- หน้าแรก
- สตรีมเมอร์สุดเกรียน จะด่าผมก็ได้แต่ดูฝีมือผมด้วย
- บทที่ 26: โจรกรรม
บทที่ 26: โจรกรรม
บทที่ 26: โจรกรรม
ทันใดนั้น เสียงตะโกนร้องด้วยความตื่นตระหนกก็ดังขึ้น
ฉินมั่วที่กำลังจะเอนตัวลงนอนพลันสะดุ้งสุดตัวและลุกพรวดขึ้นนั่งแทบจะในทันที
"ไฟไหม้เหรอ"
ฉินมั่วถึงกับผงะ
เขาคว้าเสื้อคลุมมาสวมอย่างลุกลี้ลุกลน เปิดประตู แล้วพุ่งตัวออกไป
ในขณะเดียวกัน ซูชิงและมู่หรงเจียซิงก็วิ่งหน้าตื่นออกจากห้องเช่นกัน ทั้งสามมองหน้ากันด้วยความสับสนมึนงง ก่อนจะรีบสาวเท้าลงไปชั้นล่างอย่างรวดเร็ว
...
"แค่ก แค่ก..."
ทำไมการทำอาหารมันถึงได้ยากเย็นขนาดนี้นะ
ภายในห้องครัวชั้นล่าง มู่หรงหลานหลานกำลังไอโขลกขณะง่วนอยู่หน้าเตา กลุ่มควันหนาทึบลอยคละคลุ้งไปทั่วจนแทบมองไม่เห็นใครอยู่ข้างใน
"ลูกกำลังทำอะไรน่ะ!"
เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้น มู่หรงหลานหลานหันขวับไปตามสัญชาตญาณ
ที่หน้าประตูครัว เธอเห็นพ่อแม่ ฉินมั่ว และกลุ่มแม่บ้านยืนออหน้าตาตื่น จ้องมองเธอด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
มู่หรงหลานหลานทำหน้างงงวยสุดขีด
"ก็ทำอาหารไงคะ! มีอะไรเหรอ"
ทำอาหารเนี่ยนะ
ทุกคนจ้องมองมู่หรงหลานหลานที่ปกติแล้วงดงามราวกับเทพธิดา ทว่าบัดนี้ใบหน้ากลับเปรอะเปื้อนไปด้วยเขม่าควันดำปี๋ แล้วก็พากันเงียบกริบ...
"คนรู้ก็คงคิดว่าเธอทำอาหาร แต่คนไม่รู้คงนึกว่าเธอมีความแค้นฝังหุ่นกับห้องครัวนี้แล้วกะจะเผามันให้ราบเป็นหน้ากลองซะมากกว่า..."
ฉินมั่วเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนใจ
"ทำไมเธอไม่เปิดเครื่องดูดควันล่ะ"
มู่หรงหลานหลานถึงกับชะงักไป
"อ้าว? ต้องเปิดเครื่องดูดควันด้วยเหรอ ฉันไม่เห็นรู้เลย!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็พากันกุมขมับ ทนดูต่อไปไม่ไหว...
จากนั้น มู่หรงเจียซิงจึงสั่งให้บรรดาแม่บ้านแยกย้ายกันไปพักผ่อน
เมื่อกลุ่มควันจางลง ฉินมั่วก็เดินเข้าไปในครัวแล้วกวาดสายตามองรอบๆ
สภาพข้างในเละเทะไม่มีชิ้นดี ราวกับเพิ่งผ่านสมรภูมิสงครามโลกครั้งที่สองมาก็ไม่ปาน...
ฉินมั่วชี้ไปที่ปลาจี้อวี๋ที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในหม้อพลางเอ่ยถาม "นี่มันอะไรเนี่ย หนึ่งในสิบสุดยอดทัณฑ์ทรมานแห่งโลกของปลาหรือไง"
"เปล่าซะหน่อย ฉันตั้งใจจะทำซุปปลาต่างหากล่ะ"
มู่หรงหลานหลานตอบด้วยสีหน้าใสซื่อ
ฉินมั่วกุมหน้าตัวเองแล้วส่ายหัวไปมา
"ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป... เธอ! ห้ามเหยียบย่างเข้ามาในห้องครัวนี้อีกเด็ดขาด!"
"อื้อ!"
มู่หรงหลานหลานก้มหน้างุดอย่างน้อยใจ
"ก็ความผิดนายทั้งหมดนั่นแหละ ใครใช้ให้นายเริ่มเกมทำอาหารบ้าบอนั่นล่ะ..."
ฉินมั่วเบิกตากว้าง
"นี่เธออุตส่าห์ลุกมาทำอาหารกลางดึกก็เพราะเรื่องนั้นเนี่ยนะ"
"ก็ใช่น่ะสิ!"
