- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อเข้าใช้ ราชวงศ์ของข้าไร้เทียมทาน
- บทที่ 23 - เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในงานประมูล แดนลับเวลาขั้นต่ำ
บทที่ 23 - เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในงานประมูล แดนลับเวลาขั้นต่ำ
บทที่ 23 - เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในงานประมูล แดนลับเวลาขั้นต่ำ
บทที่ 23 - เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในงานประมูล แดนลับเวลาขั้นต่ำ
ภายในตำหนักที่ไม่ได้หรูหราอลังการ
หลี่อวิ้นเดินไปที่ประตู หยุดชะงักไปชั่วครู่ แล้วพรูลมหายใจออกมาก่อนจะก้าวเข้าไปช้าๆ
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือห้องโถงรูปวงกลม ตรงกลางว่างเปล่า รอบๆ มีเก้าอี้จัดวางไว้สิบแปดตัว ส่วนใหญ่ยังไม่มีคนนั่ง
ทันทีที่เขาเข้าไป สายตาหลายคู่ก็จับจ้องมา
แม้สายตาเหล่านั้นจะไม่ได้แฝงรังสีอำมหิตหรือแรงกดดันเป็นพิเศษ แต่หลี่อวิ้นกลับรู้สึกเหมือนก้าวขาไม่ออก ราวกับตกลงไปในหนองน้ำ หรือจมน้ำอยู่ก้นทะเลแล้วถูกสาหร่ายรัดพันธนาการไว้
เหล่าผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้เพียงแค่ปรายตามองก็เปรียบดั่งสัตว์ร้ายหรือกระแสน้ำหลาก ทำให้เขาใจสั่นโดยไม่รู้ตัว
หลี่อวิ้นเดินคัมภีร์จักรพรรดิ ดวงตาเป็นประกาย จิตใจสงบนิ่ง ความน่าเกรงขามและความองอาจเยี่ยงจักรพรรดิบังเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
เวลานี้เขาไม่ใช่ตัวกระจอกระดับหลอมสุญตา แต่เป็นจักรพรรดิผู้หยิ่งผยองและมีอำนาจเหนือใคร
หลี่อวิ้นสบตากับสายตาหลายคู่โดยไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย จากนั้นก็เดินตรงไปนั่งที่เก้าอี้ว่างตัวหนึ่ง
ทุกคนดึงสายตากลับไป รอคอยให้งานประมูลเริ่มขึ้น
จากนั้นก็มีคนเข้ามาอีกสองคน คนหนึ่งคือชายร่างใหญ่ที่พูดคุยกับหลี่อวิ้นก่อนหน้านี้ คนที่เข้ามาพร้อมเขาเป็นคนหัวโล้น น่าจะเป็นผู้ฝึกตนในพุทธศาสนา
ตอนนี้ในห้องโถงมีทั้งหมดแปดคนรวมถึงเขาด้วย
ชายหนุ่มสะพายกระบี่ ผมเผ้ายุ่งเหยิง หยิบน้ำเต้าขึ้นมาจิบเป็นระยะๆ นอกจากตอนที่หลี่อวิ้นเข้ามาแล้วก็ไม่ได้ลืมตาขึ้นอีกเลย
สตรีชุดแดงที่แต่งกายเปิดเผยคอยมองเขาอยู่เป็นระยะ ดูเหมือนจะสนใจเขาอยู่บ้าง
หลี่อวิ้นไม่ได้มองนางมากนัก เพราะไม่รู้ว่าเป็นปีศาจเฒ่าอายุหลายหมื่นปีหรือเปล่า เขาไม่มีทางยอมให้โคแก่กินหญ้าอ่อนอย่างแน่นอน
นักพรตชราสวมชุดนักพรต แต่เสื้อผ้าเก่าซอมซ่อราวกับขอทาน ดูท่าทางเจ้าเล่ห์นิดๆ
ชายร่างบึกบึนที่สวมห่วงจมูก หลี่อวิ้นสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายปีศาจ น่าจะไม่ใช่มนุษย์
คนสุดท้ายคือชายชราหน้าตาเหี่ยวย่น ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นก้อนหินก้อนหนึ่ง และเป็นก้อนหินที่ใกล้จะตายเสียด้วย ดูแปลกประหลาด
เคร้ง
ชายร่างบึกบึนยืนขึ้น กวาดตามองรอบๆ
"ดูเหมือนงานประมูลครั้งนี้จะมีแค่พวกเรา งั้นเริ่มจากข้าเลยแล้วกัน"
