- หน้าแรก
- ท่านอ๋องกับระบบอัญเชิญขุมกำลังไร้เทียมทาน
- บทที่ 32 - กวาดล้างสองสำนัก โอกาสอัญเชิญหกครั้ง
บทที่ 32 - กวาดล้างสองสำนัก โอกาสอัญเชิญหกครั้ง
บทที่ 32 - กวาดล้างสองสำนัก โอกาสอัญเชิญหกครั้ง
บทที่ 32 - กวาดล้างสองสำนัก โอกาสอัญเชิญหกครั้ง
ฝูงชนรอบข้างเห็นเช่นนั้น ก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที พากันกระซิบกระซาบวิพากษ์วิจารณ์
"หน่วยเจิ้นอู่นี้เหตุใดจู่ๆ จึงมากันเล่า หรือว่าอารามมังกรขาวจะทำเรื่องใหญ่โตอันใดลงไป" ชายชราคนหนึ่งกล่าว
"เรื่องนี้พูดไม่ได้หรอกนะ" ชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ เอ่ยแทรก
"ท่านอย่าลืมสิ หน่วยเจิ้นอู่นั้นตรวจสอบได้ละเอียดลออยิ่งนัก ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ ก็กวาดล้างแก๊งเล็กแก๊งน้อยไปไม่น้อยแล้ว"
"ยิ่งไปกว่านั้น หน่วยเจิ้นอู่นี้เป็นขององค์ชายหกดูแล องค์ชายหกเมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งจะตรวจสอบคดีการหายตัวไปอย่างลึกลับของสำนักสวินเจี้ยนจนกระจ่าง วิธีการนั้นล้ำเลิศนัก"
"ตามที่ข้าเห็น เกรงว่าอารามมังกรขาวนี้ก็คงก่อคดีใหญ่ที่คล้ายคลึงกันเป็นแน่"
"อย่างไรเสียสำนักลิ่วซ่านเหมินก็ไม่สนใจทำงาน ใครจะไปรู้ว่าซุกซ่อนความโสมมไว้มากเพียงใด"
เวลานี้ ราษฎรที่เดิมทีกำลังสวดมนต์ขอพรอย่างเลื่อมใสอยู่ภายในอาราม กำลังถูกคนของหน่วยเจิ้นอู่คัดแยกทีละคน
อารามมังกรขาวนั้นก็ไม่ได้นับว่าเป็นอารามที่แท้จริงแต่แรก เป็นเพียงสำนักในยุทธภพแห่งหนึ่งเท่านั้น
ราษฎรที่มาสวดมนต์ขอพรเหล่านี้ ก็ไม่ใช่สานุศิษย์ที่แท้จริงแต่อย่างใด ล้วนมาเพื่อหาความสบายใจเท่านั้น
ไม่มีอารามมังกรขาว ก็ยังมีอารามมังกรดำ อารามหงส์ขาว ต่อให้เป็นศาลเจ้าที่ทางแยกก็ยังสามารถกราบไหว้ได้
ส่วนใหญ่ล้วนเป็นสานุศิษย์ทั่วไป มีเรื่องก็มากราบไหว้ ไม่มีเรื่องก็ไหว้ผ่านๆ
ผู้ที่สามารถมีสานุศิษย์ได้อย่างแท้จริง นอกจากพวกพรรคมาร ลัทธินอกรีตเหล่านั้นแล้ว ก็มีเพียงพุทธศาสนาที่อยู่ทางทิศของซียวี่เท่านั้น
วัดคงเหวินแห่งนี้กับพุทธศาสนาก็มีความเกี่ยวข้องกันอยู่บ้าง แต่ในความเป็นจริงแล้วความสัมพันธ์ก็ไม่ได้มีมากนัก คล้ายกับรับเอาเปลือกนอกมานิดหน่อย แล้วนำมาห่อหุ้มด้วยวรยุทธ์อื่น จากนั้นก็มาก่อตั้งสำนัก