ฉินมั่วถึงกับพูดไม่ออก ดูเหมือนเขาจะมองข้ามชาวเน็ตที่ทำอาหารไม่เป็นไปเสียสนิท อย่างเช่น... มู่หรงหลานหลาน เป็นต้น
เขาจึงเอ่ยอย่างจนใจ "กลับไปนอนก่อนเถอะ พรุ่งนี้ฉันจะสอนเธอทำอาหารเอง"
"จริงเหรอ"
มู่หรงหลานหลานถามด้วยความดีใจ
เธอเห็นฉินมั่วพยักหน้ารับ
จากนั้นเธอก็กระโดดโลดเต้นจากไปอย่างร่าเริง
ซูชิงกับมู่หรงเจียซิงมองหน้ากัน ส่ายหัวอย่างอ่อนใจ แล้วกลับไปนอนต่อ
...
ขณะเดียวกัน ภายในบริษัทสื่อแห่งหนึ่ง
หญิงวัยกลางคนที่มีใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความปีติยินดี เดินถือเอกสารสองฉบับเข้ามาในห้องทำงาน
"คุนคุน พี่เจอเพลงสองเพลงที่ยังไม่ได้จดลิขสิทธิ์ด้วยล่ะ พี่สังหรณ์ใจว่าสองเพลงนี้ต้องดังพลุแตกแน่ๆ!"
จี้คุนคุนมองหญิงวัยกลางคนด้วยความประหลาดใจ
"เพลงอะไรครับพี่หลี่ มันจะไปเทียบกับเพลงที่ผมเพิ่งปล่อยออกมาได้ยังไง"
"ลองดูเอาเองสิ เพลงหนึ่งชื่อ 'พ่อกับแม่' ส่วนอีกเพลงชื่อ 'ปีกนางฟ้า'"
ขณะที่พูด หญิงคนนั้นก็เปิดวิดีโอจากไลฟ์สดของฉินมั่วให้ชายหนุ่มดู
"นี่มัน... นี่มัน..."
หลังจากดูวิดีโอจบ จี้คุนคุนก็ถึงกับตกตะลึง
สีหน้าของเขามืดครึ้มและแปรเปลี่ยนไปมา เมื่อเทียบกับสองเพลงนี้แล้ว เพลงใหม่ที่เขาเพิ่งปล่อยออกมามันก็แค่ขยะดีๆ นี่เอง!
เขาสามารถจินตนาการภาพเพลงใหม่ของตัวเองถูกสองเพลงนี้เบียดตกชาร์ตจนพังพินาศได้อย่างชัดเจน
"พี่หลี่ พี่คิดว่าเราควรทำยังไงดีครับ"
จี้คุนคุนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
หญิงคนนั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง "คุนคุน พวกเขายังไม่ได้จดลิขสิทธิ์ พี่คิดว่าเราน่าจะขอซื้อลิขสิทธิ์มาแล้วปล่อยเป็นเพลงใหม่ของเธอเลย"
"ซื้อเหรอครับ"
จี้คุนคุนก้มหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง
"ไม่ดีกว่า ลิขสิทธิ์เพลงเพลงหนึ่งอย่างน้อยๆ ก็ต้องหลักแสนหรือหลักล้าน นี่ยังตั้งสองเพลงอีก"
หญิงคนนั้นถามด้วยความงุนงง "แล้วเราควรทำยังไงดีล่ะ"
จี้คุนคุนกล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉย "พี่เพิ่งบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเขายังไม่ได้จดลิขสิทธิ์ งั้นเราก็จดแทนเขาซะเลยสิ"
"คุนคุน นี่เธอหมายความว่า..."
สีหน้าของหญิงคนนั้นเปลี่ยนไปในทันที ต้องรู้ก่อนนะว่าการทำแบบนั้นมันผิดกฎหมาย!
"พี่หลี่ สตรีมเมอร์ที่พี่พูดถึง เขามีผู้ติดตามเท่าไหร่ครับ"
"ประมาณแสนคนน่ะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น จี้คุนคุนก็แสยะยิ้ม
"พี่หลี่ พี่คิดว่าคำพูดของบล็อกเกอร์ที่มีผู้ติดตามแค่แสนคน จะน่าเชื่อถือกว่าคำพูดของดาราดังที่มีผู้ติดตามหลักล้านอย่างผมงั้นเหรอ"
"ถ้าพูดแบบนั้น... มันก็ถูกของเธอ!"
จากนั้นหญิงคนนั้นก็เผยสีหน้าคลุ้มคลั่งและหันหลังไปดำเนินการตามแผน
จี้คุนคุนจ้องมองฉินมั่วในวิดีโอ ประกายแห่งความดูแคลนพาดผ่านใบหน้าของเขา
...
เวลาผ่านไปไม่นานนัก เพลง 'พ่อกับแม่' และ 'ปีกนางฟ้า' ก็กวาดอันดับบนชาร์ตเพลงต่างๆ ในพริบตา และได้รับการยกย่องจากทุกคนว่าเป็นผลงานชิ้นเอกระดับคลาสสิก
เว้นเสียแต่ว่าชื่อผู้แต่งและนักร้องต้นฉบับถูกเปลี่ยนเป็นจี้คุนคุนไปแล้ว...
