เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 251 วานรยักษ์สุดสยอง!

ตอนที่ 251 วานรยักษ์สุดสยอง!

ตอนที่ 251 วานรยักษ์สุดสยอง!


ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ปราณวิญญาณอันหนาแน่นก็พวยพุ่งเข้าปะทะใบหน้า

ปราณวิญญาณขุมนี้เข้มข้นเป็นอย่างยิ่ง หนาแน่นกว่าโลกภายนอกถึงหลายเท่าตัว ทำเอาทั้งสี่คนถึงกับตกตะลึงไปตามๆ กัน

เห็นได้ชัดว่า ปราณวิญญาณในโลกใบเล็กแห่งนี้อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็นดินแดนสุขาวดีเลยก็ว่าได้ หากได้มาบำเพ็ญเพียรอยู่ที่นี่ตลอดทั้งปี ย่อมเกิดประโยชน์มหาศาลต่อผู้บำเพ็ญเพียรอย่างไม่ต้องสงสัย

โดยเฉพาะตามจุดศูนย์รวมของชีพจรวิญญาณและจุดบรรจบวิญญาณ ปราณวิญญาณน่าจะยิ่งหนาแน่นกว่านี้อีกหลายเท่าตัว

ดินแดนที่เปี่ยมล้นไปด้วยปราณวิญญาณ มักจะเป็นแหล่งก่อกำเนิดโอสถวิญญาณและวัตถุดิบวิญญาณล้ำค่าหายากนานาชนิด หรือแม้กระทั่งอาจจะให้กำเนิดของวิเศษที่เกิดจากธรรมชาติอีกด้วย

พอมองออกได้เลยว่า โลกใบนี้ย่อมต้องให้กำเนิดของวิเศษจากฟ้าดินมาแล้วมากมายก่ายกองเป็นแน่

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดพวกหลี่ฉางเซิงและจี้ชางไห่ถึงได้วางแผนแย่งชิงตราหยกมังกรเพลิงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย

โลกใบเล็กแห่งนี้ มันคือขุมทรัพย์ชัดๆ!

ใครก็ตามที่ได้ครอบครองมันไว้ในกำมือ หลังจากนี้ก็ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องทรัพยากรในการทะลวงสู่ขอบเขตจินตาน หยินเสิน หยางเสิน หรือแม้กระทั่งขอบเขตหยวนเสิน อีกต่อไป

นี่มันใช่โลกใบเล็กที่ไหนกัน นี่มันมหาวาสนาชัดๆ! หากได้มาครอบครองล่ะก็ หนทางสู่ความเป็นอมตะย่อมอยู่แค่เอื้อม!

อย่างไรก็ตาม แม้ปราณวิญญาณในที่แห่งนี้จะหนาแน่น ทว่าห้วงมิติกลับมีความเสถียรและแข็งแกร่งกว่าโลกภายนอกอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งกู้หย่วนยังรู้สึกเลือนรางว่าตบะของเขาถูกกดทับเอาไว้บางส่วน

เขาคิดในใจ พลางลองโคจรลมปราณแท้ออกมาสายหนึ่ง พริบตาเดียว ไอน้ำรอบๆ ก็รวมตัวกันกลายเป็นลูกบอลน้ำขนาดเท่ากำปั้น

"เป็นอย่างที่คิด... ตบะของข้าถูกจำกัดเอาไว้จริงๆ ด้วย"

กู้หย่วนครุ่นคิด หากเป็นโลกภายนอก ลมปราณแท้เพียงสายเดียวของเขาสามารถรวบรวมลูกบอลน้ำขนาดเท่าศีรษะคนได้สบายๆ ทว่าภายในตำหนักเซียนมังกรชาดแห่งนี้ เขากลับรวบรวมได้เพียงลูกบอลน้ำขนาดเท่ากำปั้นเท่านั้น

