- หน้าแรก
- ไซบอร์กสายเซียน
- บทที่ 3 - อาวุธวิญญาณ
บทที่ 3 - อาวุธวิญญาณ
บทที่ 3 - อาวุธวิญญาณ
บทที่ 3 - อาวุธวิญญาณ
༺༻
เมื่อสัญญาณเตือนภัยเริ่มดังสะท้อนไปทั่วทั้งฐานทัพ ทหารและนักเรียนทหารทุกคนก็เริ่มเคลื่อนไหว เหล่านักเรียนทหารที่เพิ่งมาถึงต่างพากันหวาดกลัวและสับสนกับเหตุการณ์ระดมพลที่ประกาศขึ้นในวันแรกของพวกเขา เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า พวกเขาจึงเริ่มเดินตามทหารที่มีประสบการณ์ไปยังจุดรวมพล
นักเรียนทหารส่วนใหญ่ต่างตกอยู่ในอาการตื่นตระหนก ยกเว้นไมเคิล เขาเดินไปยังจุดรวมพลอย่างสงบโดยมีเอวาเดินอยู่ข้างกาย เนื่องจากไม่อยากให้จิตใจต้องรับภาระหนักเกินความจำเป็น เขาจึงปิดการใช้งานวิชาลง วินาทีต่อมาดวงตาของเขาก็กลับคืนสู่สีน้ำตาลตามธรรมชาติ
'วิชาเบอร์เซิร์กเกอร์น่าจะทำให้ฉันเหนือกว่าศัตรูส่วนใหญ่ได้ตราบใดที่ฉันไม่ถูกล้อม ปกติแล้วแทบไม่มีใครกล้าเรียนรู้วิชาที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ แต่ด้วยแต้มจิตใจ 1,000 แต้มของฉัน มันไม่น่าจะมีปัญหาอะไร'
"ทำไมคุณถึงดูสงบขนาดนี้?" เอวาพึมพำเมื่อเห็นสีหน้าที่เรียบเฉยของเขา ดูเหมือนว่าเขากำลังเดินเล่นอยู่ในสวนสาธารณะมากกว่า
"สถานการณ์มันจะไม่เปลี่ยนไปหรอกครับ ไม่ว่าผมจะตื่นตูมหรือไม่ก็ตาม แล้วผมจะเสียประสาทไปทำไมล่ะ?"
เมื่อได้ยินเสียงที่มั่นใจของเขา หัวใจของเอวาก็ดูเหมือนจะสงบลง ไม่ใช่ว่าเธอขี้ขลาด แต่เธอแค่มักจะมีอารมณ์ที่แปรปรวนง่าย
'ทำไมฉันถึงรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา? จริง ๆ แล้วเขาเป็นใครกันแน่?'
ถึงกระนั้น การกระทำของนักเรียนทหารคนนี้ก็ยังดูน่าสงสัย เอวาเริ่มสงสัยว่าเขาอาจจะเป็นสมาชิกราชวงศ์ที่ปิดบังตัวตนมาหรือเปล่า แต่เนื่องจากเธอไม่รู้สถานการณ์ที่แน่ชัด เธอจึงเลือกที่จะเงียบไว้
'ใกล้จะถึงเวลาที่พวกเราจะได้รับเลือกอาวุธแล้วสินะ' ไมเคิลครุ่นคิดขณะมาถึงจุดรวมพล
'ทหาร 30,000 นายและนักเรียนทหารมาใหม่ 10,000 นาย ฐานทัพแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นสนามฝึกซ้อม ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าพวกเขาจะตัดสินใจจัดการกับภัยคุกคามต่างดาวยังไง'
"ฟังทางนี้!" เสียงของโอลิเวอร์ดังขึ้นในอากาศ ทำให้เสียงพูดคุยทั้งหมดเงียบสงัดลง "เมื่อเร็ว ๆ นี้พวกเราพบว่าทั่วทั้งพื้นผิวของไทรทันมีพวกต่างดาวซ่อนตัวอยู่มากมายและพวกมันมีความสามารถในการเปิดประตูมิติ ที่แย่กว่านั้นคือการกระทำที่ประมาทของฐานทัพอื่น ๆ ทำให้พวกต่างดาวบางส่วนตื่นขึ้นก่อนเวลาที่คาดการณ์ไว้และเปิดประตูมิติพาพวกพ้องเข้ามา ส่งผลให้ตอนนี้มีคลื่นฝูงต่างดาวกำลังบุกมาที่ฐานทัพของพวกเรา"
ขาของเหล่านักเรียนทหารเริ่มสั่นอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาส่วนใหญ่เพิ่งจะอายุ 18 ปีเท่านั้น! ยังไม่ได้ผ่านการฝึกฝนอย่างเป็นทางการเลยด้วยซ้ำ แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับพวกต่างดาวแล้วงั้นหรือ?