เขาตวัดแขนเสื้อ เงาร่างหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ
เป็นเงาของเรือรบสีเงิน
"เรือรบอวิ๋นสีเงิน มีข้อห้ามสามชั้น ข้ามห้วงดารา ข้ามทะเลจักรวาลได้ หากเปิดข้อห้ามชั้นที่สอง ความเร็วเทียบเท่าระดับเทวะ หากเปิดข้อห้ามชั้นที่สาม สามารถทนรับการโจมตีเต็มกำลังของระดับเทวะได้ ขอแลกกับหยดเลือดมังกรแท้ระดับเทวะหนึ่งหยด"
หลี่อวิ้นสังเกตเห็นว่า แม้สายตาของชายคนนั้นจะกวาดมองทุกคน แต่เป้าหมายหลักอยู่ที่สตรีชุดแดง
ไม่มีใครตอบรับ มีเพียงสตรีผู้นั้นที่หัวเราะคิกคัก
"ตาเฒ่าหนิว เรือรบอวิ๋นสีเงินนี่ดีก็จริง แต่ทรัพยากรที่ต้องใช้ก็ไม่ใช่น้อยๆ และถ้าไม่ถึงระดับเทวะ ใครจะกล้าข้ามทะเลจักรวาล ของสิ่งนี้มันดูไร้ประโยชน์ไปหน่อย แลกกับเลือดมังกรแท้ระดับเทวะยังไม่พอหรอก ต้องระดับราชันเทวะถึงจะพอคุยกันได้"
ชายร่างบึกบึนสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่เห็นได้ชัดว่าเลือดมังกรแท้ระดับราชันเทวะยังไม่ทำให้เขาพอใจพอที่จะแลก
"หยดเลือดมังกรแท้ระดับเทวะไม่มีหรอก แต่เอาเลือดปี่อ้านระดับเทวะแทนได้ไหม" ชายชราหน้าตาเหี่ยวย่นพูดขึ้นมา
ชายร่างบึกบึนลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็พยักหน้า
แม้จะไม่ค่อยพอใจนัก เพราะปี่อ้านยังด้อยกว่ามังกรแท้อยู่บ้าง แต่เขาเหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็จะทะลวงสู่ระดับเทวะ สายเลือดของเขากลายเป็นข้อจำกัด
แน่นอนว่าหากได้สายเลือดกิเลนจะเหมาะสมกับเขาที่สุด แต่เผ่ากิเลนไม่ปรากฏตัวมานับล้านปีแล้ว
ปี่อ้านระดับเทวะก็ถือว่าพอใช้ได้ ที่สำคัญคือเรือรบอวิ๋นสีเงินลำนี้ค่อนข้างจะไร้ประโยชน์จริงๆ
ถ้าใช้งานเต็มกำลังมันก็ทรงพลังมาก แต่เขาจ่ายไม่ไหวจริงๆ
การค้าเสร็จสิ้นลง ทั้งสองตกลงทำสัญญากันทันที
ถึงเวลาจะมีพนักงานส่งของไปรับของถึงหน้าบ้าน แล้วส่งให้ถึงมือ
ต่อมา นักบวชหัวโล้นก็ลุกขึ้นยืน
เขาไม่ได้หยิบอะไรออกมา แต่กล่าวว่า "อาตมาต้องการโอสถสวรรค์หนึ่งเม็ด สหายท่านใดมี เสนอเงื่อนไขมาได้เลย"
ไม่มีใครตอบ มีเพียงสตรีชุดแดงที่หัวเราะและพูดขึ้น
"ฮ่าๆ ตาโล้น ตาแก่บ้านเจ้าไม่ไหวแล้วล่ะสิ"
นักบวชสีหน้าไม่ค่อยดี แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก
สตรีผู้นี้มีเบื้องหลังแข็งแกร่ง ทำอะไรตามอำเภอใจ แม้จะอยู่ต่างแดนดารา เขาก็เคยได้ยินชื่อเสียงของนางมาบ้าง ว่าเป็นคนดื้อด้านไร้เหตุผล ไม่ยุ่งด้วยจะดีกว่า
อีกอย่าง เขาเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากแต่แรก โอสถสวรรค์หายากยิ่งยวด นักปรุงยาฝีมือดีที่สุดในแดนพุทธของพวกเขาก็ไม่อาจปรุงมันขึ้นมาได้
ดังนั้นเขาจึงมาเสี่ยงโชคที่นี่
คนแล้วคนเล่า มีทั้งที่ตกลงกันได้และไม่ได้
หลี่อวิ้นคอยซึมซับทุกอย่างเงียบๆ
มาครั้งนี้ไม่เสียเปล่าเลย
เปิดหูเปิดตาไปได้เยอะ
เมื่อถึงตาของหลี่อวิ้น เขาไม่ได้ลุกขึ้น เพียงแต่ส่ายหัว แสดงว่าไม่มีของจะแลก
คนสุดท้ายคือชายหนุ่มสะพายกระบี่
เขาจิบเหล้าอึกใหญ่ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"ข้าต้องการวิธีชุบชีวิตคนตาย ใครมี ข้าขอรับปากทำตามเงื่อนไขหนึ่งข้อ เงื่อนไขอะไรก็ได้ แม้จะต้องให้ข้าไปตาย หรือกวาดล้างแดนดาราสักแห่ง ข้าก็ยอม"