นี่แสดงให้เห็นว่ากฎเกณฑ์ของโลกใบนี้แตกต่างจากโลกภายนอกอย่างชัดเจน

มิน่าล่ะ ก่อนหน้านี้จี้ชางไห่ถึงได้บอกว่า ภายในตำหนักเซียนมังกรชาดมีสภาพแวดล้อมที่พิเศษ ยกเว้นผู้ที่อยู่ในขอบเขตหยวนเสินแล้ว ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาในที่แห่งนี้ ล้วนต้องถูกจำกัดพลังกันทั้งสิ้น

ยิ่งตบะสูงส่งมากเท่าไร ก็ยิ่งถูกจำกัดพลังมากขึ้นเท่านั้น

ตบะและความแข็งแกร่งของกู้หย่วนในตอนนี้ถูกหดเล็กลงเหลือเพียงหนึ่งในสาม ส่วนอีกสามคนที่มีตบะสูงกว่าเขา คาดว่าคงได้รับผลกระทบมากกว่านี้เป็นแน่

ทว่า กู้หย่วนยังไม่ทันได้ทอดถอนใจกับความหนาแน่นของปราณวิญญาณและความแตกต่างของกฎเกณฑ์ในโลกใบนี้ เขาก็ถูกดึงความสนใจไปที่สิ่งอื่นเสียก่อน

เบื้องหน้าของเขา ข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง:

 

【แต้มเต๋า +12!】

【แต้มเต๋า +11!】

【แต้มเต๋า +13!】

【แต้มเต๋า +9!】

……

"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย หรือว่าโลกใบนี้จะเต็มไปด้วยแต้มเต๋ากันนะ?"

เมื่อเชื่อมโยงกับคำกล่าวที่ว่าเป็น ซากปรักหักพังของโลก กู้หย่วนก็ครุ่นคิด และพอจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้

ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต้มเต๋าเหล่านี้จะเด้งขึ้นมาแบบขาดๆ หายๆ นานๆ โผล่มาที แต่หากปล่อยไว้เช่นนี้ไปเรื่อยๆ ย่อมต้องสะสมแต้มเต๋าได้เป็นกอบเป็นกำอย่างแน่นอน

"แค่ได้แต้มเต๋าพวกนี้มา การเดินทางมายังตำหนักเซียนมังกรชาดคราวนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าสุดๆ แล้ว!"

กู้หย่วนอารมณ์ดีขึ้นมาทันตาเห็น

จี้ชางไห่หยิบแผนที่ออกมาแผ่นหนึ่ง หลังจากตรวจสอบคร่าวๆ แล้ว เขาก็หันไปพูดกับกู้หย่วนและคนอื่นๆ ว่า

"ทุกท่านลองดูนี่ แผนที่แผ่นนี้แม้จะไม่ละเอียดนัก แต่ก็ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ ตอนนี้พวกเราอยู่ค่อนข้างห่างไกล ห่างจากหนองน้ำโคลนดำมากที่สุด รองลงมาคือหุบเขาหมาป่าขุยและเทือกเขาแดนมาร ส่วนที่อยู่ใกล้ที่สุดก็คือภูเขาเชียนเยี่ยน ไม่สู้พวกเรามุ่งหน้าไปที่ภูเขาเชียนเยี่ยนกันก่อนดีไหม?"

กู้หย่วนพยักหน้าตอบ

"ข้าไม่มีปัญหา"

จุดประสงค์ในการเข้ามาครั้งนี้ของเขาเรียบง่ายและชัดเจนมาก นั่นคือการตามหาบัวแฝดม่วงครามสักสองสามต้นเพื่อยกระดับตบะ และค้นหาแร่เหล็กวิญญาณโลหะเทวะบางส่วน เพื่อนำไปใช้หลอมสร้างกระบี่อิ๋นเจียวใหม่อีกครั้ง

จากนั้นก็ตั้งใจจะล่าสัตว์ร้ายและเผ่ามารสักหน่อย เพื่อนำมาเป็นอาหารให้สัตว์วิญญาณทั้งเจ็ดตัว เร่งอัตราการเจริญเติบโตของพวกมัน

ส่วนจุดประสงค์ของอีกสามคนที่เหลือนั้น สำหรับจี้ชางไห่ กู้หย่วนพอจะเดาทางได้บ้าง แต่สำหรับอีกสองคนนั้น เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

จี้ชางไห่ยิ้มพลางหันไปมองต้วนเฉินและซูชิวเยว่

"สหายเต๋าทั้งสองล่ะ มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง?"