จุยหมิงฟังคำถามของผู้อาวุโสอารามมังกรขาว สีหน้าสงบนิ่ง เอ่ยอย่างไม่ช้าไม่เร็ว "อารามมังกรขาวและวัดคงเหวินสมคบคิดกับพรรคมาร หวังจะลอบสังหารองค์ชาย จิตใจชั่วร้ายนัก การกระทำนี้คือการคิดล้มล้างแผ่นดินต้าจิ้นของพวกเรา"
"ตอนนี้หลักฐานชัดเจน เจ้าอารามมังกรขาวของพวกเจ้าถูกสังหารในที่เกิดเหตุแล้ว"
"พวกเราได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการหน่วยเจิ้นอู่ ให้มาจับกุมคนชั่วของอารามมังกรขาว"
"หากรู้ดีรู้ชั่ว ก็ยอมตามพวกเราไปเสียดีๆ ให้ความร่วมมือในการสืบสวน อย่าได้ต่อต้าน มิฉะนั้น ฆ่าไม่ละเว้น"
กล่าวจบ คนของหน่วยเจิ้นอู่ทั้งหมดก็ชักอาวุธออกมาพร้อมกัน ชั่วขณะหนึ่ง เสียงอาวุธโลหะกระทบกันดังกังวานไปทั่วทั้งอาราม กลิ่นอายสังหารพุ่งทะยานเข้ามา
คำพูดของจุยหมิง ทำให้ผู้อาวุโสของอารามมังกรขาวตกตะลึงจนอ้าปากค้าง เบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"ลอบสังหารองค์ชาย สมคบคิดกับพรรคมาร นี่ นี่จะเป็นไปได้อย่างไร พวกเราไม่รู้เรื่องเลยสักนิด" ผู้อาวุโสท่านหนึ่งรีบแก้ตัวอย่างลนลาน
"ไม่รู้หรือ หึ เช่นนั้นก็กลับไปกับพวกเรา ค่อยๆ ไต่สวนก็แล้วกัน"
แววตาของจุยหมิงเย็นเยียบ จ้องมองผู้อาวุโสหลายท่านเขม็งดั่งดวงดาวอันหนาวเหน็บ พลังปราณรอบกายไหลเวียน เตรียมพร้อมที่จะลงมือได้ทุกเมื่อ
ผู้อาวุโสหลายท่านจะยอมถูกจับกุมแต่โดยดีได้อย่างไร พวกเขาสบตากัน ลงมือพร้อมกันอย่างรู้ใจ พุ่งเข้าโจมตีจุยหมิง ชั่วขณะหนึ่งสายลมจากหมัดดังสนั่น เงาฝ่ามือปลิวว่อน
แต่จุยหมิงแค่นเสียงเย็น ร่างกายพุ่งวาบ ปากก็ตะโกนลั่น "โจรชั่วอารามมังกรขาวขัดขืนการจับกุม ฆ่าไม่ละเว้น"
สิ้นเสียง เขาก็ตวัดขาเตะออกไปอย่างรุนแรง ความเร็วรวดเร็วดั่งสายฟ้า ชั่วพริบตาเดียวก็เตะออกไปถึงสามครั้ง โจมตีเข้าเป้าอย่างแม่นยำไปยังสามคนในทิศทางและระยะทางที่แตกต่างกัน
เห็นเพียงผู้อาวุโสทั้งสามคนลอยกระเด็นออกไปราวกับว่าวสายป่านขาดในชั่วพริบตา บริเวณหน้าอกปรากฏรูขนาดใหญ่ที่น่าสะพรึงกลัว ขาดใจตายในที่เกิดเหตุทันที
จุยหมิงผู้นี้มีอาการบาดเจ็บภายในมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากการใช้ยาหลากหลายชนิดมาเป็นเวลานาน ผลข้างเคียงทำให้ร่างกายท่อนบนไร้เรี่ยวแรง ยากที่จะฝึกฝนวิชาหมัดและฝ่ามือ
แต่เขามีพรสวรรค์เป็นเลิศ ความอดทนน่าทึ่ง จึงค้นพบหนทางใหม่ อุตส่าห์ทุ่มเทศึกษา จนฝึนฝนเพลงเตะอันล้ำเลิศขึ้นมาได้ชุดหนึ่ง ขาทั้งสองข้างของเขาราวกับอาวุธวิเศษ อานุภาพน่าทึ่ง