ทุกคนเงียบกริบ
ในโลกนี้จะมีวิธีชุบชีวิตคนตายได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น คนที่เขาต้องการช่วยวิญญาณได้แตกสลายไปแล้ว แม้แต่โอกาสกลับชาติมาเกิดยังไม่มี แล้วจะมีวิธีชุบชีวิตคนตายได้อย่างไร
ชายผู้นี้มาร่วมงานประมูลทุกครั้ง แต่ก็ไม่เคยตกลงแลกเปลี่ยนกับใครได้เลย
แม้แต่ผู้ก่อตั้งงานประมูลที่อยู่เบื้องหลังก็หมดหนทางเช่นกัน
"สหายกระบี่ คนตายไปแล้ว ใยต้องทำตัวให้ลำบากด้วย" นักบวชเอ่ยปากพูดขึ้น
ชายสะพายกระบี่ไม่พูดอะไร ร่างของเขาก็หายวับไป
งานประมูลจบลงเพียงเท่านี้ ทุกคนต่างทยอยกันกลับ
"น้องชาย ไว้คราวหน้าเจอกันใหม่" ชายร่างใหญ่ทักทายหลี่อวิ้นก่อนจากไป
สตรีชุดแดงมองหลี่อวิ้น ยิ้มเย้าแหย่ "พี่ชาย น้องยังมีธุระต้องจัดการ ไว้คราวหน้าเรามาคุยกันแบบเจาะลึกหน่อยนะ ต้องมาให้ได้ล่ะ"
หลี่อวิ้นออกจากห้องโถง แต่ยังไม่ได้กลับไป เขากลับไปที่คลังสิ่งของอีกครั้ง
เปิดหน้าสุดท้ายของคลังกลางอากาศโดยตรง
"เคล็ดวิชากักมิติเขาคุนหลุนจำลองหนึ่งกระบวนท่า สามารถกักขังระดับมรรคาได้ ราคาหนึ่งแต้มแลกเปลี่ยน"
"โอสถรักษาบาดแผลขั้นสุดยอด ใช้สำหรับผู้ที่ต่ำกว่าระดับศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะบาดเจ็บหนักแค่ไหน แม้เหลือเพียงลมหายใจรวยริน แค่หนึ่งเม็ดก็กลับมาแข็งแรงดั่งเดิม ราคาห้าแต้มแลกเปลี่ยน"
"ผลจูสวรรค์ขั้นสุดยอด คนธรรมดากินคำเดียว ก้าวเข้าสู่มรรคา ไม่ทำลายรากฐาน ราคาแปดแต้มแลกเปลี่ยน"
"แดนลับเวลาขั้นต่ำ พลังลมปราณอุดมสมบูรณ์ ใช้สำหรับผู้ที่ต่ำกว่าระดับศักดิ์สิทธิ์ เข้าได้ครั้งละไม่เกินยี่สิบคน สามารถปรับความเร็วเวลาได้ถึงร้อยต่อหนึ่ง ราคาสิบแต้มแลกเปลี่ยน"
หืม
ตาของหลี่อวิ้นเป็นประกาย
แดนลับเวลา ของดีนี่นา
ของที่แพงกว่านี้เขาก็แลกไม่ไหว ส่วนของที่ถูกกว่าก็ดูไม่คุ้มค่า
มีเพียงแดนลับเวลานี้แหละที่เหมาะสมที่สุด
ตอนนี้สิ่งที่ต้าเฉียนขาดแคลนที่สุดไม่ใช่เวลาหรอกหรือ
เวลาเดินเร็วกว่าปกติร้อยเท่า ยังจะกลัวสร้างยอดฝีมือไม่ได้อีกหรือ
หลี่อวิ้นรีบหยิบป้ายคำสั่งออกมาเพื่อแลกของชิ้นนี้
"ติ๊ด แต้มแลกเปลี่ยนไม่เพียงพอ การแลกของชิ้นนี้ต้องเสียค่าธรรมเนียมหนึ่งแต้ม"
หลี่อวิ้นหน้าเสีย บัดซบ ลืมเรื่องนี้ไปเลย
แต่แล้วก็มีเสียงดังขึ้นอีก
"ติ๊ด เนื่องจากการแลกเปลี่ยนครั้งแรกของผู้ถือป้ายคำสั่ง จึงยกเว้นค่าธรรมเนียมการประมูลในครั้งนี้"
"ติ๊ด การซื้อขายเสร็จสิ้น สิ่งของจะส่งถึงมือผู้ถือป้ายคำสั่งภายในหนึ่งวัน โปรดรอรับ"
"โปรดให้คะแนนการบริการครั้งนี้ พอใจให้สิบแต้ม ไม่พอใจให้หนึ่งแต้ม"
หลี่อวิ้นให้สิบแต้มอย่างไม่ลังเล
ใครจะรู้ว่ามีผู้ยิ่งใหญ่คอยควบคุมอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า ถ้าเกิดให้คะแนนไม่พอใจ แล้วโดนลงดาบ ร่างกายอ่อนแออย่างเขาคงทนไม่ไหวแน่
ในบรรดาผู้ถือป้ายคำสั่งระดับบอสทั้งหลาย เขาคงเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดแล้วกระมัง