"พระเจ้าช่วยพวกเราด้วย!"
"ฉันว่าแล้วว่าเงินเดือนที่ให้มันมากเกินกว่าจะเป็นเรื่องดี!"
"ฉะ...ฉันไม่อยากตายทั้งที่ยังเวอร์จิ้นนะ!"
เมื่อเห็นความวุ่นวาย ไมเคิลก็รู้สึกอยากจะเอามือกุมขมับ 'พวกเขาทำเรื่องนี้พังได้ขนาดนี้เลยเหรอ? ฉันบอกพวกเขาชัดเจนแล้วว่าพวกเขามีเวลาหนึ่งสัปดาห์ ฉันสงสัยว่าวิกตอเรียไม่ใช่คนผิด การตัดสินใจเข้าปะทะกับพวกต่างดาวโดยที่ยังไม่พร้อมน่าจะมาจากระดับที่สูงกว่าเธอ'
เขาถอนหายใจพลางเรียบเรียงความคิด 'อย่างน้อยสิ่งต่าง ๆ ก็ดีกว่าในชีวิตที่แล้วของฉันมาก พวกเราน่าจะสามารถกำจัดพวกต่างดาวและประตูมิติของพวกมันได้ก่อนที่การรุกรานอย่างเป็นทางการจะเริ่มขึ้น'
เพียงแค่ส่งข้อความไปข้อความเดียว เขาก็ทำให้ไทม์ไลน์เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะต่อสู้กับการรุกรานได้
เมื่อเห็นความหวาดกลัวในดวงตาของเหล่านักเรียนทหาร เลือดในกายของโอลิเวอร์ก็เริ่มเดือดพล่าน
'ฉันเดาได้เลยว่าพวกเขาส่วนใหญ่ตกลงมาที่นี่และยอมรับการฝึกเพียงเพราะเงินเดือนที่มหาศาล และตอนนี้ไอ้พวกขี้ขลาดพวกนี้ก็ดันมาฉี่ราดกางเกงตั้งแต่เริ่มเห็นสัญญาณอันตรายครั้งแรก'
"อะแฮ่ม!" ชายชราที่เพิ่งเดินทางมาจากฐานทัพใกล้เคียงกระแอมไอขึ้น เสียงนั้นเพียงพอที่จะทำให้ความวุ่นวายสงบลง
"ไม่มีอะไรต้องกังวลหรอกพวกเจ้าตัวน้อย พวกเจ้าส่วนใหญ่จะได้อยู่แนวหลังและคอยยิงสนับสนุนอยู่แล้ว มีเพียงทหารผ่านศึกสายโจมตีประชิดเท่านั้นที่จะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูในระยะใกล้"
ชายชราผู้นั้นชูชิปนีออนขึ้นเหนือศีรษะพร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่น
"และเพื่อเป็นแรงจูงใจ คนที่มียอดการกำจัดที่ยืนยันได้มากที่สุดจะได้รับไซเบอร์เนติกส์ระดับเอปิกหนึ่งชิ้น!"
ดวงตาของไมเคิลเบิกกว้างขึ้นทันที เขาเคยลังเลว่าจะจัดการกับพวกต่างดาวอย่างไรดี แต่รางวัลที่สัญญาไว้นี้ทำให้เขาตัดสินใจได้ในที่สุด
กองทัพที่รวมตัวกันถูกแยกออกจากกัน ทหารจะประจำการตามขอบเขตของฐานทัพทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย เมื่อเสร็จสิ้น ทหารส่วนใหญ่ก็ออกไปข้างหน้าเพื่อจัดการกับภัยคุกคามที่กำลังใกล้เข้ามา นี่คือจุดที่วิกตอเรียมุ่งหน้าไปเช่นกัน เมื่อมีคนที่มีความสามารถพอจะมารับช่วงต่อได้ชั่วคราว เธอก็ออกไปสังหารพวกต่างดาวให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในขณะเดียวกัน เหล่านักเรียนทหารก็ได้รับคำสั่งให้ไปยังคลังอาวุธ แม้จะเร็วกว่าที่คาดไว้ แต่พวกเขาก็จำเป็นต้องมีอาวุธสำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
"คุณเชี่ยวชาญการใช้สไนเปอร์เหรอ? ทำไมถึงเลือกมันล่ะ?"