ราษฎรที่มุงดูอยู่รอบๆ เมื่อเห็นภาพนี้ ก็ตกตะลึงกับความแข็งแกร่งของหน่วยเจิ้นอู่จนหุบปากไม่ลง
ไม่นาน อารามมังกรขาวก็ถูกหน่วยเจิ้นอู่ทำความสะอาดจนหมดจด องครักษ์เจิ้นอู่พากันค้นหาไปทั่วทุกที่ภายในอาราม ไม่ปล่อยให้รอดสายตาไปแม้แต่มุมเดียว
"นายท่านสาม ค้นพบแล้ว" องครักษ์เจิ้นอู่คนหนึ่งตะโกนอย่างดีใจ
ในบรรดาสี่ยอดมือปราบ จุยหมิงจัดอยู่ในอันดับที่สาม ทุกคนในยามปกติมักจะเรียกเขาอย่างให้เกียรติว่า นายท่านสาม
จุยหมิงเดินเข้าไปดู มองดูหน้ากากหนังมนุษย์ที่ค้นพบมาได้ รวมถึงยาลูกกลอนพรรคมารอันหลากหลาย ในใจก็กระจ่างแจ้งโดยคร่าวๆ แล้ว
คาดว่าพรรคมารคงใช้สิ่งของเหล่านี้ ปลอมแปลงเป็นศิษย์ของอารามมังกรขาว ไปลอบสังหารองค์ชาย
"ดีมาก นำของพวกนี้กลับไป รายงานต่อท่านผู้บัญชาการ" จุยหมิงออกคำสั่ง
ราษฎรเหล่านั้นเมื่อเห็นฉากนี้ ในใจก็มั่นใจแล้วว่าอารามมังกรขาวคงจะสมคบคิดกับพรรคมารจริงๆ
ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนต่างปิดปากเงียบสนิท ไม่กล้าปริปากเอ่ยสิ่งใดอีก
อย่างไรเสีย หากเป็นเช่นนี้จริงๆ เช่นนั้นพวกเขารวมถึงคนที่มาสวดมนต์ขอพรในยามปกติเหล่านี้ มิใช่กลายเป็นผู้ต้องสงสัยที่สมคบคิดกับพรรคมารไปอย่างงงๆ หรือ
อีกด้านหนึ่ง บริเวณเชิงเขาอารามมังกรขาวมีทางออกของช่องทางลับแห่งหนึ่ง
ศิษย์นับสิบคนปีนออกมาจากด้านในด้วยใบหน้ามอมแมม เงยหน้ามองแสงแดดที่ไม่ได้เห็นมาพักใหญ่ พากันถอนหายใจอย่างโล่งอก
ศิษย์ที่เป็นผู้นำคือยอดฝีมือระดับปราณกำเนิด อายุไม่มากนัก ก็นับว่าเป็นอัจฉริยะแล้ว
สายตาจ้องมองไปบนภูเขาอย่างเคร่งเครียด ถอนหายใจยาว "เฮ้อ เกรงว่าภายในอารามคงจะเผชิญกับหายนะแล้ว"
"ล้วนเป็นฝีมือของหน่วยเจิ้นอู่นั่น ตอนนี้พวกเราไม่มีวิธีอื่นแล้ว ทำได้เพียงมุ่งหน้าไปยังสำนักวิญญาณฟ้า ขอร้องให้พวกเขาแก้แค้นให้พวกเรา"
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ในดวงตาของศิษย์นับสิบคนก็มีเปลวเพลิงแห่งความเคียดแค้นลุกโชนขึ้นมา
นี่คือข้อเสียของการที่สำนักในยุทธภพเหล่านี้แข็งแกร่งจนเกินไป ทำให้บรรดาศิษย์ไม่คิดว่าตนเองเป็นคนของแคว้นต้าจิ้นเลย
ในสายตาของศิษย์สำนักส่วนใหญ่ ผลประโยชน์ของสำนักได้อยู่เหนือผลประโยชน์ของประเทศชาติไปไกลแล้ว