ต้วนเฉินยิ้มบางๆ อย่างราบเรียบ

"สหายเต๋าจี้ตัดสินใจได้เลย ข้ายังไงก็ได้"

ซูชิวเยว่ส่ายหน้า

"ผู้น้องก็ไม่มีความเห็นขัดข้องอันใด"

เมื่อเห็นว่าทุกคนไม่มีใครคัดค้าน จี้ชางไห่จึงเอ่ยขึ้นว่า

"ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็ออกเดินทางกันเถอะ"

จากนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งสี่คนต้องพลัดหลงกันจนหาจุดหมายไม่เจอ จี้ชางไห่จึงคัดลอกแผนที่บางส่วนลงในแผ่นหยกหลายแผ่น แล้วแจกจ่ายให้กู้หย่วนและคนอื่นๆ

หลังจากนั้น พวกเขาก็ทะยานร่างมุ่งหน้าตรงไปยังภูเขาเชียนเยี่ยน

กู้หย่วนตรวจสอบแผนที่ในแผ่นหยก นำไปเปรียบเทียบกับแผนที่ที่นักพรตเฮ่อหลิงผู้เป็นอาจารย์มอบให้ ก็พบว่าแม้แผนที่ของจี้ชางไห่จะครอบคลุมพื้นที่น้อยกว่าและดูหยาบกว่า แต่ก็ไม่ได้มีจุดไหนที่ผิดเพี้ยนไป

……

โฮก!

วานรยักษ์ตัวหนึ่งที่มีความสูงกว่าร้อยจั้ง ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยขนยาวสีน้ำตาลอมเหลือง กำลังแผดเสียงคำรามลั่นพร้อมกับวิ่งตะบึงไปทั่วผืนป่า

ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!

วานรยักษ์มีร่างกายใหญ่โตมหึมา รอบกายแผ่ซ่านไปด้วยไอมารอันเข้มข้น ต้นไม้โบราณหลายต้นสูงไม่ถึงเอวของมันด้วยซ้ำ ทุกย่างก้าวที่มันพาดผ่าน ต้นไม้โบราณและโขดหินล้วนแตกกระจายกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง ผืนดินถูกสัตว์ร้ายตัวนี้เหยียบย่ำจนกลายเป็นทางเดินสายหนึ่ง

ส่วนเบื้องหน้าของวานรยักษ์กลางอากาศนั้น มีลำแสงหลายสายกำลังพุ่งทะยานหลบหนีอย่างสุดชีวิต

หลังจากวิ่งไล่ตามมาครึ่งค่อนวัน เมื่อเห็นว่าระยะห่างเริ่มทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ วานรยักษ์ก็ตัดสินใจเอื้อมมือคว้าหมับไปที่พื้นดิน ก้อนดินและหินบนพื้นพากันลอยขึ้นมารวมตัวกัน กลายเป็นหอกขนาดยักษ์เล่มหนึ่ง

หอกเล่มนี้มีความยาวกว่าร้อยจั้ง หรือก็คือราวๆ สามร้อยเมตร ส่วนความหนานั้นใหญ่โตเทียบเท่ากับขบวนรถไฟเลยทีเดียว

วานรยักษ์รวบรวมพละกำลัง ก่อนจะขว้างออกไปอย่างสุดแรง หอกหินสีขาวอมเหลืองพุ่งทะยานเข้าหาลำแสงหลายสายที่อยู่เบื้องหน้า

ครืน! ครืน!

หอกหินพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วพริบตาเดียว ก่อให้เกิดคลื่นลมแรงและเสียดสีกับอากาศจนเกิดเป็นทางยาวสีขาวพาดผ่านท้องฟ้า

ด้วยความเร็วที่เหนือชั้น แม้แต่เสียงโซนิคบูมก็ยังไม่ทันได้ดังขึ้น หอกหินก็พุ่งเข้าประชิดลำแสงเหล่านั้นเสียแล้ว

"แยกย้ายกัน!"

จี้ชางไห่ส่งเสียงผ่านปราณบอกอีกสามคน

กู้หย่วนไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขารีบหักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางหลบหนีทันที

อีกสามคนก็ทำเช่นเดียวกัน

ทว่าสีหน้าของกู้หย่วนกลับเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เพราะในขณะนี้ มีหอกหินอีกสามเล่มถูกขว้างตามมาติดๆ

เล่มหนึ่งกำลังพุ่งตรงมาทางด้านหลังของกู้หย่วน ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ

ต่อให้กู้หย่วนจะหักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางหลบหลีกไปอีกหลายครั้ง หอกหินยักษ์เล่มนั้นก็ยังคงเปลี่ยนทิศทางตาม และพุ่งจี้ติดก้นเขามาอย่างไม่ลดละ

"บ้าเอ๊ย จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยหรือไง ก็แค่ผลมุกขาวไม่กี่ผลเอง กัดไม่ปล่อยเลยนะ!"

กู้หย่วนรู้สึกหนังหัวชาหนึบ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสได้ถึงอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวที่แฝงมากับหอกหินด้านหลัง แผ่นหลังของเขาก็ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ

วานรยักษ์ที่ไล่ตามมาด้านหลังนี้ ไม่รู้ว่าเป็นสัตว์ร้ายสายพันธุ์ประหลาดจากยุคบรรพกาลสายพันธุ์ใด ไม่เพียงแต่จะมีร่างกายใหญ่โตมหึมาเท่านั้น ทว่าพละกำลังยังแข็งแกร่งสุดขีด ถึงขั้นสามารถชกภูเขาให้แหลกละเอียดได้ด้วยหมัดเดียว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรสวรรค์วิชาเทวะธาตุดินที่มันใช้ช่างร้ายกาจและเชี่ยวชาญถึงขีดสุด อานุภาพรุนแรงเหลือคณา!

ตอนที่พวกเขากำลังเก็บสมุนไพรเมื่อครู่นี้ หากพวกเขาทั้งสี่ไม่ไหวตัวทันและเตรียมการป้องกันไว้ล่วงหน้า ป่านนี้คงถูกวิชาเทวะของวานรยักษ์ขังไว้ในกรงศิลา แล้วโดนมันทุบจนกลายเป็นกองเนื้อบดไปแล้ว!

วานรยักษ์ตัวนี้ แม้ระดับตบะของมันจะพอๆ กับนักพรตชิงมู่ในอดีต แต่ด้วยพละกำลังแต่กำเนิดที่แข็งแกร่งดุดัน บวกกับความเชี่ยวชาญในพรสวรรค์วิชาเทวะ ทำให้ความแข็งแกร่งของมันน่าสะพรึงกลัว หากเป็นยอดฝีมือระดับจินตานทั่วไปมาเจอกับมัน มาหนึ่งก็ตายหนึ่ง มาสองก็ตายคู่!

แม้พวกเขาหลายคนจะถือเป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้าในหมู่คนรุ่นเยาว์แห่งวงการบำเพ็ญเพียร แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ทั้งอึด ถึก ทน แถมยังมีพลังโจมตีที่ร้ายกาจแบบนี้ พวกเขาก็หมดปัญญาจะรับมือได้เหมือนกัน

(จบตอน)

จบบทที่ ตอนที่ 251 วานรยักษ์สุดสยอง!

คัดลอกลิงก์แล้ว