อนนะว่า ระบบพลังรูปแบบใหม่แกะกล่อง จะต้องมีโครงสร้างทฤษฎี โครงสร้างพื้นฐาน และการพิสูจน์ที่ซับซ้อนและยุ่งยากมาก
ระบบพลังบางอย่างต้องผ่านการปรับปรุงให้สมบูรณ์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสิบกว่าปี หรืออาจจะหลายสิบปี โดยนักวิจัยนับไม่ถ้วน กว่าจะก่อร่างเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้
[จบบท]