หรือจะพูดอีกอย่างหนึ่ง ในสายตาของพวกเขา สำนักของพวกเขาก็คือประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่ง เมื่อถูกทำลายประเทศ ย่อมต้องแก้แค้น
"ต้องการจะแก้แค้นงั้นหรือ น่าเสียดาย เกรงว่าพวกเจ้าจะไม่มีโอกาสนี้แล้ว"
ภายในป่าทึบเชิงเขา มียอดฝีมือหลัวหว่างหลายสิบคนเดินออกมา
ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้กับการตรวจสอบอารามมังกรขาว หากสืบหาช่องทางลับไม่พบ นั่นก็ถือว่าน่าขบขันเกินไปแล้ว
"เป็นใคร" ศิษย์อารามมังกรขาวเหล่านั้นเมื่อได้ยินเสียง ก็ตกใจสะดุ้ง รีบพบว่าตนเองถูกล้อมไว้หมดแล้ว
แต่สิ่งที่ต้อนรับพวกเขา มีเพียงดาบและกระบี่ ไร้ซึ่งคำตอบ
ถอนรากถอนโคนสำเร็จอย่างรวดเร็ว
"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำลายอารามมังกรขาว ได้รับโอกาสอัญเชิญขุมกำลังหนึ่งครั้ง อัญเชิญวรยุทธ์หนึ่งครั้ง และอัญเชิญพิเศษหนึ่งครั้ง"
"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำลายวัดคงเหวิน ได้รับโอกาสอัญเชิญขุมกำลังหนึ่งครั้ง อัญเชิญวรยุทธ์หนึ่งครั้ง และอัญเชิญพิเศษหนึ่งครั้ง"
ส่วนจีฉางอันที่กำลังตกปลาอยู่ภายในคฤหาสน์ลวี่หลิวเมื่อได้ยินเสียงของระบบ ก็มองดูเบ็ดตกปลาที่ว่างเปล่าไร้สิ่งใด
"ดูเหมือนว่า ปลาในสระนี้ จะตกยากยิ่งกว่าปลาในใต้หล้าเสียอีก"
"องค์ชาย โยนเหยื่อลงไปมากเกินไป ตอนนี้ปลาพวกนี้กินจนอิ่มหมดแล้ว ย่อมตกไม่ขึ้นอยู่แล้ว" จิงหนีเห็นปลาคาร์พสีทองที่ใกล้จะกินจนท้องแตกตาย เอ่ยเตือน
"ช่างเถอะ ช่างเถอะ ค่อยว่ากันคราวหน้าก็แล้วกัน" จีฉางอันยักไหล่ เลือกที่จะยอมแพ้ โอบกอดความล้มเหลวในครั้งนี้
อย่างไรเสีย การอัญเชิญก็สำคัญยิ่งกว่า
โอกาสอัญเชิญที่แตกต่างกันถึงหกครั้ง เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะสามารถอัญเชิญสิ่งใดออกมาได้
ตัวเขาในตอนนี้ยังบอบบางเกินไป ป้องกันตัวเองยังเหลือเฟือ แต่หากต้องการจะสยบใต้หล้า ก็ยังขาดไปอีกสักหน่อย
"ระบบ ทำการอัญเชิญพิเศษก่อนเลย"
เมื่อเจอปัญหาที่ตัดสินใจไม่ได้ ก็ลองอัญเชิญพิเศษเพื่อหยั่งเชิงดูก่อน การอัญเชิญพิเศษอาจจะอัญเชิญตัวละครและสิ่งของได้
หากอัญเชิญได้สิ่งของล่ะก็
พูดตามตรง ตราบใดที่ไม่ใช่อาวุธเทพหรือยารักษาโรคขนานวิเศษ สำหรับการยกระดับของจีฉางอันแล้วน่าจะถือว่าน้อยที่สุด
แน่นอน หากอัญเชิญได้ตัวละครล่ะก็ ถือซะว่าตนไม่ได้พูดก็แล้วกัน