"ฉันแค่อยากอยู่ให้ไกลจากสนามรบมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้น่ะสิ!"
ไมเคิลมองดูเหล่านักเรียนทหารเลือกอาวุธที่ต้องการ ส่วนใหญ่เลือกปืนไรเฟิลและสไนเปอร์ เพราะหวาดกลัวเกินกว่าจะเข้าใกล้ศัตรู
"แล้วคุณล่ะ พ่อหนุ่ม อยากได้อะไร?" หญิงสาวที่ทำหน้าที่แจกจ่ายอาวุธถามเขา
"อาวุธโจมตีประชิดครับ ยิ่งใหญ่ยิ่งดี" เขาตอบอย่างเรียบเฉย
"เอ๊ะ?" หญิงสาวชะงักไปชั่วครู่ "อาวุธประชิดมีไว้สำหรับคนที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับอันตรายในระยะประชิดนะ ถ้าไม่รังเกียจที่จะถาม มีเหตุผลเฉพาะเจาะจงอะไรไหมที่คุณเลือกแบบนี้?"
ไมเคิลยิ้มอย่างใสซื่อ "พูดตามตรง อาวุธระยะไกลมันไม่ได้ความรู้สึกแบบเดียวกันน่ะครับ ผมชอบเวลาที่สามารถรู้สึกได้ถึงใบดาบที่กำลังฉีกกระชากพวกต่างดาวออกเป็นชิ้น ๆ ทีละตัวมากกว่า"
"..."
'ไอ้หมอนี่มันโรคจิตชัด ๆ' หญิงสาวไอแก้เก้อก่อนจะพยักหน้าและนำทางไมเคิลไปยังสถานที่เก็บอาวุธโจมตีประชิด
ปรากฏว่าโอลิเวอร์รวมถึงชายชราที่ดูเหมือนจะมารับตำแหน่งแทนวิกตอเรียอยู่ที่นั่นด้วย
"โอ้? มีนักเรียนทหารอีกคนที่มีความกล้าพอจะเลือกอาวุธประชิดงั้นเหรอ?" ชายชราหัวเราะก่อนจะยื่นมือออกมาขอเช็กแฮนด์
"ฉันคือไบรซ์ ผู้บัญชาการชั่วคราวของฐานทัพแห่งนี้ หาได้ยากนะที่คนรุ่นใหม่อย่างเจ้าจะเลือกการต่อสู้ระยะประชิด ฉันเลยอยากจะเจอคนที่เลือกสายนี้ด้วยตัวเอง"
ไมเคิลรับการเช็กแฮนด์พร้อมกับพยักหน้า
โอลิเวอร์ยืนมองอยู่ห่าง ๆ ความถนัดของเขาคือสไนเปอร์ และตามตรง เขาไม่เคยเข้าใจพวกที่เลือกจะเผชิญหน้ากับศัตรูในระยะประชิดเลย
'ไอ้คนป่าเถื่อนชั้นต่ำ อีกไม่นานแกก็จะตายหงส์' โอลิเวอร์บอกกับตัวเอง
"เจ้าสามารถเลือกอาวุธชิ้นไหนก็ได้ที่จัดแสดงอยู่" ไบรซ์กล่าวพลางเปิดทางให้ไมเคิล
'นั่นมัน... อาวุธวิญญาณเหรอ?' สายตาของไมเคิลหยุดอยู่ที่ดาบใหญ่เล่มหนึ่งที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดด้านหลังในทันที
"อย่าแม้แต่จะคิดเชียว นั่นคืออาวุธวิญญาณ" โอลิเวอร์แค่นเสียง "มันเคยเป็นของแจ็คจอมเชือดก่อนที่เขาจะตาย จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถควบคุมมันได้"
"ผมขอขอลองดูหน่อยได้ไหมครับ?" ไมเคิลหันไปหาไบรซ์เพื่อขอคำยืนยัน
ชายชราเพียงแค่พยักหน้า
นั่นคือทั้งหมดที่ไมเคิลต้องการ เขาเดินผ่านโอลิเวอร์ไปโดยไม่ได้สนใจและมุ่งหน้าตรงไปยังอาวุธวิญญาณ
'เอาล่ะ มาดูกันว่านายมีอะไรเตรียมไว้ให้ฉันบ้าง'
༺༻