ขณะเดียวกัน แฟนคลับของฉินมั่วหลายคนก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ จึงพากันเข้าไปคอมเมนต์อย่างดุเดือดในช่องแสดงความคิดเห็นของเพลงและวิดีโอ
"ผู้แต่งเพลงนี้กลายเป็นจี้คุนคุนตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉินมั่วเป็นคนแต่งสดๆ ในไลฟ์ชัดๆ"
"ตลกชะมัด บล็อกเกอร์ที่มีผู้ติดตามไม่ถึงแสน ริอ่านจะมาเกาะกระแสคุนคุนของพวกเรา"
"เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็กล้าอ้างตัวว่าเป็นเจ้าของผลงานทั้งนั้นแหละ ไหนล่ะหลักฐาน"
"หรือว่าฉินมั่วจะขายลิขสิทธิ์ไปแล้ว"
"จะเป็นไปได้ยังไง ฉินมั่วอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังเบ้อเร่อ แถมยังขับรถหรู เขาจะไปสนเงินค่าลิขสิทธิ์เศษเงินพวกนั้นทำไม"
"ถ้าให้ฉันพูดนะ ไอ้จี้คุนคุนนี่มันหัวขโมยชัดๆ! ฉินมั่วคงยังไม่มีเวลาไปจดลิขสิทธิ์ ไอ้จี้คุนคุนนี่ก็เลยชิงตัดหน้าไปก่อนน่ะสิ!"
"ขยะเปียกเอ๊ย! หน้าไม่อาย! แค่นี้เองเหรอ นี่หรือคือสิ่งที่บล็อกเกอร์ผู้ติดตามหลักล้านเขาทำกัน ขโมยผลงานจากน้ำพักน้ำแรงของคนอื่นหน้าด้านๆ ขยะสังคมสวะจริงๆ!"
"ฝูงหมาบ้าพวกนี้มาจากไหนเนี่ย คุนคุนของพวกเราเนี่ยนะจะไปขโมยของคนอื่น หมอนั่นมีค่าพอให้ขโมยหรือไง"
"บล็อกเกอร์หัวขโมยกับแฟนคลับหน้ามืดตามัวไร้สมอง—ผีเน่ากับโลงผุชัดๆ"
"หน้าไม่อายที่สุด! ฉันคือคนที่ขอให้ฉินมั่วแต่งเพลง 'ปีกนางฟ้า' ให้เอง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเพลงที่ฉันตั้งใจจะมอบให้แฟน จะถูกไอ้ขยะนี่ขโมยไป เลวทรามต่ำช้าจริงๆ!"
"เมนต์บนโคตรตลก คิดว่าพูดอะไรมาพวกเราก็จะเชื่อหมดหรือไง งั้นฉันก็ขอบอกบ้างว่าฉันเป็นคนให้คำแนะนำคุนคุนตอนที่เขาแต่งเพลงนี้ก็แล้วกัน"
...
เวลานี้ แฟนคลับของทั้งสองฝั่งกำลังโต้เถียงกันอย่างดุเดือด ส่วนฉินมั่วซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่เกี่ยวข้องกลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย เพราะยังคงหลับสนิทอยู่ในห้วงนิทรา...
ภายในห้องทำงานของตึกระฟ้าแห่งหนึ่ง
จี้คุนคุนนั่งอยู่ในห้องทำงาน เฝ้ามองแฟนคลับของทั้งสองฝั่งกัดกันราวกับหมาด้วยรอยยิ้มหยันเย็นชาบนใบหน้า
"คุนคุน ทำแบบนี้จะไม่มีปัญหาตามมาทีหลังจริงๆ เหรอ พี่ได้ยินมาว่าคนคนนี้ที่ชื่อฉินมั่ว ค่อนข้างจะพิลึกและน่ากลัวอยู่นะ"
หญิงที่อยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ากังวลใจ
จี้คุนคุนขมวดคิ้ว "หมายความว่ายังไงครับ"
หญิงคนนั้นเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ
"พี่ได้ยินมาว่าฉินมั่วคนนี้เริ่มมีชื่อเสียงมาจากการดูดวงนะ"
"ทุกคนที่เป็นศัตรูกับเขาล้วนมีจุดจบที่ไม่สวยสักคน"
"ทั้งศาสตราจารย์ เน็ตไอดอลชื่อดัง โจรขุดสุสาน แล้วก็เจ้าของบ่อปลา"
เมื่อได้ยินดังนั้น จี้คุนคุนก็ทำหน้าดูแคลน
"ก็แค่ฟลุกนั่นแหละ พี่หลี่ พี่เป็นพวกวัตถุนิยมแท้ๆ แต่กลับไปเชื่อเรื่องดูดวงพรรค์นี้เนี่ยนะ พวกมันก็แค่สิบแปดมงกุฎหลอกเอาเงินทั้งนั้นแหละ!"
หญิงคนนั้นก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแค่ถอนหายใจแล้วเดินออกจากห้องทำงานไป เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการทำแบบนี้มันถูกต้องหรือไม่...
...